ไม่น่าเชื่อ ว่ามีคนแบบนี้ ในสยามประเทศไทย และก้อน่าชื่นชม

ไม่น่าเชื่อ ว่ามีคนแบบนี้ ในสยามประเทศไทย และก้อน่าชื่นชม

ไม่น่าเชื่อ ว่ามีคนแบบนี้ ในสยามประเทศไทย และก้อน่าชื่นชม
ไม่น่าเชื่อ ว่ามีคนแบบนี้ ในสยามประเทศไทย และก้อน่าชื่นชม
 
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ต้นพืช, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ
ทำความรู้จักบัณฑิต อาร์ณีญาญ์ จำเลยคดีมาตรา 112 ก่อนเข้าฟังคำพิพากษาคดี 112 คดีที่ 3 ในชีวิต
วันที่ 26 มกราคม 2564 ศาลอาญานัดบัณฑิต จำเลยคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ฟังคำพิพากษาในคดีที่เขาถูกกล่าวหาว่าพูดในลักษณะเสียดสีพระมหากษัตริย์ระหว่างร่วมงานเสวนาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญที่จัดโดยขบวนการประชาธิปไตยใหม่ในช่วงปี 2559
เท่าที่ไอลอว์มีข้อมูล นอกจากคดีนี้บัณฑิตเคยถูกดำเนินคดีมาตรา 112 มาแล้วอีกอย่างน้อยสองคดี
คดีแรกเหตุเกิดในปี 2546 บัณฑิตไปฟังและร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นในงานเสวนาหัวข้อกฎหมายพรรคการเมืองที่จัดโดยกกต. พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ประธานกกต.ในขณะนั้นเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับเขา
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ศาลฎีกามีคำพิพากษาเป็นที่สุด ลงโทษจำคุกบัณฑิตในความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯรวมสองกระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 ปีแต่ให้รอลงอาญาโทษจำคุกไว้มีกำหนด 3 ปีและให้คุมประพฤติ โดยให้จำเลยมารายงานตัวทุกสามเดือน
ดูรายละเอียดคดี >>> https://freedom.ilaw.or.th/th/case/69
คดีที่สองเหตุเกิดในเดือนพฤศจิกายน 2557 บัณฑิตไปฟังและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในงานเสวนาของพรรคนวัตกรรม เขาถูกเจ้าหน้าที่ทำการจับกุมระหว่างที่ยังแสดงความคิดเห็นไม่จบ เบื้องต้นคดีนี้ถูกฟ้องในศาลทหารกรุงเทพก่อนจะโอนย้ายมาพิจารณาต่อที่ศาลอาญาในเดือนกรกฎาคม 2562 และศาลมีคำพิพากษายกฟ้องบัณฑิตในเดือนสิงหาคม 2563 โดยให้เหตุผลว่า
ในวันเกิดเหตุบัณฑิตได้พูดจบเพียงประโยคที่หนึ่ง และกำลังจะเริ่มพูดประโยคที่สอง แต่ยังไม่ทันได้พูด ก็ถูกควบคุมตัวและหยุดพูด ข้อความตามคำฟ้องเป็นเพียงประโยคและวลีที่ยังไม่จบ พฤติการณ์ยังไม่ชัดแจ้งเพียงพอว่าการกระทำของเขาเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ
ดูรายละเอียดคดี >>> https://freedom.ilaw.or.th/th/case/640
• 112 the Series ความฝันภายใต้ดวงอาทิตย์ของบัณฑิต อาร์ณีญาญ์
1.
ฉันรู้จักลุงครั้งแรกผ่านตัวหนังสือ "ความฝันภายใต้ดวงอาทิตย์" หนังสือกึ่งชีวประวัติของลุง ความยาว 562 หน้า ตอนนั้นฉันอยากทำหนังสารคดีที่เกี่ยวกับมาตรา 112 คิดแค่ว่าอยากทำในแบบที่เล่าเรื่องราวชีวิตมนุษย์ ไม่ใช่แค่ให้ข้อเท็จจริงและข้อมูลเชิงวิชาการ พี่ที่ไอลอว์เป็นคนแนะนำให้ฉันรู้จักคดีของลุง แล้วให้หนังสือเล่มนั้นมา ฉันตะลุยอ่านด้วยความรู้สึกผสมปนเปกันไปหมด ตอนนั้นฉันรู้แค่ว่าลุงถูกศาลตัดสินว่ามีอาการทางจิต แต่ในหนังสือหากไม่นับส่วนที่มีข้อความซ้ำหลายตอน บางตอนทำให้ฉันเศร้า บางตอนทำให้ฉันหัวเราะ และตอนจบทำให้ฉันร้องไห้
