โค่นอำนาจประชาชนได้ก็ปักหมุด

ฉลามเขียว : โค่นอำนาจประชาชนได้ก็ปักหมุด

http://www.voicetv.co.th/blog/482046.html

19 เมษายน 2560 เวลา 16:24 น.

ฉลามเขียว : โค่นอำนาจประชาชนได้ก็ปักหมุด

ฉลามเขียว : โค่นอำนาจประชาชนได้ก็ปักหมุด

บทความโดย ฉลามเขียว

คอลัมนิสต์ผู้ข้ามยุคจากกระดาษสู่สื่อดิจิทัล

จากนี้ต่อไป  ผู้ที่จะตัดสินรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ 2560 ถูกผ่องไปเป็นของ 12 ประมุขององค์กรอิสระ


“มีเรื่องอะไร บอกมาก่อน ไม่มีเรื่องใหม่ ไม่ตอบ กู๊ดบาย เดี๋ยวผมจะหายไป 14 วัน‬”‪

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีสีสันมากที่สุดในบรรดาผู้อยู่ในคณะรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  บ่ายวันที่ 19 เมษายน 2560 ก็สีสันฉูดฉาดนัก  หลังเสร็จประชุม  คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ที่ทำเนียบรัฐบาล ท่านก็เดินออกมาเจอคณะนักข่าวกลุ่มใหญ่ดักรออยู่  ก็ถามขึ้นก่อน ดังประโยคข้างต้น

ท่านจะไปไหน 14 วัน  มันยาวนานมากเลยนะ

ก็ไม่เป็นไรครับ ตัวผมคนที่รอฟังท่าน พล.อ.ประวิตร อธิบาย การให้สัมปทานเอกชนเข้ามาติดกล้อง CCTV จราจรทั่วประเทศ  แล้วกินส่วนแบ่งเงินค่าปรับประชาชนที่ทำผิดกฎหมายจราจร  ที่ข่าวบอกว่า  ท่านให้ความเห็นชอบไปแล้ว  ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของกฎหมายนั้น  เห็นชอบอะไร อย่างไร เอกชนจะได้ส่วนแบ่งเท่าไหร่ ใครกำหนดค่าปรับ ผมก็ยังรอได้ครับ รอต่อไป  ผมเชื่อว่าวันหนึ่งพี่ๆของผม  นักข่าวสายประจำทำเนียบรัฐบาล กับสายทหารก็ต้องถามเรื่องนี้  เพราะพี่ๆนักข่าวเองก็ต้องได้เจอกับกล้อม CCTV จราจรทุกคนเท่าเทียมกัน

ประเทศไทยยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  ในระดับชาวบ้านธรรมดาก็ยังเหมือนเดิม  ให้ความสนใจข่าวหมุดคณะราษฎรน้อยมาก  และตัวผมเองก็ถูกคนที่อายุน้อยกว่าถามว่า  เล่าให้ฟังหน่อยสิ  หมุดนี้มีความสำคัญยังไงเ เกิดไม่ทัน ไม่รู้เรื่อง  ผมได้ยินคำถามนี้แล้วก็เกิดเป็นความสุข  นี่คือความจริงของประเทศไทย  ก็คือ  คนไทยไม่รู้  ไม่สนใจ ระบอบการปกครองประชาธิปไตยคืออะไร

ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดถูกที่สุดในเรื่องของหมุด  กล่าวในการแถลงข่าวหลังประชุมครม.ที่ทำเนียบรัฐบาล อังคาร 18 เมษายน 2560 ประเด็น ที่ขบวนการประชาชนจะเปิดมหกรรมตามหาหมุดในวันที่ 19 เมษาฯว่า

ส่วนตัวเห็นว่าไม่เกิดประโยชน์อะไรทั้งสิ้น...

