‘ผนึกอำนาจเสื่อม’

‘ผนึกอำนาจเสื่อม’

ใบตองแห้ง : ‘ผนึกอำนาจเสื่อม’

ใบตองแห้ง ‘ผนึกอำนาจเสื่อม’ รัฐสภาปิดทางแก้รัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนู (khaosod.co.th)

 
19 พ.ย. 2564-06:44 น.

รัฐสภาปิดทางแก้รัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญปิดทางเคลื่อนไหวนอกสภา “ปฏิรูป=ล้มล้าง” ตำรวจระดมตั้งข้อหา อัยการเร่งสั่งฟ้อง ศาลอาญาถอนประกัน

ขบวนคนรุ่นใหม่ ขบวนเปลี่ยนแปลงประชาธิปไตย ถึงโครงสร้าง ถึงทางตันแล้วหรือไม่ มองผิวเผินในเชิงอำนาจก็อาจใช่ เพราะไม่มีกำลังสู้รบปรบมือ ลงถนนก็แพ้อำนาจรัฐ สู้ในสภาก็แพ้ 249 ส.ส. 224 ส.ว.

แต่ในทางกลับกัน ความเป็นปึกแผ่นของอำนาจรัฐก็เป็นจุดเปราะ เพราะภาพที่แพ็กเข้ามาด้วยกัน กลายเป็นองค์ประกอบที่ไม่ชอบธรรม ตกต่ำ เสื่อมศรัทธา

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ว่าม็อบเรียกร้องปฏิรูปสถาบันซ่อนเร้นเจตนาล้มล้าง แม้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้วยนักวิชาการกฎหมาย นักวิชาการประชาธิปไตย และม็อบ “ไม่เอาสมบูรณาญาสิทธิราชย์” แต่พูดกันตรงๆ เมื่อเป็นคำวินิจฉัยศาล เมื่อเป็นเรื่องสถาบัน คนไทยส่วนใหญ่ก็หวั่นเกรง เก็บปากเก็บคำ ไม่อยากเสี่ยง ตามธรรมชาติสังคม “ไทยเฉย” หรือ “อยู่เป็น”

คงมีคนรุ่นใหม่เท่านั้นที่ “กล้ามาก” ตอบโต้ไม่ลดละ ทั้งในสื่อสังคมออนไลน์ และลงถนนไปสถานทูตเยอรมัน

 

แต่สถานการณ์ที่ตามมา ทั้งการส่งเสียง Echo กันเองของพวกสุดโต่งหยิบมือ ทั้งการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ด้วยคำอภิปรายวิปริตเหตุผลของเหลา ส.ว. ส.ส.รัฐบาล มันยิ่งขับเน้นความเสื่อม มันยิ่งแบ่งการเมืองเป็นสองขั้ว ให้เห็นภาพง่ายๆ ว่า พวกไชโยโห่ร้องคำสั่งศาล พวกอ้างตนปกป้องสถาบัน คือคนกลุ่มเดียวกันที่ปกป้องผลประโยชน์ตัวเอง เกาะอำนาจแต่งตั้งเหนียวเป็นตีนตุ๊กแก

ร่างรัฐธรรมนูญ Re-Solution ให้ยุบ ส.ว.แต่งตั้ง เหลือแต่สภาจากเลือกตั้ง เพิ่มอำนาจตรวจสอบศาล กองทัพ รื้อศาลรัฐธรรมนูญ ลบล้างผลพวงรัฐประหาร ฯลฯ หากท้วงติงทางหลักวิชาก็ไม่ว่ากัน แต่เนื้อหาและท่าทีของ ส.ว. ส.ส.รัฐบาล คือการปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง ว่าประชาชนไม่ควรมีอำนาจ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งควรถูกควบคุมกำกับโดย ส.ว.จากแต่งตั้ง โดยองค์กรอิสระที่ไม่มีความยึดโยงอำนาจประชาชน และไม่ควรมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบกองทัพ ไม่ควรมีอำนาจตรวจสอบระบบราชการศาลยุติธรรม

รัฐสภาที่มี 250 ส.ว.ประยุทธ์ตั้งมาโหวตตู่ ก็ตีกรอบประชาธิปไตยถดถอย ยิ่งไปกว่าระบอบที่คนไทยเคยเข้าใจ มาหลายสิบปี

ตลกร้าย ส.ส.ที่มาจากเลือกตั้งเอง เช่นประชาธิปัตย์ กลับคัดค้านแข็งขันว่า ส.ส.จากเลือกตั้งไม่ควรมีอำนาจ ขณะที่ ส.ส.ซึ่งถูกกวาดต้อนมาอยู่พลังประชารัฐ พากันกระดากปาก เงียบกริบ คงมีบางคนเช่นวีระกร คำประกอบ แม้คัดค้านก็ฉวยโอกาสหลอกด่าองค์กรอิสระ