หนังสือเผยให้เห็นชีวิตของลุงที่เต็มไปด้วยความทุกข์ ถูกกดขี่ ถูกเอารัดเอาเปรียบ แฝงด้วยลีลาการเล่าเรื่องเสียดสีประชดประชันแกมขบขัน และบางตอนก็ทำให้หลุดลอยเข้าไปในจินตนาการเหนือจริงของลุง ขณะเดียวกันก็เห็นความจริงที่ลุงต่อสู้ดิ้นรน แสวงหาความรู้ ใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์เท่าที่สภาพแวดล้อมจะเอื้ออำนวย แม้บางครั้งต้องทำชั่วเพื่อเอาชีวิตรอดลุงก็ยอมรับและเปิดเผยออกมาอย่างบริสุทธิ์ใจ
ที่น่าสนใจคือมุมมองของลุงที่มีต่อโลก ลุงมองลึกลงไปในใจของผู้คน กระชากหน้ากากภายนอกของพวกเขาออก เปลื้องให้เห็นถึงความจริงภายใน ลุงปฏิเสธสิ่งที่คนในสังคมปฏิบัติ นั่นคือการไม่ตั้งคำถามหรือวิพากษ์วิจารณ์กับหลายๆสิ่ง ลุงตั้งคำถามถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมและการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม
ฉันรู้ในทันทีว่าอยากทำสารคดีเกี่ยวกับลุง และไม่สำคัญเลยว่าใครจะตัดสินลุงว่าอย่างไร
2.
ฉันพบลุงครั้งแรกในศาลทหาร ชายชราผมสีดอกเลาตัดสั้นเรียบแปล้ เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงขากระบอกสีดำ และสะพายย่ามสีขาว ย่ามวิเศษที่ล้วงออกมาเมื่อไหร่มักเจอหนังสือยกชุดสี่เล่มของลุงที่ลดจาก 900 บาทเหลือ 200 บาทก็ยังไม่มีใครซื้อ
วันนั้นฉันและเพื่อนได้รับหนังสือมาฟรีคนละชุด เราไปนั่งคุยกันต่อที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ลุงตัวจริงก็มีส่วนคล้ายกับหนังสือที่ฉันอ่าน แต่วันนั้นฉันได้เห็นความดื้อดึงบางอย่างในตัวลุง ฉันไม่ได้มองว่าเป็นข้อเสียไปทั้งหมด แต่คิดว่าถ้าลุงไม่ดื้อลุงก็คงไม่เป็นอย่างทุกวันนี้ อาจจะไม่โดนข้อหา 112 อาจจะไม่ต้องแยกทางกับครอบครัว แล้วก็อาจจะไม่ได้เขียนหนังสือ และถ้าเป็นแบบนั้นฉันคงรู้สึกเสียดาย
ครั้งแรกที่ฉันไปบ้านลุงพร้อมแบกกล้องวิดีโอและขาตั้งกล้องไปอย่างพะรุงพะรัง ลุงลุกจากเก้าอี้ไม้ตัวโปรดข้างชั้นวางของ คะยั้นคะยอให้ฉันดื่มกาแฟที่ลุงชงให้
ห้องของลุงเรียบง่าย โล่งตา ดูสะอาด และไม่มีเตียงนอน แต่มีหนังสือกองโตที่ลุงเขียน เอกสารเกี่ยวกับคดีและเรื่องสั้นที่ลุงแปลบ้างแต่งบ้าง วางอยู่ในกล่องอย่างเรียบร้อย แต่ลุงมักบ่นว่าหาอะไรก็ไม่ค่อยเจอ ที่โต๊ะทำงานมีเครื่องพิมพ์ดีดรุ่นเก่าแก่แต่ยังใช้การได้ดีวางอยู่ ข้างๆ เป็นดิกชันนารี่อังกฤษ-ไทยเล่มใหญ่ และปึกกระดาษเรื่อง Father and son ของ Ivan Turgenev นักเขียนชาวรัสเซีย ฉันถามว่าทำไมลุงถึงแปลเล่มนี้
"มันก็มีส่วนคล้ายชีวิตผมเหมือนกันมั้ง เรื่องนี้พ่อกับลูกก็ขัดแย้งกัน คล้ายๆ เตี่ยกับผม" ลุงเล่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทั้งที่ในอดีตความขัดแย้งระหว่างลุงกับพ่อของลุงคงไม่อาจใช้คำบรรยายว่าราบเรียบได้
"ผมมาเมืองไทยตอน 6 ขวบ มาพร้อมแม่กับย่า มาอยู่โคราช เตี่ยผมมีเมียน้อยอยู่ที่นี่ ตอนเด็กๆ ผมเห็นเตี่ยตีแม่ผมด้วยด้ามไม้กวาดบ้าง ไม้ขัดหม้อบ้าง บางทีก็รองเท้ายางหนาๆ แม่เลี้ยงก็ใช้ให้แม่ผมทำงานหนัก สุดท้ายแม่ผมโดนคนข่มขืนจนท้อง ถูกเตี่ยส่งไปอยู่ที่โรงพยาบาลโรคจิตแล้วก็ตายในฐานะเป็นคนไข้อนาถา"
เมื่อได้คลุกคลีกับลุงนานเข้า ฉันจึงเข้าใจถึงความเจ็บปวดคับแค้นแสนสาหัสของลุงในเรื่องนี้ และเข้าใจได้ว่าทำไมงานเขียน ความคิด และการแสดงออกของลุง จึงมักอยู่กับเรื่องความไม่เป็นธรรมในสังคม และการกดขี่จากผู้มีอำนาจสูงกว่า
ผลงานการเขียนและการแปลของลุงมีเกือบ 50 เล่ม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสั้นของ บี.ทราเวน นักเขียนชาวเยอรมัน หรือนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่น ผลงานขอ