คำพูดนี้ของพล.อ.ประยุทธ์ ถูกต้องนัก มันจะเกิดประโยชน์อะไร  เพราะประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไทยไม่ได้ร่วมด้วย และถึงจะเคลื่อนไหวถี่ยิบอย่างไรก็คงไม่เกิดพลัง เพราะมันเป็นเรื่องที่ห่างไกลประชาชนมาก

สารภาพครับ ตัวผมกลัวมากกับการที่จะเขียนเรื่องนี้ ตั้งใจไว้แต่แรกที่เกิดเรื่องว่าจะไม่เขียนเลย  เพราะผมเชื่อว่าตัวเองสันนิษฐานถูก  ทำไมจึงมีการเปลี่ยนหมุดนี้  

หมุดตัวนี้ ไม่ใช่หมุดคณะราษฎร ดังที่ข่าวเรียกขานกันอยู่นะครับ  ของจริงคือ “หมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ”  ท่าน พันเอกพระยาหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมานตรีในขณะนั้น สั่งให้กระทรวงมหาดไทยจัดทำขึ้น  และท่านได้ประกอบพิธีฝังหมุดลงบนพื้นลานพระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2479 หรือ 4 ปีหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตยแล้ว ฝัง ณ จุดที่ท่านยืนอ่านประกาศเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อเวลาย่ำรุ่ง 24 มิถุนายน 2475

“หมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ”  

ตัวผมขอเน้นคำนี้นะครับ  ดังนั้นความหมายของหมุดนี้จึงยิ่งใหญ่มาก  รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดของประเทศไทย  ในยุคสมัยของคณะราษฎร  มีการจัดงานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญอย่างยิ่งใหญ่อยู่หลายปี  และทหารในยุคนั้นปกป้องรัฐธรรมนูญกันด้วยชีวิตและความตาย  สงครามต่อต้าน “กบฎบวรเดช” ที่  พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช  นำทหารจากอุดรธานี นครราชสี เพชรบุรี นั่งรถไฟเข้ามากรุงเทพฯ จะยึดอำนาจคืนเมื่อปี 2476 เกิดการรบกันกับทหารของคระราษฎรดุเดือดที่ทุ่งบางเขน ทหารทั้งสองฝ่ายตายหลายคน มีการสร้างอนุสารีย์พิทักษ์ประชาธิปไตย บรรจุกระดูกทหารที่ตายไว้กลางถนนพหลโยธิน หน้าโรงพักบางเขน

ผมถามตัวเองว่า ฉลามเขียว ยืนอยู่ตรงไหนในเหตุการณ์หมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญหายไป  ผมตอบแล้วครับ ผมอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย เพราะระบอบการปกครองนี้เท่านั้นจึงทำให้ประชาชนไทยมีอิสระเสรีภาพ มีสภาพชีวิตที่ดี  และระบอบการปกครองประชาธิปไตยเท่านั้นจึงจะทำให้คนอาชีพ “นักข่าว” ทำหน้าที่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี  ทำหน้าที่นำความจริงออกไปให้ประชาชน  

วันนี้ผมจึงขอทำหน้าที่นักข่าว  บอกแก่ประชาชนไทยทั้งประเทศว่า ... 

อำนาจของประชาชนในรัฐธรรมนูญ 2560 ยังอยู่ครบถ้วนหรือเปล่าครับ

จากนี้ต่อไป  ผู้ที่จะตัดสินรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ 2560 ถูกผ่องไปเป็นของ 12 ประมุขององค์กรอิสระ

ก็ดังนี้แหละครับ  เมื่อคณะราษฎรเปลี่ยนแปลงการปกครองสำเร็จ  ก็ลงหมุด ณ ที่ยืนอ่านประกาศ  ดังนั้นการที่จะขุดรื้อหมุดออกไปซะก็เป็นสิ่งเล็กน้อย  เพราะยิ่งใหญ่จริงของปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้คือ  เมื่อโค่นอำนาจประชาชนในระบอบการปกครองประชาธิปไตยลงได้ก็เอาหมุดหน้าใสมาใส่แทน...ก็เท่านั้นเอง

กะเดี๋ยวคนไทยก็ลืมหมุดอันนี้  ดังที่  “วินทร์ เลียววาริณ” เขียนเอาไว้ 

จึงถูกแล้วล่ะ...ตามหาหมุดอันเก่าก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรทั้งสิ้น...
ตามหาอำนาจประชาชนที่หายไปสิ   

