แทบไม่มีคำตอบ แทบไม่มีความหวัง ความฝันอันสูงสุด “ผู้เฒ่าสภา” ก่อนล้างมีดโกน เก็บแปรงทาสี...●

แทบไม่มีคำตอบ แทบไม่มีความหวัง ความฝันอันสูงสุด “ผู้เฒ่าสภา” ก่อนล้างมีดโกน เก็บแปรงทาสี...●

คุณค่า ตัวตน ของ ทักษิณ ชินวัตร จาก สัมภาษณ์

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/news_5662426

4 ม.ค. 2564 - 08:44 น.
 
 
 

คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง

คุณค่า ตัวตน - ได้ยิน นายทักษิณ ชินวัตร พูดถึงการปรับโครงสร้าง “การศึกษา” แล้วคิดอย่างไร

คิดเหมือนที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ออกมาหยามเย้ย คิดเหมือนที่ นายสิระ เจนจาคะ ออกมาเสียดสีว่า ไม่มีค่า ไม่มีความหมายแม้แต่นิดเดียว หรือไม่

หรือคิดเหมือนที่ นายอนุชา บูรพชัยศรี ออกมาไม่แสดงความสนใจ

ทั้งๆ ที่เมื่อ นายทักษิณ ชินวัตร ตั้งข้อสังเกตว่าได้มีการตระเตรียมที่จะเข้าสู่การผลิตแบบใหม่ไม่ว่าในเรื่องหุ่นยนต์ ไม่ว่าในเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า

ก็แทบไม่มีคำตอบ ก็แทบไม่มีความหวัง

 

ถามว่าจุดเด่นของ นายทักษิณ ชินวัตร เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคืออะไร

ไม่จำเป็นต้องหยิบเอานโยบายเด่นๆอย่าง “30 บาท รักษาทุกโรค”มาเอ่ยถึง ไม่จำเป็นต้องหยิบเอา นโยบายเด่นๆอย่าง “กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง”มาเอ่ยถึง

เอาแค่สิ่งที่เกริ่นนำก่อนเข้าสู่วาระประชุมครม.ก็แล้วกัน

เรื่องหนึ่งที่รับรู้กันคือ นายทักษิณ ชินวัตร จะหยิบยกเอาเนื้อหาของหนังสือใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ มาบรีฟให้ที่ประชุมครม.ร่วมกันรับรู้และนำไปขบคิด

 

เท่ากับเป็นการหว่าน “เมล็ดพันธุ์” ในทางความรู้ ในทางความคิด

 

 

จากรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ถึงรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 เผยแสดงอะไร

เผยแสดงให้เห็นถึงการจมอยู่กับ“ทศวรรษ”แห่งความสิ้นหวัง การพยายามถอยกลับประเทศไทยไปสู่ยุคก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองเดือนมิถุนายน 2475

การนอนกอดอยู่กับ “อดีต” ลุ่มหลง “อดีต”

การให้สัมภาษณ์ในห้วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ของ นายทักษิณ ชินวัตร จึงเท่ากับเป็นการออกมา กระตุกผู้คนให้ตื่นจากความหลับใหล

เตือนให้ตระหนักว่าจะก้าวเข้าไปยัง “อนาคต” อย่างไรทักษิณ ชันวัตร

บทสัมภาษณ์ของ นายทักษิณ ชินวัตร จึงดำเนินไปเหมือนกับการชี้ “ขุมทรัพย์”

อาจเป็นของแสลงหากมองมาจากไอ้ห้อยไอ้โหนอยู่รอบตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ทรงคุณค่าและความหมายยิ่งสำหรับคนที่ต้องการก้าวไปข้างหน้า ต้องการสร้างความหวัง

เท่ากับเป็นคำตอบว่า นายทักษิณ ชินวัตร ดำรงอยู่ในสถานะใด

 

*****

********

*******************

 

โควิด-19 ระบาดรอบใหม่ข้ามปี หนักหน่วงรุนแรงกว่ารอบแรก ทำให้ได้เห็น “อำนาจมหาศาลแต่ไร้เอกภาพและประสิทธิภาพ”

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/in-the-news/news_5656289

4 ม.ค. 2564 - 00:06 น.
 
