ไม่มีสัญญาณใหม่ แค่นิสัยเดิมๆ

ไม่มีสัญญาณใหม่ แค่นิสัยเดิมๆ

เปิดแฟ้มข่าวเก่าดูก็รู้
เปิดแฟ้มข่าวเก่าดูก็รู้

https://www.thairath.co.th/content/1518656

  • Share:
  •  
  •  

ไม่ต้องปราศรัย ไม่ต้องขึ้นเวทีคล้องมาลัยดอกดาวเรือง

ฉากตามท้องเรื่อง มันไม่ได้หนีจากภาพการลงพื้นที่หาเสียงแต่อย่างใด กับช็อตล่าสุด “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะหางเครื่องชุดใหญ่เดินสายตรวจราชการที่จังหวัดขอนแก่น และนครราชสีมา หัวเมืองใหญ่อีสาน

ภารกิจติดตามความคืบหน้าโครงการรัฐบาล เป็นประธานพิธีเปิดการใช้งานอาคารสถานีรถไฟขอนแก่นที่ยกระดับลอยฟ้า ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการทางคู่และทดลองการเดินรถในโครงการพัฒนาระบบโครงข่ายรถไฟทางคู่ เส้นทางสายชุมทางถนนจิระ–ขอนแก่น พร้อมเป็นประธานสักขีพยาน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหนังสือโครงการป่าชุมชน

ตอกย้ำโครงการที่สัมผัสได้เป็นรูปธรรม นำความเจริญให้อีสาน

มีการหยุดรถลงถ่ายภาพเซลฟี่กับชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางเสียงเชียร์ “ลุงตู่ สู้ๆ” ดังกระหึ่ม

แค่งานตามเนื้อผ้า “ลุงตู่” ก็ตีกินคะแนนได้เหมือนนักการเมืองเดินสายหาเสียง ไม่ต้องเสี่ยงอะไร

ที่แน่ๆจับอาการ ประเมินสีหน้า “ลุงตู่” ก็ไม่ได้เครียดแต่อย่างใด กับการประกาศย้ำแล้วย้ำอีกของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

โปรดฟังอีกครั้ง ไม่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯสืบทอดอำนาจ

นั่นก็เพราะไม่ได้เหนือการคาดหมาย “อภิสิทธิ์” ก็เล่นบทนี้มาตลอด ตั้งแต่ต้นไม่เคยพูดว่าหนุน “นายกฯลุงตู่” อาการ “หึง” อำนาจ อารมณ์หมั่นไส้มันแฝงกับบทเหน็บแนม จังหวะเตะตัดขาที่มาเป็นพักๆ

งานนี้คนที่จะต้องเจอภาวะกดดันหนัก ก็เป็น “อภิสิทธิ์” เองนั่นแหละ

เพราะพลิกแฟ้มข่าวเก่า ทุกครั้งก่อนวิกฤติการเมือง ประชาธิปัตย์คือตัวจุดชนวนต้นเหตุ

ปี 2549 คว่ำบาตรเลือกตั้ง ตามมาด้วยปฏิวัติโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้า คมช. เพราะการเมืองถูกลากไปติดล็อก เกิดคดีจ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเลือกตั้งโมฆะ

มาถึงปี 2557 นายอภิสิทธิ์ก็เล่นมุกเดิม บอยคอตเลือกตั้ง หลังอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยุบสภา คนประชาธิปัตย์ลากการเมืองออกมาเล่นบนถนน ตามด้วยวิกฤติม็อบ กปปส.ชัตดาวน์กรุงเทพฯ ป่วนเมืองทั่วประเทศ ก่อนปฏิวัติเงียบโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

โดนไล่ไปนั่งพักยาวข้างสนาม 4–5 ปี อดอยากปากแห้งไปตามๆกัน

กระทั่งวันนี้ ปี 2562 รอบนี้ “อภิสิทธิ์” คนเดิมก็ส่ออาการเฮี้ยว โชว์ความสำคัญของตัวแปร ประกาศไม่หนุน “นายกฯลุงตู่” ไม่สังฆกรรมกับ “ทักษิณ” หวังจับเสือมือเปล่า ทั้งๆที่ก็ไม่มีแต้มต้นทุนหน้าตักแน่นหนา

ลากฉากการเมืองไทยไปสู่มหากาพย์การเมือง 3 ก๊ก

ส่อเค้าตั้งรัฐบาลยาก กระตุกต่อมผวานักลงทุนต่างชาติ

หลายครั้งหลายครา เห็นกันจนชิน กับมุกชิงเป็นพระเอกของคนยี่ห้อประชาธิปัตย์ เน้นโดยเฉพาะยุค “อภิสิทธิ์” ที่ถนัดชิงโอกาสทางการเมืองของตัวเอง

