ไอ้คารม โดนเด็กสวน ? ถามแรง “ผมลงเขต เพื่อให้ได้ปาร์ตี้ลิสต์แบบพี่?”

ไอ้คารม โดนเด็กสวน ? ถามแรง “ผมลงเขต เพื่อให้ได้ปาร์ตี้ลิสต์แบบพี่?”

https://www.matichon.co.th/politics/news_2590296

เด็กอนค. ฉุน “คารม” ซัดพรรคไม่ดูแล ถามแรง “ผมลงเขต เพื่อให้ได้ปาร์ตี้ลิสต์แบบพี่?”

 

 

 

 

 

 

เด็กอนค. ฉุน “คารม” ซัดพรรคไม่ดูแล ถามแรง “ผมลงเขต เพื่อให้ได้ปาร์ตี้ลิสต์แบบพี่?”

 

ตามที่ นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล 1 ใน 4 ส.ส.ที่ลงมติไว้วางใจให้กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ออกมาประกาศว่า ต้องการแยกทางกับพรรคก้าวไกล เพื่อไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย

 

 

 

วันนี้ (22 ก.พ.) นายคริส โปตระนันทน์ อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์แสดงความเห็นถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า

 

“ไม่ทำมาหากิน เงินทองก็ไม่ดูแล”

 

อ่านแล้วมันจี๊ด

 

ผมเข้าใจสิ่งที่พี่พูดนะ
จริงอยู่พรรคเราไม่มีการสนับสนุนด้านการเงิน
คนทำพื้นที่อย่างผมที่มี แต่รายจ่ายทุกวันเข้าใจพี่ดี

 

แต่ผมว่าพี่ลืมอะไรไปอย่างว่า พี่เป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พี่ไม่ต้องทำพื้นที่ รายจ่ายพี่เลยไม่มี

 

แถมยังมีเงินเดือนอยู่ 113,560 บาท พร้อม เงินเดือนผู้ช่วยอีก 8 คน 129,000 บาท ต่อเดือน รวมเป็น 242,560 บาทต่อเดือน

 

 

รวมๆทรัพยากรที่พี่ได้ไปตลอด 4 ปีจากการที่พี่เป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จากพรรคนี้ก็ตกแล้ว 11,642,880บาท
(นี่ยังไม่นับเบี้ยประชุมกรรมาธิการและสวัสดิการอื่นๆ)

 

ผมถามพี่จริงๆว่า ตอนเราตั้งพรรคกัน คงไม่มีใครถามว่า พรรคจะให้อะไรกับเรา แต่ที่ต้องถามคือ คุณจะให้อะไรกับพรรคบ้าง

 

เศรษฐีอย่างธนาธรให้เงินพรรคยืมมา 200 กว่าล้าน

 

 

ส่วนคนธรรมดาอย่างผมลงเลือกตั้งเขตใช้เงินเก็บไปล้านกว่าบาท หาคะแนนมาให้พรรค 23,980 คะแนน เพื่อดันส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แบบพี่เข้าสภา

 

แล้วพี่ล่ะให้อะไรกับพรรคบ้าง???

 

วันที่ผมลงเขตเพื่อเก็บคะแนนให้ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์
ตอนที่เหนื่อยแทบขาดใจ ผมนึกในใจอยู่เสมอว่า
“ถึงเราจะไม่ชนะ แต่ทุกแต้มที่เราได้ ได้ส่งให้คนที่มีอุดมการณ์แบบเราเข้าไปอยู่ในสภา”

ถ้าพี่บอกว่า พี่แมนพอ
แต่ผมกลับสงสัยว่า คนเรามันต้องได้เท่าไรถึงจะพอ?