 
 

คอลัมน์ ข่าวข้นคนเข้ม

โควิด-19 ระบาดรอบใหม่ข้ามปี - หนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ Khaosod-ข่าวสด สื่อออนไลน์ยอดนิยมอันดับหนึ่ง ยอดติดตามมากที่สุด 15 ล้านไลก์ ฉบับนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 4 มกราคม พุทธศักราช 2564 แรม 6 ค่ำ เดือนยี่ ปีชวด...

โควิด-19 ระบาดรอบใหม่ข้ามปี หนักหน่วงรุนแรงกว่ารอบแรก ทำให้ได้เห็น “อำนาจมหาศาลแต่ไร้เอกภาพและประสิทธิภาพ” ของรัฐราชการ อำนาจรวมศูนย์...

ศบค.เลี่ยงคำว่าล็อกดาวน์ ถ้าอย่างนั้นเรียก “ล็อกเล็กๆ” ก็แล้วกัน วิกฤตโควิดรอบนี้ข้ามปีแค่ 2 วันต้องกำหนดให้ 28 จังหวัดเป็น พื้นที่สีแดง เข้มข้นสูงสุด มาตรการต่างๆ น้องๆ ล็อกดาวน์ปีที่แล้ว แค่ยังไม่ประกาศเคอร์ฟิว, 11 จังหวัดเป็น พื้นที่สีส้ม ควบคุมสูงสุด, 38 จังหวัด พื้นที่สีเหลือง เฝ้าระวังสูงสุด ทั่วประเทศมีสีครบทั้ง 77 จังหวัด...

ต้นทางระบาดรอบนี้แพร่จากตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร “แรงงานต่างด้าว” ติดเชื้อหลายพันคน อีกแหล่งใหญ่ “บ่อนระยอง” ผู้ติดเชื้อเพิ่มทุกวันจนทำสถิติ “นิวไฮ”...

แรงงานต่างด้าวอยู่ในความรับผิดชอบของ ฝ่ายความมั่นคง ส่วนบ่อนอยู่ในความรับผิดชอบของ ตำรวจ ขึ้นตรงนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ควบอีกหลายตำแหน่ง ทั้งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจรัฐบาล ทั้งผอ.ศบค. แต่จนถึงวันนี้ยังไม่เห็นผู้นำความรับผิดชอบ “แอ่นอก”...

จังหวัดเกินครึ่งประเทศ ถูกโควิด “ตีแตก” พี่น้องประชาชนส่งกำลังใจกำลังศรัทธา ไปให้ชาวบ้านชาวเมืองที่กำลังเดือดร้อนทุกข์ยาก เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่ทำงานหนัก สำหรับ ระยอง โชคดีกว่าจังหวัดอื่น “บิ๊กตู่” ไปเยี่ยมเยือน 2 ครั้งติด ตอน ทหารอียิปต์ ปีก่อน นายกฯ รีบรุดไปดู รอบนี้ก็จัดคิวด่วนลงพื้นที่ทันที...

 

วิกฤตโควิดกลายเป็นโอกาสทองเข้าทาง ยื้อแก้รัฐธรรมนูญ บรรดาผู้ทรงเกียรติซีกรัฐบาล ไม่ขอเข้าสภาหมื่นล้านอันโอ่อ่า อ้างกลัวไวรัสร้ายกินปอด เลื่อนๆ งดๆ ประชุมเป็นระยะๆ ตลกลิเกลำตัดพล็อตเดียวกับ ขบวนการสมานฉันท์ ความฝันอันสูงสุด “ผู้เฒ่าสภา” ก่อนล้างมีดโกน เก็บแปรงทาสี...●