มากกว่าวาทกรรมที่อ้างหลักการหรูๆ เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น

และโดยสถานการณ์หลัง “อภิสิทธิ์” ตีไพ่ใบสุดท้าย ไม่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ สถานการณ์ก็ไม่ได้ฉุดแต้มประชาธิปัตย์ให้ดีขึ้นแต่อย่างใด

ตรงกันข้ามในมุมของทีมพลังประชารัฐ ที่มีโพลทหาร ตำรวจ มหาดไทย เช็กหลายชั้น

ณ วันนี้แกนนำมั่นใจ ตัวเลข ส.ส.ทั้งระบบเขตเลือกตั้งและปาร์ตี้ลิสต์อยู่ที่เกิน 110 ที่นั่ง และแนวโน้มน่าจะ “เบ่ง” ตัวเลขได้ถึง 120 เก้าอี้

สวนทางกับประชาธิปัตย์ที่มีสิทธิต่ำร้อยตามอาการ “อภิสิทธิ์”

และนั่นก็หนีไม่พ้นสปิริต “ค้ำคอหอย” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ต้องเปลี่ยนจาก “เดอะมาร์ค” สลับฉากให้คนอื่นไปดีลจัดรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ

ตามรูปการณ์ที่ “งูเห่า” ในประชาธิปัตย์ที่มีมากถึง 40–50 คน ต่อสายไว้หมดแล้ว

แนวโน้มไม่สนเสียงขู่ “อภิสิทธิ์” ที่จะประกาศเป็นฝ่ายค้าน เพราะการเลือกนายกฯเป็นเอกสิทธิ์ ส.ส.

ยิ่ง “อภิสิทธิ์” ส่อทำตัวให้เกิดเงื่อนวิกฤติ ลากการเมืองไปติดล็อก มันก็ยิ่งเป็นความชอบธรรมของงูเห่าประชาธิปัตย์ที่จะแหกค่ายหนุน “นายกฯลุงตู่” ตามเงื่อนไขสถานการณ์

สรุปเลยว่า ไม่มีสัญญาณใหม่ แค่นิสัยเดิมๆ

สถานการณ์ดีสุดสำหรับ “อภิสิทธิ์” วันนี้ คือทางลงนิ่มๆ เล่นบทหล่อๆไม่หนุนเผด็จการ ลบภาพตั้งรัฐบาล ได้แม่นมอย่าง “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หนุนเป็นนายกฯในค่ายทหาร

กลับไปเป็นอาจารย์สอนลูกศิษย์ในมหาวิทยาลัย

อธิบายประชาธิปไตยแบบไทยๆได้เต็มปากเต็มคำก็พอแล้ว.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ผู้นำหมายเลข 1
ผู้นำหมายเลข 1

https://www.thairath.co.th/content/1518045

  • Share:
  •  
  •  

ฝูงห่านที่ข้างบ้านผมเลี้ยง คุ้นเสียงคุ้นตามาตั้งแต่เล็กๆ กินอาหารแบบเป็ดแบบไก่ และบินไม่ได้ครับ ไม่ใช่ห่านที่ฟังจากโฆษณา ห่านดินกินหญ้า ห่านฟ้ากินยุง

ส่วนห่านป่า เคยดูจากในหนังฝรั่ง บินกันเป็นฝูงบนท้องฟ้า และส่วนใหญ่มันจะบินเป็นฝูง เป็นรูปตัว V

ผู้รู้บอกว่า ห่านป่าเป็นสัตว์ที่มีความสามารถสูงในการร่วมมือกัน

ห่านตัวนำบินเปิดทางอยู่หน้าฝูง ช่วยลดแรงต้านให้แก่ห่านป่าที่บินตามหลังทั้งสองข้าง นักวิทยาศาสตร์พบว่า ลักษณะการบินแบบนี้ ทำให้ฝูงห่านป่าบินได้เร็วกว่าการบินเดี่ยวถึง 12 เปอร์เซ็นต์

และยังทำให้พวกมันบินไปได้ไกลเพิ่มขึ้นอีก 71 เปอร์เซ็นต์

เบื้องหลังความสำเร็จอันน่าทึ่งนี้ มาจากการที่พวกมันรู้จักการสลับสับเปลี่ยนผู้นำอยู่ตลอดเวลา ห่านป่าทุกตัวในฝูง จะขึ้นบินนำหน้า เมื่อเวลาของมันมาถึง

