ไม่รู้ว่าใครโดนตบหน้า : ศาลยกเลิกมาพบปะพูดคุยกับประชาชนเป็นครั้งที่ 2 แล้ว..

ไม่รู้ว่าใครโดนตบหน้า : ศาลยกเลิกมาพบปะพูดคุยกับประชาชนเป็นครั้งที่ 2 แล้ว..

ไม่รู้ว่าใครโดนตบหน้า ศาลยกเลิกมาพบปะพูดคุยกับประชาชนเป็นครั้งที่ 2 แล้ว.. 

กรณีปัญหา “หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแหว่ง “ ที่มีการนัดเจรจากัน สองครั้งแล้ว..

ครั้งที่ 2 นี่ “ปาวิตร “ ออกมายืนยันเองว่าตัวแทนศาลจะมาร่วมด้วย ฝ่ายทหารก็จัดเก้าอี้ไว้ให้นั่งแล้วแต่กลายเป็นที่นั่งว่างไปเสีย..เพราะศาลยกเลิก...ท่านแม่ทัพเองก็ยังว่าแปลกใจทำไมไม่มาทั้งๆที่นัดตกลงกันแล้ว..ถึงวันนัดก็มองหาอยู่..แต่เก้าอี้ที่จัดไว้ให้....ไม่มีใครมานั่ง..ตกลงว่า “ศาลเบี้ยว “ ว่างั้นเถอะ....

อย่างนี้..ก็อดมองอดคิดไปไม่ได้ว่า..ศาลไม่เห็นหัวประชาชน...ไม่แคร์ต่อความรู้สึกของประชาชน...กูจะเอาของกูแบบนี้...

  %E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%...%B8%A5.jpg]
 
โอเค...ก็อยากจะเสนอแนะกลุ่มเครือข่ายฯว่า..ต่อไปไม่ต้องไปเจรจาใดๆ ไม่ต้องไปฟังเขาแถอะไรอีกแล้ว...

ยืนยันตามข้อเสนอเดิมคือ.....

“ ให้รื้อถอนและทำป่าให้คืนกลับสภาพเดิม “ แบบศาลไม่เลิกเราก็จะไม่หยุดรณรงค์ต่อต้านและจะทำในวงกว้างขึ้นมาอีก..ทนได้ก็ทนไป...

งานนี้ทหารเขาก็ออกตัวมาแต่แรกแล้วนะว่า..เป็นเรื่องของศาลที่จะต้องตัดสินใจเอง...

เมื่อศาลก่อเหตุ ก็ต้องหาทางระงับผลเอง ทหารเพียงแต่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างศาลกับประชาชนเท่านั้น...ไม่ต้องมาอ้างนั้นอ้างนี่เสียให้ยากเลย...

ต่อไปก็เป็นเรื่องของประชาชน VS ศาลอุทธรณ์ ภาค 5 โดยตรง...

ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ใครจะเป็นใหญ่ในประเทศอีกหน่อยก็จะรู้กัน..

แม้แต่ระบอบเผด็จการเองก็เถอะ..ถ้าประชาชนรวมตัวกันไม่เอาแล้ว..ก็จะวิ่งตูดแจ้นเหมือนกัน...

โลกมันเปลี่ยนไปแล้วครับ....

http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=9419

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    16
  • เศร้า
    7
  • โกรธ
    1

17 ความคิดเห็น

 
619

อิจฉาคนเชียงใหม่จังครับที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว

  • หลงรัก
    6
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    5
  • เศร้า
    8
  • โกรธ
    2
 
akausa

อย่าอิจฉาเลย..ส่งกำลังใจมาเยอะๆ....

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    4
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    4
 
tongtata

ข้าแต่ศาลที่เคารพ

รื้อเถอะครับ อยู่ก็อายชาวเชียงใหม่

อยากเอียงเอง โทษใครไม่ได้ . . YES !

  • หลงรัก
    7
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    3
  • โกรธ
    5
 
akausa

ถึงป่านนี้แล้ว...ยังจะมาอ้างกฎหมายอีก....