ลองอ่านสิ่งที่พี่พูดแล้ว ผมจี๊ด”

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1

6 ความเห็น

 
ICT

https://www.matichon.co.th/politics/news_2590272

09.00 INDEX ยิ่งกรณี “ศักดิ์สยาม” ร้อนแรง คำราม ภูมิใจไทย ยิ่งทรงพลัง

 

 

 

 

 

 

09.00 INDEX ยิ่งกรณี “ศักดิ์สยาม” ร้อนแรง คำราม ภูมิใจไทย ยิ่งทรงพลัง

 

ไม่ว่าคะแนนไว้วางใจที่ได้มา 275 ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ว่าคะแนนไว้วางใจที่ได้มา 274 ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าคะแนนไว้วางใจที่ได้มา 273 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

เสมอเป็นเพียง “รูปแบบ” หากแต่ความเป็นจริงอยู่ที่ปมว่าด้วย การ “งดออกเสียง” ปมว่าด้วยการ “ไม่ลงคะแนน” มากกว่า

 

นั่นก็เห็นได้จากการที่คะแนนของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ได้ความไว้วางใจ 268 ภายใต้การงดออกเสียง 7 และ ในจำนวนนี้มี 3 เสียงที่เป็นของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์

 

นั่นก็เห็นได้จากการที่คะแนนของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้รับความไว้วางใจ 208 เสียง ภายใต้การงดออกเสียงเป็นจำนวนมากถึง 12 เสียง

 

ที่สำคัญ ภายใน 12 เสียงนั้นมีจำนวน 6 เสียงประกาศออกมา อย่างเด่นชัดว่าเป็นการงดออกเสียงจาก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

 

กรณีของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ อาจเป็นเรื่องของพรรคประ ชาธิปัตย์ แต่กรณีของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ มากด้วยความแหลมคมยิ่งในทางการเมือง

 

ด้านหนึ่ง ภายในพรรคพลังประชารัฐแสดงความเฉียบขาดที่จะต้องมีการตรวจสอบ มีการสอบสวนและกำหนดมาตรการลงโทษเอาไว้ล่วงหน้าแล้วตั้งแต่เกิดข่าว

 

 

ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง เสียงคำรามจากพรรคภูมิใจไทยต้นสังกัดของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ มากด้วยพลานุภาพ

 

เป็นพลานุภาพอันเกิดนัยประหวัดไปยังรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีข่าวลือว่าจัดตั้งขึ้นใน “ค่ายทหาร” และต้องมอบตำแหน่งสำคัญให้กับพรรคภูมิใจไทย

 

ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบกับตำแหน่งรัฐมน ตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอันถือได้ว่าเป็นกระทรวงเงินกระทรวงทอง

 

 

ทำให้ภาพการจัดตั้งรัฐบาลหลังเดือนมีนาคม 2562 ไปพ้องกับการจัดตั้งรัฐบาลหลังเดือนพฤศจิกายน 2551 โดยอัตโนมัติ

 

ยิ่งคะแนนไว้วางใจต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มากถึง 275 เหนือกว่าทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และเหนือกว่า พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา

 

ยิ่งทำให้พลานุภาพในการต่อรองของพรรคภูมิใจไทยมีความ เหนือกว่าอำนาจในมือของพรรคพลังประชารัฐเป็นอย่างสูง

 

รู้ทั้งรู้ว่า “เงา” ที่ทอดทับ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นใคร

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/in-the-news/news_5993512

 

ข่าวข้นคนเข้ม : ได้ไปต่ออย่างทุลักทุเล รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี หลังผ่านศึกซักฟอกจากฝ่ายค้าน

21 ก.พ. 2564 - 21:56 น.

 
 
 
 

ข่าวข้นคนเข้ม : ได้ไปต่ออย่างทุลักทุเล รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี หลังผ่านศึกซักฟอกจากฝ่ายค้าน

ได้ไปต่ออย่างทุลักทุเล รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี หลังผ่านศึกซักฟอกจากฝ่ายค้าน : หนังสือพิมพ์ ข่าวสด ครบทุกรส สดทุกเรื่อง ฉบับนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2564 ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 4 ปีชวด…

ได้ไปต่ออย่างทุลักทุเล รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านศึกซักฟอกจากฝ่ายค้าน โดย บิ๊กตู่ เอง ส.ส.ลงมติไว้วางใจ 272 ต่อ 206 เสียง ส่วน บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้ 274 ต่อ 204 เสียง ขณะที่ บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 272 ต่อ 205 เสียง ถือว่าผ่านท่วมท้น…

