"ไทยไม่ทน" ต้องให้ความสนใจ--เผยภาพ ยิ่งลักษณ์ โดนทหารถือปืนกล คุมตัว

"ไทยไม่ทน" ต้องให้ความสนใจ--เผยภาพ ยิ่งลักษณ์ โดนทหารถือปืนกล คุมตัว

https://www.matichon.co.th/politics/news_2739098

09.00 INDEX จังหวะก้าว “ไทยไม่ทน” ยกระดับ ขับเคลื่อนรุก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

 

09.00 INDEX จังหวะก้าว “ไทยไม่ทน” ยกระดับ ขับเคลื่อนรุก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

จังหวะก้าว “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม เป็นต้นไป เป็นจังหวะก้าวของ การยกระดับทางการเมือง

เป็นการยกระดับที่ไม่เพียงแต่จะมีการจัดเวทีปราศรัยผ่านระบบออนไลน์ หากแต่ยังมีเป้าหมายการพบปะที่สำคัญ

ก้าวแรกคือการไปยื่นหนังสือต่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัว หน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก้าวที่สองเป็นการไปยื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ทำเนียบรัฐบาล

ก้าวที่สามคือการไปยื่นหนังสือต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัว หน้าพรรคภูมิใจไทย และก้าวที่สี่คือการไปยื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการ ทหารบกในฐานะที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่ง

ไม่ว่าจะเป็นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นหนังสือต่อรองนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการทหารบก แจ่มชัด

แจ่มชัดว่าเรียกร้องให้พิจารณา “เสียสละ” เพื่อประเทศไทย

 

เป้าหมายสำคัญอยู่ที่การเสียสละของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอ ชา ถอนตัวจากตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี”

 หากมองในเชิง “ปริมาณ” โดยวัดจากจำนวนของ “มวลชน” วัดจากการ เคลื่อนไหวตามความเคยชินในอดีต ไม่ว่าเมื่อเดือนตุลาคม 2516 ไม่ว่าเมื่อเดือนพฤษภาคม 2535

ปริมาณของ “มวลชน” จากที่เคยปรากฏผ่านหน้าเวทีไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน อาจมีไม่มากนัก

แต่หากวัดจาก “คุณภาพ” ของการเคลื่อนไหวประสานเข้ากับการเคลื่อนไหวอื่นๆตลอดปี 2563 และไตรมาส 1 ไตรมาส 2 สำหรับปี 2564 โดยเฉพาะในห้วง 7 ปีของรัฐประหารเมื่อพฤษภาคม 2557

ก็ต้องยอมรับว่าฐานของอารมณ์ “มวลชน” ที่อยู่เบื้องหลังขบวน “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” หนักแน่น จริงจัง

 

ไม่ว่าจะเป็นพวกที่เคย “เชียร์” และพวกที่พร้อมจะร้อง “ออกไป”

การเคลื่อนไหวของ ”ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” ในห้วงรอยต่อระหว่างเดือนพฤษภาคมต่อเนื่องไปยังเดือนมิถุนายน จึงมากด้วยความแหลมคม

เป็นสภาพการณ์ทางการเมืองที่จะเอาความเคยชินใน “อดีต” มา เป็นเครื่องพิจารณาและตัดสินใจไม่ได้ต่อไปอีกแล้ว

นี่คือโจทย์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องให้ความสนใจ

******

********

****************

 

‘หมอชลน่าน’ ปูด พณ. ปล่อยสมาคมส่งออกข้าว รีดค่าจัดการ 150 บาทต่อตัน ส่อเปิดทางทุจริต

 

https://www.matichon.co.th/politics/news_2739228


 

‘หมอชลน่าน’ ปูด พณ. ปล่อยสมาคมส่งออกข้าว รีดค่าจัดการ 150 บาทต่อตัน ส่อเปิดทางทุจริต