รู้ทั้งรู้ว่า...ที่ตรงนั้นมันเป็นป่า... แต่ก็งุบงิบมุบมุบก่อสร้าง..จนคนมาเห็นรอยแหว่ง..

ชาวบ้านเขาทนไม่ได้...ก็เลยต่อต้าน...แต่ก็ยังมีหน้ามาแถโน่นแถนี่..ไม่พูดถึงประเด็นว่ามีความเหมาะสมหรือไม่....

  • หลงรัก
    9
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    2
  • โกรธ
    7
 
linchi

ทั้งเอียงทั้งเบี้ยวนะท่าน

ท่านเป็นองค์กรเดียวที่จะกู้เกียรติยศและศักดิ์ศรีความยุติธรรมให้แก่ประเทศที่มันตกตำ่สุดๆให้กลับมาได้บ้าง...200กว่าประเทศทั่วโลกเขามองตลอดเวลานะท่าน

เราไม่เสียดายภาษีที่นำไปสร้างเลย

เราเสียดายภาษีของเราที่นำไปจ่ายเป็นเงินเดือนให้พวกที่สร้างอาคารในที่ป่ามากกว่าซึ่งรวมเงินเดือนทุกคนเป็นเงินมหาศาลมากกว่า1000พันล้านหลายเท่าตัว

  • หลงรัก
    3
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    7
 
3 ส

ติดตามครับเลิฟเลิฟ

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    5
  • เศร้า
    7
  • โกรธ
    5
 
linchi

เราเสียดายความยุติธรรมที่มันได้หายไปจากประเทศนี้หมดสิ้นไม่มีเหลือแล้วต่างหากท่าน

....ให้ท่านคายมันเถอะแล้วกลับมาตั้งอกตั้งใจรักษาความยุติธรรมทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฏหมาย.และความเหมาะสมอยู่ร่วมกับสังคมได้..อย่าเป็นทาสใครเลยอย่าตกเป็นทาสของใจตัวเอง

..ผืนป่าแห่งนั้นก็จะได้รับความยุติธรรมตามธรรมชาติตลอดไปครับท่าน

...

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    4
  • โกรธ
    10
 
fantomous

ยุคนี้นอกจากจะมีพวกทเอี้ยตำหนวดเหยียบย่ำหัวใจประชาชน  ยังมีพวกสานกระบุงสานตะกร้ามากระทืบซ้ำอีก  อนาจใจจริงๆ  สู้ๆครับ  อย่ายอมแำ้พวกข้าราชการเอี้ยๆเหล่านี้   ถึงเวลาของประชาชนเมื่อไหร่  ต้องส่งใบเสร็จเรียกค่าเสียหายจะพวกมันให้หมด   ในเมื่อพวกมันไม่เห็นหัวประชาชนที่เสียภาษีให้พวกมันและครอบครัวมีกินมีใช้อย่างสุขสบาย  ประชาชนก็ต้องไม่ก้มหัว ไม่ให้ความนับถือพวกมัน  ศักดิ์ศรีของความเป็นคนเท่าเทียมกัน  (แม้จะมีแค่ในทฤษฏีสำหรับกะลาแลนด์)  แต่วันหนึ่งข้างหน้าผมเชื่อว่าด้วยพลังของประชาชนจะทำให้มันเกิดขึ้นจริงครับ 

ขอชื่นชมชาวเชียงใหม่ทุกท่านและเป็นกำลังใจให้ครับ    สู้โว้ย      โอเคนะ

  • หลงรัก
    4
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    6
  • เศร้า
    4
  • โกรธ
    1
 
eaglefly

เรื่องนี้เป็นบรรทัดฐานทางจริยธรรมของระบบยุติธรรมของเมืองไทย  ระบอบศักดินา ระบบเส้นสายมันแทรกซึมทุกวงการ 

มีการอ้างผู้หลักผู้ใหญ่  อ้างเส้นอ้างสาย ทำให้ทำอะไร ก็ไม่เคยผิด เพราะเป็นเด็กเส้น เด็กนาย 

