ไทยโพสท์พาดหัวแบบนี้โดนฟ้องได้นะครับ

ไทยโพสท์พาดหัวแบบนี้โดนฟ้องได้นะครับ

อาจเป็นรูปภาพของ 2 คน, ผู้คนกำลังยืน และข้อความ

ไทยโพสท์พาดหัวแบบนี้โดนฟ้องได้นะครับ เป๊อะหรือใครที่ทำอยู่ช่วยเบาๆ หน่อย เล่นชกใต้เข็มขัดผมลับหลังแบบนี้เป็นปีแล้ว ถ้าอยากด่าผมก็เขียนด่าเป็นเรื่องเป็นราวดีกว่าครับ เลิกใช้วิธีตัดคำพูดผมมาปั่นกระแสดึงคนอ่านได้แล้ว ไม่อายหรือครับที่ต้องเกาะชื่อผมหากิน
เขียนข่าวขึ้นเพจแบบนี้

น่าโดนคนรีพอร์ทมากๆ

ย้ำนะครับว่าผมไม่ว่าเรื่องด่าหรือเห็นต่างกัน แต่เขียนวิจารณ์ให้เป็นเรื่องเป็นราวหน่อย เลิกมุขส่องเฟซส่องทวิตเตอร์ผมแล้วไปรีไรท์ข้อความให้คนเข้าใจผิดได้แล้ว องค์กรสื่อไม่ใช่องค์กรแซะครับ
อีกไม่กี่ปีก็ตาย อย่าให้เด็กรุ่นหลังจดจำว่าไม่เคยทำอะไรมีคุณค่า นอกจากเขียนข่าวเ ยม เกาะชื่อคนอื่นหากิน
มีอย่างที่ไหน เป็นองค์กรสื่อที่ด่าผมตั้งแต่ผมไม่ทำเพจจนเพจผมมีคนตามแซงไปแล้วกว่าหนึ่งเท่าตัว
ผมไม่เคยพูดว่าคนไทยเกลียดคนมุสลิมครับ หลักฐานทั้งข้อเขียนและบุคคลก็มีว่าหลังกรือเซะและตากใบ ในฐานะเป็นนักศึกษา ผมทำอะไรเพื่อคืนความเป็นธรรมให้คนสามจังหวัด ถามคนสามจังหวัดที่ไปฮาวายสมัยผมเรียนก็ได้ว่าผมเป็นคนอย่างไร
ผมล่ารายชื่อนักศึกษาไทยในอเมริกาและยุโรปวิจารณ์รัฐบาลทักษิณเรื่องกรือเซะตากใบ พูดถึงขั้นนายกต้องออก ผมไปช่วยงานสมานฉันท์แทบทันทีที่มีการทำเรื่องนี้ อยู่ต่างประเทศผมก็พูดเรื่อง กรือเซ๊ะ-ตากใบตลอด ผมมั่นใจว่า profile ผมเรื่องนี้ไม่มีอะไรมัวหมองอย่างที่คุณโกหกแน่นอน
ปี 47-48 ผมเป็นคนรุ่นแรกๆ ที่โดนสื่อเฮงซวยด่าด้วยภาษาแบบทุกวันนี้ว่าชังชาติ ทั้งที่ตอนนั้นผมแค่พูดร่วมกับนักศึกษาไทยในยุโรปและอเมริกาว่าเราควรคืนความเป็นธรรมให้คนมลายูมุสลิมในกรณีกรือเซ๊ะ-ตากใบ-สะบ้าย้อย-ตันหยงลิมอร์ เช่นเดียวกับคนพุทธที่โดนลักษณะเดียวกัน
ประเด็นที่ผมพูดคือยุคกรือเซ๊ะตากใบมีคนไทยบางกลุ่มที่เรียกคนสามจังหวัดว่าโจรใต้ สื่อเฮงซวยบางกลุ่มโจมตีว่าคนมุสลิมเป็นผู้ก่อการร้าย เนชั่นตัดต่อภาพกริชใส่มือคนมุสลิมที่ถูกทหารฆ่าตาย ผมพูดว่าคนแบบนี้มีส่วนผิดไม่น้อยกว่ารัฐบาลหรือกองทัพ
การพูดแบบนี้ไม่ได้บอกว่าทักษิณดีหรือกองทัพเลว แต่ผมพูดเรื่องคนเฮงซวยและสื่อเฮงซวยที่ยุให้คนไทยเกลียดชังกัน
เลิกเล่นสกปรกได้แล้วครับ ไปทำเพจคุณให้มีคนเรียกคุณว่าเป็นองค์กรสื่อมือหนึ่งดีกว่าจะมานั่งหาเรื่องแซะผมทุกวัน เอาเวลาริษยาไปพัฒนางานดีกว่าครับ
ป.ล. ไม่ได้วิจารณ์ทุกคนในองค์กร แต่วิจารณ์ขาประจำที่คอยเกาะชื่อผมหากิน
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

