“ป่าแหว่ง“ : ทำไม? เราจะปกป้องบ้านเมืองเราที่เขาใช้อภิสิทธิ์มาย่ำยีเอารัดเอาเปรียบไม่ได้...

“ป่าแหว่ง“ : ทำไม? เราจะปกป้องบ้านเมืองเราที่เขาใช้อภิสิทธิ์มาย่ำยีเอารัดเอาเปรียบไม่ได้...

“ป่าแหว่ง“:ทำไม?เราจะปกป้องบ้านเมืองเราที่เขาใช้อภิสิทธิ์มาย่ำยีเอารัดเอาเปรียบไม่ได้

ผมได้อ่านแถลงการณ์ของเครือข่ายฯ ที่ว่าจะทำกิจกรรมต่อเนื่องจนกว่าจะ ‘ รื้อ ‘ เพื่อเป็นป่าสมบูรณ์ดังเดิม...ก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง...

แต่ที่มาพาดหัวข่าว(ตามที่เอามาให้ดู)ว่า “เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพพอใจผลประชุม ครม.สัญจร “ นั้น..

อ่านรายละเอียดดูแล้วทั้ง 6 ข้อและภาพประกอบที่นำมาลงมันขัดกับหัวข้อข่าวที่ว่า...

หากอ่านแต่หัวข้อข่าว ถ้าไม่อ่านอย่างละเอียดก็จะเข้าใจว่าเครือข่ายฯพอใจกับผลการประชุมของครม.ฯ แต่เนื้อหาทั้ง 6 ข้อสรุปแล้วยังต้องการความชัดเจนทุกข้อไม่อย่างนั้นก็จะทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะมีคำสั่งให้รื้อถอนออกไปในกรอบเวลาที่ชัดเจนตามความประสงค์ของคนเชียงใหม่ล้านนา

 416382-600x338.jpg]
 

ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยและสนับสนุนกิจกรรมของเครือข่ายฯ มาตลอดแม้จะไม่เห็นด้วยในกรณีการเจรจาต่อรองเท่านั้น..เพราะผลของการเจรจามันทำให้เรื่องมันยืดเยื้อมาจนทุกวันนี้..

ทำไม...? เราจะปกป้องบ้านเราเมืองเราที่เขามาใช้อภิสิทธิ์มาย่ำยีเอารัดเอาเปรียบไม่ได้...

เชิญอ่านข่าวครับ :

เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพพอใจผลประชุม ครม.สัญจร ออกแถลงการณ์ทำกิจกรรมต่อเนื่องจนกว่าจะ ‘รื้อ’เพื่อป่าสมบูรณ์ดังเดิม

  S__32440322.jpg]

วันที่ 16 มกราคม 2562 หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่ จ.ลำปาง มีมติและแนวทางแก้ไขปัญหากรณีโครงการก่อสร้างศาลอุทธรณ์ภาค 5 และบ้านพักข้าราชการตุลาการวานนี้นั้น ล่าสุดเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพได้ออกแถลงการณ์เรื่อง การดำเนินการของเครือข่ายหลังครม.เห็นชอบแนวทางฟื้นฟูฯ มีเนื้อหาระบุว่า จากการที่ ครม.สัญจร (ลำปาง) 15 ม.ค.2562 ได้รับทราบและเห็นชอบมาตรการแก้ปัญหาบ้านพักข้าราชการตุลาการ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาโดยสำนักนายกรัฐมนตรี (รัฐมนตรีสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ)เสนอเข้าไป เป็นไปตามข่าวสารที่เผยแพร่แล้วนั้น

เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพได้หารือเพื่อจะแถลงจุดยืนและท่าทีดังต่อไปนี้: 

1.รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้แถลงว่ารัฐบาลอนุมัติงบประมาณ 17.55 ล้านบาทเพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของโครงการ ขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องประกาศรายละเอียดของแผนงานดังกล่าวออกสู่สาธารณะเพื่อให้เป็นที่กระจ่างทั่วกัน ว่าโครงการฟื้นฟูดังกล่าวมีรายละเอียดเช่นไร 

