ไอ้เสือบุก.....เอาละวา

ไอ้เสือบุก.....เอาละวา

ชักธงรบ : อักโกสวัตถุ
 
กิเลน ประลองเชิง19 พ.ย. 2562 05:01 น.
SHARE
 
 
 

ระหว่างบรรยายเรื่องสำนวนในวรรณคดี ถึงสำนวนหนึ่งเป็นคำหยาบ...คำถามของเด็กนักเรียนคนหนึ่ง ที่ทำให้อาจารย์ ส.พลายน้อย ถึงกับอึ้งก็คือ ที่เรียกว่าคำหยาบนั้น มีอะไรเป็นเครื่องกำหนด

(เกร็ดภาษาหนังสือไทย เล่ม 1 สำนักพิมพ์ พิมพ์คำ พิมพ์ครั้งที่ 7 พ.ศ.2553)

แต่อภิมหาหนอนหนังสือ รุ่นอาจารย์ ส.พลายน้อย ไหนเลยจะพลาด...

ท่านว่าเคยอ่านหนังสือโบราณ กำหนดถึงลักษณะของสิ่งที่จะนำมาใช้ด่า ที่ตั้งชื่อไว้ว่าอักโกสวัตถุ มีอยู่ 10 ประการ

 

1.กำเนิดของคน 2.นาม ชื่อ 3.โคตร แซ่ 4.การงาน 5.ศิลปะ ฝีมือ และความรู้ 6.อาพาธ ความเจ็บไข้ 7.ลิงคะเพศ 8.กิเลส 9.อาบัติ 10.คำด่านอกจากนี้

ในสิ่ง 10 ประการ ที่แยกแยะไว้ด่าหรือประชดกัน ส.พลายน้อย พยายามจะหาตัวอย่างคำอธิบาย แต่นึกไม่ออก เช่น ข้อ 8 ข้อ 9 คือ กิเลส อาบัติ

แต่ถ้าเป็นข้อ 1 คือ กำเนิดของคนนั้น พอยกตัวอย่างได้ เพราะกำเนิดของคนไม่เหมือนกัน บางคนเกิดในสกุลสูง บางคนเกิดในสกุลต่ำ

ถ้าเป็นสมัยมีทาส ก็จะถูกเรียกว่า อ้ายลูกทาส

คำด่าจำพวกนี้มีมาก เช่น ไพร่สถุล ลูกกบฏ ฯลฯ

ส.พลายน้อยบอกว่า คำหยาบหรือคำด่าในภาษาไทยมีมากมาย เคยสำรวจดูเล่นๆก็เห็นประหลาด...คำบางคำไม่น่าจะหยาบหรือใช้เป็นคำด่าได้เลย แต่คนเราก็เอามาใช้ด่าว่ากันได้

คำหยาบหรือคำด่า น่าจะแยกออกได้เป็นสองอย่าง

1.ใช้ภาษาหรือถ้อยคำตรงๆคือ พูดไม่อ้อมค้อม ฟังแล้วรู้ได้ทันที คำจำพวกนี้มักหยาบถึงขนาดฟังไม่ได้ หรือเขียนเป็นตัวหนังสือไม่ได้

2.เป็นคำเปรียบเทียบ พูดอ้อมๆให้เข้าใจเอาเอง

สิ่งที่ใช้เปรียบ บางทีก็เป็นลักษณะของโลหะ ลักษณะของเครื่องใช้ ลักษณะของสัตว์

ส.พลายน้อยแนะนำให้เรียนรู้เรื่องคำด่าเอาไว้ แต่ถ้าจะ ใช้ในภาษาเขียน พึงเว้นคำหยาบทุกประเภท ถ้าจำเป็นต้องใช้ ก็ต้องหาคำที่มีความหมายเบาๆมาใช้แทน

หนังสือโบราณที่อาจารย์ ส.พลายน้อย อ่าน ที่จริงเป็นคัมภีร์พุทธศาสนา อยู่ในเรื่องวินัยครับ

ผมเปิดพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่านอาจารย์พระมหาประยุทธ์ ได้ความทำนองเดียวกัน

อักโกสวัตถุเรื่องสำหรับด่า มี 10 อย่าง 1.ชาติ ได้แก่ ชั้นหรือกำเนิดของคน 2.ชื่อ 3.โคตร คือตระกูลหรือแซ่ 4.การงาน 5.ศิลปะ 6.โรค 7.รูปพรรณสัณฐาน 8.กิเลส 9.อาบัติ 10.คำสบประมาทอย่างอื่นๆ

สมมติตัวอย่าง คำว่า “สวะ” ที่กำลังดังเป็นคดีรกสภาฯ...ก็น่าจะอยู่ในข้อที่ 7 รูปพรรณสัณฐาน

ผมพยายามมโนตาม...รูปพรรณสวะ น่าเกลียดน่าชัง จนเป็นคำด่าได้ยังไงกัน

จำได้แต่สวะ...แบบหนึ่งในคำกลอน “เหมือนบายศรีมีงานท่านถนอม เจิมแป้งหอมกระแจะจันทน์เครื่องหรรษาพอเสร็จการท่านก็ลงในคงคา ต้องลอยมาลอยไปเป็นใบตอง”

อย่างน้อย บายศรี ที่เป็นศรีสง่าในพิธี เมื่อกลายเป็นสวะใบตอง...ก็ย่อยสลายในน้ำได้ง่ายๆ

ไม่เหมือนสวะพลาสติก ที่เจ้าเงือกน้อยมาเรียมกินตาย เป็นปัญหาใหญ่ให้บ้านเมืองตอนนี้