7 ความเห็น

 
ICT

ก้าวไกลเคาะบทลงโทษ 4 ส.ส. ผิดวินัยร้ายแรง ตัดสิทธิพึงมีในฐานะสมาชิกพรรค

https://prachatai.com/journal/2021/02/91830

 

คณะกรรมการวินัยฯ พรรคก้าวไกล ตัดสิทธิที่พึงมีในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง 4 ส.ส. โหวตไว้วางใจอนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แต่ยังไม่ตัดสินให้พ้นจากสมาชิกภาพพรรคการเมือง เกรงเตะหมูเข้าปากหมา

23 ก.พ. 64 ทีมสื่อพรรคก้าวไกลรายงานว่า พรรคก้าวไกลประชุมคณะกรรมการวินัยและจรรณยาบรรณสมาชิกพรรคก้าวไกล ครั้งที่ 2/64

ณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เป็นวาระปกติ แต่ดังที่ทราบกันดีว่า ในการลงมติตามญัตติอภิปรายไม่ไว้วางในรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล มีสมาชิก 4 ท่าน ได้แก่ คารม พลพรกลาง , นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ , พีระเดช คำสมุทร, และขวัญเลิศ พานิชมาท ลงมติไว้วางใจอนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่พรรคก้าวไกล เป็นผู้อภิปราย และเห็นสอดคล้องกันว่า อนุทินเป็นผู้บริหารจัดการวัคซีนผิดพลาด เอาประชาชนไปกระจุกเสี่ยงจากวัคซีนแหล่งเดียว ไม่สนใจคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถ ขาดความโปร่งใส ขัดขวางกลไกการตรวจสอบ ทั้งที่เงินทุกบาทที่ซื้อวัคซีนล้วนเป็นเงินภาษีที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของประชาชน และหากมีการฉีดวัคซีนล่าช้าจะส่งผลให้ปัญหาปากท้องลากยาวไม่จบสิ้น ประชาชนทุกข์ยากแสนสาหัส คนตกงาน สูญเสียอาชีพ รายได้ฝืดเคือง และทำมาหากินด้วยความยากลำบาก จึงทำให้ไม่อาจไว้วางใจได้ ซึ่งการลงมติไว้วางใจดังกล่าวยังขัดกับความรู้สึกของประชาชน สมาชิก และผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลจำนวนมาก จึงทำให้ต้องนำเอาพฤติการณ์ของสมาชิกทั้ง 4 คน เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการวินัยฯ ในครั้งนี้ด้วย