ใช่เลยนะ ประชาชนฟังแล้วอาจพยักหน้าหงึกหงัก ไอ้พวก ส.ส.มีตั้งมากที่มาจากตระกูลเจ้าพ่อเจ้าแม่ อิทธิพลท้องถิ่น พ่อค้าแป้ง พ่อค้าน้ำมันเถื่อน ผู้รับเหมา ไม่น่าให้มีอำนาจมาก แต่เอ๊ะ ดูอีกที พวกนี้ก็คือ ส.ส.รัฐบาลที่โหวตไม่รับทั้งนั้นนี่หว่า
มันกลายเป็นว่า ส.ส.พวกนี้ต่างหาก ที่เข้ามาแอบอิงรัฐประหารสืบทอดอำนาจ อาศัยระบอบ 250 ส.ว.โหวตนายกฯ แสวงผลประโยชน์แล้วเงียบกริบ

ขณะที่เหลา ส.ว.ปากเก่ง “เนรคุณชาติ ล้มสถาบัน” หรือขู่ลงโลงศพ บ้างก็เป็นพวกได้ดีกับรัฐประหาร ได้ตำแหน่ง แต่งตั้งทุกสมัย บ้างยังมีคดีบุกวัด บ้างออกจากตำแหน่งเพราะจดหมายน้อย ถามหน่อยมีความชอบธรรมอะไร

ทุกยุคสมัย พลังอนุรักษนิยมย่อมมีพวกห้อยโหน แต่ไม่อาจขาดแก่นแกนผู้มีชื่อเสียงด้านศีลธรรมจรรยา หรือมีความชอบธรรมบางประการ ยุคนี้สิน่าประหลาดว่า เกิดแพ็กอำนาจที่ยิ่งกว้างยิ่งเสื่อม

พอแพ็กเข้ากับเสาค้ำคือระบอบรัฐประหารสืบทอดอำนาจ 250 ส.ว.ตู่ตั้ง พวกพ้องทหารข้าราชการ วางตัวองค์กรอิสระ กวาดต้อนนักการเมืองมารับใช้ แล้วปล่อยให้หาผลประโยชน์ บริหารราชการล้มเหลว ไร้

องคาพยพมันเสื่อมไปหมด เว้นแต่อำนาจดิบ ปิดกั้นความเปลี่ยนแปลง เป็นระบอบที่เต็มไปด้วยเห็บหมัด ซึ่งจะห้อยโหน กัดกร่อน บ่อนทำลาย ถ้าไม่ยอมปฏิรูปองคาพยพ ดันทุรังไว้ทั้งพวง จะพาพังไปหมด แต่นั่นแหละ ระบอบใหญ่โตแตะตรงไหนก็ไม่ได้

พึงเข้าใจว่า ระบอบอำนาจแบบนี้ มักย่อยยับกับพวกประจบสอพลอ พวกล้นเกินเพื่อเอาใจ ยิ่งสุดโต่ง สังคมตรงกลางๆ ยิ่งรับไม่ได้

การเมืองหลังคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ กลายเป็นภาพชัดเจนว่า 250 ส.ว. 4 พรรครัฐบาล กอดกันแน่นเหนียว อาศัยการตีความว่าระบอบที่ปกครองประเทศอยู่นี้ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ปกป้องประยุทธ์ บนความล้มเหลว บนปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้า ใช้ทหารตำรวจ กระบวนการยุติธรรม นักร้อง นักกล่าวหา อดีต กปปส. บดขยี้ฝ่ายค้านและคนรุ่นใหม่ ด้วยข้อหา “ล้มล้างสถาบัน”

ถ้าเร่งไปในกระบวนการนี้ จะเกิดอะไร คงได้ชัยชนะมั้ง เลือกตั้งก็อาจชนะ ภายใต้อำนาจล้นหลาม แต่ไม่ยักตระหนักว่า ชัยชนะแต่ละครั้งอยู่บนความล่มสลายในอนาคตข้างหน้า

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1

10 ความเห็น

 
ICT

ข่าวข้น คนเข้ม : แก้ม็อบ 10 ล้อประท้วงใช้รถทหารขนแทน

ข่าวข้นคนเข้ม หนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์เติบโตเร็วที่สุด ในประวัติศาสตร์ (khaosod.co.th)

 
19 พ.ย. 2564-00:01 น.

แก้ม็อบ 10 ล้อประท้วงใช้รถทหารขนแทน

หนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์เติบโตเร็วที่สุด ในประวัติศาสตร์ Khaosod ข่าวสด สื่อออนไลน์ยอดนิยมอันดับหนึ่ง ยอดติดตามมากที่สุดขยับใกล้ 18 ล้านฟอลโลเวอร์ส ยอดถูกใจหลั่งไหลกว่า 14 ล้านไลก์ ฉบับนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2564 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ปีฉลู

วันเพ็ญเดือนสิบสอง วันลอยกระทง ปีก่อนๆ คือวันสนุกสนานตามประเพณี วันเงินทองสะพัดกระตุ้นเศรษฐกิจ ปีนี้มาตรการโควิดคุมเข้มห้ามนั่นนู่นนี่จนหมดสนุก เงินทองไม่สะพัด ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย คาดการณ์ประชาชนจะออกมาใช้จ่ายประมาณ 9 พันล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 10 ปี

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน แสนกว่าชื่อยื่นเข้าสภา ถูก ส.ว.คสช.ตั้ง จับมือ ส.ส.เลือก หัวหน้าคสช.เป็นนายกฯ ตีตกวาระแรกตามคาดหมาย ไม่เห็นชอบ 473 เสียง เห็นชอบ 206 เสียง งดออกเสียง 6 เสียง คะแนนเห็นชอบรับหลักการน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก 2 สภา และ ส.ว. เห็นชอบ 3 เสียง ไม่ถึง 1 ใน 3 ของจำนวนวุฒิสภา หรือ 84 เสียง ชาวบ้านดูถ่ายทอดสดได้เห็นประโยชน์ของส.ว. ? ประโยชน์ของใคร ?

