ในที่สุดก็จะลงเอยในวิถีการเมืองที่มีจุดจบไม่แตกต่างกัน

ในที่สุดก็จะลงเอยในวิถีการเมืองที่มีจุดจบไม่แตกต่างกัน

โองการแช่งน้ำ
 
กิเลน ประลองเชิง21 ก.ย. 2562 05:01 น.
SHARE
 
 
 

ระหว่างฟังอภิปรายเรื่องคำถวายสัตย์ฯ ซึ่งผมเชื่อว่าพัฒนามาเป็นพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ใจผมก็นึกไปถึงต้นแบบโคลงดั้น ลิลิตโองการแช่งน้ำ ที่จดจำมาได้บทหนึ่ง

นานาเอนกน้าว เดิมกัลป์ ส่ำส่ำจักรพาฬ เมื่อไหม้ กล่าวถึงตะวันเจ็ด อันพลุ่ง น้ำแล้งไข้ ขอดหาย

แต่ละศัพท์แสงที่เรียงร้อย รู้สึกได้ถึงความเก่า ความขลัง พิธีแช่งน้ำทำกันต่อๆมา จนสมัยรัตนโกสินทร์ เปลี่ยนเป็นคำ ประกาศแช่งน้ำ

ในหนังสือ “ศาลไทยในอดีต” (1 ใน 100 เล่ม ที่คนไทยควรอ่านของ สกว.) สำนักพิมพ์สร้างสรรค์บุ๊คส์ พ.ศ.2551 ประยุทธ์ สิทธิพันธ์ ให้ความรู้ว่า

ประกาศแช่งน้ำ ความเรียงสำหรับฝ่ายหน้า อาลักษณ์อ่านต่อโคลงแช่งน้ำที่พราหมณ์อ่าน จะเป็นพระราชนิพนธ์ หรือ
โปรดให้ผู้ใดเรียบเรียงไม่ทราบ เปลี่ยนแต่พระนามตามรัชกาล นอกนั้นคงเดิม

เนื้อหาประกาศแช่งน้ำยืดยาวหลายหน้ากระดาษ ผมขอคัดย่อ มาพอให้เห็นเป็นเค้า

เพราะพระบารมีเดชานุภาพพระบรมราชธรรมมิกวัตรนานุวัตร อันพระองค์ทรงปฏิบัติตามมหาสมมติราชวงศ์สืบมา...แลทรงประกอบการนิเคราะห์ปัดเคราะห์ คือยกย่องแลกดขี่คนที่มีความผิดแลชอบ โดยอนุรูปแก่โทษแลคุณอันใหญ่แลน้อย...

เพราะฉะนั้นควรพระบรมวงศานุวงศ์ แลข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยซึ่งเป็นข้าราชการ กรมทหาร กรมพลเรือน กรมฝ่ายหน้า กรมฝ่ายใน ผู้รักษาเมือง ผู้รั้งกรมการ เจ้าประเทศราช แลราษฎรชายหญิงทั้งปวง

จะทำราชการในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท สนองพระเดชพระคุณแต่โดยซื่อสัตย์สุจริต อย่าได้คิดการกบฏประทุษร้าย ด้วยกาย หรือวาจา ด้วยน้ำจิต จึงจะชำเริญสวัสดิสุขศุภผลในอิธโลกแลปรโลก ด้วยกตัญญูกตเวที...

ขอโทษแลคุณจงประสิทธิ์ในน้ำพระพิพัฒน์สัตยานี้ ให้มีอานุภาพอาจประพฤติเป็นไปตามวจีกรรม อันสาบานจงทุกประการ

แลถ้าข้าฝ่าละอองธุลีพระบาท ฯลฯ มิได้ตั้งอยู่ในกตัญญูกตเวทีธรรมสุจริต แลคิดกบฏประทุษร้าย ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยน้ำจิต หรือคิดเอาน้ำใจไปแผ่ไว้ให้แก่ไทต่างด้าวท้าวต่างแดน อันเป็นหมู่ประจามิตร

แลคิดให้อุบายเล่ห์กล ให้ผู้อื่นกระทำร้ายแต่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว...

ทั้งนี้ ขอให้เทวดาผู้มีฤทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ จงบันดาลดล...ให้ถึงความฉิบหาย ตายด้วยความแตกความขาด ให้ตายอสนีบาตสายฟ้าฟาด ครั้นผู้นั้นสิ้นชีวิตจากมนุษย์โลกแล้ว

ขอจงไปเกิดในมหานรกหมกไหม้อยู่ในไฟไม่รู้ดับสิ้น หมื่นกัปแสนกัลป์อนันตชาติ...