สำหรับผลการประชุม คณะกรรมการวินัยฯ ทั้ง 5 คน มีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ภายหลังการลงมติดังกล่าว สมาชิกทั้ง 4 มีการให้ข้อมูลต่อสาธารณะและสื่อมวลชนเพิ่มเติมในหลายครั้งหลายวาระ ซึ่งจากการตรวจสอบรายละเอียดพบว่า มีข้อความหลายประการที่ส่งผลเสียหาย โดยเฉพาะต่ออุดมการณ์และแนวทางทำงานของพรรค นอกจากนี้ ยังพบว่า สมาชิกทั้ง 4 ได้ขาดการร่วมกิจกรรมต่างๆของพรรค รวมถึงขาดการเข้าร่วมประชุมพรรคอย่างต่อเนื่องและยาวนานพอสมควร ซึ่งทางพรรคมีข้อมูลหลักฐานที่บันทึกไว้อย่างชัดเจน โดยพฤติกรรมเหลานี้เข้าข่ายผิดวินัยร้ายแรงตามข้อบังคับพรรค ข้อ 119 กล่าวคือ

หากเป็นการทำผิดวินัยทั่วไป คณะกรรมการวินัยฯ มีสิทธิลงโทษได้ 4 อย่าง ได้แก่ การตักเตือน การภาคทัณฑ์ การตัดสิทธิที่พึงมีในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง และการให้พ้นสมาชิกภาพจากพรรคการเมือง ส่วนกรณีกระทำผิดวินัยร้ายแรง คณะกรรมการวินัยฯมีสิทธิลงโทษได้ 2 อย่างคือ การตัดสิทธิที่พึงมีในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง และการให้พ้นสมาชิกภาพจากพรรคการเมือง

“สำหรับสมาชิกทั้ง 4 คน คณะกรรมการวินัย เห็นตรงกันว่า ให้ตัดสิทธิที่พึงมีในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง ส่วนสาเหตุที่ไม่ตัดสินให้พ้นจากสมาชิกภาพพรรคการเมืองนั้น เหตุผลเป็นไปตามที่หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคให้เหตุผลก่อนหน้านี้ คือเพื่อไม่ให้มีผลต่อสัดส่วนการทำงานต่างๆ ในการขับเคลื่อนทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรและเพื่อไม่ให้เป็นการเตะหมูเข้าปากหมาสมประโยชน์นักการเมืองและพรรคการเมืองที่กำลังทำการเมืองแบบเก่าและรอคอยอยู่” ณัฐวุฒิ กล่าว

ทั้งนี้ รายละเอียดบทลงโทษ ในส่วนของพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรค รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคจะไม่ส่งสมาชิกทั้ง 4 ลงรับสมัครเลือกตั้งครั้งถัดไปและจะดำเนินการตามระเบียบพรรคเพื่อให้ถอด นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ออกจากการเป็นรองเลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นอำนาจเลขาธิการพรรคดำเนินการ

นอกจากนี้ พรรคก้าวไกล ไม่อนุญาตให้สมาชิกทั้ง 4 เข้าร่วมกิจกรรมและไม่อนุญาตให้ใช้ชื่อพรรคในการทำกิจกรรมต่างๆทางการเมือง รวมถึงส่วนที่เป็นโควต้าเวลาของพรรคการเมือง เช่น การปรึกษาหารือ การตั้งกระทู้ถามสด การนั่งเป็นกรรมาธิการคณะต่างๆ หรือการอภิปรายในสัดส่วนโควต้าของพรรค พรรคขอตัดสิทธิในสัดส่วนเหลานี้สำหรับสมาชิกทั้ง 4 และในฐานะรองหัวหน้าพรรค ขอเรียนว่าเพื่อให้การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง พรรคจึงขอสงวนสิทธิในการส่ง ส.ส. หรือสมาชิกพรรคลงทำงานในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เชียงราย และชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ของสมาชิกทั้ง 4 คนทันที

“ขอยืนยันอีกครั้งว่า การกระทำผิดดังกล่าว เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะ มีความชัดเจน มีข้อมูล มีพยานหลักฐาน คณะกรรมการวินัยจึงของตัดสินโทษต่อสมาชิกทั้ง 4 ดังที่แจ้งไว้ต่อสื่อมวลชน” ณัฐวุฒิ ระบุ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

