‘ช่อ’ เหน็บรบ.แพ้โหวต ไม่ยอมแพ้โวยนับใหม่ จะมีสภาไว้ทำไม

‘ช่อ’ เหน็บรบ.แพ้โหวต ไม่ยอมแพ้โวยนับใหม่ จะมีสภาไว้ทำไม

https://www.matichon.co.th/politics/news_1771494


‘ช่อ’ เหน็บรบ.แพ้โหวต ไม่ยอมแพ้โวยนับใหม่ จะมีสภาไว้ทำไม
 

สภาล่ม-เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายรัฐบาลขอให้มีการนับคะแนนใหม่การโหวตตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ และคำสั่งของ คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 ว่า เป็นที่แน่ชัดและมีการถ่ายทอดสดการประชุมไปยังประชาชนทั่วประเทศในการลงมติฝ่ายที่เห็นด้วยในการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจาก ม.44 ด้วยคะแนน 234 ต่อ 230 คะแนน ซึ่งเราก็ดีใจที่พรรคการเมืองหลายพรรคไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลได้ลงมติเห็นด้วยในการตั้ง กมธ.วิสามัญชุดนี้ ซึ่งนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ผู้เสนอญัตติ ได้อภิปรายให้เห็นแล้วว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของพรรคการเมืองที่ต้องปกป้องสิทธิของประชาชนที่ถูกพรากไปในยุคของ คสช. ตอนนี้เป็นยุคของประชาธิปไตยแล้วควรจะต้องกลับมาศึกษาและชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการอำนาจตาม ม. 44 แต่ว่าเมื่อมีการโหวตออกมาแบบนี้กลับมีการขอโดยทางประธานวิปรัฐบาลให้มีการนับคะแนนใหม่ ซึ่งตามข้อบังคับการประชุมสภาสามารถนับคะแนนใหม่ได้จริง ถ้าหากคะแนนห่างกันไม่เกิน 25 คะแนน แต่ว่าการนับคะแนนใหม่ กับการรวมคะแนนใหม่นั้นไม่เหมือนกัน

“ไม่ต้องทราบเรื่องระเบียบข้อบังคับการประชุมสภาใดๆ เลยก็ได้แต่ขอให้ประชาชนใช้สามัญสำนึกพิจารณาดูว่าถ้าหากการโหวตของสภา ฝ่ายที่แพ้โหวตมาขอให้นับคะแนนใหม่แบบนี้ เราจะมีสภาไว้ทำไม เสียงข้างมากเมื่อชนะแล้วจำเป็นต้องดำเนินต่อไป ที่สำคัญการตั้ง กมธ.ชุดนี้ไม่ได้เป็นเรื่องชี้เป็นชี้ตายอย่างการอภิปรายไม่วางไว้วางใจ การตั้ง กมธ.เราคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชน จะอยู่ฝักฝ่ายการเมืองใดก็ย่อมสมควรที่จะเห็นด้วยและนำเสนอความเห็นของตัวเองในชั้น กมธ. ตนจึงไม่เห็นความจำเป็นใดๆ ที่ทางประธานวิปรัฐบาลต้องมาขอให้มีการนับคะแนนใหม่ และทำให้เกิดความวุ่นวาย” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

 

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ทางเรายืนยันว่าหากมีการให้นับคะแนนใหม่จริงๆ จากนี้สภาจะมีสภาพเป็นอย่างไร ถ้าฝ่ายหนึ่งแพ้หรือฝ่ายหนึ่งขอให้นับใหม่ไปเรื่อยๆ แบบนี้ สภาอันเป็นตัวแทนของประชาชนเป็นตัวแทนของระบอบประชาธิปไตยจริงหรือไม่ และหากผลโหวตออกมาไม่เหมือนเดิม ประชาชนก็คงต้องเป็นผู้ตัดสินว่าเมื่อฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ต้องการตั้ง กมธ.ชนะไปแล้ว กลับมีการประท้วงจากฝ่ายรัฐบาลขอให้ลงคะแนนใหม่อีกครั้ง และกลับกลายเป็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ตั้งหมายความว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ต้องการให้เกิดการเยียวยาชดเชยกับผู้ได้รับผลกระทบจาก คสช.หรือไม่ ไม่ต้องการให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนผู้ถูกพรากสิทธิเสรีภาพจากประชาชนในยุค คสช.หรือไม่

 
  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

2 ความคิดเห็น

 
ICT

https://www.khaosod.co.th/politics/news_3093463

เปิดชื่อ 6 ส.ส.ประชาธิปัตย์ โหวตหนุนฝ่ายค้าน “ตั้งกมธ.เช็กบิล ม.44”
 

เปิดชื่อ 6 ส.ส.ประชาธิปัตย์ โหวตหนุนฝ่ายค้าน “ตั้งกมธ.เช็กบิล ม.44”

ประชาธิปัตย์ / เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 27 พ.ย. เข้าสู่วาระการพิจารณาญัตติด่วน เรื่องการให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้าคสช.ตามมาตรา44 โดยเป็นการพิจารณาต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว

