เหตุการณ์จะยุติหรือไม่ยากที่จะคาดเดา ???

เหตุการณ์จะยุติหรือไม่ยากที่จะคาดเดา ???

ข้อแรกเฉพาะ “บิ๊กตู่”
ทีมข่าวการเมือง21 ต.ค. 2563 05:15 น.
 
 
 

ณ วันที่ “รถขายลูกชิ้นทอด” ถูกยกให้เป็นหน่วย “ซีไอเอ”

ตามสัญชาตญาณของพ่อค้าแม่ขาย “จมูกไว” กว่าหน่วยความมั่นคง สามารถเช็กสัญญาณ ล็อกพิกัดจุดนัดชุมนุมของมวลชน “ราษฎร” ที่สับขาหลอกเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เป็นหน่วยล่วงหน้า ดักจับจองทำเลค้าขายได้อย่างถูกต้อง “แม่นยำ”

“ตลกร้าย” ของฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทย แต่อีกมุมความสวยงามของปรากฏการณ์ม็อบเด็กรุ่นใหม่ “ดอกไม้บาน” ไล่โค่นกระดานรัฐบาล 3 ป.ที่ผุดขึ้นทั่วบ้านทั่วเมือง

เทศกาล “คาร์นิวัล” ลามไปทั่วทุกหัวระแหงของประเทศไทย

เกิดการใช้จ่ายในม็อบ กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า จากสถานการณ์พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยที่ฝืดเคือง ยอดตกเพราะเศรษฐกิจโควิด กลับมาขายดีเป็นเทน้ำเทท่าในกลุ่มผู้ชุมนุม

“ผลพลอยได้” หักลบกับอาการขี้ขึ้นสมองของภาคธุรกิจที่ผวาม็อบทำเศรษฐกิจพัง

จังหวะมุมบวกของเกมมวลชนบนถนนที่แทรกภาวะตึงเครียด ภาพรวมสถานการณ์ม็อบ “ราษฎร” กองทัพคนรุ่นใหม่ที่ไล่บี้เขย่ารัฐบาลอย่างหนัก

ต้อนฝ่ายคุมเกมอำนาจเข้ามุมอับเข้าไปทุกขณะ

กระแสไหลถึงจุดที่ศิลปินดารากล้าเปิดหน้าแสดงตัวร่วมวง กระโดดถือหางข้างเด็ก เลิกกลัวผลกระทบกับการถูกยกเลิกงาน

หมอยอมโดนไล่ออกจากโรงพยาบาล ลงชื่อต่อต้านการสลายผู้ชุมนุมโดยสงบ

แนวรบมวลชนรุ่นใหม่ขยายวงพรึบพรับ อารมณ์ร่วมมาเต็มโดยธรรมชาติ พลังแห่งความชอบธรรม “กินขาด” เมื่อเทียบกับม็อบการเมืองแฝงทั้งมวลชนเสื้อเหลือง เสื้อแดง กปปส.หลากสี

ดีกรี “ความบริสุทธิ์” จุดชนวนติดภายในเวลาไม่กี่อึดใจ

ทีมทหารเฒ่ากำลัง “งง” กับพลังม็อบฟันน้ำนม ทั้ง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย อยู่ในอารมณ์ไปไม่ถูก ตั้งรับกันไม่ทัน

ท็อปบูตเจอ “ของแสลง” ม็อบนักเรียน นักศึกษา ไปกันไม่เป็น

ได้แต่เน้นฟอร์มถนัดในการใช้อำนาจพิเศษ ใช้กระบองยักษ์ อาศัย พ.ร.ก.ฉุกเฉินสถานการณ์ร้ายแรง สั่งปิดสื่อในบัญชีฝ่ายต่อต้าน ล็อกการปั่นกระแสในโซเชียลมีเดีย สกัดเด็กยุคดิจิทัล

ราดน้ำมันเบนซินเข้ากองไฟ ไม่คิดว่าจะยิ่งเพิ่มแรงดัน

โดยธรรมชาติของทหารที่ต่อมสัมผัสกระแสทำงานช้า เมื่อเทียบกับอารมณ์นักการเมืองอาชีพจมูกไว ต้องรีบเปิดสภา “ผ่าทางตัน” ก่อนที่แรงดันจะระเบิด