อาจเป็นรูปภาพของ 2 คน และข้อความ

ข้อความฝากวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564
ถึงแม่
ฃเมื่อ 6 ปีที่แล้วก่อนที่ลูกจะประเดิมสังเวียนประชาธิปไตยด้วยการออกไปชูป้ายประท้วงประยุทธ์ แม่ไม่ได้ห้ามลูกไม่ให้เดินตามวิถีที่ลูกเลือกแล้ว แม่เพียงย้ำเตือนว่าราคาที่ลูกต้องจ่ายบนวิถีนักสู้นั้นมากเพียง ใดในวันนั้นลูกตัดสินใจยอมจ่ายราคานั้นเพื่อการเดินทางบนวิถีที่ลูกเชื่อ
จากการตัดสินใจในวันนั้นลูกได้จ่ายราคาที่ต้องจ่ายมาหลายต่อหลายครั้งไม่ว่าจะเป็นคดีความที่ถูกยัดเยียดการคุกคามสารพัดรูปแบบ กระทั่งข่มขู่เอาชีวิต ลูกได้จ่ายราคาเหลานั้นมาแล้ว ทุกครั้งที่ลูกจ่ายแม่ไม่เคยปล่อยให้ลูกไปเผชิญกับความโหดร้ายบนวิถีทางไปสู่ประชาธิปไตยโดยเพียงลำพัง แม่มีอ้อมกอดและกำลังใจให้ลูกเสมอถึงวันนี้ราคาที่ลูกต้องจ่ายสำหรับการต่อสู้ได้ขยับสูงขึ้นมาอีกขั้น ลูกจำต้องสละอิสรภาพเพื่อต่อสู้ยืนยันในสิ่งที่ลูกเชื่อ การต่อสู้ครั้งนี้ดำเนินไปในกรงขังคือการต่อสู้กับความบีบคั้นทางร่างกายและจิตใจซึ่งถือเป็นการทรมานที่ไม่ทิ้งร่องรอยบาดแผลให้เห็นได้ด้วยตา เผด็จการศักดินาต้องการทำลายลูกจากภายใน พวกมันต้องการทำให้ลูกสิ้นหวังท้อแท้และอ่อนแรงจนถอดใจออกจากวิธีทางที่เลือกเดิน แต่กระนั้นลูกไม่เคยหมดใจกับวิถีทางที่ลูกเชื่อมั่นศรัทธาเพราะลูกรู้ว่าแม่จะไม่มีวันปล่อยลูกไว้เดียวดายบนวิถีทางที่ยาวไกลและยากลำบาก แม่จะโอบกอดและยืนเคียงข้างเป็นกำลังใจให้ลูกเสมอเหมือนกับทุกครั้งที่ลูกต้องจ่ายราคาที่ต้องจ่ายเพื่อประชาธิปไตย ยิ่งครั้งนี้ลูกได้ยินว่าแม่ต้องตัดสินใจร่วมเดินทะลุฟ้ากับพี่ไผ่ ลูกดีใจเป็นพิเศษเพราะลูกได้รู้ว่าในขณะที่ลูกกำลังต่อสู้อยู่ข้างในแม่ก็ไม่ได้ทอดทิ้งลูกและยังร่วมต่อสู้ไปกับลูกอยู่ข้างนอก ด้วยเหตุนี้ลูกจึงมีแรงกายแรงใจที่จะฝ่าฟันบทพิสูจน์ขนาดหัวใจ ที่ลูกต้องเผชิญไม่ว่าจะยาวนานเพียงใดลูกจะยังยืนหยัดต่อสู้อย่างท้าทนงเพื่อยืนยันในหลักการที่ว่า แผ่นดินนี้เป็นของประชาชนทุกคนมิใช่สมบัติส่วนตัวของบุคคลใดและจะไม่มีสถาบันใดยิ่งใหญ่ไปกว่าสถาบันประชาชน
ตลอด 6 ปีแห่งการต่อสู้ลูกขอขอบคุณที่แม่เข้าใจยอมรับและเป็นกำลังใจให้กับทุกย่างก้าวที่ลูกต้องการเดินบนวิถีทางนี้ ลูกขอโทษหากวิถีทางที่ลูกเลือกอาจสูบกินห้วงเวลาดีๆที่คนเป็นลูกควรจะใช้กับคนเป็นแม่ แต่ลูกเชื่อว่าแม่ย่อมเข้าใจเป็นอย่างดีว่าแม่ไม่ได้เพียงให้กำเนิดลูกชายมาคนหนึ่งแต่แม่ให้กำเนิดนักคิดนักฝันและนักต่อสู้ขึ้นมาบนโลกใบนี้ด้วย การต่อสู้ของลูกไม่ได้เป็นไปเพียงเพื่ออนาคตของตัวลูก แต่เพื่ออนาคตของแม่และลูกทุกครอบครัวบนผืนแผ่นดินนี้ ลูกหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแม่จะภูมิใจที่มีลูกเป็นนักสู้ลูกก็ภูมิใจที่มีแม่เป็นนักสู้เช่นกันทุกวันคืนไม่ว่าจะที่ใด ลูกยังฝันถึงวันเวลาที่ระบอบเผด็จการศักดินาซึ่งกดขี่คนไทยมายาวนานแสนนานจะพังพินาศ และประชาชนคนไทยทั้งชาติจะผงาดขึ้นมาเป็นเจ้าของประเทศอย่างสมบูรณ์วันนั้นจะเป็นวันที่ลูกไม่ต้องออกไปต่อสู้กับศักดินาที่ไหนอีกแล้วและจะได้กลับมาสู่อ้อมอกของแม่ผู้ซึ่งรักลูกและเป็นคนที่ลูกรักที่สุดในชีวิต ระหว่างนี้ลูกจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุดจะรักษาร่างกายจิตใจและศักดิ์ศรีความเป็นนักสู้ให้สมบูรณ์ถึงวันที่ได้ออกไปกอดแม่อีกครั้ง ครอบครัวของเราจะอบอุ่นมีความสุขและอยู่กันพร้อมหน้าเช่นเดียวกับที่ควรจะเป็นในทุกครอบครัวทั่วแผ่นดินไทย
ไม่นานลูกที่จากลา จะไปซบหน้ากับอกแม่เอย
รักและคิดถึงที่สุด
เพนกวิน
เรือนจําพิเศษกรุงเทพ แดน 2 ห้อง 7
23 ก.พ. 64
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ชาติอนุรักษ์

