เรื่องเศร้าที่ยังรอความยุติธรรม : คดีสลายชุมนุม 53 จากคำสั่งของ ศอฉ.

เรื่องเศร้าที่ยังรอความยุติธรรม : คดีสลายชุมนุม 53 จากคำสั่งของ ศอฉ.

เรื่องเศร้าที่ยังรอความยุติธรรม คดีสลายชุมนุม 53 จากคำสั่งของ ศอฉ.

ผ่านมาแล้ว 9 ปี คนกระทำผิดยังลอยนวลแถมยังไฝ่แสวงหาอำนาจที่จะเข้ามามีบทบาทในทางการเมืองอีก..เพราะคงกลัวที่จะถูกขุดคุ้ยเนื่องจาก คดีเกี่ยวกับข้อหาฆ่าคนหรือพยายามฆ่านั้น อายุความอยู่ที่ 20 ปี

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทำขึ้นมาก็เพื่อที่จะให้พวกสั่งการฯ ตายโหงตายห่าไปก่อนที่จะได้รับโทษก่อนมีการตัดสินคดีนี่กระมัง..

ไปเจอข่าวนี้มาจาก “ประชาไท “ ขอขอบคุณสำหรับบทความและทนายโชคชัย  อ่างแก้วที่ได้ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิดและนำมาเสนอเพื่อกันคนลืมเป็นระยะๆ

เชิญอ่านข่าวครับ :
 
อัพเดท ปี คดีสลายชุมนุม 53 กับ ทนายโชคชัย

ทนายญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมปี 53 ระบุหลายคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของดีเอสไอ มีเรียกพยานเพิ่มเติมและผู้เสียหายเข้าไปให้การ และญาติก็มีการกล่าวหาผู้กระทำความผิดที่ปรากฏตัวไปบ้างแล้ว

 27491103228_af322d0062_c.jpg]

10 เม.ย.2562 เนื่องวันครบรอบ ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดย ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่ส่งผลให้มีประชาชนและเจ้าหน้าที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากนั้น

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความคืบหน้าของคดีต่างๆ กับ โชคชัย อ่างแก้ว หนึ่งในทนายความกลุ่มญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว โชคชัย กล่าวถึงการไต่สวนการตายขณะนี้ยังไม่มีการไต่สวนอะไรเพิ่มเติมตั้งแต่ยึดอำนาจเป็นต้นมา

การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องนั้น โชคชัย กล่าวว่าจะมีเฉพาะส่วนที่มีการไต่สวนการตายไปแล้ว ว่า ศพไหนตายที่ไหน ตายเมื่อไหร่อย่างไร ตนทราบมาว่าบางส่วนเป็นเรื่องที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการบางส่วนแล้วในลักษณะคดีที่ยังหาผู้กระทำความผิดไม่ได้ แต่คดีเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะสิ้นสุดยุติ หากปรากฏเป็นหลักฐานหรือดำเนินการอะไรเพิ่มเติมภายหน้าก็ยังสามารถทำได้อยู่

และยังมีคดีที่อยู่กับดีเอสไอเกี่ยวกับคดีที่มีการไต่สวนการตายแล้วมีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจนก็คือคดี วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ตอนนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนอยู่ที่ดีเอสไอ และมีการเรียกพยานเข้าไปให้การเพิ่มเติม มีการเรียกผู้เสียหายซึ่งเป็นญาติผู้ตายเข้าไปให้การ และญาติก็มีการกล่าวหาผู้กระทำความผิดที่ปรากฏตัวไปบ้างแล้วว่าใครบ้างจากที่ปรากฎในคำสั่งศาลคดีไต่สวนการตาย

·        10 เมษา กับ 10 เรื่องพื้นฐานที่..อาจจำไม่ได้ อาจไม่เคยรู้

·        ศาลสั่ง 6 ศพวัดปทุมฯ เสียชีวิตจากทหาร-ไม่มีชายชุดดำในที่เกิดเหตุ

·        8 ปีแล้ว.. 'แม่พยาบาลเกด' จ่อฟ้องอัยการ-ดีเอสไอหลังคดีลูกถูกยิงล่าช้า

ส่วนคดีผู้สั่งการ โชคชัย กล่าวว่า ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเพราะว่าคดีอยู่ในอำนาจไต่สวนของ ป.ป.ช. ซึ่งก็มีมติว่าไม่ผิดตามหน้าที่มานานแล้ว ส่วนนี้ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม ต่างจากคดีผู้กระทำการนั้นคดียังอยู่ในดีเอสไอโดยเฉพาะคดี ศพวัดปทุมฯ

