“ความซื่อสัตย์ของคนไทย” เมื่อเปรียบเทียบกับชาวโลก

“ความซื่อสัตย์ของคนไทย” เมื่อเปรียบเทียบกับชาวโลก

5 ความคิดเห็น

หนังสือ รีดเดอร์ ไดเจสท์ ฉบับล่าสุด เขามีความคิดแปลกแหวกแนวในการ “ทดลองวัดความซื่อสัตย์” ของประชาชนใน 32 เมืองใหญ่ ทั่วโลก โดยการนำเอาโทรศัพท์มือถือ 30 เครื่อง ไปวางทิ้งไว้ตามสถานที่ชุมชนต่างๆในเมืองแล้วทดสอบดูว่า มีคนเมืองไหนที่ซื่อสัตย์ นำโทรศัพท์คืนให้เจ้าของมากที่สุด

ผลการทดสอบที่ออกมาเหลือเชื่อ

ประเทศที่เคยมีผู้สำรวจว่า มีความซื่อสัตย์สุจริตติดอันดับต้นๆของโลก เพราะมีการทุจริตคอรัปชันน้อย อย่างเช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย ปรากฏว่าความซื่อสัตย์ของคนในเมืองเหล่านี้ แพ้คนไทยหลุดลุ่ย

ความซื่อสัตย์ของคนไทยอยู่ในอันดับที่ 14 ร่วมกับ บราซิล ฝรั่งเศส เยอรมนี โทรศัพท์มือถือที่วางทิ้งไว้ในศูนย์การค้า สวนสาธารณะ ย่านธุรกิจทั่วกรุงเทพฯ 30 เครื่อง มีผู้นำไปคืนมากถึง 21 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 70

รีดเดอร์ ไดเจสท์ ได้สัมภาษณ์คนไทยผู้ซื่อสัตย์ ที่นำโทรศัพท์มือถือคืนเจ้าของสิบกว่าคน

พนักงานขับรถไฟฟ้าบีทีเอส   บอกว่า ผมทำงานที่รถไฟฟ้าบีทีเอส ทำ ให้เจอพลเมืองดีนำโทรศัพท์มือถือมาคืนเยอะมาก ผมไม่เคยทำมือถือหาย แต่ตระหนักดีว่าเจ้าของต้องเดือดร้อนแน่ เพราะเบอร์ติดต่อหายหมด

นักเรียนวัย 14      อีกคนบอกว่า หนูเคยทำมือถือหายสองครั้ง ไม่ได้คืนทั้งสองครั้ง เสียใจ เสียความรู้สึก เดือดร้อนที่หมายเลขโทรศัพท์เพื่อนๆหายหมด จึงอยากคืนให้เจ้าของ ไม่สนใจว่าราคาถูกหรือแพง

แต่สิงคโปร์ ประเทศที่ฝรั่งยกย่องว่าคอรัปชันน้อยที่สุดในภูมิภาคนี้ คนสิงคโปร์กลับซื่อสัตย์น้อยมากนำโทรศัพท์ที่เก็บได้คืนเจ้าของแค่ร้อยละ 53 เท่านั้นเอง สอบผ่านอย่างเฉียดฉิว

ส่วน คนฮ่องกง และ มาเลเซีย รั้งตำแหน่ง “บ๊วย” ด้วยกันทั้งคู่ สอบตกเรื่องความซื่อสัตย์ นำโทรศัพท์ไปคืนต่ำที่สุดในภูมิภาค แค่ร้อยละ 43 เท่านั้นเอง

เมืองที่ประชาชนมีความซื่อสัตย์ที่สุดในโลก ตกเป็นของประเทศเกิดใหม่ กรุงลูบลิยานา แห่งสโลวีเนีย

โทรศัพท์มือถือที่วางล่อไว้ 30 เครื่อง ได้รับคืน 29 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 97 หายไปแค่ 1 เครื่องเท่านั้นเอง ชาวเมืองทุกคนล้วนมีน้ำใจเอื้ออารี

อันดับ 2 เป็นชาวเมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา ได้รับโทรศัพท์ คืน 28 เครื่อง จาก 30 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 93 เหตุผลที่ชาวโตรอนโตบอกกับผู้ทดลองก็คือ “ถ้าเราพอจะช่วยใครสักคนได้ ทำไมจะไม่ช่วยเล่า” น้ำใจอย่างนี้น่านับถือจริงๆ