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 พฤษภาคม ที่ พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคพท. แถลงว่า กรณีสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย มีหนังสือด่วนมาก แจ้งผลการจัดสรรปริมาณข้าวเพื่อส่งมอบให้รัฐวิสาหกิจจีน (COFCO) ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 64 โดยเนื้อหาระบุเรียกเก็บค่าการบริหารจัดการจากสมาชิกในอัตราตันละ 150 บาท และต้องจ่ายค่าดำเนินการดังกล่าวภายในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ กรมการค้าต่างประเทศ ผู้รับผิดชอบการค้าข้าวแบบรัฐต่อรัฐ และเป็นผู้จัดโอนโควต้าข้าวให้สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เหตุใดจึงปล่อยให้สมาคมฯ เรียกเก็บค่าดำเนินการดังกล่าว ทั้งนี้ ตนขอตั้งข้อสังเกต 4 ข้อดังนี้ 1.กรมการค้าต่างประเทศ ใช้วิธีการมอบโอนข้าวปริมาณ 20,000 ตันให้สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยดำเนินการจัดหาเพื่อส่งออกขายให้รัฐในต่างประเทศแต่เพียงผู้เดียว และสมาคมฯ จำกัดเพียงสมาชิกเท่านั้นที่จะมีสิทธิจัดส่งข้าวตามปริมาณที่สมาคมฯ จัดสรรให้ ใช่หรือไม่

2.จดหมายสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยระบุเนื้อหา การส่งมอบข้าวที่กำลังจะเกิดขึ้นช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมนี้ COFCO สั่งซื้อข้าวขาว 5% จัดส่งแบบ FOB (ราคาส่งที่ท่าเรือ) ที่ราคาตันละ 520 เหรียญสหรัฐ แต่ข้อมูลที่ทราบมา ข้าวชนิดเดียวกันนี้ ราคาตลาดอยู่ที่ตันละ 480 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ดังนั้นส่วนต่างตันละ 40 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันต่อปริมาณข้าว 20,000 ตัน จะเกิดส่วนต่างสูงถึง 8 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือ 25 ล้านบาท จึงอยากให้กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงข้อมูลดังกล่าวว่าเป็นจริงหรือไม่

 

นพ.ชลน่านกล่าวว่า 3.การโอนข้าวแบบรัฐต่อรัฐ จำนวน 20,000 ตัน ซึ่งถือเป็นสิทธิและเป็นผลประโยชน์ของประเทศไทยให้แก่สมาคมผู้ส่งออกข้าวโดยไม่มีการประมูล เป็นการทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ ภาครัฐ พ.ศ.2560 หรือไม่ และ 4.การดำเนินการของสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย มีการเรียกเก็บเงินเพื่อการบริหารจัดการตันละ 150 บาทนั้น เงินจำนวนนี้ได้ถูกนำไปใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ตามจุดประสงค์ของการค้าข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือไม่ อย่างไร

 

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2558-ปัจจุบัน มีการซื้อข้าวแบบรัฐต่อรัฐระหว่าง COFCO กับกรมการค้าต่างประเทศ รวม 1.7 ล้านตัน หากมีการคิดส่วนต่างจากราคาส่งออกตามโควต้านี้จริง คงจะประเมินมูลค่าไม่ได้ และหากมีการเก็บค่าดำเนินการ 150 บาทต่อตันจริง อาจคิดเป็นมูลค่าเงินกว่า 255 ล้านบาท เงินเหลานี้ใครได้ประโยชน์และใครเสียประโยชน์

 

  • รัก
    10
  • ฮ่าฮ่า
    8
  • ว้าว
    7
  • เศร้า
    11

5 ความเห็น

 
ICT

https://bangkok-today.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%...

ผลงานกิ๊กก๊อก..หาทางออกให้ชาติไม่ได้??

 ผลงานกิ๊กก๊อก..หาทางออกให้ชาติไม่ได้??

“ช่วยแค่หย่อมๆ  แต่ทั้งชาติสะบักสะบอม ควรจะแล”

เอาเวลา ขนถุงยังชีพ-ข้าวกล่อง ช่วยประชาชนที่ลาดพร้าว และ วังทองหลาง เพียงบางจุด.. เพื่อแก้วิกฤตโควิด ให้หายหิวมื้อสองมื้อ นั่นไม่ใช่หน-ทางแก้

“จุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์” รองนายกฯ-รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้หาทางออก ให้กับประเทศเป็นระบบ

นำความช่วยเหลือเพียงแค่กระผีก  น้อย นิดหน่อย เล็กน้อย ขณะที่ยอดติดโควิดสะสมขึ้นเป็นหลักแสน ตะบึงเร่งขึ้นอย่างไม่หยุด มุ่งหน้าสู่หลักสองแสน มีคนตาย ๗๕๐ กว่าศพ..นำถุงยังชีพแก้ได้ประเดี๋ยวประด๋าว เท่านั้น

