“ลุงตู่” เมาหมัดโควิด??? ฝากถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ในวันเด็ก ทำดีได้ทุกวัน (แต่มีบางคนทำความเลวระยำได้ทุกเวลา)

“ลุงตู่” เมาหมัดโควิด??? ฝากถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ในวันเด็ก ทำดีได้ทุกวัน (แต่มีบางคนทำความเลวระยำได้ทุกเวลา)

"ลุงตู่" ลั่นขอทำให้ดีที่สุด ฝากถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ในวันเด็ก ทำดีได้ทุกวัน

https://www.thairath.co.th/news/politic/2009305

**********

****************

******************

 

การ์ตูน เซีย

การ์ตูน จ๊ะโอ๋

 

บทพิสูจน์ภาวะผู้นำ!
 
9 ม.ค. 2564 05:08 น.

ทะลักไม่หยุด ฉุดกันไม่อยู่ ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศที่พุ่งพรวดวันละหลาย ร้อยราย ยอดรวมผู้ป่วยใกล้แตะหลักหมื่นเข้าไปทุกขณะ ต้องออกมาตรการเข้มงวดเรื่องการ เข้า-ออกพื้นที่ การกักตัว การปิดสถานที่ต่างๆ ชุลมุนวุ่นวายกันไปหมด

พอๆกับอารมณ์ตื่นตระหนกประชาชนที่เสียวสันหลังกันไปทั่ว กลัวเป็นผู้ป่วยรายใหม่ ตามไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อหลายรายที่เดินทางไปทุกสถานที่ ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิง ร้านอาหาร

จิตตกถึงขั้นไม่กล้ากินปลากระป๋อง หลังโรงงานปลากระป๋องชื่อดังมีพนักงานติดเชื้อโควิดกว่า 900 คน

อาการแพนิกคนไทยกระจายเร็วกว่าโควิด ซ้ำเติมสถานการณ์ให้โกลาหลหนักขึ้น

แต่ยังไม่แย่เท่าการบริหารจัดการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ไปคนละทิศทาง วันนี้ออกคำสั่งอย่าง พรุ่งนี้เปลี่ยนเป็นอีกอย่าง ทั้งเรื่องการล็อกดาวน์-ไม่ล็อกดาวน์ หรือช่วงเวลาให้นั่งกินข้าวที่ร้านอาหาร

“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับหน่วยงานรัฐพูดไปคนละทาง ประชาชนสับสนงุนงงกับการสับขาหลอกกันเองของภาครัฐ

ล่าสุดยังมีเคสขู่ประชาชนให้โหลดแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” ถ้าใครไม่ทำ ถูกคาดโทษติดคุก กลายเป็นดราม่าสนั่นเมือง ต้องทำความเข้าใจกันใหม่กันอุตลุด

ผลลัพธ์ที่คาดหวังจะได้รับความร่วมมือจากประชาชน ดันกลายเป็นตรงกันข้าม

เพราะความผิดพลาดเรื่องการสื่อสาร ออกมาตรการใหม่อะไรออกมา ต้องคอยไล่แก้ข่าวกลับไปกลับมา

ความน่าเชื่อถือแทบไม่เหลือในสายตาประชาชน

ผิดคิวกันถี่ๆภายในช่วงไม่กี่วัน ประจานประสิทธิภาพที่ขาดการประสานงาน ทำงานไม่เข้าขา เหมือนไม่ได้อ่านไลน์กลุ่มกัน

เจอทัวร์ลงรัวๆต่อจากเคสปากแข็ง ไม่ยอมรับมีบ่อนการพนัน สุดท้ายค่อยๆกระมิดกระเมี้ยนยอมรับความจริงมีบ่อนจริง ไม่ใช่แค่โกดังเปล่าตามที่แก้ตัวน้ำขุ่นๆ

“ลุงตู่” เมาหมัดโควิด รับมือโรคระบาดถือว่ายากอยู่แล้ว แต่ที่ยากยิ่งกว่าคือ การบริหารอารมณ์ประชาชนที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ จากการการ์ดตกของรัฐบาล ปล่อยแรงงานต่างด้าวเถื่อนทะลัก บ่อนเกลื่อนเมือง เป็นต้นตอไวรัสร้ายกลับมาระบาดรอบใหม่

คนไทยถูกมัดมือชก ต้องรับกรรมที่ไม่ได้ก่อ สถานประกอบการ ผับบาร์ถูกปิดยาว เจ้าของธุรกิจเจ๊งหมดตัว ลูกจ้างตกงานกันระนาว ตลาดถูกปิด พ่อค้าแม่ค้าหมดที่ทำมาหากิน ขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว

ถึงไม่ติดโรคตาย แต่ก็เหมือนถูกฝังให้ตายทั้งเป็น

ปัญหาปากท้องรอจ่อคอหอย ความสมดุลระหว่างการป้องกันโรคระบาดกับการประคองเศรษฐกิจยังจูนหาจุดลงตัวร่วมกันไม่ได้ และยังไม่รู้จะมีมาตรการเยียวยาออกมาต่อลมหายใจประชาชนอีกหรือไม่

โบแดงที่ทั่วโลกเคยซูฮก สะกดโควิดอยู่หมัด แปรสภาพเป็นโบดำ จุดขายที่ “บิ๊กตู่” ใช้ยกยอตัวเองช่วยสกัดกั้นไวรัสร้าย กำลังกลายเป็นจุดตายพุ่งใส่ผู้นำ

ตามแนวโน้มสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงกว่ารอบแรก ในระดับต้องเตรียมโรงพยาบาลสนามในหลายพื้นที่รองรับผู้ป่วยที่ล้นทะลักหนักขึ้นเรื่อยๆ

สถานการณ์ประเทศอยู่ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน ยังไม่รู้จะเอาอยู่หรือไม่

ยังดีที่ปัญหาการเมืองซาลงไป เปิดทางรัฐบาลเพ่งสมาธิรับมือโรคระบาดอย่างเดียว

โควิดช่วยเบรกเกมในและนอกสภา ทั้งปมแก้รัฐธรรมนูญถูก

ยื้อออกไปเพราะเปิดประชุมไม่ได้ หรือม็อบราษฎรก็ไม่กล้าออกมาสุดโต่งช่วงนี้ ในห้วงที่คนไม่มีอารมณ์อินกับโหมดการเมือง

แต่ก็ลดแรงเสียดทานทางการเมืองได้ชั่วคราว ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ “ลุงตู่” ต้องคุมไวรัสร้ายให้อยู่หมัดโดยเร็ว ก่อนที่เอฟเฟกต์

โควิดจะถูกปั่นกระแสขยายผลทางการเมือง

ในคิวที่ฝ่ายค้านจ่อยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในปลายเดือน ม.ค. จับ “บิ๊กตู่” ขึ้นเขียงเชือดกลางสภาฯ ลับมีดรอชำแหละการบริหารงานผิดพลาดรุนแรง ทำโควิดระบาดรอบสอง

ความหย่อนยานของเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ ทหาร บางส่วนที่รับสินบนปล่อยให้แรงงานเถื่อนทะลักชายแดน บ่อนพนันเกลื่อนเมือง นำมาซึ่งหายนะประเทศ

“บิ๊กตู่” ในฐานะผู้นำรัฐบาลและ รมว.กลาโหม สวมหมวกประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีอำนาจเต็มมือคุม

ตำรวจ ทหาร ยังไงก็ปฏิเสธความรับผิดชอบลำบาก

หากฝ่ายค้านมีหมัดเด็ด กางหลักฐาน สาวไส้ให้เห็นถึงความผิดพลาดอย่างรุนแรง

การทุจริตอย่างเด่นชัด ถึงรัฐบาลจะอาศัยเสียงข้างมากเอาตัวรอดในสภาฯมาได้

แต่ก็คงเดินต่อลำบาก หากศรัทธาติดลบในสายตาประชาชน!!!

ทีมข่าวการเมือง

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
คุณรู้สึก ฮ่าฮ่า

2 ความเห็น

 
ICT
นาฬิกาแดด

ผมอ่านเรื่อง “นาฬิกาแดด” ในหนังสือ “เรื่องเล็กๆ ความหมายใหญ่ๆ” (สุริยเทพ ไชยมงคล เรียบเรียง สำนักพิมพ์อินสไปร์ พ.ศ.2553) แล้วเห็นว่าเข้าเค้า มีแง่คิดน่าสนใจ

แต่ยังขบไม่แตก จะเอามาใช้ในสถานการณ์บ้านเมืองเหลี่ยมมุมไหน

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ประเทศเล็กๆทางตะวันออก ผู้คนยังไม่รู้ว่าจะนับเวลาอย่างไร พวกเขามักใช้ตำแหน่งดวงอาทิตย์เพื่อบอกเวลาโดยประมาณ

แล้ววันหนึ่ง พระราชาได้นำนาฬิกาแดดเรือนหนึ่งมาจากต่างประเทศ เกิดเหตุอัศจรรย์ นาฬิกาแดดเรือนนั้น เปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของผู้คนทั้งบ้านเมือง