ชื่อชั้นของสวะ จึงมีทั้งสวะน่ารัก สวะน่าชัง ถ้าเป็นคำด่าก็ไม่น่าจะเจ็บปวดนักหนา จนต้องไปฟ้องร้องกันเลย.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1706683

การ์ตูน เซีย

สำนักข่าวหัวเขียว : ติดคุกลูกเดียว
 
แม่ลูกจันทร์19 พ.ย. 2562 05:14 น.
SHARE
 
 


 

องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 3 ของ เดือนพฤศจิกายนเป็น “วันระลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนของโลก”

เพื่อให้ชาวโลกตระหนักถึงผลกระทบของอุบัติเหตุจราจร ซึ่งคร่าชีวิตประชากรทั่วโลก ไม่ตํ่ากว่าปีละ 1.3 ล้านคน มีผู้บาดเจ็บและพิการจากอุบัติเหตุจราจรอีกปีละกว่า 50 ล้านคน

  • ผู้สูญเสียชีวิตส่วนใหญ่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว อายุ 15 ปี ถึง 29 ปี กลุ่มคนวัยเยาว์เหล่านี้ ต้องจบชีวิตในเวลาอันสั้นจากอุบัติเหตุจราจร สืบเนื่องจากความประมาทและปัญหาเมาแล้วขับเป็นสาเหตุสำคัญ

คุณหมอแท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ แถลงว่าการที่ยูเอ็น กำหนดให้มี “วันระลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุจราจร” เพื่อให้สังคมโลกตระหนักถึงภยันตรายร้ายแรงจากอุบัติเหตุทางถนนซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ

 

เพื่อให้นานาชาติร่วมมือกันป้องกันและควบคุมอุบัติเหตุจราจร รวมทั้งกระตุ้นต่อมสำนึกผู้ใช้รถใช้ถนนให้ยึดหลักความปลอดภัยในการเดินทาง

คุณหมอแท้จริง ซึ่งเป็นหัวหอกต่อต้านปัญหาเมาแล้วขับอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู แถลงเพิ่มเติมว่าประเทศไทยมีผู้สูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นประวัติการณ์ปีละ 22,000 คน

มีผู้บาดเจ็บและต้องกลายเป็นผู้พิการปีละกว่า 1 ล้านคน

มากที่สุดเป็นอันดับ 9 ของโลก สูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ประชากรไทย 68 ล้านคน เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรมากกว่าประเทศจีน ซึ่งมีประชากร 1,300 ล้านคน

มากกว่าประเทศอินเดียที่มีประชากร 1,200 ล้านคน

นี่คือเรื่องจริงที่ไม่น่าภูมิใจ

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการที่ประเทศไทยครองแชมป์ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนอันดับหนึ่งของเอเชีย

องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 3 ของ เดือนพฤศจิกายนเป็น “วันระลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนของโลก”

สถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรเมืองไทยปีละ 22,000 คน

แสดงว่าคนไทยตายจากอุบัติเหตุทางถนนเฉลี่ย 60 ศพต่อวัน

มูลนิธิเมาไม่ขับ จึงใช้วาระวันรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนของยูเอ็น ทำหนังสือด่วนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกาให้เร่งพิจารณาแก้ ก.ม.เพิ่มโทษความผิดเมาแล้วขับไปชนคนตาย จากอัตราโทษจำคุก 3 ปี ถึง 10 ปี

ให้เป็นโทษจำคุก 12 ปี ถึง 15 ปี

(เท่ากับอัตราโทษเจตนาฆ่าคนตาย)

สาเหตุที่ต้องเพิ่มโทษจำคุกความผิดเมาแล้วขับรถชนคนตายให้รุนแรงขึ้น เพื่อให้ผู้เมาแล้วขับรถไปชนคนตายต้องได้รับโทษ “ติดคุกสถานเดียว”

แม้จำเลยจะยอมสารภาพ ศาลปรานีลดโทษให้กึ่งหนึ่งก็ต้องติดคุกไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งเป็นอัตราโทษที่ไม่สามารถรอลงอาญา

“แม่ลูกจันทร์” ขอร่วมสนับสนุนข้อเสนอของมูลนิธิเมาไม่ขับ และขอกระชุ่น นายกฯลุงตู่ และ “ท่านประธานศาลฎีกา” โปรดดำเนินการเรื่องนี้ให้เกิดผลโดยเร็ว

เพื่อความปลอดภัยชีวิตผู้บริสุทธิ์ที่เป็นเหยื่อตีนผีเมาแล้วขับปีละนับหมื่นราย

ข้อมูลระบุว่าปีที่แล้ว (2561) มีผู้กระทำผิดเมาแล้วขับสูงถึง 112,991 คดี

เพิ่มจากปี 2560 ถึง 16,524 ราย

ปีนี้ (2562) สถิติคดีเมาแล้วขับจะเพิ่มขึ้น? หรือลดลง? ยังต้องรอรวบรวมสถิติอีก 2 เดือน

ถ้าปีนี้สถิติคดีเมาแล้วขับลดลงก็เสียยี่ห้อประเทศไทยน่ะซีโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

https://www.thairath.co.th/news/politic/1706613

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    1

2 ความคิดเห็น

 
619

เลขาฯประกันสังคมเหมือนนกรู้ทำเงียบ เพราะรู้ว่าไฟกำลังจะมาลนก้น

ไม่เชื่อใครลองไปถามสถานะเงิน สปส.เป็นไงบ้างขอดูตัวเลขหน่อย

เชื่อได้ว่าใบ้แดกแน่

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    2
 
3 ส

ไอ่เห้ตูบออกไป

โมโห

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    2