2.โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์) ได้ยืนยันว่าจะไม่ให้มีผู้เข้าใช้ประโยชน์พักอาศัยในบ้านพักเดี่ยว ส่วนกรณีอาคารชุด 9 หลังที่ยังมีผู้เข้าพักอาศัยต้องรอให้การก่อสร้างโครงการสำนักงานและที่พักข้าราชการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่เชียงรายแล้วเสร็จ ผู้พักอาศัยจะย้ายออกไปทั้งหมด ซึ่งประเด็นนี้ได้ก่อให้เกิดความชัดเจนต่อสาธารณะมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องคือ จังหวัดเชียงใหม่ ได้โปรดประสานกับสำนักงานศาลยุติธรรมเพื่อได้ประกาศรายละเอียดแผนการฟื้นฟูระยะเบื้องต้นระหว่างที่รอคอยการย้ายออกและระยะยาวหลังจากการย้ายออกให้กับสาธารณะได้รับทราบ

  IMG_20180819_065340-600x339.jpg]

3.ตามที่ปรากฏในข่าวว่านายกรัฐมนตรีได้เร่งรัดผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ดำเนินการฟื้นฟูในทันทีโดยให้ประสานทุกหน่วยงานเกี่ยวข้อง จากการที่เครือข่ายฯ เคยได้รับการประสานงานทาบทามให้เข้าเป็นคณะกรรมการร่วมฟื้นฟู มีความเห็นชอบให้ส่งตัวแทนเข้าร่วมในคณะกรรมการดังกล่าวเพื่อให้ปรากฏว่ามีภาคประชาชนได้เข้าไปร่วมทำกิจกรรมในพื้นที่บ้านพัก 45 หลัง เป็นสัญลักษณ์ว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้เป็นพื้นที่หวงห้ามดังที่เคยเป็นมา แต่อย่างไรก็ตาม ทางเครือข่ายฯ ขอยืนยันให้จังหวัดเชียงใหม่ประสานงานกับสำนักงานศาลยุติธรรมเพื่อประกาศแผนและเริ่มดำเนินการรังวัดคืนพื้นที่บ้านพัก 45 หลังให้กับกรมธนารักษ์ เมื่อการคืนพื้นที่ให้ธนารักษ์แล้วเสร็จ เครือข่ายฯ ยินดีจะเข้าร่วมกิจกรรมฟื้นฟูทุกกิจกรรมกับหน่วยราชการ 

4.รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แก้ปัญหาบ้านป่าแหว่งตามคำเรียกร้องของประชาชนได้เพียงครึ่งทาง กล่าวคือ ได้แค่พื้นที่บ้าน 45 หลังไม่มีผู้อาศัย มีแผนฟื้นฟูขั้นต้น และแนวทางให้กับหน่วยราชการเจรจาหรือดำเนินการต่อซึ่งยังไม่ตรงตามเจตนาของประชาชนที่ต้องการให้รื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างออกไป คืนพื้นที่ป่ากลับมาดังเดิม แต่ก็ได้เปิดช่องไว้ว่า การรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย ดังนั้นทางเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จะยังคงเดินหน้าเรียกร้องและหาช่องทางผลักดันเพื่อให้บรรลุเจตนาดังกล่าวต่อไป

5.เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เห็นว่า มาตรการที่คณะกรรมการแก้ปัญหาที่มีนายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ มีมติมาเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561 ในส่วนที่ไม่ปรากฏในข่าวสารว่าด้วยการนำเสนอต่อครม.ในครั้งนี้ อาทิ เรื่องที่ให้หน่วยงานราชการเกี่ยวข้องพิจารณาศึกษาเพื่อแก้ไขปรับปรุงข้อกฎหมายและอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้อง นำไปสู่การใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐที่เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเรื่องนี้เป็นบทเรียนบทใหญ่ของสังคมไทยที่ไม่ควรละเลย ควรทำให้กระจ่างและเป็นอุทาหรณ์ต่อทั้งภาคราชการ ภาคการเมือง และภาคประชาชนโดยรวม ขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ กรมธนารักษ์ และหน่วยงานที่ปรากฏในขั้นตอนการดำเนินการได้จัดเวทีเพื่อถอดบทเรียน ศึกษาข้อเท็จจริงและนำไปสู่การแก้ไขปรับปรุงช่องโหว่ที่มี ไม่ให้กรณีลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำและ 

6.นับจากนี้ เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพจะยังมีกิจกรรมรณรงค์ในลักษณะต่างๆ ต่อเนื่อง  “จนกว่าจะรื้อ” และกระทำทุกวิธีทาง เพื่อให้ได้ป่าสมบูรณ์ดังเดิมกลับคืนมา

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน

http://www.hedlomnews.com/?p=32755&fbcli...7K_xxyQUPc

http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=9858

1 ความคิดเห็น

 
3 ส

ติดตามครับ

OK