สำหรับเรื่องอายุความนั้น โชคชัย อธิบายว่า คดีเกี่ยวกับข้อหาฆ่าคนหรือพยายามฆ่านั้น อายุความอยู่ที่ 20 ปี อยู่แล้ว 

โชคชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเพิ่งพาผู้เสียหายในคดี วัดปทุมฯ คือญาติของ อัฐชัย ชุมจันทร์ และมงคล เข็มทอง ไปกล่าวหา ตัวผู้กระทำการความผิด ก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยไปกล่าวหากับพนักงานดีเอสไอซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสอบสวนคดีนี้ 

กระบวนการหลังจากนี้จะมีการสอบพยานไปเรื่อยๆ 

สำหรับการไต่สวนการตาย นั้นเป็นกระบวนการตามเนื่องมาจากกรณีที่บุคคลนั้นตายโดยผิดธรรมชาติ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานก็ไม่จำเป็นต้องชันสูตรพลิกศพแต่อย่างใด โดยระบุถึง มาตรา 148, 150 และ 152 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน iLaw โพสตผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจด้วยว่า จากการศึกษาข้อกฎหมาย พบว่า การเสียชีวิตของบุคคลที่อยู่ระหว่างการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ จะต้องมีการชันสูตร และไต่สวนการตายในทุกกรณี โดยศาลจะเป็นผู้สั่งว่าผู้ตาย เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด

ซึ่งในเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 แบ่งได้เป็น กลุ่มคือ กลุ่ม 10 เม.ย.นั้น มีคำสั่งศาลมาแล้วว่าผู้ตายถูกกระสุนจากฝั่งทหาร เช่น เกรียงไกร คำน้อย หรือ จรูญ ฉายแม้น เป็นต้น  ส่วนกลุ่ม พ.ค.53 นั้นมีหลายศพที่ศาลมีคำสั่งว่าผู้ตายถูกกระสุนมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่เช่นกัน หรือในส่วนของ วัดปทุมฯ ศาลสั่งว่าถูกกระสุนจากฝั่งเจ้าหน้าที่ทหาร

การไต่สวนการตาย  ‘คดี 10 เมษา 53’

รายละเอียดความคืบหน้าดังนี้

มานะ เขาดิน : ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำ

มานะ อาจราญ ลูกจ้างของสวนสัตว์ดุสิตแผนกบำรุงรักษา ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตเมื่อกลางดึกของวันที่ 10 เม.ย. 53 บริเวณสวนสัตว์ดุสิต ภายหลังการสลายการชุมนุมในช่วงค่ำบริเวณแยกคอกวัวและถนนดินสอสงบลง ทั้งนี้ ลานจอดรถของสวนสัตว์ดุสิตเป็นจุดพักของเจ้าหน้าที่ทหารจากค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา จำนวนหลายกองร้อย

ศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 21 ก.พ.56 ระบุว่า  "นายมานะ อาจราญ ถึงแก่ความตายในสวนสัตว์ดุสิตในคืนวันที่ 10 เม.ย.53 โดยถูกกระสุนปืนลูกโดดความเร็วสูงที่ศีรษะทำลายเนื้อสมอง โดยยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำ

ศาลระบุด้วยว่า ผู้ร้องไม่มีประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุว่าผู้ยิงเป็นทหารหรือบุคคลใด ไม่มีพยานยืนยันการใช้อาวุธปืนของทหารซึ่งมีการนำสืบว่าหมอบอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ แม้ รปภ.สวนสัตว์ดุสิตจะเบิกความว่ามีการยิงของทหารจากด้านในสวนสัตว์โดยยิงเฉียงขึ้นฟ้าไปทางฝั่งรัฐสภา แต่ก็เบิกความว่า ขณะเกิดเหตุกำลังวิ่งเข้าไปที่อาคารจอดรถ ไม่ใช่จุดที่นายมานะถูกยิงเสียชีวิตและไม่ใช่จุดที่พบทหารหมอบอยู่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ที่เข้าเวรคู่กับนายมานะได้วิ่งออกมาหลังได้ยินเสียงปืนก็พบกับทหารที่หมอบอยู่ ทหารก็ไม่ได้มีท่าทีจะทำร้ายนายบุญมี หากทหารกลุ่มดังกล่าวเป็นผู้ทำร้ายนายมานะ นายบุญมีก็คงถูกยิงเช่นกัน ส่วนแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้ตรวจแนววิถีกระสุน จำลองแนววิถีกระสุนได้เพียงจุดยิงกว้างๆ ไม่อาจสันนิษฐานว่าเป็นจุดเดียวกับที่ทหารหมอบอยู่ ส่วนปลอกกระสุน ปลอกที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุนั้น ไม่อาจระบุได้ว่าเป็นกระสุนที่ใช้ยิงผู้ตายหรือไม่ เพราะไม่มีหัวกระสุนมาตรวจสอบ และจากการตรวจสอบอาวุธปืน 29 กระบอกที่กองกำลังค่ายสุรนารีเบิกใช้ก็ไม่ตรงกับปลอกในที่เกิดเหตุ

จรูญ-สยาม หน้า ร.ร.สตรีวิทยา : วิถีกระสุนปืนยิงมาจากฝ่ายเจ้าพนักงาน

สำหรับการไต่สวนการเสียชีวิตของ จรูญ ฉายแม้น ผู้ตายที่ และสยาม วัฒนนุกูล ผู้ตายที่ ถูกยิงเสียชีวิตหน้า ร.ร.สตรีวิทยา ถ.ดินสอ  ศาลสั่งเมื่อวันที่ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 56 ระบุว่า "วิถีกระสุนปืนยิงมาจากฝ่ายเจ้าพนักงานที่ถอยร่นจากแนวป้องกันบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยาไปที่บริเวณซอยข้างวัดบวรนิเวศใกล้แยกสะพานวันชาติ โดยยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ"

ศาลระบุว่า ได้พิเคราะห์พยานหลักฐานของผู้ร้องแล้วเห็นว่า ผู้ร้องมีประจักษ์พยาน ปากอยู่ในที่เกิดเหตุบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ต่างเบิกความยืนยันว่า เห็นประกายไฟจากกระบอกปืนและได้ยินเสียงปืนจากทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่ถอยร่นจากแนวป้องกันบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยาไปบริเวณซอยข้างวัดบวรนิเวศใกล้สี่แยกสะพานวันชาติ ซึ่งขณะนั้นประจักษ์พยานเห็นผู้ตายทั้งสองล้มลงที่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา จึงเชื่อว่าพยานทั้ง ต่างเบิกความไปตามความจริงที่ได้รู้เห็นมา ประกอบกับแพทย์จากนิติเวชที่ชันสูตรศพผู้ตายทั้งสองยืนยันว่านายจรูญ ผู้ตายที่ ถึงแก่ความตายที่โรงพยาบาลกลาง โดยสาเหตุการตายเกิดจากการถูกยิงด้วยกระสุนปืนความเร็วสูง

ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบพบเศษลูกกระสุนปืน เศษตะกั่ว เศษเหล็กในศพของผู้ตายที่ 1 (จรูญ) ส่วนนายสยาม ผู้ตายที่ เสียชีวิตระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาลกลาง ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการถูกยิงด้วยกระสุนปืน ตรวจพบเศษตะกั่วในศพผู้ตายที่ ประกอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนยืนยันว่า เศษลูกกระสุนปืนที่พบในศพของผู้ตายที่ เป็นอาวุธปืนที่เจ้าหน้าที่ใช้ในวันเกิดเหตุ และแม้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเศษตะกั่วที่พบในศพผู้ตายที่ มีขนาดเท่าใด แต่เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ตายทั้งสองอยู่ในบริเวณเดียวกันและล้มลงในช่วงระหว่างที่เจ้าพนักงานใช้อาวุธปืนยิงมาทางผู้ชุมนุมที่ติดตามเข้าไป จึงเชื่อว่าผู้ตายทั้งสองถูกกระสุนปืนที่ยิงมาจากบริเวณเดียวกัน นอกจากนี้ คำเบิกความของพยานยังสอดคล้องกับผู้ตรวจวิถีกระสุนในบริเวณที่เกิดเหตุ จากข้อเท็จจริงและเหตุผลทั้งหมดที่ได้วินิจฉัยมา เชื่อได้ว่ากระสุนปืนที่ยิงถูกผู้ตายทั้งสองนั้น มีวิถีกระสุนปืนที่ยิงมาจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ แต่พยานของผู้ร้องทั้งหมดที่นำสืบมา ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ 