ยุทธศาสตร์ของพวกเราคือ เราต้องโค่นหัวเรือใหญ่  โค่นข้างบนสุด  ระบบอ้างเส้นสายจะหายไปจากสังคมไทย  จะไม่มีใครกล้าทำ กล้าอ้างบารมีผู้อื่น เอาประโยชน์เข้าส่วนตน และส่วนพรรคพวกอีกต่อไป 

เป้าหมายใหญ่ของพวกเราในตอนนี้คือ โค่นตัวใหญ่สุด พวกปลาซิวปลาสร้อย เราต้องก้าวให้พ้น   ต้องกล้าเล่นตัวใหญ่  ไม่ยอมสยบตัวเล็ก  ไม่มีตัวใหญ่หนุนหลัง ตัวเล็กๆก็ไม่กล้า ประชาจะได้รับความยุติธรรมเสมอหน้าในอนาคต

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    5
  • ขำขำ
    9
  • เศร้า
    2
  • โกรธ
    2
 
eaglefly

ที่ผ่านมา ผมเบื่อพวกพรรคการเมือง นักการเมืองบางพรรค พอขึ้นมามีอำนาจก็ไม่กล้าจัดการคนผิด กลัวสร้างศัตรู และ พยายามสร้างกระแสในหมู่มิตรและศัตรู ให้มีการปรองดองกัน

การพยายามสร้างกระแสการให้อภัย  การสร้างกระแสประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ การให้อภัยเป็นเรื่องจำเป็น  ฯลฯ ทำให้เหล่าศัตรูได้ใจ สุดท้ายโดนแว้งกัด 

หลักศาสนาและหลักกฏหมายควรแยกกันให้เด็ดขาดในบางครั้งควรใช้หลังจากคนผิดได้รับโทษแล้วเท่านั้นไม่ควรเอามาเกี่ยวข้องช่วงมีการพิจารณาความผิด ยกตัวอย่างเช่นหลังจากมีคำตัดสินให้ประหารชีวิต  การให้อภัย การยกโทษตายให้เหลือเป็นจำคุกตลอดชีวิต ก็เป็นการสมควรอยู่ตามหลักศาสนา 

  • หลงรัก
    10
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    8
  • เศร้า
    9
  • โกรธ
    1
 
eaglefly

ที่ผ่านมาผมไม่เคยเห็นผู้มีอำนาจจากการเลือกตั้งแต่ละยุคแต่ละสมัยตั้งใจดำเนินการเอาผิดผู้กระทำผิด อย่างจริงจัง 

กลับมีการสร้างกระแสให้อภัยศัตรูผู้ไม่เคยสำนึกผิดมาตลอด  

 แนวคิดไม่แก้แค้น ทำให้ไม่มีการดำเนินการใดๆให้คนผิดเข็ดหลาบ 

เท่ากับปล่อยเสือเข้าป่า ปล่อยคนผิดให้ลอยนวล 

แสดงว่าคุณไม่กล้า คุณไม่มีน้ำยาเอาผิดกับคนกระทำผิดกฏหมาย คนกล้าฆ่าคนกลางเมือง  กลางวันแสกๆ ความผิดมันเห็นประจักษ์อยู่แล้ว 

คุณกลัว คุณไม่กล้าข้องแวะอำนาจเถื่อน  มันไม่ถูกต้องเอามากๆในความคิดของผม 

สุดท้าย ผู้ให้อภัยโดนเสือแว้งกัดได้รับบาดเจ็บ  มิหนำซ้ำยังพาพรรคพวกและประชาชนผู้เดินตามด้วยความศรัทธา บาดเจ็บและตายตกตามกันมาหลายต่อหลายชีวิต...ควรคิดใหม่ทำใหม่ ได้แล้วครับ ใครทำผิดต้องรับผิด ไม่มีข้อยกเว้น ยิ่งตัวใหญ่ยิ่งต้องโดนหนัก ... รณรงค์ต่อไปเพื่อประเทศไทยเปลี่ยนแปลงในแนวทางที่ดีในกระบวนการยุติธรรมให้ได้ครับ

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    5
  • โกรธ
    4
 
akausa

สวัสดีครับคุณ eaglefly....ไม่ได้ข่าวคราวตั้งนาน..สบายดี....