จิตใต้สำนึกผู้แทนประชาชน ยังมีความกลัวเกิดการสูญเสีย

แบบที่ระดับปรมาจารย์ “ชวน หลีกภัย” ประธานรัฐสภา เล่นเอง ชิงเป็นโต้โผเรียกระดมพรรคการเมืองหารือวิกฤติม็อบนักเรียน นักศึกษา ปัญญาชนล้อมเมือง

เปิดเกมนำ บีบให้ใช้สภาเป็นเวทีกู้สถานการณ์ฉุกเฉิน

เบิ้ลจังหวะ “บิ๊กตู่” ต้องโหนเกม “ตามน้ำ” ยืนยันเห็นด้วยกับการเปิดสภาเคลียร์ปมร้อน

ไม่ทันเหลี่ยมเก๋า ปรมาจารย์ชวนออกตัวก่อน ตีกินไปแล้ว ตามแนวโน้มรัฐบาลต้องเดินตามสภา จังหวะต่อเนื่องกับที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2563 ในวันที่ 26–27 ต.ค.นี้ โดยให้เลื่อนการประชุม ครม.ไปเป็นวันที่ 28 ต.ค.

เคลียร์ม็อบกลายเป็นวาระเร่งด่วนฉุกเฉิน

แต่ไม่แน่ใจจะ “เอาอยู่” หรือไม่ เพราะถึงจุดนี้เด็กให้เวลารัฐบาล เป็นรายชั่วโมง อย่างที่ยื่นคำขาดให้ ฝ่ายถืออำนาจทำตามเงื่อนไขภายใน 1 วัน ไม่ได้เว้นช่องไฟให้เวลานานเป็นรายสัปดาห์ ลากยาวเป็นเดือน

นักเรียน นักศึกษา รู้ทันเกมเขี้ยว ลุงๆสับขาหลอก

ที่แน่ๆไล่ตามลำดับความสำคัญ ข้อเรียกร้องอันดับแรกของม็อบราษฎร ข้อ 1.พล.อ.ประยุทธ์ต้องไขก๊อกพร้อมคณะรัฐมนตรี สามารถทำได้ทันที วันนี้พรุ่งนี้

ถึงจุดนั้นก็น่าสนใจ ในมุม “บิ๊กตู่” เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ได้มีสถานะเป็น “หัวหน้าพรรคการเมือง”

ถึงจะมีอำนาจยุบสภา แต่ตามท้องเรื่องน่าจะเต็มไปด้วยเสียงท้วงจาก ส.ส.ที่แหยงเลือกตั้งใหม่ ไม่ใช่แค่ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย แต่จะรวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลทั้งภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์

โดยเฉพาะทีมพลังประชารัฐ ถึงเวลาคงตีกรรเชียงชิ่งกันน้ำบาน

โบ้ยให้เป็นเรื่อง “บิ๊กตู่” รับผิดชอบตามลำพัง.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

https://www.thairath.co.th/news/politic/1957876

****

*******

*******************

 

เจรจาเปิดใจ
แม่ลูกจันทร์21 ต.ค. 2563 05:05 น.
 

ผู้นำภาคธุรกิจเอกชน กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มนักกฎหมาย กลุ่ม นักสิทธิมนุษยชน กลุ่มสภากาแฟ และกลุ่มต่างๆ อีกมากมาย

ต่างแสดงความห่วงใยว่าการลุกฮือของกลุ่มม็อบชูสามนิ้วกำลังจะลากประเทศไทยจมปลักหนักขึ้นทุกวัน!!

ทุกกลุ่มเห็นพ้องต้องกันว่าต้องหยุดวิกฤติม็อบไม่ให้บานปลาย ด้วยการเปิดเวทีเจรจาหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี

โดย นายกฯลุงตู่ ลงจากป้อมค่ายมาเปิดใจพูดคุยกับตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งเป็นนักเรียนนิสิตนักศึกษาประชาชน

ยอมถอยคนละก้าวเพื่อให้สังคมคืนสู่ความปกติสุขโดยเร็ว!!

การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ (เร่งด่วนฉุกเฉิน) อาจช่วยลดอุณหภูมิได้บางส่วน

แต่ถ้าจะจบวิกฤติได้จริงๆๆ นายกฯลุงตู่ ต้องเปิดเจรจากับตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมโดยเร็ว!!