ตามธรรมดา ห่านป่าตัวหน้าสุด ต้องรับแรงต้านมากที่สุด มันก็จะเหนื่อยล้า แล้วมันก็เปลี่ยนหน้าที่จากผู้นำไปอยู่ท้ายสุด ซึ่งต้องออกแรงน้อย

นี่คือการกระจายภาวะผู้นำ...ที่หากคนอยากจะเอาอย่าง ก็คงยากเต็มที

ระหว่างเวลาบิน ห่านผู้นำบินนำหน้าด้วยความเงียบ...ห่านป่าตัวหลังๆก็จะคอยส่งเสียงร้องระงม เป็นการให้กำลังใจให้ผู้นำ ให้บินนำต่อไป

ห่านป่าตัวใดป่วย บาดเจ็บ หรือถูกยิง ทันทีนั้นจะมีห่านสองตัวออกจากฝูงมาช่วยเหลือ และป้องกันภัย ไม่ว่ามันจะกำลังประคองตัวบินอ่อนล้า หรือตกลงพื้นดิน

สองห่านป่าผู้ช่วย จะอยู่กับห่านตัวเจ็บ จนกว่ามันจะหายหรือว่าตายจาก จากนั้นมันจึงเริ่มบินตามไปเข้าฝูง มุ่งหน้าไปตามจุดหมาย

การสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นบินนำหน้า เป็นการฝึกสมาชิกในฝูงให้เก่งกล้าขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ ห่านป่าทุกตัวจึงสามารถสับเปลี่ยนหมุนเวียนหน้าที่การงานได้ง่ายๆ

ห่านตัวหัวหน้า จะมีสมาธิบินนำต่อไป โดยไม่ต้องกังวล ในเมื่อมีห่านทุกตัวในฝูงพร้อมมาช่วยตลอดเวลา

สุริยเทพ ไชยมงคล เขียนเรื่องห่านป่าไว้ในหนังสือเรื่องเล็กๆ ความหมายใหญ่ เขาให้ข้อเปรียบเทียบว่า

คำว่า “คน” ในอักษรจีน มีขีดสองขีดค้ำกันอยู่ แสดงความหมาย สิ่งหนึ่งอย่าง ประกอบกันด้วยส่วนต่างๆ ซึ่งสัมพันธ์และค้ำจุนกัน ถ้าหากได้ออกแบบมาอย่างดี สิ่งนั้นจะใหญ่กว่าผลรวมของส่วนประกอบต่างๆ

สถิติของรางวัลโนเบล 25 ปีแรกให้รางวัลสองในสามแก่ผลงานที่มีการร่วมมือกัน คิดเป็น 41 เปอร์เซ็นต์

แต่ปัจจุบันรางวัลความร่วมมือ มากขึ้นเป็น 80 เปอร์เซ็นต์

ใครคนเดียวในสังคม คงจะไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างปลีกวิเวกได้ การร่วมมือกับผู้อื่น เป็นสิ่งจำเป็นมาก

ปัญหาอยู่ที่ว่า เราจะร่วมมือกับผู้อื่นอย่างไร

การร่วมมือกับผู้อื่น มีข้อควรระวัง เช่น ต้องกำหนดเป้าหมายให้สมเหตุสมผล แบ่งงานกันอย่างชัดเจน เชื่อมั่นในตนเอง เชื่อมั่นในทีม ปรับตัวเข้าหากัน และสำคัญที่สุด โดยเฉพาะกับหัวหน้า คือ กล้าที่จะรับผิดชอบ

กลุ่มคนหรือพรรคการเมือง...ที่รวมตัวกันแบบฝูงบินห่านป่า... จะสร้างผลลัพธ์ที่มีผลสัมฤทธิ์แบบทวีคูณ เหมือนกับสมการ 1+1 มากกว่า 2

บางพรรคที่ผมไม่ค่อยรัก เมื่อผู้นำกล้าให้คำสัญญา ถ้าคะแนนเสียงต่ำกว่าที่สอง จะขอลาออก ผมเริ่มศรัทธา และขออวยพรล่วงหน้า หวังพรรคการเมืองที่กล้าเปลี่ยนตัวผู้นำ คงไม่ใช่พรรคผู้แพ้ตลอดกาล.

