แม่ยกแห่งชาติ โพสต์เฟซฯ แจงบัญชีม็อบนำไปทำอะไรบ้าง ยันดูแลจัดการสุดกำลัง ไม่เคยใช้เปลืองเปล่า ลั่นทำเพื่อน้องและผู้กล้าทุกคน

แม่ยกแห่งชาติ โพสต์เฟซฯ แจงบัญชีม็อบนำไปทำอะไรบ้าง ยันดูแลจัดการสุดกำลัง ไม่เคยใช้เปลืองเปล่า ลั่นทำเพื่อน้องและผู้กล้าทุกคน

https://www.dailynews.co.th/politics/829603

'ทราย'แจงบัญชีม็อบทำอะไรบ้าง ลั่นไม่เคยใช้เปลืองเปล่า!

"ทราย เจริญปุระ" โพสต์เฟซฯ แจงบัญชีม็อบนำไปทำอะไรบ้าง ยันดูแลจัดการสุดกำลัง ไม่เคยใช้เปลืองเปล่า ลั่นทำเพื่อน้องและผู้กล้าทุกคนที่ร่วมเดินทาง

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564 เวลา 07.07 น.

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "ทราย เจริญปุระ" ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Inthira Charoenpura" โดยระบุว่า ทุกวันนี้เวลาทำงาน(ใช่ ยังทำงานอยู่, ยังมีงานอยู่ กำลังจะเปิดกล้องอีกเรื่อง)จะพูดเสมอว่าเอาตังไปทำม๊อบ ซึ่งที่พูดนั่นก็ไม่ได้พูดเล่น แต่หมายความตามนั้นจริงๆ

ก็ไล่กันมาเรื่อยตั้งแต่แฟลชม๊อบ ม๊อบมีเวที ไม่มีเวที มีเครื่องเสียง โดนสลาย หน้ากาก เสื้อกันฝน โดนหมาย รับหมาย เป็ดยาง จะนะ แรงงาน บางกลอย โคราช ขอนแก่น พม่า เชียงใหม่ ป้าย ธง สี เหมืองแร่ ทำแคมป์ ส่งข้าว ส่งน้ำ ห้องน้ำ ดูคนเจ็บ คนไม่เจ็บ ทำงานเดินฯลฯ ดูแลจัดการสุดมือสุดกำลัง

ทุกๆการสมทบเราไม่เคยใช้เปลืองเปล่า ทุกปลายทางที่ของไปลงคือเห็นได้ชัดเจน ตัวเราก็ไปทำงาน ทำของเราไป ทำตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก เพราะเรารู้ว่าเรารับเอาความตั้งใจของทุกคนที่เขาฝากมาเอาไว้ที่เรา

ก็นั่นแหละ

บัญชีหมิมเราดูแลคนเดียว คนเดียวจริงๆ วิธีกระจายงานก็เรื่องนึง แต่ไม่ใช่การกระจายบัญชีแน่ๆ เรารักน้องทุกคนเท่ากัน พวกเขาเหนื่อยและหนักพอแล้ว เราหวังว่าสิ่งที่เราทำจะช่วยผ่อนอะไรได้บ้าง

รู้ว่าทั้งหมดนี้อาจจะไม่มีความหมายอะไรกับใครเลย และเอาเข้าจริงก็ไม่รู้จะพูดอะไร เราคิดของเราง่ายๆแค่ว่าเราทำ เราทำอะไรได้จงทำ ไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ทำเพื่อน้องและผู้กล้าทุกคนที่เดินร่วมทาง

ขอบคุณรูปจากล.ก.ฮะ
... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/politics/829603

 

*****

*******

***********

‘ทราย’ โพสต์เฟซแจงเอาบัญชีม็อบ ไปทำอะไรบ้าง ยันดูแลสุดกำลัง ไม่เคยใช้เปลืองเปล่า

 
 
 

‘ทราย’ โพสต์เฟซแจงเอาบัญชีม็อบ ไปทำอะไรบ้าง ยันดูแลสุดกำลัง ไม่เคยใช้เปลืองเปล่า ลั่นทำเพื่อผู้กล้าทุกคนที่ร่วมเดินทาง

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทราย เจริญปุระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Inthira Charoenpura” ระบุว่า “ทุกวันนี้เวลาทำงาน(ใช่ ยังทำงานอยู่, ยังมีงานอยู่ กำลังจะเปิดกล้องอีกเรื่อง)จะพูดเสมอว่าเอาตังไปทำม๊อบ ซึ่งที่พูดนั่นก็ไม่ได้พูดเล่น แต่หมายความตามนั้นจริงๆ

 
 