จากความเห็นของคุณ...เราก็คิดและมีอุดมการณ์เดียวกันครับ...

ผมก็สู้มาตลอดไม่เคยย่อท้อ......หวังว่าสักวันพลังมวลชนจะมีความคิด ความรู้สึกและแสดงออกพร้อมๆกัน....มันจะเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยแบบอารยะประเทศได้แน่...

  • หลงรัก
    12
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    5
  • เศร้า
    5
  • โกรธ
    2
 
payai97

สุดยอด

พอกันทีที่บอกว่า..แก้ไขไม่แก้แค้น

เราไม่อาฆาตแค้นเขา..เรายอมให้มันจบๆไป

แต่ฝั่งเขาไม่ยอมจบ..แถมยังเล่นเราหนักขึ้นเรื่อยๆ

บทเรียนที่ผ่านมามากมาย..น่าจะสอนใจตัวเองได้บ้างนะ

  • หลงรัก
    5
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    5
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    2
 
akausa

ไม่ใช่เพิ่งมาค้านตอนใกล้จะสร้างเสร็จ เพียงแต่ท่านไม่ฟัง อ้างว่าถูกกฎหมายอย่างเดียว !

# ที่มาของโครงการ หมู่บ้านป่าแหว่ง

เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ สำนักอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๕ ได้ทำเรื่องขอใช้พื้นที่ราชพัสดุที่ดูแลโดย มทบ. ๓๓ ใน ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ (ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง หรือ นสล. เลขที่ ๓๙๔/๒๕๐๐ จำนวน ๒๓,๗๘๗ ไร่ เพื่อให้ใช้ในราชการกระทรวงกลาโหม (ผสมม้า) ) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพและใกล้กับเขตอุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุย ซึ่งเบื้องต้นกองทัพบกไม่ได้อนุมัติ และมีการทำเรื่องขอใช้อีกครั้งในวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ กองทัพบก จึงอนุมัติไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ ให้ใช้พื้นที่ได้จำนวน ๑๔๗ ไร่ ๓ งาน ๔๑ ตร.ว.

# การเริ่มต้นโครงการ

สำนักงานศาลยุติธรรมได้รับอนุมัติงบประมาณการก่อสร้างในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ และเข้าไปทำการก่อสร้างบ้านพักและสำนักงาน โดยเริ่มดำเนินการโครงการในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ แบ่งเป็น ๔ ระยะที่ ๑ และระยะที่ ๒ เดือนกุมภาพันธ์-กันยายน ปี ๒๕๕๖ วงเงิน ๖๖๕ ล้านบาทเป็นการก่อสร้างบ้านพัก ๔๘ หลังอาคารชุด ๑๓ หลัง ระยะที่ ๓ เดือนมกราคม ๒๕๕๗ เป็นการก่อสร้างสำนักงานที่ทำงาน อาคาร ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ จำนวน ๒๙๐ ล้านและระยะที่ ๔ ปี ๒๕๕๙ วงเงิน ๖๑ ล้าน เป็นอาคารสำนักงานของอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๕ ทั้งหมด