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าการเปิดโอกาสให้ลูกๆหลานๆเด็กรุ่นใหม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับลุงตู่โดยตรง รับฟังเหตุผลซึ่งกันและกันอย่างจริงใจตรงไปตรงมา

สงครามระหว่างประเทศยังยุติได้ด้วยการเจรจา

ม็อบชูสามนิ้ว เป็นเพียงความคิดที่แตกต่างของคนสองกลุ่มวัย ซึ่งล้วนเป็นคนไทยเกิดโตและตายอยู่บนแผ่นดินเดียวกัน

แล้วเหตุไฉน...จึงไม่หันหน้ามาพูดคุยกันให้รู้เรื่องรู้ความ?

 

“แม่ลูกจันทร์” กระตุ้นต่อมความจำ “นายกฯลุงตู่” ที่แถลงนโยบาย รัฐบาล คสช. เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2557

นายกฯลุงตู่ แถลงว่า “รัฐบาลจะส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติ”

“รัฐบาลเชื่อว่าวิธีสานเสวนาเจรจาอย่างเปิดใจให้ความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำในสังคมเป็นแนวทางที่ถูกต้อง” ฯลฯ

นี่เป็นคำแถลงนโยบายที่ นายกฯลุงตู่ ได้ประกาศไว้เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา

นายกฯลุงตู่ ย้ำว่าการเจรจาเปิดใจ คือทางแก้ไขความขัดแย้งและสร้างสามัคคีปรองดองในสังคมไทย

ดังนั้น นายกฯลุงตู่ ก็ควรปฏิบัติตามนโยบายที่ได้แถลงไว้เอง

คือเปิดเจรจากับแกนนำม็อบ เพื่อร่วมกันหาทางออกอย่างสันติวิธี เอาข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมมาเปิดอกเจรจาแบบเปิดใจด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริง

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่ามีแนวโน้มที่น่าจะพบกันครึ่งทาง

เพราะแถลงการณ์คณะประชาชนปลดแอก ที่ประกาศเมื่อบ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมา ยังมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อเท่าเดิม

แต่เงื่อนไขเรียกร้องแตกต่างจากเดิม

1,หยุดดำเนินคดีกับประชาชนผู้ชุมนุมทุกกรณี

2,ปล่อยแกนนำม็อบที่ถูกจับกุมและกักขังทุกคน

3,สภาต้องเปิดประชุมวิสามัญ และลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่ประชาชนกว่าหนึ่งแสนคนลงชื่อเสนอญัตติโดยตรง

ไม่มีข้อเรียกร้องให้ “นายกฯลุงตู่” ต้องลาออกทันที

ไม่มีข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน ที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่สบายใจ

เงื่อนไขยังเข้มข้น แต่ไม่ทะลุเพดาน

ถ้าลงเอยกันด้วยดี...ก็แฮปปี้วันเดอร์ฟูล.

“แม่ลูกจันทร์”

https://www.thairath.co.th/news/politic/1957264

*****

************

**********************

 

กลเกมชิงอำนาจ
หมัดเหล็ก21 ต.ค. 2563 05:05 น.
 

สงครามที่ไม่มีผู้ชนะ กับ วิบากกรรมของประเทศไทย ในบริบทที่จะก้าวให้พ้น ความขัดแย้งของคนในชาติ ไปได้อย่างไร เป็นคำถามที่ไม่เคยมีคำตอบ ประเมินจากสถานการณ์ในขณะนี้ วิถีของม็อบเรียกร้องประชาธิปไตยที่พัฒนาขึ้นตามความเจริญของเทคโนโลยี ไม่มีรูปแบบ แต่เป็นรูปแบบ เป็นแผนที่ไม่มีแผน เป็นการรวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมายแต่พร้อม เพรียง ยิ่งกว่ามีการนัดหมาย

ขณะที่รัฐบาลกอดกฎหมายเอาไว้แน่น มีรถฉีดน้ำ มีโล่ มีกระสุนยาง มีหน้ากากกันแก๊ส มีครบทุกอย่าง รวมทั้งยุทธวิธีในการปราบจลาจล ที่ฝึกฝนร่ำเรียนกันมา แต่เมื่อมาเจอ การรบนอกตำรา ถึงกับอึ้ง จับต้นชนปลายไม่ถูก เอะอะก็จับแกนนำ แจ้งข้อหาผู้ร่วมชุมนุม ปราศจากการแก้ปัญหาที่แก่นแท้

