เห็นหัวประชาชนบ้าง

เห็นหัวประชาชนบ้าง

https://www.dailynews.co.th/article/820168

 

เห็นหัวประชาชนบ้าง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ประชุมมอบนโยบายการจัดทำงบฯ ปี 2565 ซึ่งจะมีการประกาศใช้เดือนตุลาคมปี 64 นี้...

 

พฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564 เวลา 11.00 น.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ประชุมมอบนโยบายการจัดทำงบฯ ปี 2565 ซึ่งจะมีการประกาศใช้เดือนตุลาคมปี 64 นี้ ตามมติ ครม. 5 ม.ค. ที่อนุมัติไว้ 3.1 ล้านล้านบาท ลดลงจากปี 64 ที่มีวงเงิน 3.286 ล้านล้านบาท นั่นคืองบฯ ปี 65 จะลดลงจากงบฯ ปี 64 เป็นตัวเลขกลม ๆ ที่ 1.9 แสนล้าน เนื่องจากพิษภัยโควิด-19 ที่ทำให้เศรษฐกิจหดตัวเก็บภาษีได้น้อยลงกว่าปี 64 กว่า 2.7 แสนล้าน  และยังคงเป็นงบฯ ขาดดุลต่อเนื่องจากปี 2564 เหมือนเดิม

ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ การตั้งงบประมาณขาดดุลก็ไม่แปลกอะไร ใคร ๆ ก็ทำกัน

พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่า งบฯ ปี 65 จะให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบาง ส่งเสริมการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อทำเรื่องบริการสาธารณะ ลดความเหลื่อมล้ำ (พิมรี่พายอาจไม่ต้องควักเงิน 5 แสนไปติดตั้งโซลาร์เซลล์ ที่ อ.อมก๋อย เชียงใหม่ เพื่อให้ชาวบ้านมีไฟฟ้ากับทีวีดูข่าว จนกลายเป็นข่าวดังโต้กันไปมา) ส่วนหน่วยงานที่มีเงินนอกงบประมาณต้องนำเงินนั้นเช่น เงินรายได้ เงินสะสมคงเหลือ มาเน้นนโยบายนี้เป็นลำดับแรก

โครงการไหนจำเป็นต่ำหรือไม่จำเป็น ให้ยกเลิกหรือเลื่อนไป

นายกฯ ยังเน้นอีกว่าการทำงบฯ ต้องอยู่ภายใต้ 4 ประเด็นสำคัญ 1. เสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก 2. ยกระดับขีดความสามารถของประเทศ 3. พัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของคนไทยและ 4. ปรับปรุงและพัฒนาปัจจัยพื้นฐานเพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูและพัฒนาประเทศ

แต่ก็อย่างที่รู้ ๆ กันแม้แต่ภาวะปกติที่ไม่มีการระบาดของโควิด-19 งบฯ แผ่นดินก็แทบไม่เหลือไว้พัฒนาอะไรอยู่แล้ว เพราะกว่า 80% เป็นงบประจำพวกเงินเดือนและสวัสดิการต่าง ๆ ของหน่วยราชการ โครงการสาธารณูปโภคใหญ่ ๆ ก็ให้สัมปทานเอกชนไปทำ งบฯ ประจำ ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ หรือการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ อะไรอยู่แล้ว

ยิ่งตอนนี้เรากลายเป็น “รัฐราชการ” เต็มรูปแบบ ทั้งอุ้ยอ้ายเทอะทะ มีแต่เพิ่มคนไม่มีลดคน โดยเฉพาะเมื่อมองไปที่กองทัพ ทำไมไทยมีนายพลตั้ง 1,500 คน ขณะที่สหรัฐมหาอำนาจของโลกมีแค่ 500-600 คน ทหารเกณฑ์ทั้ง 3 เหลาทัพของเรามีกว่า 3 แสนคน (ไม่นับกำลังสำรองอีก 2.4 แสนคน) ขณะที่อังกฤษมี 1.5 แสนคน ฝรั่งเศส 2 แสนคน เยอรมนี 1.8 แสนคน อิสราเอล 1.5 แสนคน ทำให้ไทยติด 1 ใน 10 กองทัพใหญ่สุดในโลกไปแล้ว

การปฏิรูปกองทัพที่ประกาศไว้ ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

หันมาดูงบฯ ปี 65 ในเรื่องการซื้ออาวุธ ส.ส.โจ้ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ทำการบ้านมาดี เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า แม้รัฐบาลจะทำงบฯ ขาดดุลและตั้งงบฯ น้อยกว่าปี 64 เกือบ 2 แสนล้านบาท แต่เรื่องการจัดซื้ออาวุธกลับเดินเครื่องเต็มที่ เช่น กองทัพเรือจะจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน 2 ลำ 2.5 หมื่นล้าน สร้างท่าจอดเรือดำน้ำ 950 ล้าน กองทัพบกจะจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์โจมตี 4,226 ล้าน รถถังใหม่ 1,672 ล้านรถยานเกราะ 1,026 ล้าน เครื่องบินหรู 1,350 ล้าน กองทัพอากาศซื้อเครื่องบินโจมตีเบา 4,500 ล้าน พัฒนาโครงการปฏิบัติการห้วงอวกาศอีก 1,470 ล้าน รวม ๆ เป็นเงิน 40,194 ล้านบาท

โครงการจัดซื้ออาวุธทั้งหมดที่ ส.ส.ยุทธพงศ์ว่ามา เข้าหลักเกณฑ์ 4 ข้อที่นายกฯ ประกาศไว้หรือไม่ เด็ก ป.4 ก็ตอบได้ แค่ข้อเดียว มันไปพัฒนาศักยภาพชีวิตของคนไทยตรงไหนไม่ทราบ ยิ่งสงครามปัจจุบันมันไม่ใช่รูปแบบเก่า ๆ ไม่ใช่หรือ สหรัฐส่งโดรน ไปลอบสังหารรองผู้บัญชาการทหารอิหร่านถึงที่ โดยไม่ใช้กำลังพลเลย แล้วไทยจะไปรบอะไรกับใคร

เงินกว่า 4 หมื่นล้านที่ทุ่มไปกับการซื้ออาวุธ (นี่แค่ส่วนหนึ่งนะ) ขณะที่คนไทยอยู่ในภาวะหดหู่ ตกงานเพียบ รอเงิน 3,500 บาท 2 เดือน มาต่อชีวิต ยังต้องลุ้นกับแทบตาย หลายธุรกิจ  สายการบิน โรงแรม สถานบันเทิง นวดแผนโบราณ สปา ร้านอาหาร เอสเอ็มอี ฯลฯ กำลังอยู่ในสภาพล้มทั้งยืน รอความช่วยเหลือจากรัฐมาต่ออายุ เพื่อประคองไม่ต้องปลดคนออกจากงาน ทุกหย่อมหญ้าลำบากแสนสาหัส ไม่อยากบอกว่า เงินซื้ออาวุธเอามาจ่ายคนละ 3,500 บาท 2 เดือนได้กี่ล้านคน

เห็นใจและเห็นหัวประชาชนกันบ้างเถอะ.
----------------------
ดาวประกายพรึก

 

... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/820168

  • รัก
    4
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    4

2 ความเห็น

 
3 ส

ใช่ๆ ทะเห้ไทย

  • รัก
    4
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    3
  • เศร้า
    2