เศร้าจัง

เศร้าจัง

ฉลามเขียว  :

 http://bangkok-today.com/web/%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%...

หวานจนมดเป็นเบาหวาน

3BC4EF89A0A44E159BC713C0D02DF23F

bangkoktoday.com  เป็นเว็บไซต์ข่าวทันสมัย  จึงไม่พลาดแน่นอน  ในการเกาะข่าว  อีตา  โดนัลด์ ทรัมป์  ประธานาธิบดี แห่งสหรัฐอเมริกา ชาติมหาอำนาจเบ้อริ่มเทิ่ม  พบกับหนุ่มน้อย  “คิม จอง อึน”  ประธานาธิดบีแห่งประเทศเกาหลีเหนือ 1 ใน 4 ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการ  ที่ยังเหลืออยู่บนโลกใบนี้

เกาหลีเหนือ  ลาว  เวียดนาม  คิวบา

คือ 4 ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์

ประเทศไทย  ไม่ใช่ประเทศเผด็จการนะครับ  ไทยขณะนี้ปกครองด้วย  “ระบอบโรคแม็ปเลือกตั้งไม่เลื่อน”  และกำลังจะแถมปรากฏการณ์ใหม่ “ยิ้มทั้งวัน”

12 มิ.ย.2018  มนุษย์บนโลกใบนี้หลายล้านคน  จ้องมองข่าวที่ออกมาจาก “โรงแรมคาเพลลา” บนเกาะเซนโตซา ประเทศสิงคโปร์ สถานที่ที่คนดังทั้งสองใช้พบปะเจรจากัน  บนเป้าหมายหลัก “ทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์”  และคืนสู่ความมั่นคงวัฒนาถาวรร่วมกัน  ซึ่งมหกรรมเริ่มแต่เช้า  และจบลงแล้ว  ด้วยการเซ็นบนกระดาษ  ประกาศแถลงการณ์ร่วมเป็นภาษาอังกฤษ

ทำไม ฉลามเขียว  จึงพาดหัวตั้งชื่อเรื่องในวันนี้ว่า “หวานจนมดเป็นเบาหวาน”  ก็เพราะคำนี้ผมนิยมใช้กัดจิกผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ เคารพนับถือ  ใครพบใครเห็นผู้ชราคนนี้  ใครได้คุยด้วยเป็นหลงรัก   เพราะมีเอกลักษณ์พิเศษคือ “ปากหวาน” พูดไพเราะกับทุกคน  อัธยาศัยไมตรีอันดี  จึงเป็นที่รักของผู้คน  พลอยทำให้กลายเป็นผู้มีอิทธิพลไปได้อย่างประหลาด  แม้ขณะนี้แก่มากแล้วก็ยังหวานอยู่

มดกินน้ำตาลเป็นอาหาร  ก็คิดดูเอา  หวานจนมดเป็นเบาหวาน มันจะหวานขนาดไหน

ใครหวานมากกว่ากัน  ในมหกรรมของโลก  การพบกันระหว่าง คิม จอง อึน  กับ อีตา  โดนนัลด์ ทรัมป์ ในครั้งแรกนี้  ก็เฉลยว่าคือ  โดนัลด์ทรัมป์ครับ

ก่อนจรดปากกาเซ็นบนใบแถลงการณ์ร่วม  คิม จอง  อึน กล่าวเป็นภาษาเกาหลีเหนือ แปลเป็นอังกฤษได้ว่า

Kim said the two leaders had a historic meeting “and decided to leave the past behind. The world will see a major change.”

35082807_2105100839710945_503234416059875328_n (1)

ความหวานของประธานาธิบดีทรัมป์เกิดขึ้นในฉากที่  ถือแถลงการณ์ร่วมคนละเล่ม   ออกมายืนให้นักข่าวถ่ายรูปที่ระเบียงโรงแรม  ทรัมป์พูดยกยอ จอง อึน  ซะหวานหยด มดเป็นเบาหวานไปเลย

He called Kim “very smart” and a “very worthy, very hard negotiator.”

 

“I learned he’s a very talented man. I also learned that he loves his country very much.”

“ฉลาดมาก   เป็นผู้เจรจาที่คุ้มค่า  และเป็นประโยชน์อย่างมาก  ผมรู้ว่าเขาเป็นคนมีพรสวรรค์มาก ฉันยังได้เรียนรู้ว่าเขารักประเทศของเขาเป็นอย่างมาก ”

สำหรับแถลงการณ์ร่วมที่บรรทึกข้อตกลงขั้นต้นเอาไว้เป็นนภาษาอังกฤษมี 4 ข้อ +  คำมั่นสัญญาอีก 2 ข้อ

A four-point declaration

The BBC’s Laura Bicker has the four key points from the Trump-Kim Declaration:

  1. The United States and the DPRK [Democratic People’s Republic of Korea] commit to establish new US-DPRK relations in accordance with the desire of the peoples of the two countries for peace and prosperity.
  2. The United States and the DPRK will join their efforts to build a lasting and stable peace regime on the Korean Peninsula.
  3. Reaffirming the April 27, 2018 Panmunjom Declaration, the DPRK commits to work towards the complete denuclearisation of the Korean peninsula.
  4. The United States and the DPRK commit to recovering POW/MIA remains including the immediate repatriation of those already identified.