ประชาชนต้องการแก้รธน.ตามรธน. ผิดหวังอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ ไอลอว์+จอน อึ๊งภากรณ์ เคยรวบรวมกว่าแสนชื่อยื่นขอแก้รธน. ถูกพรรคส.ว.กับส.ส.รัฐบาลโหวตล้มวาระแรกเช่นกัน นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า สำหรับประชาชนที่ไม่ได้ใส่ท็อปบู๊ต ไม่มีรถถังปืนใหญ่ ถ้าอยากแก้รธน.ต้องพยายามทำตามกติกาต่อไป ต่อไป และต่อไป

 

กลับจากประชุมครม.สัญจรกระบี่-ตรัง ทีม พีอาร์ปล่อยคลิปเอ็มวี นายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับบทพระเอก ทรายกับทะเล เอฟซีแฟนคลับคุ้นๆ ท่ากางมือ-ไขว้ขา ช่างเหมือนตอน เสธ.ทหารแก่ เปิดตัวนำม็อบบนเวทีสนามม้า

ท่านผู้นำ ขยันร้อง ขยันบอกคนอื่นให้ร้อง ให้ฟัง บ้านเกิดเมืองนอน เพลงปลุกใจครึ่งศตวรรษก่อน ตอนนั้นรัฐบาลทหาร-ขวาจัด เปิดปลุกระดมประชาชนสู้คอมมิวนิสต์ พ.ศ.นี้คอมมิวนิสต์ในประเทศไม่มีแล้ว แต่นายกฯ ทหารเก่ายังอินเนอร์ย้อนยุค ปลุกประชาชนสู้กับ ใครหรือ??

ไอเดียปราดเปรื่องมาตลอด 7 ปี ล่าสุดกระฉูด 1 ข้าราชการรับผิดชอบ 1 ครัวเรือนยากจน เพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน หรือ ใช้รถทหารขนแทน ถ้ารถบรรทุกขนส่งประท้วงหยุดวิ่ง ความคิดแค่นี้วิสัยทัศน์เท่านี้ สมควรแล้วที่ภาคประชาชน-ภาคการเมืองร่วมกันโละทิ้ง ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่บังคับยัดเยียดไว้ในรธน.

สันตะวา

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    3
  • เศร้า
    0
 
ICT

ข่าวทะลุคน : ล้ม-โละ-เลิก-ล้าง ‘ล’ CRISIS

ล้ม-โละ-เลิก-ล้างล CRISIS ลมร้อนทางการเมืองพัดกระหน่ำ ต่อเนื่องจากคำวินิจ (khaosod.co.th)

 ล้ม-โละ-เลิก-ล้าง ‘ล’ CRISIS

19 พ.ย. 2564-00:02 น.

ลมร้อนทางการเมืองพัดกระหน่ำ ต่อเนื่อง

จากคำวินิจฉัยล้มล้างการปกครอง นำไปสู่การไล่เช็กบิลม็อบ 3 นิ้วชนิดถอนราก ถอนโคน

รวมถึงพรรคการเมืองและผู้ใหญ่ใจดี ทั้งหลาย ก็เจอหางเลขแบบไม่ต้องมีที่ยืน

ล่าสุดจุดเกิดเหตุที่รัฐสภา กับปมถกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 135,247 คน ที่ร่วมกันลงชื่อเสนอโดยตรง

ก่อนถูกคว่ำด้วยเสียงส.ว.และพรรคร่วมรัฐบาล

ร่างฉบับนี้ดำเนินการโดย “กลุ่มรี-โซลูชั่น” ที่ผนึกกัน 4 องค์กร คือ ไอลอว์ กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า คณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล

เป้าหมายหลัก “รื้อระบอบประยุทธ์” ด้วยยุทธศาสตร์ “4 ล” ล้ม-โละ-เลิก-ล้าง

คือ ล้มวุฒิสภา โละศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ เลิกยุทธศาสตร์ชาติ และล้างมรดกคณะรัฐประหาร

โดยกลุ่มรี-โซลูชั่นส่ง พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า

และ ปิยบุตร แสงกนกกุล จากคณะก้าวหน้า เป็นตัวแทนนำเสนอ

ชี้ให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2560 คือต้นตอวิกฤตเรื้อรัง ทำคนแตกแยก

สภาเดือดถึงขนาด ส.ว.ขาประจำเต้นผาง โต้กลับ

ชี้เป็นฉบับ “ล้ม-โละ-เลิก-ล้าง” ระบบตรวจสอบถ่วงดุล

 

เรื่องร้อนๆ เบอร์นี้ มติชน สุดสัปดาห์เกาะติดเหมือนเดิม

 

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
09.00 INDEX ท่าที จาก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แปร “ทรัคส์” ให้เป็น “พาวเวอร์”