งลุงส่วนใหญ่จัดพิมพ์โดยเพื่อนสนิทที่คบหากันมานานหลายปี บางเล่มก็พิมพ์เอง น่าเสียที่ผลงานของลุงมักขายไม่ออกและต้องเอามาขายเลหลังเล่มละไม่กี่บาท
"หนังสือผมมันไม่มีคนอ่าน พิมพ์ไปก็ขายไม่ออก" ลุงพูดเปรยๆ ขึ้นมาในบางครั้ง นอกจากเรื่องนี้ลุงก็ตัดพ้อด้วยความน้อยใจว่าผลงานของแกถูกคนอื่นขโมยไปใส่ชื่อแล้วตีพิมพ์
แต่ความท้อใจก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไฟในการผลิตผลงานของลุงได้ พอฉันเจอลุงในวันต่อมา ลุงก็ยื่นเรื่องสั้นเรื่องใหม่ที่เพิ่งแต่งจบให้ฉันอ่าน แล้วถามอย่างกระตือรือร้นว่าเป็นอย่างไรบ้าง บางโอกาสเราถกเถียงกันเรื่องการเมือง สังคม ศาสนา ไปจนถึงชีวิตและวิธีคิดในบางประเด็น ความคิดเห็นของเราขัดแย้งกันบางเรื่อง แม้ลุงจะยึดมั่นในความคิดของตัวเองอย่างแน่วแน่ แต่ลุงก็ฟังความคิดเห็นของฉันเสมอ
ตอนนี้ลุงอายุ 75 ปี อาศัยอยู่คนเดียวบนชั้นสามของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในย่านหนองแขม ลุงเคยเป็นโรคต่อมลูกหมากโตและมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ต้องตัดไตออกข้างหนึ่งรวมทั้งกระเพาะปัสสาวะด้วย แทนที่ด้วยถุงปัสสาวะที่ต้องใส่ติดตัวตลอดเวลา แต่ภายนอกลุงยังดูแข็งแรงเดินเหินปกติ ทำทุกอย่างได้ด้วยตัวคนเดียว เดินทางไปตามงานเสวนาที่ต่างๆ เป็นประจำ สะพายย่ามคู่ใจที่ภายในมีหนังสือ เรื่องสั้น หรือเอกสารเกี่ยวกับคดีของแก บ้างก็แจกจ่าย บางทีโชคดีก็ขายได้
3.
"ผมสงสัยมากเลยนะว่าพวกดวงดาว จักรวาลมันเกิดขึ้นมาได้ยังไง"
ลุงตั้งคำถามขึ้นมาอย่างที่ชอบทำ ตอนนั้นเราสี่คนนอนดูดาวกันที่เชียงดาวระหว่างที่ไปถ่ายทำสารคดี คืนนั้นเป็นคืนฟ้าเปิด เห็นดาววาววับมากมาย เราคุยกันไปเรื่อยเปื่อย
"ทฤษฎีบิ๊กแบงไงคะ" ฉันตอบ "ไอ้หนังสือพวกนั้นผมก็อ่านมาบ้าง แต่เข้าใจยากเกินไป ผมอยากเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้นะ เหมือนที่ผมสงสัยว่าพืชมันเจริญเติบโตขึ้นมาจากใต้ดินได้ยังไง คิดดูสิ ดินมันก็เป็นแค่ดิน แต่ดินเป็นที่มาของพืชทุกชนิด มันเป็นความมหัศจรรย์นะ"
คำถามซื่อๆ กระตุ้นให้ฉันคิดถึงหนังสือเล่มแรกของลุงที่ฉันอ่าน ในตอนจบลุงก็ลงท้ายด้วยคำถามแบบนี้เช่นกัน
ความมหัศจรรย์ของลุงนั้นเรียบง่ายเหลือเกิน
ลุงดำรงอยู่ด้วยความคิดและความสงสัยต่อชีวิตและจุดกำเนิดของมัน เช่นที่ลุงเฝ้าสงสัยเกี่ยวกับการกำเนิดดวงดาวจักรวาลและพรรณพืช เช่นที่ลุงชอบนั่งดูคลิปเกี่ยวกับดาวอังคารในมือถือ เช่นที่ลุงเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวอาจจะมีจริง เช่นที่ลุงชอบเลี้ยงนกและเฝ้ามองพวกมันหากิน ขณะเดียวกันชีวิตลุงก็มีปมปัญหาที่ไม่อาจสลัดหลุด ลุงยึดติดอยู่กับอดีตบางอย่างอันน่าขมขื่นที่ชั่วชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งคงไม่อาจลืมได้ ลุงทำให้ฉันเข้าใจว่าชีวิตมนุษย์มีความซับซ้อนและลึกลับเกินกว่าที่ใครคนหนึ่งจะไปตัดสินการกระทำของเขาหรือบอกให้เขาปล่อยวางได้
ฉันจะไม่ตัดสินและไม่บอกให้ลุงปล่อยวาง ถ้าลุงจะเขียนหนังสือหรือขึ้นไปพูดในวงเสวนาไหนๆ ฉันจะเป็นคนรับฟัง เพราะความฝันอย่างหนึ่งที่ลุงต้องการคงเป็นการได้แสดงความเห็นอย่างซื่อตรงและเปิดเผยโดยไม่ถูกปิดกั้นหรือตัดสินจากใคร
(เผยแพร่ครั้งแรก กรกฎาคม 2559 >>> https://freedom.ilaw.or.th/112theseriesBandit)
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1