 

มวลชนผู้ต่อสู้ พวกพ้องร่วมอุดมการณ์ ยังวิพากษ์วิจารณ์น้ำกระเซ็น กรณี 2 Porn 2 พี่น้อง 2 นามสกุล Porn-แรก แหกคอกคลานเข่าเข้าร่องท็อปบู๊ต เหลือราคาแค่เอาไว้เฝ้าทำเนียบ Porn-สอง ตั้งแต่รอดหลุดมุ้งสายบัว อะไรๆก็เปลี๊ยนไป๋ แสร้งไม่รู้หรือไม่อยากเข้าใจว่าแท้จริงแล้ว “เสรีชน” ไม่มีเจ้าของ ไม่มี “สีเสื้อ” มีแต่จิตวิญญาณนักสู้ธุลีดิน...

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0

5 ความเห็น

 
ICT

โรคซาร์ส-หวัดนก-โควิด! วิธี "ทำงาน-คิด" สไตล์ "ทักษิณ"

จากข้อมูลในอดีตของสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ระบุถึงโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือ “โรคซาร์ส” มีการระบาดครั้งแรกในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ช่วงปลายปี 45 พบผู้ป่วยปอดบวม ไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ

จันทร์ที่ 4 มกราคม 2564 เวลา 07.00 น.

จากข้อมูลในอดีตของสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ระบุถึงโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือ “โรคซาร์ส” มีการระบาดครั้งแรกในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ช่วงปลายปี 45 พบผู้ป่วยปอดบวม ไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ

ต่อมาเกิดการระบาดของโรคปอดบวมในเวียดนาม ฮ่องกง สิงคโปร์ แคนาดา จากการสอบสวนทางระบาดวิทยาสามารถเชื่อมโยงได้ว่า มาจากแพทย์คนหนึ่งที่ดูแลรักษาผู้ป่วยในมณฑลกวางตุ้ง เดินทางมาฮ่องกง ขณะมีอาการไข้ และเข้าพักที่โรงแรมก่อนจะถูกนำส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิต ปรากฏว่าคนในโรงแรมหลายคนติดเชื้อ และนำเชื้อกลับไปยังประเทศของตนหรือเมืองที่เดินทางต่อไป

“ซาร์ส-ไข้หวัดนก” ทำโลกป่วน!

กระทั่งเดือน ก.ค. 46 โรคซาร์สมีการแพร่ระบาดไปยัง 29 ประเทศ มีรายงานป่วย 8,098 ราย เสียชีวิต 774 ราย อัตราป่วยตายร้อยละ 9.6 ส่วนสถานการณ์โรคซาร์สในประเทศไทยถึงวันที่ 9 ก.ค.46 พบผู้ป่วยยืนยัน 1 ราย ในเดือน มี.ค. 46 ผู้ป่วยเป็นแพทย์ชาวอิตาลีที่ไปสอบสวนโรคที่เวียดนาม แล้วมีอาการป่วย ในขณะที่กำลังเดินทางมาไทย ไม่พบว่ามีการติดเชื้อในกลุ่มแพทย์พยาบาล ที่ดูแลรักษาพยาบาล และยังไม่พบโรคซาร์สมีการแพร่ระบาดในชุมชน

นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เคยให้ข้อมูลไว้ว่า โรคไวรัสโคโรนา (โควิด-19) อยู่ในตระกูลเดียวกันกับโรคซาร์ส และเมอร์ส เพียงแต่โควิด-19 และโรคซาร์ส เกิดขึ้นกันคนละเมืองของจีน แต่มีต้นตอกลุ่มเดียวกัน ทำให้อาการของโรคคล้ายกัน คือ ระบบทางเดินหายใจ

โดยโรคซาร์สเกิดขึ้นช่วงปี 45-46 มีความรุนแรงจนทำให้เกิดอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 10% ส่วนโรคเมอร์ส มีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 30% ขณะที่โควิด-19 ยังสรุปตัวเลขไม่ได้ เพราะยังมีการแพร่ระบาดอยู่