แจกถุงยังชีพไม่ใช่ทางออก..อย่าผลงานกิ๊กก๊อก ไม่ดีหรอก-นะท่าน

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“พรก.ฉุกเฉิน พังยับเยิน ไม่มีดี”

 

ใช้ความเข้มงวด บีบบังคับคนไทย ให้อยู่ในระเบียบวินัย เคร่งครัด ไม่ให้ขัดขืน..แต่คุม “โควิด” ทุกสายพันธุ์ใหม่ๆ ได้ที่ไหนกันล่ะ-ท่านนายกรัฐมนตรี

ทุกสายพันธุ์ ล้วนมาชุมนุม รวมกันเป็นหมู่เป็นเหลา อย่างไม่เกรงใจ “พรก.ฉุกเฉิน” ที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ใช้เป็นมาตรการเด็ดขาด กันมาข้ามปี..

ประเทศไทยรวมสายพันธุ์โควิด-๑๙ เอาไว้อย่างไม่มีการตกหล่น ตกหาย ทุกสายพันธุ์ไม่ว่า “อู๋ฮั่น-อังกฤษ-อินเดีย-แอฟฟริกา” ซึ่งสายพันธุ์แอฟริกา แพร่กระจายเร็ว และอันตรายมาก

“พอรอกอ”ที่ต่อวีซ่านำมาใช้..สร้างความล้มละลาย โดย “พล.อ.ประยุทธ์” ไม่เคยกระดาก

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“โควิดติดคนไทย ยอดหายนะไปกว่า ๑ แสน ๒ หมื่นคน เข้าไปแล้ว”

ตายแบบเผาวันเดียวจบ เกือบจะ ๗๐๐ กว่าคน ที่สิ้นชีวิตพากันตาย-เป็นแถว

“ความตาย” ที่มาจาก “โควิด” ที่ระบาดนั้น..หยุดยั้ง สกัด ระงับ ห้ามเป็นสิ่งที่กระทำได้ ต้องรีบนำงบประมาณ มาเพิ่มให้กับ “กระทรวงสาธารณสุข” เพื่อซื้อเครื่องมือการแพทย์ และ วัคซีน ในการป้องกันชีวิตคนไทย ให้รอดตัว

“คุณหญิงหน่อย” สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สงสัย “รัฐบาลประยุทธ์” จัดงบประมาณปี ๖๕ เหมือนไม่เห็นคนไทยตายด้วยโควิด จัดงบให้ “กลาโหม” ๒๐๓,๒๘๒ ล้านบาท “สาธารณสุข” ได้แค่ ๑๕๓,๙๔๐ ล้านบาท งบห่างกันสุดขั้ว

“กลาโหม”ไม่เคยต้านปฏิวัติ..งบสมควรตัด-ลงมาเท่าตัว

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“เขาอยากได้ประชาธิปไตย ก็กระสันจับยัดให้ แต่เผด็จการ”

“ลงทะเบียนฉีดวัคซีน” คนไทยอยากฉีด แต่ไม่ใช่มีม้าตัวเดียวให้เลือก อย่าง  “แอสตร้าเซนิกา” กับ “ซิโนแวค” เท่านั้น

วัคซีนดี-มีประโยชน์ เกรดสูง ป้องกันได้มาตรฐานยิ่งกว่า  “ไฟเซอร์-โมเดอร์น่า-จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน-ชิโนฟาร์ม-สปุตนิก วี” ก็ไม่ยักที่จะหากันมา..

“คนไทย” ไม่หลงเชื่อ่.. พวกบ้าเผด็จการ เหมือน “ดาราสลิ่ม” ที่ออกมาให้คนไปลงทะเบียนกัน..มันยังปลุกปั่นเชียร์ “เผด็จการ”.. โดยไม่เอา “ประชาธิปไตย” จนบ้านเมืองพัง แต่กลุ่มก้อนมันรับสตางค์ เพราะได้ค่าอวย

ยุเพื่อที่มันจะได้หน้า..จะได้ฟันโฆษณา จนมันพากัน-ร่ำรวย

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ทำชุ่ย ยังคิดมาลุย จับคน”