# การคัดค้านจากชาวเชียงใหม่

คนเชียงใหม่ค้านการก่อสร้างหมู่บ้านตุลาการ ตั้งแต่วันแรกๆ ที่มีการเอารถแบคโฮเข้าไปถากดอย กลางป่า โดย นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ประธานชมรมร่มบินเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากกลุ่มนักจักรยานเสือภูเขา ที่ขี่จักรยานไปตามเส้นทางจักรยานเสือภูเขาเป็นปกติ แต่ไปพบว่า มีเครื่องจักรกำลังทำลายป่าจำนวนมาก นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ จึงทำหนังสือถึง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ ปุย ให้มาตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบก็พบว่า การก่อสร้างอยู่นอกเขตอุทยานฯ และทุกอย่างก็เงียบไป แต่ก็มีการดำเนินการอย่างเงียบๆ จนมีกลุ่มคนเชียงใหม่ทำหนังสือขอคัดค้านไปยังอธิบดีกรมธนารักษ์ในปี ๒๕๕๘ ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะการก่อสร้างยังไม่เห็นเป็นโครงสร้างชัดเจน กลุ่มคนที่ออกมาต่อต้านจึงยังมีไม่มาก จึงไม่มีใครเห็นความสำคัญ และในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ๒๕๖๐ ประเทศไทยอยู่ในช่วงพระราชพิธีพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ ๙ คนไทยเศร้าโศก ทำให้ไม่มีการสนใจเรื่องนี้ จนกระทั่งมีการแชร์ภาพการก่อสร้างในมุมสูง ทั้งจากคนที่นั่งเครื่องบินผ่าน และจากชมรมร่มบินเชียงใหม่ที่ถ่ายภาพทางอากาศต่อๆ ไปในโลกโซเชียลจึงเริ่มเป็นกระแส เนื่องจากภาพที่เห็นประจักษ์ชัดว่ามันกินพื้นที่ป่าเข้าไปลึก เช่น https://pantip.com/topic/35291695 
จึงไม่ใช่เพิ่งมาค้านตอนใกล้จะสร้างเสร็จ เพียงแต่ท่านไม่ฟัง อ้างว่าถูกกฎหมายอย่างเดียว !

# การคัดค้านที่เริ่มได้ผล

กลางเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๑ ดร.ทนง ทองภูเบศร์ ได้เปิดแคมเปญ ขอให้ศาลอุทธรณ์ ภาค ๕ คืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ๑๔๗ ไร่ ๓ งาน ๔๑ ตร.ว.” https://goo.gl/N2cnns และเปิดเฟสบุ๊คเพจ ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ” https://goo.gl/drKZ7v มีการชี้แจงเหตุผล และข้อเรียกร้อง ขณะเดียวกัน ดร.ทนง ทองภูเบศร์ ได้ลงพื้นที่เชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เพื่อพบและหารือกับตัวแทนภาคีชาวเชียงใหม่ อาทิ ชมรมร่มบินเชียงใหม่ ชมรมจักรยานวันอาทิตย์ มูลนิธิไทยรักษ์ป่า มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภาคีคนฮักเจียงใหม่ เครืข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ กลุ่มเขียวสวยหอม กลุ่มมือเย็นเมืองเย็น เป็นต้น เกิดเป็นเครือข่าย ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพประกอบด้วย ๑๖ ภาคี โดยมี นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ เป็นผู้ประสานงานเครือข่าย ทำให้เกิดกิจกรรมในพื้นที่ ตั้งแต่การจัดเสวนาการระดมความคิดเรื่อง ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ มีการบวชป่า และกรวดน้ำอุทิศให้ข้าราชการตุลาการคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ และต่อมาก็มีการจัดกิจกรรมบวชป่า เมื่อวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๑ นอกจากนี้ภาคีต่างๆ ยังได้เคลื่อนไหวคู่ขนานกับ เครือข่าย ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพเช่น การทำหนังสือขอทราบข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ หมู่บ้านป่าแหว่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และอธิบดีกรมธนารักษ์ การรับนัดเจรจากับตัวแทนสำนักงานศาลยุติธรรมผ่าน ผบ. มทบ. ๓๓ การให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนทั้งทางโทรศัพท์ และการเข้าร่วมรายการโทรทัศน์ เช่น ช่องไทพีบีเอส ช่องไทยรัฐทีวี ช่องอัมรินทร์ ช่องฟ้าวันใหม่ ช่องพีพีทีวี ช่องเนชั่นทีวี เป็นต้น จนกระทั่งรัฐบาล รับฟังข้อเรียกร้องของ เครือข่าย ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ

# แนวทางการเรียกร้องของ เครือข่าย ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ

เครือข่าย ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพมีกติกาการเรียกร้องที่สำคัญ คือ ๑) ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองทุกระดับ ๒) ไม่สนับสนุนการใช้ความก้าวร้าว รุนแรง พึงใช้ภาษาสุภาพ และอยู่ในกรอบของกฎหมาย ๓) ไม่เห็นด้วยกับการแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ๔) ไม่สนับสนุนการแสดงความคิดเห็นที่หมิ่นอำนาจตุลาการ ๕) เน้นการรณรงค์เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ สนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และ ๖) ไม่มีวัตถุประสงค์ในการรับบริจาค ยกเว้นการระดมเงินเพื่อจัดทำกิจกรรมเป็นครั้งๆ ไป ซึ่งจะต้องผ่านการเห็นชอบของ เครือข่าย ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพก่อนทุกครั้ง
เป้าหมายเดียวของ เครือข่าย ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพคือ รื้อทิ้งสิ่งก่อสร้างทั้งหมดที่ล้ำแนวเขตป่าธรรมชาติ เพื่อปรับพื้นที่และฟื้นฟูป่ากลับมาสมบูรณ์ดังเดิม !

จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
ขอแสดงความนับถือ
ดร.ทนง ทองภูเบศร์
จำนงศรี หาญเจนลักษณ์ Chamnongsri Hanchanlash ป้าศรี


 

ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ shared DrThanong Thongphubate's post.

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    5
  • โกรธ
    2
 
ลิเกหลังม่าน

พวกใต้เท้าทั้งหลายคงไม่มีหน้าหรือกล้าสบตาประขาชนหรอกขอรับ....

เลย...

เบี้ยว...ไม่มาซะงั้น...

...

เป็นผม....ผมก็ไม่ไป....

เอ้า....

จริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงง.....

...

ผมหน้าไม่ด้านพอขอรับ...ที่....จะ....ไปออกตัวยืนกลางวง....

แต่...

หากถามผม...

ว่า...

เอา...หรือ...ไม่เอา....

ผมเอาครับ....

...

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    3
  • โกรธ
    3
 
akausa

ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง....

 

อันนี้...เอามาจากเฟสคุณคำศรีดา...ผู้ร่วมรณรงค์ต่อต้านในกลุ่มเครือข่ายฯ :

 

ขอยืนยันในจุดยืนของกลุ่ม "ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ" ซึ่งมีมติเน้นการมีส่วนร่วมโดยไม่มีประเด็นการเมือง หรือการแบ่งแยกสีเสื้อการเรี่ยไรเงิน หรือการปลุกระดม และใช้ความรุนแรงใดๆ และที่ผ่านมาในการจัดกิจกรรมพิธีบวชป่า มีการรวมตัวกันหลายเครือข่าย ภาพที่เห็นในวันนั้น มีความชัดเจนของทุกพลัง ทุกสี ที่มารวมกันเป็นหนึ่งเดียว


เพื่อเรียกร้องในวัตถุประสงค์เดียวกันคือ "ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ" โดยไม่มีการจัดตั้งกลุ่มใดๆมาเพื่อร่วมเรียกร้อง นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการรวมคนไทยให้กลับมาอยู่ในจุดที่ไม่แบ่งแยกแต่ยินดีที่จะร่วมแก้ไขปัญหาของชาติร่วมกันค่ะ

  • หลงรัก
    4
  • ว้าว!
    4
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    2
  • โกรธ
    2
 
akausa
ตามนี้นะครับ..จากคำถามที่ว่าทำไมเพิ่งมาค้านตอนนี้..ที่โครงการใกล้เสร็จแล้ว...
 
 
ไม่ใช่เพิ่งมาค้านตอนใกล้จะสร้างเสร็จ เพียงแต่ท่านไม่ฟัง อ้างว่าถูกกฎหมายอย่างเดียว !
 