09.00 INDEX ท่าที จาก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แปร "ทรัคส์" ให้เป็น "พาวเวอร์" (matichon.co.th)

09.00 INDEX ท่าที จาก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แปร “ทรัคส์” ให้เป็น “พาวเวอร์”

หากคำประกาศให้ “ทหารเร่งปลูกผักชีในค่าย” เพื่อแก้ปัญหาผักชีราคาแพงจะเสมือนเป็นการนำร่อง คำประกาศให้แปรรถของทหาร ไปทดแทน “รถสิบล้อ” ก็เป็นทิศทางใหม่ของระบบ “โลจิสติกส์”

สิ้นคำประกาศจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็กึกกัองด้วยความพร้อมจากกองทัพบก กองทัพเรือ

ประชาชนเห็นภาวะความตื่นตัวของรถบรรทุก 37 คันของกอง พลที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ประสานขานเข้ากับความตื่นตัวของอีก 37,000 คันจากการกระดมของกรมขนส่งทหารบก

มิไยจะมีเสียงทัดทานจาก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว มิไยจะเกิดข้อสังเกตด้วยความห่วงใยจาก พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียเวส ถึงภาวะผิดฝาผิดตัวในการแก้ไขปัญหาน้ำมัน

พลันที่ภาพการขนส่งรถอ้อย การขนส่งสินค้าพืชไร่ เผยแพร่ออกมาจากสหพันธ์การขนส่งแห่งประเทศไทยปรากฏตามสื่อ

เกิด “คำถาม” มากมายไปยัง “กองทัพ” ไปยัง “ทหาร”

การแปรรถบรรทุก “ยุทโธปกรณ์” ไปเป็น “รถขนส่งสินค้า” จะมี ความเหมาะสม ถูกต้องและชอบธรรมแน่ละหรือ

 คล้ายกับว่าเป้าประสงค์ของสหพันธ์รถบรรทุกแห่งประเทศไทยจะอยู่ที่การตรึงราคาน้ำมันอย่างต่ำอยู่ที่ 25 บาท/ลิตร เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปีในช่วงหลังสถานการณ์โควิด

กระนั้น หากสดับตรับฟังอย่างถี่ถ้วนจะเห็นได้ว่าความต้องการ ของพวกเขามีน้อยกว่านั้นและไม่ยากที่จะดำเนินการ

ไม่ว่าจะรับฟังเสียงจากตัวแทนรถบรรทุกระดับภูมิภาค ไม่ว่าจะรับฟังเสียงจากตัวแทนรถบรรทุกระดับประเทศ ความต้องการสูงสุดก็คือต้องการพบและเจรจากับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ท่าทีที่ปฏิเสธการรับฟังอย่างสิ้นเชิงและพร้อมตอบโต้ในแบบตาต่อตา ฟันต่อฟันจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คืออุปสรรค

นี่เป็นท่าทีแบบ “เจ้าใหญ่นายโต” มิใช่ท่าทีแบบ “ประชาธิปไตย”

หากติดตามการเคลื่อนไหวของ “ทรัคส์ พาวเวอร์” จากซีซัน 1 มายังซีซั่น 3 จะสัมผัสได้ในลักษณะของการบริหารจัดการที่มีจังหวะก้าวและมีรากฐานแห่งกำลังรองรับอย่างพร้อมมูล

เป็นฐานอันแข็งแกร่งจาก “สมาคม” ไปถึงระดับ “สหพันธ์”

เป็นฐานอันเปี่ยมด้วยความสุภาพและจำกัดกรอบขอบเขตใน การเคลื่อนไหว ขีดเส้นและเสนอทางเลือกอย่างพร้อมมูล

 

เพียงแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสำเหนียกเข้าใจหรือไม่

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    3
  • เศร้า
    0
 
ICT

การ์ตูน เซีย

การ์ตูน จ๊ะโอ๋

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2
 
ICT
ภาพที่ซ่อนอยู่ในรูป
หมัดเหล็ก

19 พ.ย. 2564 05:40 น.

 

ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย กรณี ที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่เสนอโดย พริษฐ์ วัชรสินธุ และประชาชนที่ร่วมลงชื่อกันไม่น้อยกว่า 135,000 คน โดยผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นตามรัฐธรรมนูญ ม.77 ที่ดำเนินการโดย สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เนื้อหาที่พอสรุปให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ให้รวมศูนย์อำนาจไว้ที่สภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ตั้งผู้ตรวจการขึ้นมา 3 คณะ มี ผู้ตรวจการกองทัพ ผู้ตรวจการศาลและศาลรัฐธรรมนูญ และ ผู้ตรวจการองค์กรอิสระ ซึ่งมาจาก ส.ส.คณะละ 10 คน

ลดอำนาจของศาล ห้ามไม่ให้ศาลทั้งปวงวินิจฉัยหรือ พิพากษารองรับการรัฐประหาร ห้ามศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ ส.ส.เข้ามามีส่วนร่วมในองค์กรศาลและองค์กรอิสระ นอกจากนี้ ต้องมี ส.ส.ไปเป็นสมาชิกสภากลาโหมด้วย

ประชาชนมีสิทธิที่จะเข้าชื่อถอดถอนประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้พิพากษาศาล ตุลาการศาลปกครองสูงสุดได้ และให้สามารถเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระได้