9 ความเห็น

 
ICT
4 ชม.  ·
ยกฟ้องบัณฑิต อาร์ณีญาญ์ คดี 112
26 ม.ค. 2564 วันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลอาญา รัชดาฯ ศาลอ่านคำพิพากษายกฟ้องคดี 112 ของบัณฑิต อาร์ณีญาญ์ โดยศาลระบุว่า ยกประโยชน์ความสงสัยให้จำเลย เพราะวิญญูชนเมื่อได้อ่านข้อความดังกล่าวแล้วมีความเห็นแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงเวลา และจำเลยใช้คำสามัญ ไม่ได้ใช้ราชาศัพท์หรือกล่าวถึงพระมหากษัตริย์โดยตรง จึงไม่แน่ใจว่าคำว่าฝุ่นละอองที่ติดอยู่ใต้เท้าของใครบางคน หมายถึงคำว่า ใต้เท้า ที่คนจีนชอบใช้ หรือหมายถึง ร.9
อนึ่งข้อความที่ทำให้บัณฑิตถูกฟ้องมาจากการแสดงความเห็นในงานเสวนารัฐธรรมนูญเมื่อปี 2558 “คุณค่าแห่งความเป็นคนและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ของคนไทยทั้งแผ่นดิน จะต้องอยู่สูงกว่าฝุ่นละอองที่ติดอยู่ใต้เท้าของใครบางคน…”
ในภาพอาจจะมี 2 คน, ผู้คนกำลังยืน, ข้อความพูดว่า "ความเป็นธรรม ย่อม อยู่ เหนือ ทุกสถาบัน DEUN"
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT

ในภาพอาจจะมี ข้อความพูดว่า ""มีเพื่อนน้อย" ไม่เป็นไร ขอให้คบกัน ด้วยความจริงใจก็พอ เพจ สบายตา"

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
ขอให้ "นำภา" ไปจนถึงเส้นชัย
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
 
ICT
7 ชม.  ·
ศาลฎีกาลงโทษจำคุก 2 ปี 12 เดือน ทวี ภูมิสิงหราช อดีต ส.ว.พัทลุงและแกนนำ กปปส. ในคดีขวางเลือกตั้ง ก่อนรัฐประหาร 57 https://prachatai.com/journal/2021/01/91362
ฎีกาลงโทษจำคุก อดีต ส.ว.พัทลุง-แกนนำ กปปส. 2 ปี 12 เดือน คดีขวางเลือกตั้ง ก่อนรัฐประหาร 57
 
prachatai.com
ฎีกาลงโทษจำคุก อดีต ส.ว.พัทลุง-แกนนำ กปปส. 2 ปี 12 เดือน คดีขวางเลือกตั้ง ก่อนรัฐประหาร 57
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
มังกือ

สวรรค์เริ่มมีตา

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
3 ส

ยกนิ้ว เยี่ยมมาก

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
 
ICT

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT

iLaw

เยาวลักษ์ อนุพันธุ์: ทิศทางคดีมาตรา 112 หลังจากนี้ขึ้นอยู่กับความกล้าหาญของผู้พิพากษาแต่ละท่าน

เยาวลักษณ์ อนุพันธ์ หัวหน้า ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และทนายความของ "ลุงบัณฑิต" จำเลยคดีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ศาลอาญาเพิ่งยกฟ้องในวันนี้ (26 มกราคม 2564) เปิดเผยความรู้สึกเกี่ยวกับคำพิพากษาและแนวทางการต่อสู้คดีที่นำมาสู่ชัยชนะ รวมถึงแนวโน้มของคดีมาตรา 112 หลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาในคดีนี้

๐ ก่อนมาฟังคำพิพากษาคดีนี้รู้สึกกดดันหรือไม่?

"ภายใต้สถานการณ์แบบนี้มันก็กดดันนะ อย่างตอนแรกที่ศาลนัดฟังคำพิพากษา 10 โมงแต่ศาลขึ้นบัลลังก์ช้าพี่ก็แอบกังวลใจอยู่ว่าจะมีอะไรหรือเปล่า แล้วยิ่งเห็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ถือกุญแจมือเข้ามาก็แอบรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีนะ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการปฏิบัติตามระเบียบปกติที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะต้องขึ้นมาอยู่ในห้องพิจารณาคดีระหว่างศาลอ่านคำพิพากษาเพื่อรอรับตัวจำเลยหากศาลพิพากษาจำคุกแต่คิดว่ามันก็มีผลทางจิตวิทยาอยู่ดี"

"พี่เลยบอกลุงบัณฑิตว่าไม่ต้องกังวล หากสุดท้ายศาลจะพิพากษาจำคุกยังไงทางทนายก็เตรียมที่จะยื่นประกันตัวให้"

๐แล้วตัวคุณลุงเป็นอย่างไรบ้าง?