ที่มาของโครงการ หมู่บ้านป่าแหว่ง
 
เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ สำนักอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๕ ได้ทำเรื่องขอใช้พื้นที่ราชพัสดุที่ดูแลโดย มทบ. ๓๓ ใน ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ (ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง หรือ นสล. เลขที่ ๓๙๔/๒๕๐๐ จำนวน ๒๓,๗๘๗ ไร่ เพื่อให้ใช้ในราชการกระทรวงกลาโหม (ผสมม้า) ) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพและใกล้กับเขตอุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุย ซึ่งเบื้องต้นกองทัพบกไม่ได้อนุมัติ และมีการทำเรื่องขอใช้อีกครั้งในวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ กองทัพบก จึงอนุมัติไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ ให้ใช้พื้นที่ได้จำนวน ๑๔๗ ไร่ ๓ งาน ๔๑ ตร.ว.
การเริ่มต้นโครงการ
 
สำนักงานศาลยุติธรรมได้รับอนุมัติงบประมาณการก่อสร้างในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ และเข้าไปทำการก่อสร้างบ้านพักและสำนักงาน โดยเริ่มดำเนินการโครงการในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ แบ่งเป็น ๔ ระยะที่ ๑ และระยะที่ ๒ เดือนกุมภาพันธ์-กันยายน ปี ๒๕๕๖ วงเงิน ๖๖๕ ล้านบาทเป็นการก่อสร้างบ้านพัก ๔๘ หลังอาคารชุด ๑๓ หลัง ระยะที่ ๓ เดือนมกราคม ๒๕๕๗ เป็นการก่อสร้างสำนักงานที่ทำงาน อาคาร ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ จำนวน ๒๙๐ ล้านและระยะที่ ๔ ปี ๒๕๕๙ วงเงิน ๖๑ ล้าน เป็นอาคารสำนักงานของอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๕ ทั้งหมด
 
การคัดค้านจากชาวเชียงใหม่
 
คนเชียงใหม่ค้านการก่อสร้างหมู่บ้านตุลาการ ตั้งแต่วันแรกๆ ที่มีการเอารถแบคโฮเข้าไปถากดอย กลางป่า โดย นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ประธานชมรมร่มบินเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากกลุ่มนักจักรยานเสือภูเขา ที่ขี่จักรยานไปตามเส้นทางจักรยานเสือภูเขาเป็นปกติ แต่ไปพบว่า มีเครื่องจักรกำลังทำลายป่าจำนวนมาก นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ จึงทำหนังสือถึง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุย ให้มาตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบก็พบว่า การก่อสร้างอยู่นอกเขตอุทยานฯ และทุกอย่างก็เงียบไป แต่ก็มีการดำเนินการอย่างเงียบๆ จนมีกลุ่มคนเชียงใหม่ทำหนังสือขอคัดค้านไปยังอธิบดีกรมธนารักษ์ในปี ๒๕๕๘ ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะการก่อสร้างยังไม่เห็นเป็นโครงสร้างชัดเจน กลุ่มคนที่ออกมาต่อต้านจึงยังมีไม่มาก จึงไม่มีใครเห็นความสำคัญ และในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๐ ประเทศไทยอยู่ในช่วงพระราชพิธีพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ ๙ คนไทยเศร้าโศก ทำให้ไม่มีการสนใจเรื่องนี้ จนกระทั่งมีการแชร์ภาพการก่อสร้างในมุมสูง ทั้งจากคนที่นั่งเครื่องบินผ่าน และจากชมรมร่มบินเชียงใหม่ที่ถ่ายภาพทางอากาศต่อๆ ไปในโลกโซเชียลจึงเริ่มเป็นกระแส เนื่องจากภาพที่เห็นประจักษ์ชัดว่ามันกินพื้นที่ป่าเข้าไปลึก 
เช่น https://pantip.com/topic/35291695 
จึงไม่ใช่เพิ่งมาค้านตอนใกล้จะสร้างเสร็จ เพียงแต่ท่านไม่ฟัง อ้างว่าถูกกฎหมายอย่างเดียว !
 