ครั้นจะปล่อยให้มีการยึดสี่แยก ยึดสถานีรถไฟฟ้า ประท้วงวันละ 2-3 ชั่วโมงทุกวัน อำนาจการรักษาความมั่นคงของรัฐบาล เสถียรภาพความเป็นรัฐบาล ก็จะต่ำเตี้ยลงเรื่อยๆ ชาวบ้านอีกฝ่ายก็จะมาตำหนิรัฐบาลว่า ให้ท้ายม็อบหรือไม่กล้าตัดสินใจสลายการชุมนุม

ในที่สุด เมื่อถึงจุดปะทะ รัฐบาล ก็ใช้วิธีจากตำราที่ร่ำเรียนมา คือใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม เปิดช่องให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ได้ทุกแพลตฟอร์ม จะออกหน้าไหนยังไม่มีใครรู้ ถ้าดูจากตำราในประวัติศาสตร์ หนีไม่พ้นการเสียเลือดเสียเนื้อของคนไทย

เพราะ องค์กรตามระบอบประชาธิปไตยอ่อนแอกว่าอำนาจที่เหนือรัฐธรรมนูญ สภาจะเปิดวิสามัญเพื่อแก้วิกฤติ ส.ส. และ ส.ว. จะคุยกัน หาทางออกประเทศ ชนิดแก้ผ้าเอาหน้ารอด ยังท่องเป็นบทเป็นกลอน ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำหน้าที่ปกป้องสถาบัน ปากกล้าขาสั่นไปวันๆ

วิกฤติประเทศไทย ไม่เคยแก้ปัญหาในสภาได้แม้แต่ครั้งเดียวเพราะ นักการเมืองและพรรคการเมือง มีส่วนได้ส่วนเสียในวิกฤติการเมืองทุกครั้ง

และมักจะไปจบบนท้องถนน

การใช้อำนาจรัฐออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมความสงบของประเทศ ก็ไม่ต่างจากการเขียนกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเองเอาไว้ล่วงหน้า รู้ชะตากรรมตัวเอง

การปิดกั้นสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นสื่อเสพติดของคนในยุคปัจจุบัน ก็ยิ่งจะกดดันให้คนลงท้องถนนมากขึ้น ในขณะที่สื่อต่างประเทศยังสามารถเสนอข่าวการชุมนุมในประเทศไทยได้แบบอิสระเสรี กลายเป็นว่า การเสพสื่อของคนไทย ยากที่จะควบคุมให้อยู่ในกรอบ จริงบ้างเท็จบ้าง ผิดบ้างถูกบ้างตามสไตล์สื่อต่างชาติ

ในทางตรงกันข้ามกลับจะยิ่งเป็นการประจานความเป็นประชาธิปไตยในไทยให้ชาวโลกรับรู้

การผ่าทางตันถูกกระชับไปถึงจุดที่ไม่มีทางเลือก ลาออก ยุบสภา หรือยึดอำนาจ จะจบหรือไม่ก็ไม่รู้ เปลี่ยน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกไปแล้ว เหตุการณ์จะยุติหรือไม่ยากที่จะคาดเดา

กลเกมการชิงอำนาจซับซ้อนและล้ำลึกเกินไป.

หมัดเหล็ก

mudlek@thairath.co.th

 

 

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

3 ความเห็น

 
ชาติอนุรักษ์

นายชวน เชื่องช้า ยังไม่ทิ้งฉายาของตัวเอง....ก็ยังลากการประชุมสภาไปเป็น 26-27 ตค.ก่อนเปิดประชุมปรกติแค่อาทิตย์เดียว

แทนที่จะทำให้ฉับไว ประชุมในวัน 2 วันนี้....มันถึงจะเรียกว่า"ด่วน"จริง เพราะ สส.ทุกคนก็พร้อมอยู่ในที่ตั้งอยู่แล้ว จะเด้งไปเกือบสิ้นเดือนทำไม

 

เลือกตั้งสมัยหน้า ปชช.ต้องคิดให้หนัก ๆ ก่อนลงคะแนนด้วยเด้อออ.....อย่าให้คะแนนเสียไปฟรี ๆ เพื่อให้ได้คนไม่เอาไหนเข้ามาทำงานให้เรา

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ไอ้เห้ตู่ออกไป

โกรธแล้ว

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
619

วิธีหยุดคนเรือนล้านได้มีวิธีเดียวคือต้องการความยากจนแบบยั่งยืน ถ้าประชาชนกินอิ่มนอนหลับมีอนาคตรับรองว่าไม่มีไอ้บ้าที่ไหนออกมาชุมนุมอย่างแน่นอน

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0