ก็ไล่กันมาเรื่อยตั้งแต่แฟลชม๊อบ ม๊อบมีเวที ไม่มีเวที มีเครื่องเสียง โดนสลาย หน้ากาก เสื้อกันฝน โดนหมาย รับหมาย เป็ดยาง จะนะ แรงงาน บางกลอย โคราช ขอนแก่น พม่า เชียงใหม่ ป้าย ธง สี เหมืองแร่ ทำแคมป์ ส่งข้าว ส่งน้ำ ห้องน้ำ ดูคนเจ็บ คนไม่เจ็บ ทำงานเดินฯลฯ ดูแลจัดการสุดมือสุดกำลัง
ทุกๆการสมทบเราไม่เคยใช้เปลืองเปล่า ทุกปลายทางที่ของไปลงคือเห็นได้ชัดเจน ตัวเราก็ไปทำงาน ทำของเราไป ทำตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก เพราะเรารู้ว่าเรารับเอาความตั้งใจของทุกคนที่เขาฝากมาเอาไว้ที่เรา
ก็นั่นแหละ
บัญชีหมิมเราดูแลคนเดียว คนเดียวจริงๆ วิธีกระจายงานก็เรื่องนึง แต่ไม่ใช่การกระจายบัญชีแน่ๆ เรารักน้องทุกคนเท่ากัน พวกเขาเหนื่อยและหนักพอแล้ว เราหวังว่าสิ่งที่เราทำจะช่วยผ่อนอะไรได้บ้าง
รู้ว่าทั้งหมดนี้อาจจะไม่มีความหมายอะไรกับใครเลย และเอาเข้าจริงก็ไม่รู้จะพูดอะไร เราคิดของเราง่ายๆแค่ว่าเราทำ เราทำอะไรได้จงทำ ไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ทำเพื่อน้องและผู้กล้าทุกคนที่เดินร่วมทาง
ขอบคุณรูปจากล.ก.ฮะ”
  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    2

5 ความเห็น

 
ICT

https://www.thairath.co.th/news/politic/2045329

ฝันหวานเกินจริง

8 มี.ค. 2564 05:01 น.

ถือเป็นข่าวดีที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน ระเบิดเถิดเทิง เพราะอากาศร้อนตับแลบทำให้เชื้อโควิดอ่อนแรงและอายุสั้นลง ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยโควิดลดฮวบจากหลักร้อย เหลือหลับสิบในแต่ละวัน วัคซีนซิโนแวคลอตแรก สองแสนโดสที่กระจายไปแล้ว 13 จังหวัด แม้จำนวนจะน้อยนิดจิ๊ดเดียว

แต่ช่วยสร้างความมั่นใจในแง่จิตวิทยา

ปลายเดือนนี้ วัคซีนซิโนแวคอีก 8 แสนโดสจะส่งมาสมทบเป็นหนึ่งล้านโดส และอีกหนึ่งล้านโดสจะตามมาในเดือนเมษายน

ส่วนวัคซีนแอสตราเซเนกาที่จองไว้ 26 ล้านโดส จะมาถึงกลางเดือนมิถุนายน จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นได้อีกเท่าตัว!!

ล่าสุด รัฐบาลลุงตู่ อัดฉีดงบเพิ่มอีก 6,300 ล้านบาท สั่งวัคซีนแอสตราเซเนกาลอต 2 อีก 35 ล้านโดส ที่จะทยอยมาถึงช่วงปลายปี

เท่ากับปีนี้ คนไทยจะมีภูมิต้านทาน โควิดไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคน

ล่าสุด นายกฯลุงตู่ เตรียมจัดหาวัคซีนเพิ่มอีก 20 ล้านโดส เพื่อฉีดฟรีให้ประชาชนอีก 10 ล้านคน รวมเป็น 40 ล้านคน หรือเกินครึ่งของประชากร 68 ล้านคน

จะยิ่งเพิ่มความมั่นใจได้อีก พะเรอเกวียน!!

“แม่ลูกจันทร์” ประเมินว่าราคาวัคซีนเฉลี่ยโดสละ 180 บาท คนไทยต้องฉีดคนละ 2 โดส เท่ากับ 360 บาทต่อหัว
ต่อคน

วัคซีน 80 ล้านโดส สำหรับคนไทย 40 ล้านคน จะต้องใช้งบจัดซื้อวัคซีน 1.5 หมื่นล้านบาทโดยประมาณ

นี่เป็นราคาที่รัฐบาลต้องจ่ายเพื่อให้ประเทศไทยก้าวผ่านพ้นวิกฤติโควิดที่ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยพังพาบพับเพียบแต้มา
2 ปีเต็ม!!