ให้ยกเลิก ส.ว.เป็นการถาวร ส.ว.ที่อยู่ในตำแหน่งปัจจุบันพ้นจาก ส.ว.ทันที พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ สิ้นสุดการบังคับใช้ และให้มีการยกร่างขึ้นมาใหม่ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ยกเลิกผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นการถาวร ให้โอนอำนาจไปอยู่กับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แทน

 

ให้ใช้ ระบบจัดสรรปันส่วนผสม บัตรใบเดียว 350-150 ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ดั้งเดิม มาใช้ในการเลือกตั้ง ส.ส.ยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ยกเลิกให้ความเห็นชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายของ คสช. รวมทั้งยกเลิกการนิรโทษกรรม คสช.

สร้างระบบต่อต้านรัฐประหาร สามารถเอาผิดย้อนหลังได้

แก้ไขให้สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ง่ายขึ้น ไม่มีเงื่อนไขต้องใช้เสียง 1 ใน 3 ของ ส.ว. ทั้งหมดนี้เป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยการรวบรวมรายชื่อของประชาชนจากกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า กลุ่มไอลอว์ คณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกล ซึ่งเมื่อดูที่มาและความเป็นไปได้ทั้งเชิงทฤษฎีและการปฏิบัติแล้ว

ไม่มีความเป็นไปได้เลยที่จะได้รับการแก้ไข

 

เพราะเท่ากับเป็นการทุบกล่องดวงใจของขั้วอำนาจในปัจจุบัน

ลำพัง ส.ว.หรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและกระบวน การยุติธรรมที่จะออกมาคัดค้านเรื่องนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ไม่มีหวังแล้ว

จะเล่นถึงกองทัพถึงอำนาจที่เหนือรัฐธรรมนูญ ก็เท่ากับปิดประตูตายตั้งแต่ยังไม่เสนอ อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ของเรื่องนี้คงไม่ใช่อยู่ที่ว่ารัฐธรรมนูญจะได้แก้ไขหรือไม่ แต่จะเห็นภาพของเผด็จการที่ซ่อนรูปได้ชัดเจนเป็นรูปธรรม.

 

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT
จบเห่ตามฟอร์ม
แม่ลูกจันทร์

19 พ.ย. 2564 06:15 น.

 

ดอกไม้ประชาธิปไตยไม่มีวันงอกจากเหง้าเผด็จการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเพื่อตัดวงจรสืบทอดอำนาจเผด็จการจึงโดน ส.ว.ลากตั้ง และ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลโหวตคว่ำกลางสภา

ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ประชาชน 1.3 แสนคน ร่วมกันเสนอโดยตรง

ต้องติดไฟแดงไม่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา!!

เพราะหากเปิดประตูให้แก้ไขรัฐธรรมนูญโละวุฒิสภา ยกเลิก ส.ว.ลากตั้ง ให้มีสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งสภาฯเดียว

แผนสืบทอดอำนาจที่วางไว้ในรัฐธรรมนูญต้องเจอทางตัน

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการแก้รัฐธรรมนูญยกเลิก ส.ว.ลากตั้งเท่ากับปิดประตู นายกฯลุงตู่ ไม่ให้เป็นนายกฯ เบิ้ลอีก 4 ปี

นี่คือ “จุดตาย” ที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอติม ต้องโดนเททิ้งใต้ถุนสภาฯ

“แม่ลูกจันทร์” ไม่แปลกใจที่ผลโหวตไม่เห็นชอบสูงถึง 473 เสียง มาจาก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล 246 คน มาจาก ส.ว.ลากตั้ง 224 คน

และมาจากงูเห่าเจ้าเก่าอีก 3 ตัว

ส่วนคะแนนโหวตเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนมีเพียง 206 เสียง มาจาก ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน 203 คนและ ส.ว.ลากตั้งแหกใบสั่งอีก 3 คน

 

ส่วน ส.ว.ลากตั้งตามตำแหน่ง 6 คนคือ ปลัดกลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.ทบ. ผบ.ทร. ผบ.ทอ. และ ผบ.ตร. นัดกันลาประชุมอย่างพร้อมเพรียง

“แม่ลูกจันทร์” ฟันธงล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนประชุมสภาฯ ว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 1.3 แสนคน

ต้องโดนคว่ำฉลองเทศกาลลอยกระทง 99.99 เปอร์เซ็นต์!!

เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ ส.ว.ลากตั้งจะเกิดศรัทธาระบอบประชาธิปไตยจนยอมสละเก้าอี้ตัวเอง

อย่าลืมว่า ส.ว.ลากตั้งชุดนี้ยังอยู่ในตำแหน่งได้อีก 3 ปี!!

ยังได้รับเงินเดือนจากภาษีประชาชนอย่างสำราญไปอีก 36 เดือน

อย่างไรก็ดี การที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนโดนฆาตกรรมหมู่กลางสภาฯ ก็ไม่สูญเปล่าเสียทีเดียว

อย่างน้อย...ประชาชนยังได้เห็นจุดยืนของพรรคการเมืองแต่ละพรรค ต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชน

อย่างน้อย...ยังได้ฟังเหตุผลจาก ส.ว.ลากตั้งที่ดาหน้าออกมาคัดค้านการยุบเลิกวุฒิสภาสุดลิ่มทิ่มประตู

กลัวว่าถ้าเหลือสภาผู้แทน ราษฎรสภาเดียวจะเป็น “เผด็จการรัฐสภา”??

