‘อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร’ ดวงเด่นหญิงแกร่งนำทัพเพื่อไทย แนะพ่อปล่อยมือลูกสาวจะสำเร็จสูง

‘อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร’ ดวงเด่นหญิงแกร่งนำทัพเพื่อไทย แนะพ่อปล่อยมือลูกสาวจะสำเร็จสูง

ซินแสเข่ง ผ่าดวง ‘อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร’ ดวงเด่นหญิงแกร่งนำทัพเพื่อไทย
ซินแสเข่ง ผ่าดวง 'อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร' ดวงเด่นหญิงแกร่งนำทัพเพื่อไทย (matichon.co.th)

ซินแสเข่ง ผ่าดวง ‘อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร’ ดวงเด่นหญิงแกร่งนำทัพเพื่อไทย แนะพ่อปล่อยมือลูกสาวจะสำเร็จสูง

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม นายชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง (ซินแสเข่ง) ผู้อำนวยการสถาบัน โหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้ผ่าดวงแคนดิเดตว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และดวงผู้นำอนาคตพรรคเพื่อไทย
คนแรก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว เกิดวันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน 2504 อายุ 60 ปี ราศีดวงใจใหญ่ไม่ยอมคน มีดวงของการเป็นผู้นำ ดื้อรั้นอยากรู้อยากเห็น ใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง ดวงชะตารอบปี 2565 ไม่เสริมกิจการไม่เกื้อกูล ตกดวงศัตรูเบียดเบียน อาจตกดวงขัดแย้งนายใหญ่ มีความคิดสวนทางเป็นศัตรูพูดอย่าทำอย่าง สับสนไม่เข้าใจ ก่อให้เกิดความแตกแยกในอนาคตได้

คนที่สอง แพทองธาร ชินวัตร (อุ๊งอิ้ง) ทายาท วัย 35 ปี เกิดวันที่ 21 สิงหาคม 2529 เป็นบุคคลที่มีความเป็นผู้นำ เป็นผู้หญิงแกร่ง ดวงแข็งรักครอบครัว เรียนรู้อะไรได้เร็วทำงานเป็นทีม มีดวงงานราชการ เล่นการเมืองมีโอกาสประสบความสำเร็จ แต่ต้องระวังเรื่องความแตกแยก หากบิดาไม่ยุ่งเกี่ยว จะก่อให้เกิดความสับสนลังเลไม่มั่นใจให้พรรคเดินหน้า ที่ลูกสาวมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง

ซินแสเข่ง กล่าวว่า ส่วนผู้อำนวยการพรรค นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ปีเสริมดวงชะตานายใหญ่ให้เกื้อกูล ส่งเสริมและสนับสนุน แต่ดวงชะตาตกราศีขัดแย้งในตนเอง ความคิดลังเล ไม่เข้าใจสมองคิดอย่าง ใจคิดอีกอย่าง ไม่ยอมคน ใช้ความของตนเองเป็นที่ตั้ง ชอบเครียดมักจะคิดอะไรล่วงหน้า ใจใหญ่ ปฏิบัติตนในเรื่องของศาสนาจะไปได้ดีมาก ปี 2565 มีดวงเสริม แต่ต้องระวังปี 2566 จะมีเรื่องของอุปสรรค แตกแยกวุ่นวายสับสนไม่สมหวัง ตกดวงขัดแย้งรุนแรง เพราะรอบอายุเข้าเคราะห์และปีปะทะทำให้ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง

“ขอกล่าวเพิ่มเติมถึงโลโก้พรรคที่มีการเปลี่ยนแปลง มีลักษณะเป็นวงกลมถือว่าใช้กับพรรคที่มีอยู่ในกลุ่มคนหมู่มากดี แต่จากสีน้ำเงินแดง กลายเป็นสีแดงล้วน เตือนให้ระวังอัปมงคล เพราะถ้าจะใช้สีที่เสริมต้องดู

ดวงผู้นำพรรค หากมีผลกระทบเกิดขึ้นจะก่อให้เกิดอุปสรรค แตกแยก เป็นศัตรู ขัดแย้งให้รุนแรงเกิดขึ้นได้ “ ซินแสเข่ง กล่าว