"พี่ทำคดีลุงมาหลายปี วันนี้เป็นวันที่คุณลุงอาการไม่ค่อยดี ปกติลุงบัณฑิตเป็นคนที่แข็งแรงนะถ้าเปรียบเทียบกับคนในวัย 80 หรือวัยใกล้ๆกับแก ปกติลุงจะมีปัญหาเรื่องการปัสสวะที่แกตัดกระเพาะปัสสาวะออกไปข้างหนึ่งเพราะเป็นมะเร็งแต่นอกนั้นแกก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่มาวันนี้แกเป็นความดัน พยาบาลวัดได้ว่าวันนี้ความดันของลุงพุ่งขึ้นไปถึง 190 เข้าใจว่าแกน่าจะเครียด"

๐ คิดว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้สามารถทำให้ศาลยกฟ้องได้?

"คดีนี้ พี่กับทีมทนายได้พยานหลักฐานจากอัยการศาลทหารกรุงเทพ เมื่อเอามาศึกษาโดยละเอียดก็พบว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีหลายจุดที่อ่อนมาก"

"ตอนที่คดีนี้พิจารณาในศาลทหาร อัยการทหารก็พาตำรวจฝ่ายสืบสวนที่อยู่ในที่เกิดเหตุมาเบิกความ พี่และทีมทนายก็เลยขอให้ศาลออกหมายให้อัยการทหารส่งคำให้การในชั้นสอบสวนของพยานที่เป็นตำรวจคนนั้นเข้าสู่สำนวน ก็เลยพบว่า พ.ต.อ.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุเคยให้การในชั้นสอบสวนไว้ถึงสามครั้ง ครั้งแรกให้การว่าสิ่งที่จำเลยทำไม่น่าเป็นความผิดเพราะจำเลยไม่ได้ใช้คำราชาศัพท์และไม่ได้เอ่ยชื่อบุคคลใด ต่อมาในครั้งที่สองก็ให้การว่าคำพูดของจำเลยมีลักษณะหมิ่นเหม่แต่ก็ยังไม่ได้ให้การว่าเป็นความผิด เพิ่งมาครั้งที่สามที่ให้การว่าจำเลยน่าจะกระทำความผิด ซึ่งคำให้การของ พ.ต.อ.สมยศเหมือนกับตำรวจอีกคนหนึ่งที่อยู่ในที่เกิดเหตุและเคยให้การต่อพนักงานสอบสวนสามครั้ง"

"ระหว่างการสืบพยานปากพ.ต.อ.สมยศ ตัวพยานพูดถึงคณะกรรมการของตำรวจที่ทำหน้าที่กลั่นกรองคดีมาตรา 112 พี่กับคณะทนายเลยขอให้ศาลออกหมายเรียกเอกสารการประชุมของคณะกรรมการที่ว่ามาถึงได้ทราบว่าจริงๆแล้วตำรวจเรียกพยานมาสอบปากคำคดีนี้หลายคนเลย มีคนหนึ่งที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาศาสตร์จากราชบัณฑิตยสถานให้การกับตำรวจว่าสิ่งที่จำเลยพูดไม่น่าจะหมายถึงพระมหากษัตริย์และไม่น่าจะเป็นความผิดแต่คำให้การพยานปากนั้นก็ไม่อยู่ในสำนวนของอัยการ ส่วนพยานปากที่เป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาศาสตร์โดยตรงแต่เป็นคนที่ทำงานกับหนังสือราชการก็ให้การกับทางอัยการในชั้นแรกว่าสิ่งที่คุณลุงพูดน่าจะเป็นความผิด แต่พอทนายจำเลยถามค้านก็ตอบว่าคำว่าฝุ่นเป็นคำทั่วๆไปที่ใช้เรียกของแข็งที่ลอยอยู่ในอากาศและคำว่าคนบางคนก็ไม่สามารถระบุได้ว่าหมายถึงใคร ก็คือยอมรับว่าตัวประโยคที่คุณลุงพูดมันจะผิดหรือไม่ผิดมันขึ้นอยู่กับการตีความของแต่ละคน"

"อันหนึ่งที่น่าสนใจคือคำว่า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่พยานคนนี้หยิบมาโยงกับคำว่าฝุ่นที่อยู่ใต้เท้าของใครบางคน มันเป็นคำเฉพาะมาก คนทั่วไปจะเข้าใจว่าคำๆนี้หมายถึงคำที่ประชาชนที่เรียกตัวเองเวลาพูดกับพระมหากษัตริย์แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ คำว่าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทหมายถึงพระมหากษัตริย์ซึ่งพี่เองก็เพิ่งมารู้เพราะทำคดีนี้"