กิเลน ประลองเชิง

รอไฟเขียว กกต.
รอไฟเขียว กกต.

https://www.thairath.co.th/content/1518018

  • Share:
  •  
  •  

เหลืออีก 3 วัน จะถึงวันใช้สิทธิ เลือกตั้งล่วงหน้า (17 มี.ค.) ซึ่งมีประชาชนลงทะเบียนแจ้งใช้สิทธิมากเป็นประวัติการณ์กว่า 2 ล้านคน

พ.ต.ท.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ยืดอกยืนยันว่า กกต.ได้เตรียมแผนรองรับการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์

ได้เตรียมบัตรเลือกตั้ง หีบเลือกตั้ง คูหาลงคะแนนมากเพียงพอ จะอำนวยความสะดวกผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 2 ล้านคน

ขอให้จริงอย่างที่พูดเถอะ ท่านเลขาธิการ กกต.

อย่าให้เกิดความผิดพลาดเป็นอันขาดเชียว

มิฉะนั้นประธาน กกต.และ กกต.อีก 6 คน จะโดนถล่มเละเป็นโจ๊กแน่นอน

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าเหลือเวลาอีกเพียง 10 วันก่อนเลือกตั้งใหญ่ 24 มีนาคม แต่ กกต.ยังไม่รับรองให้องค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ส่งตัวแทนเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งของประเทศไทย

หรือว่า...กกต.ไม่ประสงค์ให้องค์กรนานาชาติเข้ามาจุ้นจ้านสังเกตการณ์เลือกตั้งให้ยุ่งยากวุ่นวาย??

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง...ถือว่า กกต.คิดผิดเต็มเปา

เพราะการเปิดกว้างให้องค์กรต่างประเทศ เข้ามาติดตามการเลือกตั้งของไทยจะเป็นใบเสร็จรับประกันว่าการจัดเลือกตั้งครั้งนี้โปร่งใสบริสุทธิ์ยุติธรรมตามมาตรฐานอินเตอร์

จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยให้ใสปิ๊งยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณ

ข้อสำคัญ การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านการเมืองไทยหลังจากไม่มีการเลือกตั้งใหญ่มานานถึง 8 ปี

และเป็นวาระผูกพันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ไปให้สัญญากับผู้นำรัฐบาลทั่วโลกด้วยตัวเอง

ดังนั้น กกต.จึงควรเปิดโอกาสให้องค์กรระหว่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งเหมือนเช่นการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา

ท่านประธาน กกต. นายอิทธิพร บุญประคอง จะเอาอย่างไร??

ควรรีบตัดสินใจโดยเร็ว!!

เพราะองค์กรต่างประเทศหลายแห่งกำลังรอไฟเขียว กกต.ด้วยความอึดอัดหาวเรอ

“แม่ลูกจันทร์” ย้อนกลับไปโฟกัสการใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าที่กำลังจะมาถึงอีก 3 วันจากนี้ไป

เพราะคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 2 ล้านคะแนน สามารถคำนวณเป็นที่นั่ง ส.ส.ได้ถึง 25 คน

พรรคไหนได้คะแนนล่วงหน้าถึง 50 เปอร์เซ็นต์

เท่ากับได้โควตา ส.ส.ตุนไว้ในมือแล้ว 12 คน หรือ 13 คน

เลือกตั้งล่วงหน้าครั้งนี้ เดิมพันสูงนะคุณโยม

“แม่ลูกจันทร์” ไม่อยากคุย แต่คุยซะหน่อยก็ดีเหมือนกัน

“ข่าวไทยรัฐทีวี” ซึ่งมีเรตติ้งผู้ชมมากที่สุดและเพิ่มขึ้นๆทุกวันๆ ได้เปิดปฏิบัติการ “เจาะสนามเลือกตั้ง ส.ส.เขตทั่วประเทศไทย” แบบลึกถึงกึ๋นมาแล้ว 2 ครั้ง

ผลการเลือกตั้ง ส.ส. 350 เขตออกมาใกล้เคียงกัน

ล่าสุด “ไทยรัฐทีวี” เจาะสนามเลือกตั้ง ส.ส.เขต รอบ 3...

ผลการเจาะยังออกมาเหมือนเดิม

พรรคเพื่อไทยยังนำโด่ง 146 เขต พรรคประชาธิปัตย์ 90 เขต พรรคพลังประชารัฐ 62 เขต พรรคภูมิใจไทย 31 เขต

และพรรคอนาคตใหม่จะกวาดโควตา ส.ส.บัญชีรายชื่อได้เป็นกอบเป็นกำ

ประเมินวิถีโค้ง พรรคสีส้มมาแรง.

"แม่ลูกจันทร์"

2 ความคิดเห็น

 
Prem

.....เผลอๆ....อนาคตใหม่ จะได้ถึงร้อยเชียวนะ.......ผมว่าของผมเอง....แถมอาจปักธงใน กทม. อีกด้วยเชียวหละ?

 
3 ส

ไอ่ตูบไอ่ฟัก

โมโห