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1

6 ความเห็น

 
ICT
พปชร.เคลียร์เดือด อุ้ม ‘ธรรมนัส’ หวั่น ‘บิ๊กตู่’ ชิ่งตั้งพรรคใหม่ ‘บิ๊กป้อม’ สวนพวกมึงรุมกู
พปชร.เคลียร์เดือด อุ้ม 'ธรรมนัส' หวั่น 'บิ๊กตู่' ชิ่งตั้งพรรคใหม่ 'บิ๊กป้อม' สวนพวกมึงรุมกู (matichon.co.th)

‘บิ๊กป้อม’ กระเตง ‘ธรรมนัส’ ต่อ แกนนำหวั่น นายกฯชิ่งตั้งพรรคใหม่ ก่อนเจอสวน “ผมก็เลิกเล่นการเมือง” ขู่ “ไม่เลิกทะเลาะกูออก” ก่อนเรียก ส.ส.เข้าป่ารอยต่อฯ สะท้อนปัญหา กรอกแบบสอบถาม สรุปยังไว้วางใจหัวหน้า-เลขาฯคนเดิม “เฮ้ง-ชัยวุฒิ” เจอลูกพรรคบ่น รมต.ไม่ดูแล 

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งว่า สำหรับความเคลื่อนไหวภายในพรรค พปชร.เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และเลขาธิการพรรค โดยหลังจากช่วงบ่ายวันที่ 26 ตุลาคม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรค เข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ เพื่อหารือเรื่องดังกล่าว จากนั้น ช่วงเย็นวันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร ได้ต่อสายหา กก.บห. ทุกคนเพื่อไม่ให้เซ็นใบลาออกจนกว่าจะประชุมวันที่ 28 ตุลาคม ทำให้มี ส.ส.ที่เซ็นใบลาออกรอไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ยื่น ประสานไปยัง 6 รัฐมนตรีเพื่อขอถอนใบลาออก ทำให้เหลือคนที่เซ็นใบลาออกแล้วเพียง 6 คนนั้น

ปรากฏว่า ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ตุลาคม ได้มี กก.บห.บางส่วน อาทิ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางไปยังมูลนิธิป่ารอยต่อฯ เพื่อพบและร่วมรับประทานอาหารเช้า ซึ่งเป็นเมนูข้าวต้มหมู กับ พล.อ.ประวิตร โดยช่วงหนึ่งได้มีการสอบถามความชัดเจนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดย 1 ในแกนนำพรรคได้พูดกับ พล.อ.ประวิตร ถึงปัญหาที่เกิดจาก ร.อ.ธรรมนัส พร้อมระบุว่า รัฐบาลและพรรค พปชร.จำเป็นต้องเป็นเนื้อเดียวกัน ถ้าเป็น ร.อ.ธรรมนัส คงทำงานกันลำบาก เพราะนายกฯ ไม่เอา ร.อ.ธรรมนัส จึงควรปรับโครงสร้างให้ทำงานได้

ทำให้ พล.อ.ประวิตร กล่าวสวนไปว่า “พวกคุณไปฟังความข้างเดียวกัน ถ้าไม่เอาธรรมนัส แล้วจะเอาใคร เขาทำงานได้ ทำงานเพื่อพรรค แล้วใครจะทำงาน คนอื่นก็เป็นคู่กรณีของเขา ถ้ายังไม่เลิกทะเลาะกัน กูลาออก ใครอยากมาเป็นก็มาเป็นเลย” แกนนำคนเดิม จึงระบุว่า แต่ถ้ายังเป็น ร.อ.ธรรมนัส ปัญหาจะไม่จบ เพราะนายกฯอาจไปตั้งพรรคใหม่ ทำให้ พล.อ.ประวิตร ตอบอย่างมีอารมณ์ว่า “ถ้านายกฯตั้งพรรคใหม่ ผมก็เลิก ไม่เล่นแล้วการเมือง”

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ตอนหนึ่งยังมีการพูดถึงข้อสรุปในวงหารือระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ประวิตร กับ 6 รัฐมนตรี เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างพรรค เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านด้วย โดย พล.อ.ประวิตร ระบุว่า วันดังกล่าวไม่ได้มีข้อสรุปอะไร ตนเองเพียงนั่งรับฟังเฉยๆ “ก็วันนั้นพวกมึงรุมกู”