อันดับ 3 เป็นกรุงโซล ของเกาหลีใต้ ได้คะแนนสูงถึงร้อยละ 90

กรุงสตอกโฮล์ม ของสวีเดน แม้ความซื่อสัตย์จะมาเป็นอันดับที่ 4   แต่คำตอบของชาวสวีเดนน่าประทับใจเหลือเกิน “การทำสิ่งที่ถูกต้อง เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการทำงานประจำวัน” คำตอบนี้เป็นสิ่งที่ผมพยายามทำอยู่ตลอดเวลา ในฐานะสื่อมวลชน เพื่อให้ คุณภาพสังคมไทยดีขึ้น

อยากให้คนไทยคิดอย่างนี้เหมือนคนสวีเดน ทำสิ่งที่ถูกต้องให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ประเทศไทยจะเป็นสวรรค์บนดินไปทันที สังคมไทยจะอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ไม่แตกแยกร้าวฉานเป็นหลายฝ่ายเหมือนในปัจจุบันนี้.

ที่มา: http://oknation.nationtv.tv/blog/essays/2007/09/13/entry-1

+1
8
 
5 ความคิดเห็น
markpakma
markpakma
07 ก.ค. 2017 - 10:04

นั่นดิ แม่งรู้ว่าผิดมันก็ยังไม่ยอมคาย ยังจะคิดอยู่ต่อไปอีก 20 ปี ลายามมั๊ยครับคุณผู้ชมขาาาา

+
6
แก่เมืองทอง
แก่เมืองทอง
07 ก.ค. 2017 - 13:56

เอาไอโฟน ไอแพดไปทดสอบหรือเปล่า ถ้าเป็นแอนดรอยผมเก็บได้ผมก็ไม่อยากได้ แต่ถ้าเป็นไอโฟน มีลังเลนิดหน่อย 555

+
6
คนเขาขาด
คนเขาขาด
08 ก.ค. 2017 - 01:10

อินเดียขึ้นชื่อว่ามีโขมยมากที่สุดในโลก รัฐบาลจึงประดิษฐ์เครืองมือจับโขมย

แล้วเอาไปดักใว้ที่ห้างสรรพสินค้า..ผลปรากฏว่าใน1ชั่วโมงมันสามารถดักโขมย

ได้300คน..

อเมริกาได้ข่าวจึงสั้งซื้อแล้วเอาไปวางใว้ในห้างสรรพสินค้าเหมือนกัน..ผลปรากฏว่า

ใน1ชั่วโมงมันสามารถจับโขมยได้100คน..

ประเทศไทยสั่งเข้ามาบ้างแล้วนำไปติดตั้งใว้ใกล้ๆกับหมุดคณะราษร์..ผลปรากฏว่า

ใน5นาฑีทั้งเครื่องจับโขมยและหมุดคณะราษฎร์หายเรียบ.!!!

+
5
markpakma
markpakma
08 ก.ค. 2017 - 00:06

หมุดคณะราษฎร์สัญลักษณ์ประชาธิปไตย ฝังไว้กับพื้นคอนกรีตบนถนนที่คนผ่านทั้งวันทั้งคืนยังหาย....

ประเทศเป็นประชาธิปไตยอยู่ดีๆ มันยังขโมยไปหน้าด้านๆ... แล้วมันยังบอกมันไม่ได้ขโมยไม่ได้แย่งใครมา... หน้าด้านอิ๊บอ๋าย

คนไทยซื้อบื้อ... คิดว่าระบอบทักษิณเป็นเผด็จการเสียงข้างมากในสภา ต้องออกมาป้องกันไม่ให้ได้เสียงข้างมากอีก

มากัดกันเป็นฝูง... ใช้วิธีการนอกระบบ... ออกกฎหมายเพื่อกำจัดโดยเฉพาะ พวกเดียวกันไม่เดือดร้อน จ้องเล่นแต่เพื่อไทยพรรคเดียว

นี่เหรอคนไทยซื่อสัตย์ ขนาดคนตัดสินความผิดคนอื่นมันยังเอียง... มันยังแถไม่ใช้กฎหมายแต่ใช้ความรู้สึกใช้ความดีมาตัดสิน

ยังจะว่าคนไทยซื่ออยู่ได้อีกหรือ

+
6
Loading...