ทั้งๆที่ความจริงวุฒิสภานั่น แหละคือเผด็จการรัฐสภาของแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์!!

“แม่ลูกจันทร์” สรุปภาพรวมร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่โดนควํ่ากลาง

สภาฯ เป็นใบเสร็จยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญยากกว่าอุ้มช้างอาบนํ้า 20 ตัว!!

ถ้าสรุปภาพย่อย...งานนี้พรรคประชาธิปัตย์...มาผิดฟอร์ม??

เพราะพรรคประชาธิปัตย์ประกาศเป็นพรรคของประชาชนเพื่อประโยชน์ประชาชน

แต่พรรคประชาธิปัตย์กลับโหวตควํ่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเพื่อเพิ่มอำนาจให้ประชาชน

โหวตงดออกเสียงยังเข้าท่ากว่านะโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

จบเห่ตามฟอร์ม (thairath.co.th)

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
 
ICT
ต้องรื้อระบบรัฐราชการไทย
ลม เปลี่ยนทิศ

19 พ.ย. 2564 06:05 น.

 

ถูก ส.ว. ส.ส. รัฐบาลควํ่าไปเรียบร้อยโรงเรียน คสช. ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ฉบับประชาชน โละไส้ติ่งประชาธิปไตย “ส.ว.ลากตั้ง” ที่แต่งตั้งโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ด้วยคะแนน 473 ต่อ 206 เป็นอันว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งร่วมลงชื่อกว่า 1.3 แสนคน กลายเป็นเศษกระดาษไปเรียบร้อย แต่สิ่งที่ได้มาคือ การอภิปรายข้อดีข้อเสียของรัฐธรรมนูญ 2560 อย่างกว้างขวางกว่า 16 ชั่วโมงในรัฐสภา ถือเป็นการจุดประกายครั้งใหญ่ให้คนไทยได้หูตาสว่างขึ้นอีกเยอะ ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไปแน่นอน

ตลอด 8 ปีที่ คสช. และ ระบอบประยุทธ์ ครองอำนาจถึงวันนี้ อนาคตประเทศไทยดีขึ้นหรือแย่ลง คนไทย 70 ล้านคนรู้ดี สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) สถาบันวิจัยที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี อดีตนายกฯ ตั้งขึ้นเพื่อวิจัยพัฒนาประเทศไทยจัดสัมมนาในวันเดียวกัน หัวข้อ “ความท้าทายและจินตนา การแห่งโลกใหม่ โมเดลใหม่ในการพัฒนาประเทศหลังโควิด–19” กลับมองภาพอนาคตประเทศไทยอย่างสิ้นหวัง

 

ดร.วิรไท สันติประภพ กรรมการทีดีอาร์ไอ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาประชาชนได้เห็นความอ่อนแอของภาครัฐที่บริหารจัดการไม่ดี เกิดความเสียหายต่อประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะ การนำเข้าวัคซีน ที่รัฐไม่ยอมรับความเสี่ยง การจองวัคซีนล่าช้า ทำให้เปิดประเทศช้า การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ก็ทำให้การบริหารงานภาครัฐปัจจุบันไม่ตอบโจทย์ รัฐอาจติดกับดักวัฒนธรรมการทำงาน โครงสร้างไม่ตอบโจทย์วิกฤติ การติดต่อราชการยากขึ้น นำไปสู่การคอร์รัปชันกลายเป็นธรรมเนียม ทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่ถูกจำกัด อาจนำไปเข้ากระเป๋าคนใดคนหนึ่งและไม่เป็นธรรม

ดร.วิรไท กล่าวอีกว่า หลายๆโครงการที่รัฐบริหารจัดการไม่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมโลก ควรเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่อายุ 35–45 ปี เข้ามาเปลี่ยนแปลงภาครัฐ สิ่งที่ภาครัฐจะต้องมีก็คือ การมองไปข้างหน้า ตลอดเวลา เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายใหม่ ไม่ใช่ให้ความสำคัญกับอดีต ภาครัฐจะต้องมีความคล่องตัวสูง ทันต่อวิกฤติต่างๆ เพราะประเทศต้องเผชิญกับวิกฤติที่หลากหลายในอนาคตมากขึ้น รัฐจึงต้องมีประสิทธิภาพ

คุณศุภณัฏฐ์ ศศิวุฒิวัฒน์ นักวิชาการทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ความล้มเหลวในการจัดซื้อวัคซีนโควิด–19 ใช้เวลาจัดซื้อนาน ปิดความร่วมมือ สร้างผลเสียหายทางเศรษฐกิจจากการปิดประเทศเดือนละหลายหมื่นล้านบาท และการสูญเสียชีวิตทั้งที่ควรจะหลีกเลี่ยงได้ เรื่องแก้มลพิษในอากาศก็เช่นเดียวกัน ไทยประกาศเป็นวาระแห่งชาติมากว่า 15 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน โครงการรถไฟรางคู่จะเสร็จ ในปีหน้า แต่การจัดซื้อหัวรถจักรกลับล่าช้า