เกรียงไกร : ถูกยิงบ่าย วิถีกระสุนมาจากทหาร

เกรียงไกร คำน้อย อายุ 23 ปี โชเฟอร์รถตุ๊กตุ๊ก ที่ถูกยิงเสียชีวิตเป็นศพแรกในเหตุการณ์สลายการชุมนุม นปช. บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ข้างกำแพงกระทรวงศึกษาธิการ

โดยเมื่อวันที่ ก.ค.57 ศาลมีคำสั่งว่า มีนายเกรียงไกร เสียชีวิตที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2553  ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากเสียเลือดมาก จากการถูกยิงด้วยกระสุนปืนความเร็วสูง ซึ่งมีวิถีกระสุนมาจากเจ้าหน้าที่ทหารในการปฎิบัติหน้าที่ขอคืนพื้นที่ จากทางด้านแยกสวนมิสกวัน ผ่านหน้ากระทรวงศึกษาธิการ มายังสะพานมัฆวานรังสรรค์ ตามคำสั่งของศอฉ. โดยไม่ทราบว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำ

ซึ่งศาลระบุด้วยว่า เวลา 15.00 น. (วันที่ 10 เม.ย.53)เจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนยิงถูกนายเกรียงไกร ที่ยืนอยู่บนทางเท้าข้างกำแพงกระทรวงศึกษาธิการที่หน้าอกและลำตัวจนได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำตัวนายเกรียงไกร ส่งร.พ.วชิรพยาบาล ต่อมานายเกรียงไกรได้เสียชีวิตลงเนื่องจากเสียเลือดมาก ในวันที่ 11 เมษายน 2553  เนื่องจากหลอดเลือดใหญ่บริเวณอุ้งเชิงกรานฉีกขาดจากกระสุนความเร็วสูงที่ยิงมาจากทางเจ้าหน้าที่ทหาร

ศาลสั่งไม่ทราบใครยิง 'ฮิโรยูกิ-วสันต์-ทศชัยแต่ 'จรูญ-สยามจุดเวลาเดียวกัน สั่งกระสุนมาจากฝ่ายทหาร

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 58 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลมีคำสั่ง คดีไต่สวนชันสูตรพลิกศพของฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ ชาวญี่ปุ่น ผู้ตายที่ วสันต์ ภู่ทอง ผู้ชุมนุม นปช. ผู้ตายที่ และทศชัย เมฆงามฟ้า ผู้ชุมนุม นปช. ผู้ตายที่ จากการถูกยิงเสียชีวิตในคืนวันที่ 10 เม.ย. 2553 จากการสลายการชุมนุม นปช. ของ ศอฉ. บนถนนดินสอ บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา โดยศาลมีคำสั่งว่า ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำหรือไม่อาจทราบได้ว่ากระสุนปืนที่ยิงถูกผู้ตายทั้ง มีแนววิถีกระสุนปืนมาจากทิศทางใด (อ่านรายละเอียด)

https://prachatai.com/journal/2019/04/82...date_title
 

http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=9913

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    1

2 ความคิดเห็น

 
619

ความยุติธรรมในยุคนี้ไม่มีเลยสำหรับการเรียกร้อง ปชต.

ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับคนที่มีความแค้นมากๆ

ผมว่าคนๆนั้นอาจจะต้องหาวิธีการใช้ศาลเตี้ยเพื่อทวงความยุติธรรมคืนมาก็ได้นะ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    1
 
3 ส

ไอ่ฆาตกร

โมโห

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    1
คุณรู้สึก ว้าว!