การคัดค้านที่เริ่มได้ผล
 
กลางเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๑ ดร.ทนง ทองภูเบศร์ ได้เปิดแคมเปญ ขอให้ศาลอุทธรณ์ ภาค ๕ คืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ๑๔๗ ไร่ ๓ งาน ๔๑ ตร.ว.” https://goo.gl/N2cnns และเปิดเฟสบุ๊คเพจ ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ” https://goo.gl/drKZ7v มีการชี้แจงเหตุผล และข้อเรียกร้อง ขณะเดียวกัน ดร.ทนง ทองภูเบศร์ ได้ลงพื้นที่เชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เพื่อพบและหารือกับตัวแทนภาคีชาวเชียงใหม่ อาทิ ชมรมร่มบินเชียงใหม่ ชมรมจักรยานวันอาทิตย์ มูลนิธิไทยรักษ์ป่า มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภาคีคนฮักเจียงใหม่ เครืข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ กลุ่มเขียวสวยหอม กลุ่มมือเย็นเมืองเย็น เป็นต้น เกิดเป็นเครือข่าย ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ” ประกอบด้วย ๑๖ ภาคี โดยมี นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ เป็นผู้ประสานงานเครือข่าย ทำให้เกิดกิจกรรมในพื้นที่ ตั้งแต่การจัดเสวนาการระดมความคิดเรื่อง ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ” เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ มีการบวชป่า และกรวดน้ำอุทิศให้ข้าราชการตุลาการคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ และต่อมาก็มีการจัดกิจกรรมบวชป่า เมื่อวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๑ นอกจากนี้ภาคีต่างๆ ยังได้เคลื่อนไหวคู่ขนานกับ เครือข่าย ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ” เช่น การทำหนังสือขอทราบข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ หมู่บ้านป่าแหว่ง” ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และอธิบดีกรมธนารักษ์ การรับนัดเจรจากับตัวแทนสำนักงานศาลยุติธรรมผ่าน ผบ. มทบ. ๓๓ การให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนทั้งทางโทรศัพท์ และการเข้าร่วมรายการโทรทัศน์ เช่น ช่องไทพีบีเอส ช่องไทยรัฐทีวี ช่องอัมรินทร์ ช่องฟ้าวันใหม่ ช่องพีพีทีวี ช่องเนชั่นทีวี เป็นต้น จนกระทั่งรัฐบาล รับฟังข้อเรียกร้องของ เครือข่าย ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ
 
แนวทางการเรียกร้องของ เครือข่าย ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ
เครือข่าย ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ” มีกติกาการเรียกร้องที่สำคัญ คือ 
 
๑) ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองทุกระดับ 
 
๒) ไม่สนับสนุนการใช้ความก้าวร้าว รุนแรง พึงใช้ภาษาสุภาพ และอยู่ในกรอบของกฎหมาย 
 
๓) ไม่เห็นด้วยกับการแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ 
 
๔) ไม่สนับสนุนการแสดงความคิดเห็นที่หมิ่นอำนาจตุลาการ 
 
๕) เน้นการรณรงค์เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ สนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และ 
 
๖) ไม่มีวัตถุประสงค์ในการรับบริจาค ยกเว้นการระดมเงินเพื่อจัดทำกิจกรรมเป็นครั้งๆ ไป ซึ่งจะต้องผ่านการเห็นชอบของ เครือข่าย ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ” ก่อนทุกครั้ง
 
เป้าหมายเดียวของ เครือข่าย ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ” คือ รื้อทิ้งสิ่งก่อสร้างทั้งหมดที่ล้ำแนวเขตป่าธรรมชาติ เพื่อปรับพื้นที่และฟื้นฟูป่ากลับมาสมบูรณ์ดังเดิม !
 
 
จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
ขอแสดงความนับถือ
ดร.ทนง ทองภูเบศร์
 

 
 
 
  • หลงรัก
    5
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    2
  • โกรธ
    3