ฉลามเขียว
19 เมษายน 2560

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ประยุทธ์' ลั่นถึง 'หมุดคณะราษฎร' จะหายไป แต่ประชาธิปไตยอยู่ในใจทุกคน

 

9.00 INDEX พลัง 2 ประสาน กรณี “หมุดคณะราษฎร” พลังจาก “สื่อกระจก” กับพลัง “สื่อกระดาษ”

กรณี “หมุดคณะราษฎร” ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยสะท้อนให้เห็นบท บาทของ “สื่อ” ว่ามีสูงอย่างยิ่ง
ไม่ว่าจะเป็น”สื่อกระดาษ” ไม่ว่าจะเป็น “สื่อกระจก”
แม้ว่าสถานีวิทยุกระจายเสียง แม้ว่าสถานีโทรทัศน์จะอยู่ในความควบคุมของ “อำนาจรัฐ” อย่างเต็มเปี่ยม
แต่ก็ยากที่จะไป”กำกับ” 2 สื่อนั้นได้
อาจได้บางส่วน แต่กล่าวจากด้านที่ครอบงำและก่อให้เกิดเป็น “กระแส”ในทางสังคมแล้ว ต้องยอมรับว่า”สายพาน”ข่าวและความเห็นดำเนินไปอย่างชนิดไหลเรื่อย
“สื่อ” กลายเป็น “เวที” อันคึกคัก
ไม่ว่าจะจากด้านที่ยืนอยู่ข้าง”หมุดคณะราษฎร” ไม่ว่าจะจากด้านที่ยืนอยู่ข้าง”หมุดหน้าใส”
นี่คือบรรยากาศอันเป็น”คุณ”ต่อ”เสรีภาพ”

มีความพยายามจากคสช.และจากรัฐบาลมิให้มีการนำเสนอเรื่องของ “หมุด”
โดยมองว่าเป็นเรื่องของ”ความวุ่นวาย”
โดยเริ่มต้นจากจุดที่ขัดแย้ง แตกแยก ในทางความคิด ในทาง ความเห็น
ทั้งๆที่ความจริง นี่คือลักษณะแห่ง “ประชาธิปไตย”
ประชาธิปไตยอันเป็นเป้าหมายและความต้องการนับแต่เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 เป็นต้นมา
ความหมายของ “ประชาธิปไตย” เป็นอย่างไร
คือ ไม่เพียงแต่จะมีพื้นที่สำหรับ “หมุดหน้าใส”เท่านั้น หากแต่ต้องมีพื้นที่สำหรับ “หมุดคณะราษฎร” ด้วย
และนี่คือความคึกคักที่ได้กลายเป็น”กระแส”ไปแล้ว

หากย้อนกลับไปดูกระบวนการถกเถียงในเรื่องของ “หมุด” จุดเริ่มต้นมาจาก “สื่อกระจก”
แล้วก็แตกแขนงไปยัง “สื่อกระดาษ”
จากนั้น ทั้ง “สื่อกระดาษ” และ “สื่อกระจก” ต่างให้ความสนใจนำเสนออย่างต่อเนื่องและคึกคัก
เกิดอาการไหลบ่าทางด้าน “ข่าว” และ “ความเห็น”
เป็นไปตาม “เจตนารมณ์” เป็นไปตาม “ประชาธิปไตย”

 

6ความคิดเห็น
  • ICT

    20 เม.ย. 2017 - 10:38

    นักท่องเที่ยวตื่นตาตื่นใจ “ภูเขาน้ำแข็ง” ก้อนยักษ์ เคลื่อนใกล้ฝั่งแคนาดา

    REUTERS/Jody Martin

     