สำหรับสถานการณ์ในไทยช่วงปี 45-46-47 ความตื่นตัวการรับมือกับโรคซาร์สในระดับหนึ่ง แต่ไม่มีรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อโรคซาร์ส แต่กลับมีการติดเชื้อและมีผู้เสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากเชื้อโรคกลายพันธุ์ คือ ไข้หวัดนก (H5N1)

“กินไก่สุก-จ่าย3ล้าน” เรียกความเชื่อมั่น

โดยในรอบปี 47-48 มีการแพร่ระบาดไข้หวัดนก 2 ครั้ง ช่วงของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร มีการฆ่าสัตว์ปีกในประเทศไปหลายล้านตัว มีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดนก 16 คน ทำให้นายกฯทักษิณพร้อมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอีกหลายคนต้องออกมากินไก่สุกโชว์ในงานมหกรรม “กินไก่ กินไข่ ปลอดภัย 100%” พร้อมกันทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 47 และประกาศด้วยว่าถ้าใครกินไก่สุก ไข่สุกแล้วตาย จะจ่ายรายละ 3 ล้านบาท

นี่คือสไตล์การทำงานแบบ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ออกมาสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการกินไก่-ไข่ที่ปรุงสุก ซึ่งเป็นสินค้าสำคัญในประเทศ โดยเฉพาะไก่ต้มสุกซึ่งที่เป็นสินค้าส่งออกมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี

ทีมข่าว “1/4 Special Report” จำได้ว่าช่วงปี 45-48 หลายประเทศได้รับผลกระทบจากปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องจากโรคซาร์ส และไข้หวัดนก เพราะผู้คนไม่กล้าเดินทาง ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ไม่จับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะประเทศสิงคโปร์นั้นเดือดร้อนมาก เนื่องจากระบบเศรษฐกิจสิงคโปร์พึ่งพาการท่องเที่ยว และการติดต่อค้าขายเป็นหลัก

ทีมข่าว “1/4 Special Report” มีโอกาสไปสิงคโปร์เป็นครั้งแรก เพราะโรคซาร์สนี่แหละ ได้ไปเที่ยวสิงคโปร์หลังจากโรคซาร์สเริ่มจางลง แล้วการท่องเที่ยวสิงคโปร์กับสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ มีการเชิญผู้สื่อข่าวจากหลายประเทศเข้าไปเที่ยวสิงคโปร์ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาโดยเร็ว

ตอนนั้นการท่องเที่ยวสิงคโปร์ และเจ้าหน้าที่สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์พาสื่อมวลชนจากต่างชาติ ไปดูมาตรการระวังป้องกันโรค การตรวจสแกนอย่างเข้มงวดตั้งแต่สนามบินชางงี แล้วพาไปชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ อีกหลายแห่งที่มีการเฝ้าระวังโรค สุดท้ายคือพาไปคุยกับผู้บริหารสิงคโปร์แอร์ไลน์ ซึ่งถือว่าเป็นหน้าตาของประเทศ เพราะขณะนั้นธุรกิจสายการบินก็กระทบกระเทือนหนักเหมือนกับช่วงโควิด-19 และต้องลดจำนวนพนักงานสายการบินเป็นจำนวนมาก เนื่องจากคนไม่เดินทางท่องเที่ยว

แต่ในขณะเดียวกันทั้งมัคคุเทศก์ท้องถิ่น และชาวสิงคโปร์อีกหลายคนที่ได้คุยกัน ต่างกล่าวชื่นชมผู้นำของไทยที่รีบออกมาเรียกความเชื่อมั่น ทั้งการกินไก่สุกโชว์ การอัดฉีดด้วยมาตรการใครกินไก่สุก ไข่สุกแล้วตาย จะจ่ายรายละ 3 ล้านบาท ทำให้บรรยากาศความกลัวโรคซาร์ส และไข้หวัดนก คลี่คลายไปในทางที่ดี

ขายชุดตรวจโรค-ติดเชื้อ “โควิด”ด้วย!