นาฬิกาแดดทำให้คนรู้ความสำคัญของเวลา รู้จักรักษาเวลาแต่ละวินาที มีความเชื่อถือกันและกันมากขึ้น มีความขยันในการทำงานมากขึ้น

ต่อมาไม่นาน ประเทศที่เคยจนแสนจนนั้น ก็กลายเป็นประเทศร่ำรวย ประชาชนอยู่ดีกินดี

จนเมื่อถึงเวลาที่พระราชาสวรรคต ประชาชนเศร้าโศกเสียใจมาก

พวกเขาอยากสร้างสิ่งที่ระลึกถึงผลงานยิ่งใหญ่ของพระราชา หารือกันว่า นาฬิกาแดดเรือนนั้น เป็นจุดเริ่มต้นความเข้มแข็งของประเทศ เป็นสัญลักษณ์รำลึกถึงบุญคุณยิ่งใหญ่ของพระองค์

จึงตกลงกัน จะสร้างซุ้มอวกาศโปร่งใส ปกคลุมนาฬิกาแดดเรือนนั้นไว้ เพื่อให้ประชาชนได้เห็นตลอดเวลา

แต่กระนั้นก็ยังสง่างามไม่พอ มีหลายเสียงเห็นพ้องต้องกัน ให้สร้างศาลาสีทองอีกหลัง คลุมไว้อีกชั้น

เมื่ออนุสรณ์ยิ่งใหญ่โอฬารสร้างเสร็จ ประชาชนต่างก็ปลื้มอกปลื้มใจกันได้พักใหญ่ แต่เมื่อนาฬิกาแดดอยู่ในซุ้มสองชั้น แสงแดดก็ส่องเข้าไปไม่ถึงตัวนาฬิกาได้ กลไกที่ใช้แดดเป็นตัวบอกเวลา ก็ใช้ไม่ได้

เวลาที่เคยแน่นอน ก็เปลี่ยนไป ผู้คนที่เคยรักษาเวลา เชื่อถือกันและกัน ก็ลดความไว้วางใจกันและกัน ธุรกิจที่เคยเข้มแข็งก็รวนเร ผู้คนก็เริ่มขี้เกียจเหมือนสมัยไม่มีนาฬิกาบอกเวลา

ในที่สุดเศรษฐกิจประเทศนี้ก็ล่มสลาย

เรื่องเล่าง่ายๆ เรื่องนี้ มีคำอธิบายความหมายดีๆ ว่า ในชีวิตประจำวัน มีคนทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้เสมอ

เรามักคิดกันว่าจะเก็บความสุขวันนี้ เพื่อจะได้เดินทางไปหามันในวันข้างหน้า เหมือนเอานาฬิกาแดดไปไว้ในที่ร่ม คู่รักที่ผ่านอุปสรรคมากมาย จนได้แต่งงาน มักคุยกัน เพื่ออนาคตครอบครัว ต้องสละความสุขความหวานชื่นวันนี้เอาไว้ ช่วยกันทำงานหนัก หามรุ่งหามค่ำ

จนบางครั้งก็หนักจนเกินที่ร่างกายจะรับไหว

เมื่อเป็นเช่นนี้ ความสุขวันหน้าที่ฝันหวานไว้ก็เป็นไปได้ยาก

ความจริงนั้น วันนี้คือจุดเริ่มต้นของวันหน้าที่สดใส...เราต้องช่วยกันทำวันนี้ให้ดีที่สุดสะสมเอาไว้ ถึงวันหน้าความสุขที่ถาวรมั่นคง จะงอกงามขึ้นมาเอง

นิทานเรื่องเก็บนาฬิกาแดดไว้ในร่ม...เป็นคนละเรื่อง และตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง กับการที่เราต้องอดทนเก็บตัวอยู่กับบ้าน นะครับ เพราะสถานการณ์วันนี้ คือการยอมกินของขมเพื่อชีวิตหวาน ชีวิตที่ปลอดภัยในวันหน้า

สถานการณ์ตอนนี้ ชีวิตเราไม่ใช่ชีวิตเดียว

เพราะไม่เพียงจะเชื่อมโยงกับคนในบ้านไม่กี่คน แต่ผูกพันกับคนนอกบ้านมากมาย สถานการณ์วันนี้ชี้ชัดแล้วว่า ชีวิตเดียว สร้างความผกผันปั่นป่วนให้ผู้คนได้ทั้งเมือง.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/news/politic/2008775

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
 
3 ส

เหม็นเบื่อไอ้เห้ตู่

อ้วก

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2