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าเมื่อสถานการณ์เริ่มเข้ารูปเข้ารอย รัฐบาลเตรียมผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มที่ใช้บังคับมา 3 เดือนเต็ม

เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยใช้ช่วงหยุดยาว 6 วัน ท่องเที่ยวฉลองเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทยกันให้สำราญบานใจ

พร้อมเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนต้านโควิดแล้วให้กลับมาทัวร์ไทยแลนด์โดยไม่ต้องกักตัว 14 วันให้อึกทึกครึกโครม

ตั้งเป้าว่าปีนี้ (เหลืออีก 8 เดือน) จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเที่ยวเมืองไทยไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน

แต่ล่าสุด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวฯ มองว่าเป้าหมาย 10 ล้านคนสูงเว่อร์เกินไป

ขอปรับเป้าจาก 10 ล้านคน ลดเหลือครึ่งเดียวคือ 5 ล้านคน!!

โดยประเมินว่า ขณะนี้มีคนฉีดวัคซีนโควิดทั่วโลกแล้วกว่า 280 ล้านคน ถ้าแวะมาเที่ยวเมืองไทยสัก 5 ล้านคน จะช่วยชุบชีวิตธุรกิจท่องเท่ียวผีตายซากให้ฟื้นกลับมาเกิดใหม่ได้สำเร็จใน 2 ปี

“แม่ลูกจันทร์” ไม่เชื่อว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติแห่มาเที่ยวเมืองไทยถึงเป้า 5 ล้านคน

เพราะพิษโควิดแพร่ระบาดทำให้คนหมดฟิลลิ่งอยากเดินทางท่องเที่ยวไกลๆ

พิษเศรษฐกิจโลกทำให้คนทั่วโลกกระเป๋าแฟ่บไปตามๆกัน

ปีนี้ ถ้าได้ครึ่งเป้าแค่ 2.5 ล้านคน ก็ดีใจตายชักแล้วพ่อมหาจำเริญ.

“แม่ลูกจันทร์”

 

 

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT

https://www.thairath.co.th/news/politic/2045340

หางช้างสำคัญฉะนี้

8 มี.ค. 2564 05:01 น.

สำนวน ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ ก็พูดๆกันติดปากมานาน ดูนางให้ดูแม่ ก็พอเข้าใจ แต่“ดูช้างให้ดูหาง” ผมเคยลองถามหลายคน...ไม่รู้หรอก “ดูตรงไหน ดูยังไง?”

หนังสือ “ช.ช้างกับ ฅ.ฅน” (ศรัณย์ ทองปาน สำนักพิมพ์สารคดีพ.ศ.2550) ใกล้มือ ผมเจอหัวข้อนี้ ก็ตั้งใจอ่าน

คุณศรัณย์ เกริ่นว่า สำนวนนี้ดูเหมือนคนไทยจะชอบเปรียบช้างกับผู้หญิง

ครั้งหนึ่ง หลายสิบปีมาแล้ว มีคำเปรียบเปรย “พังแป้น” ช้างพังเชือกหนึ่งที่คนรุ่นเก่าใช้ กระทบถึงสาวหุ่นบิ๊กไซส์

สำนวนดูช้าง คงหมายถึงช้างเผือก เพราะเกณฑ์ที่จะใช้พิจารณาว่า ช้างเชือกใด จะถือว่าเป็นช้างสำคัญหรือไม่นั้นก็คือ ต้องดูคชลักษณ์ 7 ประการ

หนึ่งในนั้นคือขนหางขาว

ส่วนที่ว่าดูนางนั้น หมายถึงการพิจารณาหญิงสาวที่จะมาเป็นภรรยา ว่าเป็นลูกเต้าเหลาใคร อบรมเลี้ยงดูกันมาอย่างไร

อีกสำนวน ที่ว่าด้วยเรื่องช้าง นาง และการดูเหมือนกัน ก็คือ ดูช้างให้ดูหน้าหนาว ดูสาวให้ดูหน้าร้อน

หน้าหนาวนั้น ช้างตกมัน ช้างเชือกไหนห้าวหาญดุดันอย่างไร ก็จะได้เห็นกัน

ส่วนหน้าร้อน ก็อย่างที่รู้ๆ พอร้อนๆ คนก็จะนุ่งน้อยห่มน้อย สาวๆจะได้อวดรูปโฉมโนมพรรณกันก็ตอนนี้

แน่นอน สำนวนพวกนี้ ย่อมออกมาจากปากของผู้ชาย

ถ้าเป็นในแบบสตรีนิยมหน่อย ก็อาจจะอธิบายได้ว่า ผู้ชายเห็นว่าทั้งสองสิ่ง คือผู้หญิงและช้าง ล้วนเป็นทรัพย์สินของตน

ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เมื่อพระเจ้าหงสาวดีส่งสาส์นมาทูลขอแบ่งช้างเผือก พระมหาจักรพรรดิผู้ทรงครอบครองช้างเผือกถึงเจ็ดเชือก