สิ่งที่เขารุมด่า เพราะผลลัพธ์แห่งความลำบากนั้น ได้มาตก-อยู่กับประชาชน

คิดใช้กฎหมายปิดปาก หากใครยังด่าอีก จะมีความผิด มีโทษจำคุก ๑ เดือน/ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท

ชาวบ้านหากไม่ได้รับผลกระทบ สะเทือน ที่สัมผัสได้ เขาจะออกมาโวยวาย ถึงความ “ฉำแฉะ” แย่สุดกู่กันได้อย่างไร ..เมื่อทำ “โหลยโท่ย” ไม่มีคุณภาพ ประชาชนย่อมออกมาตอกหน้า ไม่อยากให้เขาด่า ก็ออกไปเสีย

ประชาชนมีแต่พัง..อย่าทำมาเป็นผิวบาง อะไรกันเนี่ย

 “กะพรุนไฟ”

๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔

 

 

 

  • รัก
    5
  • ฮ่าฮ่า
    7
  • ว้าว
    8
  • เศร้า
    9
 
ICT

https://www.matichon.co.th/politics/news_2739093

‘หลานแม้ว’โพสต์ภาพ ‘ยิ่งลักษณ์’ โดนรปห. ถูกทหารถือปืนคุมตัว บอกเห็นแล้วน้ำตาไหล 

 

 

 

 

 

“หลานแม้ว” โพสต์ภาพ “ยิ่งลักษณ์” โดนรปห. ถูกทหารถือปืนคุมตัว บอก เห็นแล้วน้ำตาไหล 

 

วันนี้ (24 พ.ค.) น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หรือ แซน หลานสาวนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยระบุว่า เป็นรูประหว่างถูกทหารควบคุมตัวหลังถูก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะอดีตผบ.ทบ. ทำการรัฐประหาร เมื่อ 7 ปีที่แล้ว พร้อมข้อความระบุว่า

 

“เห็นภาพนี้แล้วน้ำตาไหลนะ พูดเลย ภาพอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ นายกฯของประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งถูกทหารถือปืนกลคุมตัว 1 วันหลัง พล.อ.ประยุทธ์ ยึดอำนาจ 22 พ.ค. 57

 

“ถ้าไม่มีการรัฐประหารในวันนั้น ประเทศเราคงไม่มาถึงจุดนี้ ในวันนี้”

 

ก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้โพสต์ข้อความในวันครบรอบ 7 ปี 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา ระบุว่า 7 ปีก่อนรัฐประหารวันนั้น กับ 7 ปี หลังรัฐประหาร วันนี้ประเทศไทย และประชาชนสูญเสียโอกาส อะไรไปบ้าง

 

 

“ดิฉันขอย้อนเวลากลับไปช่วงนี้เมื่อ 7 ปีก่อน ตอนนั้นดิฉันถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นสภาพการเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยข้อกล่าวหาเรื่องการโยกย้ายตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเพียงตำแหน่งเดียว ทั้งๆ ที่เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร และต่อมาในวันรุ่งขึ้น ป.ป.ช.ได้เร่งชี้มูลความผิดดิฉันในคดีจำนำข้าว ทั้งๆ ที่ ป.ป.ช.ยังไม่ได้ข้อสรุปคดีดังกล่าวในระดับรัฐมนตรีเลย แต่ทำไปเพื่อส่งเรื่องถอดถอนดิฉันออกจากนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพียงแค่ให้แน่ใจว่าดิฉันจะพ้นสภาพจริงๆ ทำให้เชื่อได้ว่ามีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าจากหลายเหตุการณ์ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างทำรัฐประหารวันที่ 22 พฤษภาคม 2557

 

“ดิฉันอยากให้ทุกท่านช่วยคิดว่า 7 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยสูญเสียโอกาสอะไรไปบ้าง ทั้งศักยภาพในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจที่นับวันยิ่งแย่ลง เกิดปัญหาการว่างงาน นักศึกษาจบใหม่ไม่มีงานทำ คุณภาพชีวิตแย่ลง ขาดการพัฒนาทักษะของประเทศให้รองรับกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป สิทธิเสรีภาพถูกลิดรอนปิดกั้นความเห็นต่าง จากบุคคลที่อ้างว่าขออาสาเข้ามาแก้ปัญหาประเทศ ไม่มีใครทำได้ เป็นคนเก่งสุด รู้ดีสุด ต้องคุณประยุทธ์เท่านั้น

