"10 ปี 3เดือน 21วัน"

"10 ปี 3เดือน 21วัน"

"10 ปี 3เดือน 21วัน" เปิดโปง รัฐบาลทหาร ยึดอำนาจประชาชน ยาวนานสุด
"10 ปี 3เดือน 21วัน" เปิดโปง รัฐบาลทหาร ยึดอำนาจประชาชน ยาวนานสุด
  • Share:
  •  
  •  

หากจะถามถึงระยะเวลาการยึดครองอำนาจประชาชน ทหารก่อการปฏิวัติ หรือรัฐประหาร ซึ่งใช้ระยะเวลายาวนานกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ทีมข่าวเจาะประเด็น ไทยรัฐออนไลน์ ขุดคุ้ยข้อมูลประวัติศาสตร์ การยึดอำนาจโดยทหาร ยุคสมัยไหนที่ทหาร ตรึงอำนาจเอาไว้ที่ตัวเองยาวนานที่สุด จากการสำรวจพบว่า ประเทศไทยเกิดการรัฐประหารมาแล้วกว่า 17 ครั้ง และเป็นประเทศที่ก่อการรัฐประหารมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆของโลก ส่วนทหารยศใหญ่ ที่ครองแชมป์อยู่ในอำนาจโดยการรัฐประหารยาวนานที่สุด ก็คือยุคของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ - จอมพลถนอม กิตติขจร

ฉากตอนการยึดอำนาจครั้งยาวนานที่สุดในโลก เริ่มต้นที่ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจครั้งแรก สมัยรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2500 โดยมีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้ง จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร ผลของการรัฐประหารดังกล่าว ทำให้กลุ่มผู้นำรัฐบาลที่เคยมาจากคณะราษฎรสิ้นสุดบทบาทลงทันที  ต่อมาได้เชิญ "พจน์ สารสิน" เลขาธิการองค์การซีโต้มาเป็นนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 21 กันยายน 2500 ต่อมาจัดเลือกตั้งในวันที่ 15 ธันวาคม 2500

ผลการเลือกตั้ง ปรากฏว่า พรรคสหภูมิ ได้ ส.ส. มากที่สุดคือ 45 ที่นั่ง จากจำนวนทั้งหมด 159 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.39 ที่นั่ง โดยจอมพลสฤษดิ์ แนะนำให้ พล.ท.ถนอม กิตติขจร (ยศในขณะนั้น) รองหัวหน้าพรรคชาติสังคม ที่ได้ ส.ส. 9 ที่นั่ง ร่วมกับพรรคการเมืองอื่นๆ ตั้งรัฐบาลขึ้นมา ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

20 ตุลาคม 2501 จอมพลสฤษดิ์ ได้ทำการรัฐประหารอีกครั้ง โดยประกาศให้ยกเลิกพรรคการเมืองทั้งหมด ยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495 ที่ใช้อยู่ในขณะนั้น และยกเลิกรัฐสภา พร้อมกับขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน 

รัฐประหารครั้งนี้ถือว่า จอมพลสฤษดิ์  "ยึดอำนาจตัวเองก็ได้" โดยในเดือนมกราคม มีการประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502 โดยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทำให้ "จอมพลสฤษดิ์"ใช้อำนาจในตำแหน่งได้อย่างเบ็ดเสร็จ มีรัฐธรรมนูญมาตรา 17 ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีจัดการกับบุคคลที่ก่อความไม่สงบได้ทันที แล้วจึงค่อยแจ้งต่อสภา ทำให้ในช่วงที่ จอมพลสฤษดิ์อยู่ในอำนาจ มีการใช้มาตรา 17 สั่งประหารชีวิตคนจำนวนมาก

กระทั่งภายหลัง จอมพลสฤษดิ์ เสียชีวิตเมื่อ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2506 จอมพลถนอม กิตติขจร จึงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากจอมพลสฤษดิ์ โดยในที่สุด รัฐธรรมนูญที่ร่างมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 ก็มีการประกาศใช้เมื่อ 20 มิถุนายน 2511 เป็น “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511” มีการจัดเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2512 รวมเวลานับตั้งแต่การรัฐประหารครั้งที่ 2 ของจอมพลสฤษดิ์เมื่อ 20 ตุลาคม 2501 ถึงวันเลือกตั้งครั้งแรก กินเวลา 10 ปี 3 เดือน 21 วัน

โดยผลการเลือกตั้ง จอมพลถนอม ซึ่งไม่ได้ลงเลือกตั้ง แต่เป็นหัวหน้าพรรคสหประชาไทย ได้ที่นั่ง 74 ที่นั่ง ทำให้จอมพลถนอม รวมเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลตั้งรัฐบาลผสมและเป็นนายกรัฐมนตรีต่อสมัยที่สอง ส่วน ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ที่นั่ง 55 ที่นั่ง เป็นแกนนำฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตามในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514 จอมพลถนอม ก็ทำรัฐประหารตัวเอง

***ดังนั้น ประวัติศาสตร์ชาติไทยจารึกสถิติเอาไว้ว่า การยึดอำนาจเชื่อมรอยต่อระหว่าง จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ รับช่วงโดย จอมพลถนอม กิตติขจร จึงเป็นการยึดอำนาจที่ยาวนานที่สุดในโลก ระยะเวลา 10 ปี 3 เดือน 21 วัน

https://www.thairath.co.th/content/1500990

เรื่องใหญ่ต้องใจเย็น
เรื่องใหญ่ต้องใจเย็น
  • Share:
  •  
  •  

มีข่าวเล็กๆ แต่ขนาดใหญ่มหึมา เพราะเกี่ยวข้องกับที่ดิน สปก.ทั่วประเทศ 35.9 ล้านไร่ ซึ่งรัฐจัดให้เกษตรกรผู้มีฐานะยากจน 2.8 ล้านรายใช้ทำกิน

โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือเกษตรกรผู้ได้รับจัดสรรที่ดิน สปก.ต้องใช้ทำเกษตรกรรมสืบทอดในครอบครัว

ห้ามขาย ห้ามให้เช่า ห้ามโอนกรรมสิทธิ์เปลี่ยนมือทุกกรณี

ข่าวระบุว่ามีนโยบายด่วนจี๋จาก ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ ถึง นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯ ให้เร่งสำรวจที่ดิน สปก.ทั่วประเทศ 35.9 ล้านไร่ ให้เสร็จภายใน 1 เดือน

ถามว่า จะรีบเร่งสำรวจที่ดิน สปก.ทั่วประเทศเพื่ออะไร??

ตอบว่า เพื่อเปิดช่องให้กลุ่มทุนธุรกิจเอกชน สามารถเช่าใช้ทำประโยชน์ที่ดิน สปก.ระยะยาว

เปิดโอกาสให้กลุ่มทุนเอกชนเช่าที่ดิน สปก.แปลงย่อย เพื่อรวบรวมเป็นที่ดินผืนใหญ่ เพื่อลงทุนทำระบบเกษตรแปลงใหญ่ และจัดหาตลาดรองรับผลผลิตครบวงจร

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการแก้ไขกติกาให้กลุ่มทุนเอกชนเช่าที่ดิน สปก.เพื่อทำการเกษตรแปลงใหญ่

เป็นการเปลี่ยนแปลงหลักการสำคัญของที่ดิน สปก.อย่างสิ้นเชิง!!

แต่มีข้อดีคือ เปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้ครอบครองที่ดิน สปก.แต่ไม่ประสงค์จะลงแรงเพาะปลูกเอง สามารถปล่อยให้กลุ่มทุนใหญ่เช่าใช้ประโยชน์แลกกับรายได้จากค่าเช่าที่ดิน

ฝ่ายกลุ่มธุรกิจเอกชน ซึ่งมีเงินลงทุนสูง และมีเทคโนโลยีทันสมัย แต่ไม่มีปัญญากว้านซื้อที่ดินลงทุนทำเกษตรแปลงใหญ่ซึ่งมีราคาแพง

เมื่อรัฐบาลปลดล็อกให้สามารถเช่าที่ดิน สปก.นำไปรวบรวมเป็นที่ดินเกษตรแปลงใหญ่ในระยะยาว

เท่ากับเปิดโอกาสทองให้กลุ่มทุนกระเป๋าหนัก เช่าที่ดิน สปก.ไปลงทุนทำอุตสาหกรรมเกษตรแปลงใหญ่อย่างสบายแฮ

ยื่นโอกาสทองให้ฟันกำไรสบายบรื๋อสะดือบวม

“แม่ลูกจันทร์” มองว่าการปลดล็อกให้เกษตรกรผู้ได้รับจัดสรรที่ดิน สปก. สามารถปล่อยเช่าให้กลุ่มธุรกิจเอกชนเช่าใช้ประโยชน์ระยะยาว

เป็นนโยบายเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่เต็มเปา

เพราะสุดท้ายที่ดิน สปก. ส่วนใหญ่จะตกไปอยู่ในครอบครองของกลุ่มทุนใหญ่ยักษ์เพียงไม่กี่ราย

ล่าสุด นายกฤษฎา รมว.เกษตรฯได้สั่งการให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (สปก. ) เร่งลงพื้นที่สำรวจที่ดิน สปก. ทั่วประเทศ 35.9 ล้านไร่ ว่ามีเกษตรกรใช้ที่ดิน สปก.ทำการเกษตรกี่เปอร์เซ็นต์??

มีเกษตรกรอายุมาก ไม่มีลูกหลานสืบทอดทำการเกษตรแทน สามารถให้เอกชนเช่าลงทุนทำเกษตรแปลงใหญ่กี่เปอร์เซ็นต์??

มีที่ดินเหมาะสมทำการเกษตรกี่เปอร์เซ็นต์??

และที่ดินที่ไม่เหมาะสมทำการเกษตรกี่เปอร์เซ็นต์??

เพื่อเร่งสรุปข้อมูลเสนอรองนายกฯสมคิด ให้แล้วเสร็จในเวลา 1 เดือน

“แม่ลูกจันทร์” เห็นว่าการจะแก้ไขหลักการสำคัญของที่ดิน สปก.เพื่อเปิดช่องให้กลุ่มทุนธุรกิจเอกชนเช่าใช้ประโยชน์ระยะยาว เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเกี่ยวข้องกับที่ดิน สปก.ทั่วประเทศ 35.9 ล้านไร่

และมีผลผูกพันต่ออนาคตพี่น้องเกษตรกรกว่า 2.8 ล้านราย

เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ควรทำ “ประชาพิจารณ์ ข้อดี-ข้อเสีย” ให้รอบคอบรัดกุม

และควรให้รัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้งเป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ

ไม่ควรรีบร้อนเร่งรัดดำเนินการในช่วงเข้าด้ายเข้าเข็มก่อนเลือกตั้งใหญ่เพียงไม่กี่วัน

มิฉะนั้น อาจถูกครหานินทาว่าเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่ไม่กี่ราย??

มันจะได้ไม่คุ้มเสียนะคุณโยม.

"แม่ลูกจันทร์"

https://www.thairath.co.th/content/1500403

1 ความคิดเห็น

 
3 ส

ไอ่เผด็จการชั่ว

โมโห