สิ่งเหลานี้ทำให้เห็นว่า “รัฐราชการไทย” แบบเดิมไปต่อไม่ได้แล้ว ไม่สามารถแก้ปัญหาในเรื่องที่ต้องการตอบสนองแบบใหม่ได้ ยังยึดติดกับการรวมศูนย์อำนาจที่ส่วนกลาง บทเรียนสำคัญนี้ “รัฐราชการ” ควรสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน สังคม ไม่มองว่าตัวเองรู้ดีที่สุด และยึดระเบียบของตัวเอง

คุณศุภณัฏฐ์ กล่าวว่า โมเดล “รัฐราชการไทย” ยังเน้นคิดเองทำเอง ยึดแนวปฏิบัติตัวเอง ดึงทรัพยากรจากสังคมไปมาก ข้อมูลจาก ก.พ.ร.ปี 2563 ระบุว่า สัดส่วนคนในภาครัฐปี 2563 อยู่ในส่วนกลางสูงถึง 60% ภูมิภาค 21.7% ส่วนท้องถิ่น 18.3% งบบุคคลจากงบประมาณก็สูงถึง 40% แต่งบพัฒนามีเพียง 30% เน้นกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์

ฟังแล้วก็ว้าเหว่ครับ ถ้าประเทศไทยยังปกครองใน “ระบอบประยุทธ์” และระบอบ “รัฐราชการ” ไปอย่างนี้อีก 6 ปี จน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯครบสองเทอม อาจได้เห็น “คนรุ่นใหม่ย้ายประเทศ” เหมือนปรากฏการณ์ Great Resignation ที่เกิดขึ้นในอเมริกาก็ได้.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

ต้องรื้อระบบรัฐราชการไทย (thairath.co.th)

 

 

 

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
ใครจะคว่ำชามข้าวตัวเอง
เพลิงสุริยะ

19 พ.ย. 2564 05:50 น.

 

จบไปแบบไม่ได้เหนือความคาดหมายกับการพิจารณา ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญถึง 135,247 คน

โดยมี “ปิยบุตร แสงกนกกุล” และ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นตัวแทนนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภา

สุดท้าย ส.ส.รัฐบาล กับ ส.ว.ลากตั้ง ร่วมกันทำแท้งคว่ำร่างฯไปเรียบร้อย

ไม่ยอมแม้แต่จะรับหลักการในวาระแรก

แน่นอนว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป้าหมายหลักคือมุ่งกวาดล้างคราบไคลเผด็จการ

มี 4 ประเด็นที่ต้องการสังคายนา คือ

1.ยกเลิก ส.ว. ให้เหลือสภาผู้แทนราษฎรเพียงสภาเดียวเพราะมีที่มาไม่ได้ยึกโยงประชาชน แต่ดันมีอำนาจล้นฟ้า ทั้งเลือกนายกฯ แต่งตั้ง-ถอดถอนบุคคลในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ

 

2.ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนการปฏิรูปประเทศ ที่ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือสืบทอดอำนาจของ คสช. และ 3 ป.

3.ปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญ ที่ถูกมองว่าไม่มีความเป็นกลาง เพราะมีที่มาจาก 1 ในแม่น้ำ 5 สาย ของ คสช. คือ สนช.หลายกรณีวินิจฉัยไปแล้ว แทนที่จะทำให้บ้านเมืองคลายวิกฤติ กลับยิ่งเป็นตัวจุดชนวนข้อขัดแย้งซะเอง

และ 4.ล้มล้างผลพวงการรัฐประหาร คือ ยกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 279 ที่นิรโทษกรรมให้กับ คสช. ไว้ล่วงหน้า จนกลายเป็นประเพณี ในการรับรองการรัฐประหาร เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ที่อยู่เหนือทุกอำนาจ

เป็นร่างฯที่เสนอให้มีระบบตรวจสอบถ่วงดุล ค้านอำนาจกันของ 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ

สรุปคือ ต้องล้างพิษจากผลไม้พิษ ที่ “ไวรัสประยุทธ์” ปล่อยเอาไว้ จนทำให้ประเทศไทยกลายเป็นผู้ป่วยร้ายแรง 3 โรค คือ โรคเศรษฐกิจอ่อนแอ, โรคเหลื่อมล้ำเรื้อรัง และโรคประชาธิปไตย หลอกลวง

 

“ไอติม พริษฐ์” ตอกย้ำว่า “ระบอบประยุทธ์” ผูกขาดอำนาจมายาวนานได้ เพราะมีรัฐธรรมนูญ 60 คอยปกป้อง ผ่านกลไกที่

ควบคุมได้เบ็ดเสร็จทั้ง ส.ว.ที่ตั้งมากับมือ หรือองค์กรอิสระ ที่ประทับตราโดย สนช.