ชื่นชมในหัวใจที่กล้าหาญและเสียสละของแม่ลูกคู่นี้อย่างยิ่ง
ขอให้ปลอดภัยและชนะในทุกสิ่งที่ตั้งใจ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ชาติอนุรักษ์

ในฐานะเจ้าของเสียงที่เลือกพรรคนี้
ขอให้ สส.4 คนนั้นมีความละอายใจในสิ่งที่ได้กระทำไป
และควรคืนตำแหน่งกรรมาธิการให้พรรคที่พวกคุณไม่ต้องการอยู่โดยเร็ว

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ไทยโพสต์สื่อห่วย

โกรธแล้ว

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
619

ไม่งันเขาจะเรียกว่าสื่อเหื้ยสื่อชั่วหรอครับ ผมบอกตามตรงเลยนะครับผมไม่เคยซื้อหนังสือพิมพ์ไทยมาเกือบ 20 ปีแล้วนะแล้วทำไมไม่ซื้อละหนังสือพิมพ์ไทยไม่มีข้อมูลที่ทำให้รอยยักใตสมองผมเพิ่มขึ้นเลยนะเป็นข้อมูลแบบพื้นๆ สื่อหนังสือพิมพ์ทุกวันนี้หลักๆผมอ่าน BBC Thailand

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0