ต่อมา ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน บรรดาแกนนำ และส.ส.หลายคนได้ทยอยเข้าพบ พล.อ.ประวิตร อย่างพร้อมเพรียง อาทิ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนายชัยวุฒิ โดย พล.อ.ประวิตร ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นว่า “ใครมีความในใจอะไรก็พูดออกมาเลยคุยกันตรงๆ” โดยมี ส.ส.ภาคใต้บางคน กล่าวว่า จริงๆ แล้วพวกเราไม่มีอะไร เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ทะเลาะกันเอง ทำให้ พล.อ.ประวิตร ตอบกลับไปว่า “ที่เป็นปัญหาอาจมีบางคนทะเลาะ และมีเด็กไปบอกนายกฯ จึงทำให้เป็นปัญหา เอาเป็นว่าต่อไปนี้ ขอให้รักกัน พูดคุยกัน และให้จบตรงนี้ ไม่เป็นไร ถ้าที่ผ่านมีอะไรที่ผิดพลาด หรือ ผมอาจจะดูแลทุกคนไม่ดีพอก็ขอโทษ แต่ยืนยันว่าผมรักสมาชิกทุกคน”

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส ได้ถือโอกาสอธิบายว่า “ผมไม่มีอะไร ที่ผ่านมาทำงาน ใจถึงพึ่งได้ พร้อมช่วยทุกคน แต่เรื่องที่เกิดขึ้น มีบางคนที่ไม่ชอบผม เอาไปพูดนอกพรรค ทำให้สับสน ขอให้มาพูดกัน” พร้อมกันนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังเสนอให้ ส.ส.กลุ่มต่างๆ มาที่นั่งฟังจะได้รับทราบไปพร้อมกัน จะได้ไม่ต้องไปประชุม กก.บห.วันที่ 28 ตุลาคมอีก ให้มันจบกันวันนี้

 

ทั้งนี้ เมื่อ ร.อ.ธรรมนัสพูดเสร็จบรรยากาศได้ตึงเครียดขึ้น เมื่อนายชัยวุฒิ ได้พูดสวนไปว่า “ให้เอาความจริงมาพูดกัน เมื่อครั้งที่จะโหวตสวนผมและนายกฯคืออะไร” ร.อ.ธรรมนัส จึงตอบว่า “ที่ผ่านมาก็ขอโทษ ส่งข้อความและชี้แจงไปหมดแล้ว” ทำให้นายชัยวุฒิ ย้ำอีกครั้งว่า “ให้เอาความจริงมาพูดกันจะดีกว่า”

นอกจากนี้ ในการหารือครั้งนี้ ได้มีการแจกกระดาษที่เป็นลักษณะแบบสอบถามประมาณ 7-8 ข้อ เป็นใบละ 1 คำถามให้กับสมาชิกไปเขียนด้วยลายมือ ไม่ต้องระบุชื่อ เช่น สอบถามว่าต้องการให้ใครเป็นหัวหน้าพรรค ต้องการให้ใครเป็นเลขาธิการพรรค และอนาคตอยากให้พรรคเป็นอย่างไร รวมถึงให้แสดงความรู้สึกที่มีต่อรัฐมนตรีในสังกัดพรรค

 

จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้อ่านผลการกรอกแบบสอบถามด้วยตัวเอง โดยมีสีหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลาว่า ทั้งหมดพร้อมใจกันยืนยันให้ พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรคต่อไป ส่วนเลขาธิการพรรคประมาณ 80% ยังไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส รองลงมาคือ นายอนุชา น้อยที่สุดคือชื่อของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ขณะที่การแสดงความเห็นต่อรัฐมนตรีของพรรค ส่วนใหญ่แสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวคือ ไม่พอใจต่อการปฏิบัติตัวของรัฐมนตรี 2 กระทรวงคือ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงดีอีเอส ทั้งนี้ ผลการตอบแบบสอบถามดังกล่าว จะมีการนำไปรายงานให้ที่ประชุม กก.บห.ทราบ

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT

การ์ตูน เซีย

การ์ตูน จ๊ะโอ๋

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    1
 
ICT
มนต์สะกดเกมล้างไพ่
ทีมข่าวการเมือง

28 ต.ค. 2564 06:42 น.