ช่วงที่โควิด-19 ระบาดในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว ก็มีข่าวว่า “ดีเอ็นเอนัดจ์” สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีที่อดีตนายกฯ ทักษิณร่วมลงทุน ได้รับเลือกจากรัฐบาลอังกฤษให้ผลิตชุดตรวจโควิด-19 หลายล้านชุด นำไปใช้ในสถานพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อนำคนป่วยเข้าสู่ระบบกักตัวหรือรักษาพยาบาลโดยเร็วที่สุด

ต่อมาวันที่ 2 ต.ค. 63 มีข่าวว่าอดีตฯนายกทักษิณติดเชื้อโควิด-19 หลังจากเริ่มมีอาการไข้ ไม่ได้กลิ่น ไม่รู้รสชาติอาหาร จึงเข้ารับการตรวจหาเชื้อ แล้วพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังจากนั้นจึงเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล 2 แห่งในนครดูไบและอาบูดาบี ซึ่งเป็นการรักษาตามอาการ ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และออกจากโรงพยาบาล หลังจากตรวจหาเชื้อถึง 7 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่พบเชื้อ จนอาการหายดีแล้ว

“สาเหตุการติดเชื้อ อาจมาจากศูนย์อาหารในดูไบ คงติดมาจากการสัมผัส ไม่ได้ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ อาจการ์ดตก ใส่หน้ากากตลอด ไปเข้าคิวซื้ออาหาร แล้วยกมากิน บางทีเราไม่ขยันล้างมือ มือไปสัมผัสโดนเชื้อ แล้วเอามือมาถูตาก็อาจติดได้” อดีตนายกฯทักษิณว่าอย่างนั้น

มุมมอง “ทักษิณ” กับโควิด-19

กระทั่งวันที่ 1 ม.ค. 64 สื่อมวลชนหลายสำนักได้เสนอข่าว หลังจากการพูดคุยกับอดีตนายกฯ ทักษิณ ผ่าน“ระบบซูม”เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ในหลายประเด็นน่าสนใจที่พอจะสรุปง่าย ๆ ว่า “อย่ากลัว การ์ดอย่าตก ควรสมดุลกับเศรษฐกิจต้องป้องกันไม่ใช่ควบคุม” คือ 1. คนที่ตายส่วนใหญ่เป็นพวกเปราะบาง อายุ 70 ปีขึ้นไป มีโรคหัวใจ โรคอ้วน เบาหวาน ความดัน ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ ถ้าอยู่บ้านได้ควรอยู่บ้าน ไปไหนให้น้อยที่สุด ถ้าการ์ดไม่ตก อย่าไปกลัว เวลาเป็นอะไร โควิด-19 อัตราการตายยังต่ำ คนที่ตายคือพวกเปราะบาง

ส่วนพวกคนหนุ่ม คนสาวถ้าเป็น เพิ่มภูมิคุ้มกันกินวิตามินซี กินแร่สังกะสี ไม่ให้ติดพี่ติดน้อง ติดพ่อติดแม่ หลายคนหายเอง พวกนี้เป็นตัวเพิ่มภูมิคุ้มกัน เมื่อภูมิคุ้มกันถึงไวรัสตัวนี้จะหาย อย่าตกใจ แต่อย่าประมาท คนหนุ่มคนสาวฟิตร่างกายให้แข็งแรง การ์ดอย่าตก ไม่ต้องตกใจ ทำมาหากินกันไป