    บีบีซี รายงานว่า รัฐนิวฟันด์แลนด์ ประเทศแคนาดา กำลังกลายเป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว หลังจากมีภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่เคลื่อนผ่านช่องแคบระหว่างเกาะนิวฟันด์แลนด์กับเมืองลาบราดอร์ ที่อยู่บนแผ่นดินใหญ่แคนาดา ซึ่งเป็นช่องแคบที่รู้จักกันดีในชื่อ “ช่องภูเขาน้ำแข็ง” หรือ “ไอซ์เบิร์ก อัลลีย์” โดยปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวแห่ไปถ่ายภาพกับภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่จำนวนมาก ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่นี้ถือเป็นก้อนน้ำแข็งก้อนแรกของฤดูกาลนี้ และถือว่าเป็นก้อนน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่มาก จึงเป็นโอกาสอันดีของผู้คนในพื้นที่ ที่จะได้เห็นก้อนน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ขนาดนี้

    REUTERS/Greg Locke

     

    REUTERS/Greg Locke

     

    REUTERS/Jody Martin

  • payai97

    20 เม.ย. 2017 - 20:12

    เรื่องหมุดคณะราษฎร..หายไปอย่างไร้ร่องรอย

    แทนที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะติดตามสืบสวน..หาคนขุดเจาะทำลายถนน

    หาคนขโมยสมบัติชาติที่เป็นสัญลักษณ์ประชาธิปไตย..จนชาวโลกยอมรับคบค้าด้วย

     

    แล้วนำตัวมาลงโทษ..ฐานลักทรัพย์และทำลายถนน

    ซึ่งเป็นทรัพย์ของแผ่นดินเช่นกัน..เพื่อให้กฎหมายเป็นกฎหมาย

    ภาครัฐกลับทำตรงกันข้าม ใครพูดถึง ใครถามถึง ใครสงสัย..กลับกลายเป็นคนผิด

    มันแปลกมาก คนขโมย คนทำลายถนน..ไม่ตามมาเอาผิด ดันเอาผิดคนช่วยตามหาขโมย

  • big60

    21 เม.ย. 2017 - 08:19

    เคยพูดไว้ว่า ผู้แพ้จะต้องจ่ายจนถึงบาทสุดท้าย จะแพ้เพราะไม่สู้หรือแพ้เพราะสู้แล้วแพ้ ก็ต้องจ่ายค่าชดใช้ความพ่ายแพ้เท่ากัน จะไปหวังว่ายอมแพ้ไปก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมาสู้ใหม่ อย่าไปหวัง เราคิดได้เขาก็คิดได้ เรื่องอะไรจะปล่อยให้กลับมาได้

    ...

    จึงได้เห็นรายการจ่ายมาตามลำดับ ตั้งแต่รายจ่ายเล็กๆมาจนถึงรายจ่ายใหญ่ๆ พอหมดก็ยึดบ้านเป็นรายจ่ายสุดท้าย ที่จะต้องจ่าย เมื่อยอมแพ้ ก็ต้องก้มหน้าจ่ายไปจนถึงบาทสุดท้าย เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเป็นเราชนะ ก็คงให้เขาเป็นคนจ่ายเหมือนกัน

    ...

    ตอนนี้ บ้านถูกยึดไปเบ็ดเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่แปลก คนในบ้านกลับไม่รู้สึกอะไรเลย คงหวังว่า ไม่เป็นไร พอเขาลงบ้านไปเราค่อยขึ้นมาใหม่ก็ได้ ฝันกลางวันไปแล้ว ลงบ้านไปเขาก็ให้คนเขาเฝ้าบ้านอยู่ นี่พูดถึงเรื่องบ้านนะ ไม่เกี่ยวกะอะไรทั้งนั้น

  • ปลาไหลตัวพ่อ

    21 เม.ย. 2017 - 12:23

    อยากจะปักหมุดใหม่ ต้องรอคณะราษฎร์ชุดใหม่นะครับ

  • linchi

    21 เม.ย. 2017 - 13:23

    อยากจะรู้เหมือนกันว่า15ล้านเสียงที่ลงคะแนนให้เผด็จการ กำลังคิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องหมุดนี้จังเลย

    หรือว่ายังคงเหลือผู้ที่รักประชาธิปไตยและหรือกลับกลายเป็นชนกลุ่มน้อยเหลือไม่กี่แสนคนหรือเปล่านี่ในประเทศ

    โอ..พระเจ้า..เรากลายเป็นชนกลุมน้อยแล้วหรือ?