ซึ่งนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวสรุปปิดท้ายว่า หากมีการตั้งกมธ.วิสามัญฯชุดนี้ จะมาศึกษาว่าคำสั่งหรือประกาศคสช.ฉบับใดดีก็จะเปลี่ยนมาเป็นพ.ร.บ. ส่วนคำสั่งคสช.ใดที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนควรยกเลิก หรือฉบับใดยกเลิกไปแล้ว แต่ผลร้ายยังดำรงอยู่ ก็ควรหามาตรการเยียวยาให้ผู้เสียหาย

ดนี้ เป็นการแก้ปัญหาอวัฒนธรรม การพ้นผิดลอยนวล ต่อไปใครทำรัฐประหารจะย่ามใจ ทำแล้วก็นิรโทษกรรมตัวเอง ทำให้ประเทศไทยไม่พ้นจากวงจรอุบาทว์ มีรัฐประหารซ้ำซาก หากสภาฯนิ่งเฉยจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ถ้าไปเจอกับชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งคสช. หรือจะเอาหน้าไปไว้ไหน ถ้าส่องกระจกดูตัวเอง”

จากนั้นได้ลงมติว่าจะให้ตั้งกมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของคสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 หรือไม่ ทันทีที่ผลคะแนนปรากฏว่า มีเสียงเฮลั่นจากฝ่ายค้านในห้องประชุม เพราะผลคะแนนพลิกล็อก เห็นชอบให้ตั้งกมธ.ด้วยคะแนน 236 ต่อ 231 งดออกเสียง 2

แต่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล รีบแก้เกมทันที ด้วยการเสนอให้นับคะแนนใหม่ เพราะเกิดความสับสน คะแนนแพ้ชนะกันเฉียดฉิว โดยส.ส.ฝ่ายค้านพากันส่งเสียงโห่ดังลั่น แต่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ระบุว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรข้อ 85 ในกรณีมีคะแนนแพ้ชนะกันไม่เกิน 25 เสียง แต่การลงคะแนนใหม่ต้องใช้วิธีการขานชื่อทีละคน พร้อมขอคำยืนยันจากฝ่ายรัฐบาลจะให้ลงคะแนนใหม่ ซึ่งส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็ยกมือรับรอง

ส่วนฝ่ายค้านไม่ยอมพากันประท้วงวุ่นวาย โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ กล่าวว่า หากให้นับคะแนนใหม่เช่นนี้ ก็ต้องนับใหม่ทุกครั้งที่มีการขอ ขณะที่นายปิยบุตรกล่าวว่า ขอให้ประธานวิปรัฐบาลใจเย็นๆ หวังว่ารัฐบาลจะเข้าใจว่า แพ้ก็คือแพ้ อย่าให้มีปัญหากับสภาแห่งนี้ มิเช่นนั้น สภาจะทำงานต่อไม่ได้

จากนั้นนายชวนยืนยันว่า เป็นสิทธิของสมาชิกที่ขอให้นับคะแนนใหม่ ตนไม่มีทางหลีกเลี่ยง ถ้าไม่ให้นับใหม่ ตนก็ทำผิดข้อบังคับการประชุม ในฐานะประธานฯ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แต่จะทำให้อย่างไร เพราะต้องวางตัวเป็นกลาง

ต่อมาขอให้ตั้งคณะกรรมการนับคะแนนจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่ฝ่ายค้านไม่ยอมส่งตัวแทนเป็นคณะกรรมการนับคะแนน และฝ่ายค้านยังคงรุมประท้วงต่อเนื่อง บางคนตะโกนเสียงดังต่อว่าด้วยความไม่พอใจ จนนายชวนต้องบอกว่า ให้รักษามารยาทด้วย สภาไม่ใช่โรงเหล้าเถื่อน

ทั้งนี้ฝ่ายค้านรุมประท้วงนานกว่า 30 นาที ในที่สุดนายสมพงษ์ อมรวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน เสนอให้พักการประชุม 5 นาที เพราะขณะนี้กำลังมีปัญหากันนิดหน่อย ซึ่งนายชวนก็อนุญาตให้พักการประชุมเป็นเวลา 15 นาที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเสียงข้างมาก 236 เสียง เห็นด้วยกับการตั้งกมธ.ฯ เป็นเสียงของพรรคฝ่ายค้าน และมีส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายอันวาร์ สาและ นายเทพไท เสนพงษ์ นางกันตวรรณ ตันเถียร นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ลงมติเห็นด้วย เนื่องจากเป็นผู้เสนอญัตติ

ขณะที่เสียงข้างน้อยที่ไม่ให้ตั้งมี 231 เสียง โดยเป็นเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล และมีผู้งดออกเสียง จำนวน 2 เสียง คือ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ และนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่สอง

อ่านข่าว ด่วน! ฝ่ายค้านชนะในสภา “ตั้ง กมธ.เช็กบิล ม.44” ส.ส.รัฐบาลแห่โหวตให้ ฝ่ายแพ้ตีรวน

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

 อนาถ

ขี้เซา

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0