2. ถ้าให้อำนาจในการคิด ตัดสินใจ ให้ความรู้อย่างถูกต้อง การป้องกันดีกว่าการควบคุม ที่ดูไบ 1 วัน ติดเชื้อ 900 กว่าราย ตายทั้งหมดจนถึงเดี๋ยวนี้ประมาณ 600 กว่าคน แต่เขาเปิดประเทศ เพราะหากินกับการท่องเที่ยว วิธีการของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน วิธีการป้องกันคือเปิดเศรษฐกิจ แต่วิธีควบคุมคือปิดเศรษฐกิจ

ดังนั้นจึงอยากเห็นประเทศไทยใช้ระบบป้องกันให้ความรู้ประชาชนชัดเจน อย่าตกใจ อย่ากลัว ป้องกัน การ์ดอย่าตก ส่วนตัวเป็นโควิด-19 เพราะอายุ 70 ปี ไปเดินเล่นชอปปิง การ์ดตก ไม่ได้ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ ใส่หน้ากากจริงอยู่ แต่เวลาไปกินอาหาร ไม่รู้เลอะเทอะที่ไหนอย่างไร กินไก่ทอด เอามือกินเข้าปาก

3. ต้องหาความพอดีระหว่างความเป็นอยู่ประชาชนกับการป้องกันโรค อยู่ที่วิธีคิดแต่ละรัฐบาล ถ้าดูภายนอก อยากเห็นเศรษฐกิจดีกว่านี้ โดยเฉพาะชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ ต้องให้ตลาดเปิด มีบรรยากาศตรงนี้ จะมีการฆ่าตัวตายอีก ดังนั้นต้องสมดุลระหว่างเศรษฐกิจกับการป้องกัน ไม่ใช่ควบคุม เพราะการควบคุมเอาไม่อยู่ เชื้อโรคไม่เชื่อง ต้องใช้กำลังคนเยอะ ใช้เศรษฐกิจที่ปิด ใช้เงินจำนวนมาก แต่ป้องกันใช้น้อยกว่าเยอะ.

... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/816665

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ท่านทักษิณ

ตกลง

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
คุณรู้สึก รัก
 
619

ประเทศนี้คนดีๆมีความสามารถอยู่ไม่ได้หรอก อยู่ได้แต่ต้องประจบสอพอเลียกระโปูยันเลียตูดนั้นเหละถึงจะอยู่ได้ คนเก่งคนดีจะลุกขึ้นมาช่วยบ้านเมืองหรอได้นะแต่มึงต้องมาเลียกูก่อนไม่งันกูใช้กฎหมาบาทาบี๋มึงนะนี้เหละคือประเทศนี้ นี้เหละคือยุคเหื้ย

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
อ่างขาง

การแสวงหานายกรัฐมนตรี เปรียบได้กับการหาสามีมาเป็นพ่อของลูก

ถ้าได้สามีที่ดี ชาวบ้านมักจะกล่าวว่า "คุณโชคดีแล้ว"
แต..ชาวบ้านไม่รู้หรอกว่าไอ้สามีที่ดีไม่ใช่แค่ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เจ้าชู้เท่านั้น แต่การหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวให้มั่นคงต่างหาก ที่มันสำคัญกว่าเยอะ

และมันจะยิ่งแย่เข้าไปอีก ถ้า..คนคนนั้นได้สามีที่ เลว ดีแต่โม้โอ้อวด ทำอะไรไม่เป็นเลย อ้างแต่ "ผมรักคุณ"

ดังนั้น..ถ้าเราอยากได้นายกที่ดีจริงๆ ไม่ใช่นายกที่ โง่ แล้วดีแต่พูด บทเรียนหลายบทสอนให้เรารู้แล้วว่า
นายกที่ดีควรเป็นแบบไหน
เหมือนสามีที่ขยันทำงานหาเลี้ยงครอบครัว หรือดีแต่บอกว่า รัก อย่างเดียว

บางคนเอาแค่ "ความจงรักภักดีมาขาย" แต่ทำให้ประเทศบรรลัย ควรเลือกไหม คิดกันเอาเอง ครับ

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0