Kim ‘commits to complete denuclearisation’

Details are coming through on the agreement. According to the AFP news agency, Mr Kim has committed to the “complete denuclearisation” of the Korean peninsula.

That sound big – but he has committed to that already, in talks with South Korea, and we still don’t know what it entails.

เฟชบุ้ค BBC Thai  แปลเป็นภาษาไทยให้ไว้ว่า

4 ข้อหลักในข้อตกลงระหว่างทรัมป์-คิม

ลอรา บิกเกอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี อธิบายรายละเอียดของข้อตกลงระหว่างนายทรัมป์และคิมประกอบด้วย 4 ข้อสำคัญ

  1. สหรัฐฯ และ เกาหลีเหนือให้คำมั่นว่าจะสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกันครั้งใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามความปรารถนาของประชาชนทั้งสองประเทศ เพื่อสันติภาพและความรุ่งเรือง
  2. สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือใช้ความพยายามร่วมกันในการสร้างสันติภาพที่มั่นคงและยั่งยืนบนคาบสมุทรเกาหลี
  3. เกาหลีเหนือให้คำมั่นว่าจะเดินหน้ากระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์บนคาบสมุทรเกาหลี เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงเจตจำนงต่อปฏิญญาปันมุนจอม ที่ได้สองเกาหลีได้ร่วมลงนามกันในวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมา
  4. สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ ให้คำมั่นว่าจะร่วมค้นหาเชลยศึก/ผู้ที่สูญหายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งส่งคืนคนหรือร่างที่เหลืออยู่ของผู้ที่ระบุตัวตนได้แล้วโดยทันที

เผยคำมั่นในเอกสาร

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือให้คำมั่นร่วมกันในเอกสารที่ทั้งสองฝ่ายเพิ่งลงนามไปว่าจะ “ร่วมมือกันเพื่อให้เกิดการปลดอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ในคาบสมุทรเกาหลี”

นอกจากนี้ในเอกสารก็ยังระบุว่า ผู้นำทั้งสองตกลงกันที่จะ “สถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีใหม่” ขึ้นมา

คลิกอ่านรายละเอียดของ BBC ลอนดอน

https://goo.gl/rghhXX

ข่าวของ Reuters

https://goo.gl/beqDRp

ก็เป็นธรรมดาครับ  มีทั้งคำชม และคำค่อนขอด

ฝรั่งเขามีวัฒนธรรมแตกต่างจากบ้านเรา  คือ  แสดงความคิดเห็นในทวิตเตอร์  ขณะที่บ้านเรานิยม  Line  กับ Face  book  หลัง 4 ข้อเผยแพร่ออกมาเป็นข่าวแล้ว  กูรูหลายคนเขียนกัด  ไม่มีรายละเอียด ไม่มีอะไรใหม่  แต่ก็ยังดีกว่าบอกว่าจะมีสงคราม

สำหรับผม  ฉลามเขียว  อ่านจากข่าวที่แปลเป็นภาษาไทยแล้ว  มีความเห็นว่า  คาบสมุทรเกาหลีคืนสู่ความสงบและมั่นคงแน่นอน  ทั้งสองประเทศเปิดสัมพันธ์ทางการทูต เปิดสถานเอกอัครราชทูตแน่นอน   การทำมาค้าขายจะเริ่มขึ้น  อาวุธนิวเคลียร์จะค่อยถูกทำให้ลดน้อยถอยลง

แล้วก็หันมามองประเทศไทย

ข้าราชการเกษียณชรา    เจ้าพ่อ เจ้าแม่ นักเลงท้องถิ่น  เกี่ยวกุ๊ย หวยเถื่อน ของเถื่อน โสเภณี  พวกกินสัมปทาน  ทุกอาจม  จะไหลมารวมกัน

เศร้าจัง

ฉลามเขียว

12 มิถุนายน 2561

bangkoktoday.com

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0

2 ความคิดเห็น

 
tongtata

เจ๋งกว่า หวานกว่า!! . . เต้น เต้น เต้น   หัวเราะ   อโลฮา ฮาวาย!!

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
3 ส

ไอ่ตูบ

โมโห

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0