แต่ที่เหนือความคาดหมาย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าภูมิใจไทย ได้คะแนนไว้วางใจมากสุด 275 ต่อ 201 เสียง ที่น่าตกใจ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่โดนถล่มหนักเรื่องถุงมือยาง ได้ 268 ต่อ 207 เสียง ยังน้อยกว่า นิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย จากพรรคเดียวกัน ได้ 272 ต่อ 206 เสียง เกิดอะไรขึ้นในประชาธิปัตย์…

ส่วนที่โหล่ ครูตั้น ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ระดับส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์อันดับหนึ่ง พลังประชารัฐ ได้ 258 ต่อ 215 เสียง โดนเขย่าอย่างแรง จะสั่นคลอนไปถึงสถานะภายในพรรค และเก้าอี้รัฐมนตรีด้วยหรือไม่ น่าจับจ้องอย่างยิ่ง…

แต่โดยรวมแม้โหวตผ่านด้วยเสียงส.ส.ท่วมท้น แต่ในแง่ความชอบธรรม ความสง่างามมีปัญหา หลายเรื่อง ไม่กระจ่าง ไม่เคลียร์ ทั้งโครงการรถไฟฟ้า การจัดซื้อจัดจ้างในกองทัพ การนำผลประโยชน์ไปแลกกับคดีเหมืองทอง วัคซีนโควิด การแทรกแซงแต่งตั้งโยกย้าย การบริหารงานตำรวจ ทุจริตถุงมือยาง กว้านซื้อที่ดินโครงการอุตสาหกรรมจะนะ ของเครือญาติรัฐมนตรี แต่งตั้งคนใกล้ชิดกินตำแหน่งในกระทรวงศึกษาธิการ …

 

เหล่านี้เสมือนเป็นแผลใหญ่เหวอะหวะทั่วทั้ง ตัวรัฐบาล แต่สังคมกลับไม่ได้รับคำตอบ ยิ่งผสมผสานกรณี ศาลรัฐธรรมนูญ รับวินิจฉัย ตีความแก้รัฐธรรมนูญ ยังไม่รู้จะออกหน้าไหน ทั้งหมดจะส่งผลต่อ สถานการณ์ม็อบ ให้ร้อนเดือดยิ่งขึ้น มีประเด็นให้เคลื่อนไหว ขยายแนวร่วมให้กว้างขวางมากขึ้นไปอีก…

 

ตัวถูกจองจำอยู่ในคุก แต่ชื่อเสียงขจรขจาย นิตยสารไทม์ สื่อดังระดับโลกยกย่อง ทนายอานนท์ นำภา เป็นบุคคล ผู้กุมทิศทางอนาคตของโลกประจำปี 2564 ประกาศเชิดชู เป็นผู้จุดประกายให้คนรุ่นใหม่ ด้วยข้อเรียกร้องเพื่อการเปลี่ยนแปลงอำนาจทางการเมืองไทย ก่อนหน้านี้ได้ รางวัลกวางจูเพื่อสิทธิมนุษยชน จากเกาหลีใต้…

วันนี้ 22 ก.พ. ศบค.ชุดใหญ่ หารือผ่อนคลายมาตรการ โดยเฉพาะพื้นที่ควบคุมจาก 20 เหลือ 8 จังหวัด ตั้งแต่กทม. สมุทรปราการ สมุทรสงคราม นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี ตาก ราชบุรี กับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด สมุทรสาคร หลังสถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ต้องบันทึกไว้ด้วย ระบาดรอบใหม่นี้เกิดจากความบกพร่อง ปล่อยปละละเลยจากเจ้าหน้าที่รัฐ รัฐบาลการ์ดตกเอง อย่าโทษประชาชน…

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT

https://www.thairath.co.th/news/politic/2036857

เอวัง ก็มี

 