หนังสือเล่มเดียวกัน ในหัวข้อ กฎมณเฑียรบาล ประยุทธ์ สิทธิพันธ์ คัดกฎหมายตราสามดวงในรัชกาลที่ 1 มาตราหนึ่ง เป็นตัวอย่าง

ลูกขุนผู้ใดขาดถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา โทษถึงตาย ถ้าบอกป่วยคุ้ม

ถ้าลูกขุนผู้ถือน้ำพิพัฒน์ ห้ามถือแหวนนาก แหวนทอง แลกินข้าว กินปลากินน้ำยา ข้าวยาคูก่อนถือน้ำ ถ้ากินน้ำพิพัฒน์จอกหนึ่ง แลยื่นให้แก่กันกิน กินแล้วมิได้ใส่ผมเหลือนั้นล้างเสีย โทษอยู่ในระวางกบฏ

จะเห็นว่า พิธีแช่งน้ำ ประกาศแช่งน้ำ หรือพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา สมัยโบราณนานมาเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าขาดมีโทษถึงตาย แต่ก็ยังผ่อนปรนให้บ้างในกรณีที่เจ็บป่วย

ผมฟังอาจารย์ปิยบุตรอภิปราย จับความได้ตอนหนึ่ง พิธีถวายสัตย์ฯของรัฐบาล เริ่มเป็นทางการเมื่อปี 2492 และก็ทำต่อเนื่องกันมา จนเป็นแบบแผนชัดเจน

สมัยประชาธิปไตย โทษตายไม่มี ใครผู้ใดที่พลาดพลั้ง จะโดยตั้งใจไม่ตั้งใจ สิทธิ การิยะ ท่านว่า ปล่อยสภาเขาเดินหน้าด่าตีกันไป ไม่ใช่เรื่องของชาวบ้าน และดูประหนึ่งศาลท่านก็ยังไม่อยากข้องเกี่ยวด้วย.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1664891


ต่อมจริยธรรมกับอาการไม่แยแส
 
หมัดเหล็ก21 ก.ย. 2562 05:01 น.
SHARE
 
 
 

เรื่องราวในสภาต่อ การอภิปรายทั่วไป ประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คงยุติลงแต่เพียงเท่านี้ รอภาคสอง การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในสมัยประชุมหน้า และก็อย่างที่รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม อธิบาย เมื่อไม่มีอะไร รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็คงทำงานกันต่อไปเรื่อยๆ

สิ่งที่ฝ่ายค้านจะทำได้ก็คือ ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ เรื่องของ จริยธรรมทางการเมือง มีบัญญัติเอาไว้ในรัฐธรรมนูญชัดเจน ซึ่งมีเจตนารมณ์ที่จะวางกรอบหรือแนวทางอันดีงามที่พึงปฏิบัติ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสงบร่มเย็นเป็นสุข การที่ทำให้มนุษย์มีมโนธรรม รู้จักแยกแยะความถูกผิด ควร ไม่ควร

ในกรณีที่ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ให้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน รายงานต่อ สภาคณะรัฐมนตรี หรือสถาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และถ้าเป็นการกระทำที่ร้ายแรงให้ส่ง เรื่องให้ ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินการ โดยให้ถือเป็นเหตุที่จะถูกถอดถอนจากตำแหน่งตามมาตรา 270

มาตรฐานทาง จริยธรรม เป็นกลไกใหม่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 โดยให้ ศาลรัฐธรรมนูญ กับองค์กรอิสระ ร่วมกันกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมขึ้นมาภายใน 1 ปี ตั้งแต่วันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าไม่เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ จะต้องพ้นจากตำแหน่ง โทษของความผิดที่ ป.ป.ช.เสนอให้ ศาลฎีกาพิพากษา ต้องพ้นจากตำแหน่งและอาจถูกเพิกถอนสิทธิรับเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปีด้วย

อย่างไรก็ตาม เรื่องของ จริยธรรม ความยุ่งยากอยู่ที่การวินิจฉัย อะไรควรไม่ควร การแยกแยะถูกหรือผิด โดยเฉพาะในบางช่วงบางตอนของการเมืองที่ถูกปกคลุมไปด้วย อำนาจที่เหนือรัฐธรรมนูญ

สุดท้ายเมื่อ มาตรฐานตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีคำตอบจะเป็นชนวนและแรงผลักดัน ให้เกิดการประท้วงต่อต้านกระบวนการตรวจสอบ เรียกร้องความเป็นธรรมและความยุติธรรมให้กับสังคม

นิทานเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นหนังเก่าที่ฉายซ้ำวนเวียน มาตั้งแต่ปี 2549 จากประชาธิปไตยเสียงข้างมากเผด็จการรัฐสภา ไปสู่อำนาจรัฐล้มเหลว สุญญากาศทางการเมือง

และปฏิวัติรัฐประหาร

เพราะ การไม่ยอมรับกติกา ไม่ลาออก ไม่ยุบสภา ไม่ยอมรับผิด ไม่ยอมรับโทษ ไม่แยแสรัฐธรรมนูญ ยึดถือในอำนาจที่ตนมีอยู่ ใช้อำนาจที่มีอยู่โดยไม่เคารพกติกาบ้านเมืองและเหลิงอำนาจ