 

2 พรรคใหญ่นัดประชุมล้างไพ่ กก.บห. เพื่อไทย-พลังประชารัฐ บังเอิญนัดประชุมพรรคพร้อมกัน วันเดียวกัน 28 ต.ค. และก็มีข่าวทำนองเดียวกันจะล้างไพ่เปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคกันใหม่แบบยกชุด เพียงแต่เหตุผล เทคนิคต่างกัน

พรรคเพื่อไทยมีเป้าหมายปรับทัพ เปลี่ยนค่ายกล เอาพวกมือทำงานประเภทมุทะลุ หรือเดินเกมใต้ดิน ออกจาก กก.บห. ให้หมด หลีกเลี่ยงต่อการสุ่มเสี่ยงถูกยุบพรรค

เพราะรู้กันดีพรรคเพื่อไทยภูมิคุ้มกันทางการเมืองต่ำเตี้ยเรี่ยดิน พลาดเมื่อไหร่ต้องหาบ้านใหม่ทันที

ล่าสุดมีคลิป “เสี่ยเกรียง” เกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย สนทนากับ “โทนี่ วูดซัม” นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่าด้วยเรื่องผู้นำพรรค แคนดิเดตนายกฯ

งานเข้าตามมาเป็นชุด ลูกหาบลิ่วล้อฝ่ายตรงข้ามออกมาเช็กบิล ยื่นร้องยุบพรรคเพื่อไทยกันระเบิดเถิดเทิง

ด้วยเหตุนี้จึงต้องปรับทัพกันเล็กน้อย แต่ที่ต้องโฟกัสจับตาคือตำแหน่งหัวหน้าพรรค ข่าวเริ่มชัดจะเปลี่ยนจากนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน เป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน

ดาวสภา มืออภิปรายลำดับต้นๆของพรรคเพื่อไทย เข้าสเปกคนรุ่นใหม่ เอาไปไล่เก็บแต้มจากเด็กๆ

ขณะที่ “สมพงษ์” เองก็โรยรา ร่ำๆว่าอยากจะวางมืออยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็ไม่มีอำนาจเต็ม เป็นเพียงนอมินี รับออเดอร์ทั้งซ้ายขวาหน้าหลัง จังหวะขับเคลื่อนของพรรคเพื่อไทยเลยเก้ๆกังๆ ละล้าละลังจนน่าหงุดหงิด หลายครั้งต้องเดินตามตูดพรรคก้าวไกล

ถึงแม้จะเปลี่ยน “หมอชลน่าน” มาสภาพก็คงไม่ต่างจากเดิมมากนัก เพราะไม่ใช่ตัวจริงเสียงจริงที่จะคั่วตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นเพียงแม่ทัพขุนศึกทั่วไป เข้ามาทำงานรูทีน

ถึงเวลาทีเด็ดทีขาดก็ต้องรอคำสั่งจากหน่วยเหนือเบื้องบนเหมือนเดิม ส่วนตัวจริง แคนดิเดตนายกฯ ต้องรอไปก่อน ตามสไตล์นายใหญ่ดูไบ เปิดช้าๆชัวร์ๆ เปิดเร็วก็ช้ำเร็ว เพราะเพื่อไทยเป็นเป้าใหญ่รุมยำหาแต้มของพรรคการเมืองอื่นๆ

เหลียวมาดูความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ น่าจับตามากกว่า เพราะความพยายามล้างไพ่ล้มกระดานกรรมการบริหารพรรคงวดนี้ แฝงเกมการเมืองภายใน 100%

ห้ำหั่นซ่อนมีด ชิงเหลี่ยมความเข้มขลังของ “บิ๊ก 3 ป.”