มีคำถามในใจ ระหว่างฝ่ายค้านที่โจมตีรัฐบาล กับคำชี้แจงของรัฐบาล...ใครทำหน้าที่ได้ดีที่สุด ผมเปิดทีวีช่องเนชั่นฯ ดูพอดี บก.ข่าวคนหนึ่งเฉลยว่า “พลเอกประวิตร”
ความอึ้งทึ่ง ก็เปลี่ยนเป็นความ “ฮา” รองนายกฯท่านนี้ ชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆนานา ที่ฝ่ายค้านตั้งใจก่นประจานกันแบบสามวันสี่คืน ด้วยประโยคสั้นๆว่า “ทุกเรื่องที่พูดกันมา ล้วนแต่เป็นเรื่องไม่จริง”

คงจะคิดกันไปไกล คิดมุกนี้ได้ยังไง?

ผมไม่แปลกใจกะไรนัก บังเอิญ (อีก) ที่ได้ฟัง คุณสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา เล่าความหลังเมื่อครั้ง นายกฯ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ถูกอภิปรายสามวันสามคืน ท่านตอบว่า “ทุกเรื่องที่กล่าวหา ล้วนแต่เป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น”

แต่จะเหมาเอาว่า พลเอกประวิตร ได้มุกพิเศษนี้จากคุณสุชาติ ก็ไม่เต็มปากนัก

เรื่องราวที่ให้แง่คิดจะว่าคมคายหรือขำขันก็ได้นี้ มีเรื่องเล่าแต่โบราณกาลหลายเรื่อง

เรื่องหนึ่งเล่าขานกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ผมจำได้เคยอ่านจากหนังสือ ปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง เล่ม 1 พระสมเด็จฯ หยิบหนังสือมาเปิดอ่าน...สำนวนแบบโบราณ มีเสน่ห์น่าอ่านมาก จึงขอถ่ายทอดต่อ

ในโอกาสหนึ่งเจ้าพระคุณ (สมเด็จพุฒาจารย์โต วัดระฆัง) ได้รับนิมนต์เข้าไปแสดงธรรมถวายในหลวง ในพระบรมมหาราชวังมีกำหนดติดต่อกัน 3 วัน

วันแรกท่านได้ถวายเทศน์ตามปกติ ครั้นพอย่างเข้าวันที่ 2 เจ้าพระคุณจะทราบมาจากทางใดไม่ปรากฏว่า วันนั้นเจ้าจอมองค์หนึ่งกำลังจะประสูติ สังเกตได้ว่าสมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงมีพระกิริยากระสับกระส่าย

เจ้าพระคุณถวายเทศน์อยู่เป็นเวลานาน จนกระทั้งเสียงมโหรีประโคมขึ้น แสดงว่า “พระเจ้าลูกเธอ” ทรงประสูติแล้ว เจ้าพระคุณก็จบเทศนาลงทันที ทำให้ในหลวงทรงฉงนพระทัยอยู่ไม่น้อย

ต่อมา ในวันขึ้นเทศน์วันที่ 3 ท่านก็ถวายพระธรรมเทศนาอย่างสั้นที่สุด

“อันธัมมะใดๆ บรมบพิตราชสมภารเจ้า ก็ทรงแจ้งพระทัยอยู่แล้ว เอวัง ก็มี ด้วยประการฉะนี้ ขอถวายพระพร”

อาจกล่าวได้ว่า ยังไม่เคยมีภิกษุรูปใดเทศนาสั้นแค่นี้มาก่อนเลย

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงผิดหวังและแคลงพระทัยนัก จึงทรงพระราชดำรัสถาม

“ไฉน จึงเทศน์สั้นนักหนา วันนี้ใจคอสบาย อยากจะฟังนานๆ ทีเมื่อวานนี้มีธุระอยากจะให้จบเร็วๆ ก็เทศน์เสียเนิ่นนาน แปลกจริงนะขรัวโตนี่”

เจ้าพระคุณ ได้ถวายพระพรว่า “เมื่อวานนี้ พระมหาบพิตรเป็นเจ้าไม่ทรงสำราญราชหฤทัย จึงสมควรจะสดับพระธรรมนานๆอันจะช่วยให้จำเริญพระทัยขึ้นได้”