 

“ตลอดเวลา 7 ปี ดิฉันเจ็บปวดใจ และขมขื่นแทนพี่น้องประชาชน พยายามเฝ้าอดทนด้วยความหวังที่ว่ารัฐบาลจะทำสิ่งดีๆ ให้กับประเทศบ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป คำสัญญา และเหตุผลที่อ้างเพื่อรัฐประหารรัฐบาลดิฉัน จนถึงวันนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะทำได้ แม้จะจัดให้มีการเลือกตั้ง แต่นั่นเป็นการสร้างภาพว่าคืนอำนาจให้กับประชาชน เพราะได้มีการออกแบบรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตนเองได้สืบทอดอำนาจ ประชาชนจึงออกมาเรียกร้องขอให้แก้ไข แต่ถูกยื้อ และไม่ให้ความสำคัญ

 

 

“ไม่แปลกหรอกค่ะ เพราะรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ย่อมไม่เข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชน ไม่เคยแม้แต่เป็นที่พึ่งพิง หรือให้ความอบอุ่นเอื้ออาทร การบริหารประเทศแบบแนวทหารไม่สามารถทำให้ประเทศเศรษฐกิจดีได้ แถมยังซ้ำเติมด้วยการบริหารสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ล้มเหลวล่าช้า แล้วแบบนี้ประชาชนจะหันหน้าไปพึ่งใครได้

 

“ถึงวันนี้ทุกคนคงเห็นแล้วว่า 7 ปีของรัฐประหาร เป็น 7 ปีที่ประเทศ และคนไทยสูญเสียโอกาสในการพัฒนา เป็น 7 ปี ที่เสียงของประชาชนไม่มีความหมาย และเป็น 7 ปี ที่ประชาชนได้แต่เฝ้ารอรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่ไม่รู้ว่าจะได้เห็นหรือไม่

 

“สุดท้ายนี้ดิฉันจึงขอทวงถามคุณประยุทธ์แทนพี่น้องประชาชนว่า คุณได้ทำตามที่สัญญาว่าจะคืนความสุขให้กับประชาชนแล้วหรือยัง มิเช่นนั้นรัฐประหารเมื่อ 7 ปีก่อน ที่บอกว่าปฏิรูปก่อนเลือกตั้งคงเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น”

  • รัก
    5
  • ฮ่าฮ่า
    8
  • ว้าว
    10
  • เศร้า
    11
 
ชาติอนุรักษ์

เอ็งจะบ้าไปถึงไหน คุมตัวผู้หญิงตัวเปล่า ๆ ตำแหน่งนายกฯ ที่ไม่มีแม้แต่"หมา"คุ้มกัน
เอ็งต้องใช้ปืนด้วยหรือ ?

ทุเรศมาก

  • รัก
    11
  • ฮ่าฮ่า
    6
  • ว้าว
    7
  • เศร้า
    10
 
อ่างขาง

ไอ้ชั่ว
จำคำพูดนี้เอาไว้ วันใดที่มึงพ้นจากตำแหน่ง มึงคิดได้เลยวันนั้น นรกเปิด
บ้านจะโดน ขี้ ขว้าง รถยนต์โดนเจาะยาง ไปไหนมาไหนไม่ได้เลย โดนชาวบ้านด่าตลอดทาง
คดีต่างๆ จะพรั่งพรูออกมา เท่ากับจำนวนที่ีมึงทำกับเด็กๆไว้
บางครั้งการต่อสู้ก็ต้องมาถึงขั้นที่ยอมกันไม่ได้เหมือนกัน
เมีย และลูกของมึง จะทนทุกอีกเท่าไรมึงคิดดูเอาเอง

พม่า ที่ว่าสุดๆแล้ว เขายังให้เกียรติความเป็นคน เหมือนกัน
อองซานซูจี ได้แค่ถูกเชิญไปพำนักบ้านพักตนเอง ไม่ได้จองจำแต่อย่างใด
มึงเป็นใคร ถึงใหญ่คับฟ้าได้ขนาดนั้น

  • รัก
    8
  • ฮ่าฮ่า
    7
  • ว้าว
    7
  • เศร้า
    6
 
3 ส

นายกหญิงไทย

สู้

  • รัก
    7
  • ฮ่าฮ่า
    12
  • ว้าว
    9
  • เศร้า
    9