“โพลพรรค” ที่ชี้เป้ากันว่าผลิตออกมาจาก “ผู้กอง” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค คือตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดี เพราะผลออกมาทำนองว่าใครไม่ใช่เด็กในคาถา “ผู้กอง” จะสอบตกเรียบวุธ

ทำให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ฉุนขาด “ผู้กอง” ยังโชว์เพาเวอร์ไม่หยุด ยังเป็นหอกข้างแคร่ หนามตำใจ แม้จะสั่งสอนด้วยการปลดออกจากรัฐมนตรีไปแล้ว ก็ยังไม่เลิกพยศ

ดังนั้น ต้องจัดการซัดอีกดอก ไม่ต้องเผาผี ไม่ต้องเหลือที่นั่งที่ยืนกันแล้ว เดินเกมกวาดล้าง “กลุ่มกบฏ” ให้สิ้นซาก มีการล็อบบี้ให้กรรมการบริหารพรรคลาออกเกินครึ่งเพื่อล้างไพ่ตั้งชุดใหม่ ขับไล่ ร.อ.ธรรมนัสทางอ้อม เพราะไม่มีทางลุกออกไปเองอยู่แล้ว

งานนี้ตัวแปรสำคัญ คนชี้ขาดแต่เพียงผู้เดียวคือ “บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

แต่ดูเหมือนจะไม่ง่ายเพราะ “เกมพลิก” ไปอีกแล้วแค่ชั่วข้ามคืน

หลังจากก่อนหน้านี้มีการขยับผนึกกำลังกันทุกกลุ่มก๊วนภายในพรรคพลังประชารัฐก็ว่าได้ นำโดยกลุ่มสามมิตร หว่านล้อมแกมบังคับ จน “บิ๊กป้อม” คล้อยตามเกม “ล้างไพ่ไล่ผู้กอง” ไปแล้ว

แต่พอวันถัดมา “ผู้กอง” เข้าไปพบกราบกราน “บิ๊กป้อม” ที่ฐานบัญชาการมูลนิธิบ้านป่ารอยต่อฯ พร้อมคาถานะจังงัง ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปแบบกลับตาลปัตรจนน่าเหลือเชื่อ เหมือนโดนมนต์สะกด

แผนรีเซ็ตพรรคพลังประชารัฐส่อเค้าว่าจะต้องชะลอออกไปก่อน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่

ถึงกระนั้นไม่ว่าอย่างไรแผนกำจัด “ผู้กอง” รวมทั้งคู่หู “บิ๊กอาย” นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ไม่ทีทางเลิกราแน่ มาถึงขั้นนี้ คงอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว รอแค่จังหวะและโอกาสเท่านั้น

แต่ถ้า “บิ๊กป้อม” ยังถือหาง “ผู้กอง” เอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือปัญหาใหญ่

“บิ๊กตู่” อาจต้องไปปัดฝุ่นพรรคใหม่อีกครั้ง เป็นแผนสำรองเผื่อเหลือเผื่อขาด.

ทีมข่าวการเมือง

 

 

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT
อย่าเพิ่งนับศพทหารกบฏ
เพลิงสุริยะ

28 ต.ค. 2564 06:20 น.

 

แค้นของทหารเฒ่า 10 ปี ไม่มีคำว่าสาย หลังจบวงประชุม ครม. เมื่อวันที่ 25 ต.ค. สายข่าวทำเนียบรายงานว่า

 

“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้เรียก 6 รัฐมนตรี ที่ล้วนอยู่ขั้วตรงข้าม “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพลังประชารัฐ เข้าหารือกับนายกฯที่ห้องสีเขียว

ประกอบไปด้วย “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.ยุติธรรม “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รมว.อุตสาหกรรม “สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.แรงงาน “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม “สันติ พร้อมพัฒน์” รมช.คลัง และ “อนุชา นาคาศัย” รมต.ประจำสำนักนายกฯ

ปิดห้องวางแผนกันนานประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่ทั้งหมดจะทยอยออกไปจากทำเนียบฯ

ไปหารือกันต่อที่ มูลนิธิป่ารอยต่อ ใน ร.1 ทม.รอ. ฐานบัญชาการหลักของ “3 ป.” คราวนี้ “พี่ใหญ่-พี่รอง-น้องเล็ก” อยู่กันพร้อมหน้า