สำหรับวันนี้ ทรงสำราญพระทัยเป็นอันดีอยู่ จึงไม่จำเป็นต้องทรงธรรมนานนักก็ได้

ล้นเกล้าฯ ก็ได้แต่ทรงพระสรวล แล้วตรัสพ้อว่า “เป็นเสียอย่างนี้แหละหนา ขรัวโต”

เทศนาแบบของสมเด็จพุฒาจารย์ (โต วัดระฆัง) เป็นแบบฉบับเฉพาะตัว เป็นเรื่องของ “สองปราชญ์” ที่นอกจากเป็นสหายธรรมที่รักกัน ยังฉลาดรู้เชิงกัน ใครจะเอาไปเลียนแบบได้ไม่ง่าย

เมื่อพื้นฐานทางใจมีไมตรีต่อกัน เทศน์สั้นแบบเอวัง ก็มีของขรัวโต จึงเป็นที่กล่าวขาน ชื่นชมกันมาเนิ่นนาน

แต่หากพื้นฐานทางใจ ไม่รักชอบกันมาก่อน การพูดสั้นๆ เหมือนกัน ก็กลายเป็นเรื่องตรงกันข้าม ต่อหน้ากลัวบารมีก็พูดเหมือนโบราณว่า “มะพลับ” ทั้งต้นทั้งดอกผลงาม แต่พอลับหลัง เขาก็นินทาว่า “ตะโก”

ต้นตะโก ถูกเปรียบเป็นต้นไม้ไร้ค่า คนโบราณเขาปลูกไว้เพื่อใช้ “ดัด” ไว้ดูเพลินอย่างเดียว.

ภาพ : สมเด็จพุฒาจารย์ (โต วัดระฆัง)

กิเลน ประลองเชิง


 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
คุณรู้สึก ฮ่าฮ่า
 
3 ส

สส.ขายตัว

อ้วก

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
ชาติอนุรักษ์

“ถึงเราจะไม่ชนะ แต่ทุกแต้มที่เราได้ ได้ส่งให้คนที่มีอุดมการณ์แบบเราเข้าไปอยู่ในสภา”.....เป็นความคิดของนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่มองรุ่นใหญ่อย่างกังขา

 

นักการเมือง ก็คือ "คน"....ที่จิตใจเต็มไปด้วยความโลภ เมื่อยังไม่ได้เป็น สส.อุดมการณ์มาเต็มหัว ต่อเมื่อได้เป็นแล้วความคิดที่จะทำเพื่อคนอื่นมันก็จะค่อย ๆ หายไปเรื่อย ๆ ตาม"ผลประโยชน์"ที่เข้ามาท้าทาย"คุณธรรม"ในจิตใจ

พอผลประโยชน์มันใหญ่ขึ้น อุดมการณ์+คุณธรรม+ความละอายใจ มันก็ถูกกลืนกินไปจนหมดสิ้น....คงเหลือไว้แต่ความด้านที่ไม่อายต่อสายตาของไม่ว่าจะลูกที่ตนมักสั่งสอนให้เป็นคนดีอย่างโน้นคนดีอย่างนี้ และไม่อายแม้แต่นักการเมืองร่วมพรรค

พรรคก้าวไกล เป็น พรรคการเมืองมือใหม่ ชื่อเสียงหอมฟุ้ง คนที่อยากเข้ามา"หากิน"ทางการเมือง จึงได้อาศัยเข้าร่วมด้วย....เพียงไม่กี่ปี คนพวกนั้นก็จะสำแดง"สันดาน"ที่ซุกไว้ไม่ให้คนในพรรคเห็น ก็จะได้เห็นกันจะจะในทุกครั้งที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หางจะโผล่มาเรื่อย ๆ

 

ก็ต้องทำใจเพราะรู้สันดานของคนใน"อาชีพ"นี้อยู่แล้ว....เพียงแต่รอดูไปเรื่อย ๆ ว่าจะเหลือ "น้ำดี"จริง ๆ กี่คน

จากใจของผู้ลงคะแนนคนหนึ่ง

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
619

ไอ้ห่านี้ สส.กระหรี่

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1