ทรงตอบไปว่า “ธรรมดาประเทศธานีใด มีนางรูปงาม มีช้างเผือกช้างเนียม บ่อแก้วเงินทอง ก็เป็นประเพณีที่จะเกิดยุทธการ”

โวหารฟังนิ่มๆประโยคนี้ แปลง่ายก็ได้ความว่า “แน่จริง ก็มาแย่งไปเองสิ”

การเปรียบเทียบผู้หญิงกับช้าง ยังมีอยู่ในโวหารของกวีโบราณ เช่นเวลาชมนางงามในวรรณคดี ก็ว่าเดินเหมือนช้างหรือมีแขนเหมือนงวงช้าง

คำเปรียบเทียบนี้ มาจากคติของอินเดีย ที่ว่าด้วยลักษณะของบุรุษและสตรี ซึ่งถือกันว่าเป็นเลิศ ตามคัมภีร์มหาปุริสลักษณะ

ศรัณย์ ทองปาน จบเรื่องนี้อย่างอารมณ์ดีว่า ความงามตามอุดมคติแขกๆ อาจไม่ถูกรสนิยมคนไทยสมัยนี้

เพราะหากไปออกปากชมคุณน้องว่า เดินเหมือนช้าง หรือแขนเธอเหมือนงวงช้าง

อย่างเบาะๆก็คงจะโดนเธอฟาดงวงฟาดงา อย่างแรงก็อาจจะเจอ ช้างกระทืบโรงเข้าให้

บ้านเมืองเรา ตอนนี้ท่านผู้นำกำลังมีเรื่องแบบ ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ คือพิจารณาหาคนเก่งคนดีมาทำงานกระทรวงสำคัญ บางชื่อที่ถูกเสนอออกมา ชาวบ้านไปถึงนักข่าวถึงกับหลุดปากทัก “ยี้”

คนที่ถูกทัก มีเรื่องเล่าอื้อฉาวมานาน ท่านเคยเข้ากระทรวงย่อมๆกระทรวงหนึ่ง สิ่งแรกที่ทำก็คือประชุมบอก ของบประชาสัมพันธ์ไปใช้ก่อน

สิ่งต่อมา สั่งให้ยกเลิกสัญญารับเหมาอาคารกระทรวงฯ...ที่เพิ่งเซ็นกันไป “พวกผมมี” ท่านไม่อ้อมค้อมเลย

ส่วนเรื่องงบอื่นๆ/อีกมากมาย ท่านก็ว่าของท่านไป

คนแบบนี้ไม่ใช่ช้าง แต่สมัยหนึ่งมีการใช้สำนวน “ไม่ทันไรหางก็โผล่”

แต่ผมก็เชื่อของผมล่ะครับ ท่านผู้นำมีจริตไปทางชอบใช้คนดี คงไม่ปล่อยให้เข้าไป เพราะท่านก็คงคิดเหมือนชาวบ้าน คือ สงสารเด็ก สงสารครู และที่น่าสงสารมากกว่าอะไร ก็คือบ้านเมือง.

กิเลน ประลองเชิง

 

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2
 
ชาติอนุรักษ์

โบราณสอนหญิงให้เดินเหมือนช้าง......คือ ช้างตัวเขาใหญ่โต แต่เดินนุ่มนวลไม่มีเสียง
สาวสมัยนี้เดินพื้นกระดาน เอาส้นเท้าลงก่อน เสียงจึงดังตึง ๆ ๆ เดินไปทางไหนก็รู้ได้เลย.... โบราณท่านให้ลงเท้าให้เสมอ ไม่เอาส้นลงก่อน จะไม่เกิดเสียงดัง

คนสมัยนี้เดินก็ดัง แถมบางคนลากรองเท้าแตะ แกรก ๆ ๆ

พ่อสอนมาตั้งแต่เด็ก คนโบราณจะละเอียด สอนคำเดียวลูกจำไปจนตาย ไม่ต้องสอนกันซ้ำซาก

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    2
 
3 ส

คุณทราย

KISS

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ลุงแพะ

สนธิบอกว่า ... ม็อบกกปส. ประท้วงอยู่ 6 เดือน ใช้เงิน 1,400 ล้านบาท แจงว่าเป็นเงินบริจาคสี่ร้อยล้านแล้วอีกหนึ่งพันล้านเอามาจากไหน...มีใครหน้าไหนถามหาที่มาของเงินและถามถึงการใช้เงินว่าใช้ทำอะไรบ้างรึเปล่า? เรื่องนี้ถ้าคุณทรายชี้แจงแล้วไม่เชื่อก็ให้ไอ้คนที่ไม่เชื่อเอารายรับรายจ่ายของ กกปส.มาเปิดดูเทียบกันไปเลย กล้าป่าว ???

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1