ถกกันหน้าดำหน้าแดงถึงปัญหาในพรรค โดยเฉพาะปม “หอกข้างแคร่-ผู้กองนัส” ที่ยังคาราคาซัง

ทำท่าจะกลายเป็นเนื้อร้าย ขืนยังไม่เร่งผ่าตัด อาจพากัน “เดธสะมอเร่” ไปทั้งพรรค

เลยต้องเล่นเกมหนัก วางงานสั่งการให้กรรมการบริหาร พปชร. ที่มีอยู่ 26 คน ต้องลาออกเกินครึ่ง หรือ 14 คนขึ้นไป เพื่อทำให้กรรมการบริหารพรรคชุดนี้ต้องพ้นสภาพไปตามระเบียบ

แน่นอนว่าจะทำให้สถานภาพตำแหน่งเลขาธิการพรรคของ “ผู้กองนัส” และตำแหน่งเหรัญญิกพรรค ของ “มาดามบิ๊กอาย” นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ต้องหลุดกระเด็นไปโดยปริยาย

เปิดทางล้างไพ่ ปรับโครงสร้างพลังประชารัฐกันใหม่

ซึ่งภายในวงก็ยังเป็นห่วงว่า ด้วยอิทธิพลในพรรค ของ “ผู้กองนัส” ที่ยังหลงเหลืออยู่

หากกรรมการบริหารลาออกไม่ถึงกึ่งหนึ่ง แล้วจะทำกันยังไง

งานนี้เลยได้รับการการันตีจาก “บิ๊กบราเธอร์” รับปากว่าจะจัดการเอง

สัญญาณความถี่สูง “ตัดหางปล่อยวัด” จาก 3 ป.

ฝากรอยแค้นอีกดอกให้กับ “ผู้กองนัส”

ที่สำคัญคือ ท่าทีของ “พี่ใหญ่” ก่อนหน้านี้ไม่นานก็ยังแสดงว่าจะโอบอุ้ม “น้องนอกไส้” เอาไว้อยู่

ประกาศขึงขังยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในพลังประชารัฐ

คล้อยหลังได้ไม่กี่วันก็ตัดสายโยงลอยแพกันซะแล้ว

เรื่องของผลประโยชน์มันไม่เข้าใครออกใคร

จับสัญญาณได้จากคำสัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตรปฏิเสธเสียงสูง ไม่เคยสั่งให้ใครไปทำโพล

แถมยังโยนให้สื่ออยากรู้มากนักก็ไปถามคนทำเอาเอง

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ทั้ง “ไผ่ ลิกค์” และ “วิรัช รัตนเศรษฐ” 2 คีย์แมนสาย “ผู้กองนัส” ยังยืนยันเองว่า เป็นการจัดทำโพลภายในตามคำสั่งของหัวหน้าพรรค

แล้ว “ลุงป้อม” ดันมาปัดภาระกันทื่อๆแบบนี้

แถมยังยืนยันชัดเจนว่าจะให้โควตา ส.ส.เก่า ได้สิทธิวางตัว

เป็นผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคก่อนเป็นอันดับแรก

ก็ชัดเจนว่าเป็นการดัดหลัง “ผู้กอง” แล้วอย่างนี้จะหลงเหลือเครดิตความน่าเชื่ออีกหรือ

งานนี้ทั้ง 3 ป.อาจมั่นใจว่ากุมสภาพทุกอย่างในมือได้หมด แต่เกมอำนาจมันยังต้องว่ากันยาวๆ

สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพ “ทหารกบฏ”.

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    3
 
ICT

ชกไม่มีมุม : เปิดศึกซ้ำกับธรรมนัส ชี้วัดความสั่นคลอน

ชกไม่มีมุม : เปิดศึกซ้ำกับธรรมนัส ชี้วัดความสั่นคลอน (khaosod.co.th)

เปิดศึกซ้ำกับธรรมนัส ชี้วัดความสั่นคลอน

ศึกภายในพรรคพลังประชารัฐปะทุขึ้นมาอีกรอบ มีการเคลื่อนไหวชัดเจนเพื่อเตรียมปรับรื้อภายใน ให้กรรมการพรรคสายที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตบเท้าลาออก เพื่อจะได้ล้างไพ่กันใหม่ เจตนาก็เพื่อเปลี่ยนแปลงเลขาธิการพรรค