"พี่คิดว่าความพยายามในการหาพยานหลักฐานของเรามีความสำคัญมาก ที่ทำให้สุดท้ายแล้วศาลยกฟ้อง"

๐ คดีนี้คำพิพากษาออกมาในช่วงหลังพล.อ.ประยุทธ์ประกาศว่าจะใช้กฎหมายทุกฉบับและนโยบายเกี่ยวกับคดีมาตรา 112 เปลี่ยนไป ก่อนฟังคำพิพากษามีความกังวลกับตรงนี้บ้างหรือไม่?

"ตอนที่คดีนี้สืบพยานที่ศาลอาญา สถานการณ์คดีมาตรา 112 ก็ยังไม่ได้ตึงเครียดเหมือนตอนนี้พี่เองก็มั่นใจ คุณลุงก็ดูมั่นใจ แต่พอศาลมีคำพิพากษาคดีของคุณอัญชัญ (จำเลยคดีเครือข่ายบรรพตที่ศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำคุก 29 ปี 174 เดือน เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2563) พี่ก็รู้สึกกังวลกับคดีนี้ขึ้นมาทันที คุณลุงเองที่ปกติค่อนข้างมั่นใจว่าศาลน่าจะยกฟ้องแน่ก็โทรมาหาพี่ แกกังวลมากถามพี่ว่า ผมจะรอดไหม ซึ่งความเครียดตรงนั้นก็อาจจะทำให้แกทรุดจนความดันขึ้น แต่พอศาลมีคำพิพากษาออกมาเราก็รู้สึกโล่งใจ และเคารพว่าศาลท่านตัดสินไปตามพยานหลักฐานอย่างแท้จริง พี่เองก็ยังไม่มั่นใจว่าถ้าคดีนี้ยังอยู่ในการพิจารณาของศาลทหารผลจะออกมาเหมือนกันแบบนี้หรือเปล่า"

๐ มองว่าคำพิพากษาคดีนี้จะส่งผลบวกต่อคดี 112 ที่เกิดขึ้นช่วงนี้หรือไม่?

"ถ้าถามว่าคดีนี้จะเกี่ยวกับคดีอื่นหรือเปล่า พี่คิดว่าคดี 112 ขึ้นอยู่กับตัวผู้พิพากษานะ ถ้าผู้พิพากษามีความกล้าหาญ ก็จะตัดสินคดีไปตามพยานหลักฐานอย่างวันนี้ที่ศาลพิจารณาพยานหลักฐานอย่างถี่ถ้วนว่ายังมีความเคลือบแคลงน่าสงสัยเลยยกฟ้องคดี ซึ่งเท่าที่พี่ติดตามก็มีบางคดีที่การกระทำน่าจะไม่เข้าข่ายการกระทำความผิดแต่กลับมีการตั้งข้อกล่าวหา เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่มีบางคดีเช่นคดีจ้า (คดีของพัฒน์นรี แม่ของสิรวิชญ์หรือ "จ่านิว" นักกิจกรรมที่ถูกกล่าวหาจากการตอบแชทจำเลยคดีมาตรา 112 อีกคนหนึ่งที่เขียนข้อความที่เป็นความผิดมาว่า "จ้า") ที่จริงๆไม่น่าฟ้องแต่แรกแต่อัยการทหารก็ฟ้องคดีเข้ามา หลังจากนี้ก็คงต้องหวังให้ผู้พิพากษาที่จะเข้ามาเป็นผู้พิจารณาคดี 112 ที่เกิดขึ้นใหม่มีความกล้าหาญและตัดสินคดีไปตามข้อเท็จจริงและหลักฐาน"

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ชาติอนุรักษ์

ขอบคุณ จขกท.ที่นำเรื่องราวดี ๆ มาให้อ่าน....ติดตามทุกข่าวที่คุณเอามาลง

แต่กดถูกใจไม่ได้....ไม่รู้เพราะอะไร รบกวนแอดมินช่วยแก้ไขให้ด้วย....ขอบคุณ

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1