สถานการณ์การเมืองเวลานี้ ก็ไม่ต่างจากสมัยรัฐบาลทักษิณ รัฐบาลสมัคร รัฐบาลสมชาย รัฐบาลอภิสิทธิ์ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ หรือหลายรัฐบาลก่อนหน้านั้น และในที่สุดก็จะลงเอยในวิถีการเมืองที่มีจุดจบไม่แตกต่างกัน

เป็นวิกฤติบ้านเมืองที่เกิดจากต่อมจริยธรรมไม่แข็งแรง.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th 

https://www.thairath.co.th/news/politic/1664985

การ์ตูน เซีย


เหลืออีกประตู
 
แม่ลูกจันทร์21 ก.ย. 2562 05:15 น.
SHARE
 
 
 

ยากจะปฏิเสธความจริง การติ๊ดชึ่งไม่ตอบคำถามฝ่ายค้านกรณีรัฐบาลถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบตามที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ

ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสียรังวัดเต็มเปา

เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นต้นเหตุทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา

พล.อ.ประยุทธ์ ควรแสดงความเป็นผู้นำลุกขึ้นชี้แจงตอบคำถามฝ่ายค้านด้วยตัวเอง

การโยนเผือกร้อนให้ “ดร.วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯฝ่ายเนติบริกรรับหน้าเสื่อแทน นอกจากชี้แจงไม่เคลียร์

ยังทำให้ ดร.วิษณุตกม้าตายไปอีกคน

เพราะเหตุผลที่ ดร.วิษณุชี้แจงตอบฝ่ายค้านในสภาฯ มันขัดแย้งกับสิ่งที่ ดร.วิษณุเขียนไว้ในหนังสือ “เบื้องหลังการเมือง” เต็มเปา

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยอมตอบฝ่ายค้านเท่ากับยอมรับว่าได้กล่าวคำถวายสัตย์ฯไม่ครบจริง

แต่กลับเพิกเฉยไม่แก้ไขให้ถูกต้องตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ

ถ้ามองแง่บวก...แม้กรณีนี้ทำให้ “พล.อ.ประยุทธ์” เสียรังวัดไปหลายกิโล

แต่ยังมีเวลาให้ “พล.อ.ประยุทธ์” เก็บคะแนนสะสมอีก 3 ปี

ยังมีโอกาสเพิ่มเรตติ้งให้กลับมาบวกก่อนรัฐบาลจะครบเทอม

แต่ถ้ามองแง่การเมือง ศรัทธาความเชื่อมั่นประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ

เมื่อศรัทธาเริ่มสั่นคลอน การจะกอบกู้ศรัทธาประชาชนให้กลับมาปึ้กอย่างเดิม ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะโยม

“แม่ลูกจันทร์” มองว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญ “ไม่รับวินิจฉัย” คำร้องกรณีถวายสัตย์ฯ ช่วยทำให้ประเด็นร้อนจบลงโดยปริยาย

ส่วนการที่ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านเตรียมเข้าชื่อร้อง ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ เจตนาฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญเข้าข่ายละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง

แม้กฎหมายเปิดช่องให้ฝ่ายค้านร้อง ป.ป.ช.ได้ก็จริง

แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัยประเด็นนี้ ป.ป.ช.ซึ่งเป็นองค์กรอิสระมีฐานะตํ่าเตี้ยกว่าศาลรัฐธรรมนูญย่อมไม่บังอาจรับคำร้องฝ่ายค้านไว้พิจารณา

ทีนี้จึงเหลืออีกประตูเดียว...

หลังเปิดเทอมสภาฯ สมัยหน้า ปลายเดือนพฤศจิกายน ฝ่ายค้านสามารถยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ  พล.อ.ประยุทธ์ ได้อีกหนึ่งครั้งตามกติกา

แต่นายกฯลุงตู่จะยอมให้ฝ่ายค้านจับขึ้นเขียงถูขี้ไคลหรือไม่ “แม่ลูกจันทร์” ยังไม่แน่ใจ

อ้อ...การอภิปรายของฝ่ายค้านยังมี “นํ้าจิ้ม” อีกประเด็น

กรณีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภาฯ โดยไม่ระบุวงเงิน และระบุที่มาของแหล่งเงินที่จะใช้ทำนโยบาย เข้าข่ายเจตนาฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ (มาตรา 142) อีกกระทง

ถ้ามองในหลักความเป็นจริง เป็นเรื่องยากที่รัฐบาลจะปฏิบัติตามเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ

เพราะการแถลงนโยบายต่อสภาฯ รัฐบาลไม่สามารถกำหนดรายละเอียดวงเงินได้ชัดเจน

เนื่องจากการจัดเก็บรายได้รัฐบาลแต่ละปีซึ่งไม่เท่ากัน

ดังนั้นจะโทษรัฐบาลเจตนาฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญก็ไม่แฟร์

ต้องโทษคนเขียนรัฐธรรมนูญ ชอบเขียนเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก ชอบเขียนเรื่องสั้นให้เป็นเรื่องยาว.

“แม่ลูกจันทร์”

https://www.thairath.co.th/news/politic/1664863

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    2

1 ความคิดเห็น

 
3 ส

ไอ่เห้ตูบ

โมโห

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0