เรียกว่าตีเข้าไปที่กล่องดวงใจของฝ่าย “อำมาตย์ใหม่”

แบบนี้มีหรือจะให้ผ่านไปได้ แถมบรรยากาศในห้องประชุม ก็ดุเดือดเป็นระยะ

บรรดาก๊วนลากตั้งดาหน้าถล่มใส่ “ปิยบุตร” เป็นชุด ขุดชุดความคิด “ล้มล้างสถาบัน” มาให้ร้ายกันกลางสภา

สิ่งที่ ส.ว.ใช้เป็นข้ออ้างในการต่อต้านร่างฯฉบับประชาชน คือมองว่าเป็นการบั่นทอนอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ แล้วไปเพิ่มอำนาจให้ ส.ส.แทน

มุ่งแก้แต่รัฐประหาร แต่ไม่ดูสาเหตุของการรัฐประหาร มองปัญหาแค่ด้านเดียว

สิ่งที่จะได้มาอาจได้ระบบเผด็จการในสภาฯ

เปรียบไปก็เหมือน คนกลัวผี แค่เห็นเงาไม้ก็หวาดผวาจนขนหัวลุก

กลัวเผด็จการสภาฯที่ตรวจสอบถ่วงดุลกันได้ในระบบ

แต่ดันไม่กลัวเผด็จการนอกสภา ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้...แฮะ

นั่นก็เป็นมุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง

คงไม่มีใครยอมทุบหม้อข้าวตัวเอง ทั้งที่ยังมีข้าวอยู่

เต็มหม้อให้กินอีกหลายปี

อำนาจ-ผลประโยชน์ ยังเป็นสิ่งหอมหวาน สำหรับมนุษย์การเมืองทุกคน

ประโยชน์ของตนและพวกพ้อง จึงมาก่อนประชาชนเสมอ.

เพลิงสุริยะ

 

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
ICT

ผลประโยชน์ส่วนตัวล้วนๆ

 ผลประโยชน์ส่วนตัวล้วนๆ

ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ. .. ที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำกลุ่มรีโซลูชั่น และประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จำนวน 135,247 คน เป็นผู้เสนอ ถูกเสียงข้างมากในสภาตีตก

เป็นการตีตกหลังจากที่บรรดาขั้วพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา บอกไว้ล่วงหน้าแล้วว่า จะไม่รับ

เช่นเดียวกับบรรดา 250 ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งโดยอำนาจ คสช. เกือบทั้งหมดก็บอกแล้วว่าจะไม่รับร่างฉบับประชาชน

เป็นเรื่องของผลประโยชน์เฉพาะตัวล้วนๆเลยหรือไม่ เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่คำนึงถึงการแก้ไขปัญหาผ่าทางตันการเมืองจากการสืบทอดอำนาจ คสช.

สามารถตอบได้ด้วยตัวเอง

หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนมีผลบังคับใช้ขึ้นมา ผลประการแรกที่จะเกิดขึ้นก็คือ การปิดฉาก 250 ส.ว.

หมดตำแหน่ง หมดเงินเดือน หมดอำนาจ โดยเฉพาะอำนาจในการร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เขียนโดย มีชัย ฤชุพันธุ์ ให้อำนาจไว้ แม้ว่าคนกลุ่มนี้จะมาจากการแต่งตั้ง

ไม่ได้มาจากเสียงของประชาชน

เมื่อ 250 ส.ว.ถูกปิดฉาก การที่จะตีกินในการหว่านล้อมให้เกิดการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลก็จะเปลี่ยนไป

บรรดาพรรคการเมืองที่พร้อมตระบัดสัตย์ ที่พร้อมจะไม่ซื่อสัตย์ต่อเสียงของประชาชน จึงไม่สามารถที่จะปล่อยให้ 250 ส.ว.ถูกปิดฉากลงไปได้ เพราะถ้า 250 ส.ว.จบ พรรคร่วมรัฐบาลก็จบไปด้วย

ฉะนั้นต่อให้สวนกระแสความรู้สึกของประชาชน ก็รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่จะทำให้ ส.ว.สูญพันธุ์ไม่ได้

จึงกลับมาสู่คำถามว่า “นี่คือการคำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ตัวเองใช่หรือไม่”

กับประชาชนที่มีคำตอบในใจชัดเจนแล้วว่า ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง กับผลประโยชน์ของประชาชนนั้น คนกลุ่มนี้เลือกใคร

ขณะที่ประชาชนเดือดร้อนลำบากจากพิษเศรษฐกิจ แต่คนกลุ่มนี้มีเงินเดือนอู้ฟู้อิ่มหนำสำราญ

แบบนี้ถึงเวลาหรือยังที่ประชาชน ควรที่จะให้บทเรียนครั้งสำคัญกับนักการเมืองที่ไม่ได้ยืนข้างประชาชน

เศษเงินจากการซื้อเสียง เพื่อหวังจะเข้าไปกอบโกยผลประโยชน์ ไม่ใช่บุญคุณ และต้องถูกตอบโต้

เมื่อไม่ฟังเสียงประชาชนแบบนี้ ประชาชนก็ต้องสอนบทเรียนให้นักการเมืองเหลานี้ได้รู้เลยว่า จะเลือกตั้งอีกกี่ครั้งก็ไม่มีวันที่จะชนะ

ภูวนารถ ณ สงขลา

ผลประโยชน์ส่วนตัวล้วนๆ - สำนักข่าว บางกอก ทูเดย์ (bangkok-today.com)

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2
 
ลุงแพะ