รวมๆ แล้วก็คือ ศึกระหว่างพล.อ.ประยุทธ์กับร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ไม่อาจจบได้ง่ายๆ

โดยหนนี้เป้าหมายคือต้องการให้สายหนุนนายกฯ ยึดกุมพรรคแทน และเขี่ยร.อ.ธรรมนัสออกไป

นั่นแสดงว่า ถ้ายังปล่อยให้ร.อ.ธรรมนัส ยึดกุมพรรคอยู่ต่อไป จะเป็นอันตรายต่อพล.อ.ประยุทธ์

ทั้งการโหวตในสภาต่อจากนี้

ไปจนถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งมีแนวโน้มสูงว่าถ้าธรรมนัสยังอยู่ ก็น่าจะไม่เสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีก!!

ปัญหาระหว่างพล.อ.ประยุทธ์กับร.อ.ธรรมนัส ปะทุขึ้นมาตั้งแต่ตอนที่พรรคฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ. ประยุทธ์และ 5 รัฐมนตรี

โดยมีความเคลื่อนไหวเทเสียงไปลงคะแนนร่วมกับฝ่ายค้านเพื่อไม่ไว้วางใจนายกฯ

เหตุเพราะเสียงสะท้อนจากส.ส.พลังประชารัฐจำนวนหนึ่ง ที่เห็นว่าประชาชนในเขตเลือกตั้งไม่พอใจส.ส.รัฐบาลอย่างมากจากสถานการณ์โควิดและเศรษฐกิจ

 

เนื่องจากความผิดพลาดในการจัดหาวัคซีน ทำให้หยุดโควิดได้ล่าช้า กระทบรายได้ปากท้องรุนแรง

ทั้งที่พรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้ร่วมจัดหาวัคซีนด้วย แต่ส.ส.ต้องรับเคราะห์หูอื้อไปตามๆ กัน

ดังนั้นถ้าพลังประชารัฐตัดสินใจเปลี่ยนแปลงการเมืองด้วยกลไกสภา จะกลายเป็นฮีโร่ในสถานการณ์วิกฤตประเทศได้เลยทีเดียว!

ความพยายามของขั้วธรรมนัส ต้องสะดุดเมื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคสั่งเบรก ยืนยันว่าสัมพันธ์ระหว่าง 3 ป.ยังสำคัญที่สุด

ลงเอยธรรมนัสยอมหยุด แต่พล.อ.ประยุทธ์ไม่หยุด เดินหน้าปลดพ้นจากรัฐมนตรี

แต่ก็น่าสังเกตว่า หลังปลดพ้นรัฐมนตรีแล้ว เกิดข่าวลือว่า เครือข่ายอำนาจที่โอบอุ้มพล.อ.ประยุทธ์จะต้องจัดการเชือดธรรมนัสแบบเด็ดขาด สุดท้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น!?

แถมธรรมนัสยังเดินหน้าในฐานะเลขาธิการพรรคต่อไป ยิ่งเป็นอันตรายต่ออนาคตของนายกฯ

คำถามที่น่าขบคิดก็คือ รู้กันอยู่ว่าพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ที่มีความพิเศษ ทำไมร.อ.ธรรมนัสจึงกล้าคิดโหวตล้มกันในสภา

ร.อ.ธรรมนัสต้องมีดีไม่ธรรมดา และวันนี้ก็ไม่อาจทำอะไรธรรมนัสได้อีก หลังจากปลดพ้นรัฐมนตรี!?!*

ทำให้ศึกระหว่างประยุทธ์กับธรรมนัสยังจบไม่ลง ต่อมาเปิดศึกยกใหม่ล่าสุด

แวดวงการเมืองมองว่า ธรรมนัสคือเป็นผู้สั่นคลอนสถานะของพล.อ.ประยุทธ์อย่างรุนแรง

ความเชื่อในการเลือกตั้งหนก่อนว่านายกฯ ต้องเป็นคนนี้เท่านั้น จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว!!

 

 

 

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
 
619

เป็นยุคของคนรุ่นใหม่สนับสนุนครับ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0