เรียนท่านทรงวิทย์(นี่คือโอกาศสุดท้าย)…!!

เรียนท่านทรงวิทย์(นี่คือโอกาศสุดท้าย)…!!

กระทู้ทวงหนี้ที่ยักษ์ตั้งคำถาม

บัดนี้ได้รับคำตอบมาแล้ว...

จากนี้เป็นหน้าที่ท่านทรงวิทย์มาสรุป

 …

ผิดถูกอย่างไรยักษ์คงทำได้แค่นี้

ส่วนท่านทรงวิทย์ยินดีหรือไม่ ก็แล้วแต่

ภาระถามตอบหมดไป ผลสรุปอยู่ที่ท่าน…

ปล…

ยังมีองครักษ์พิทักษ์ครูโต…

ออกฟลัดกระทู้ทุกระยะ

บ้างแซซ่องสนั่นอย่างที่แลเห็น...!!

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

73 ความคิดเห็น

 
พิเภกInter

จบข่าว…!!

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
Tuxedo1

เท่าที่ฟังมา มันคือ การแสดงออก 

 .

กล้าได้กล้าเสีย แบบไม่มีการเสียดาย 

ถ้าเสียดาย จะพนัน ไปทำไมกัน?, และ

การท้าเดิมพันนี้ก็เพื่อช่วยเหลือ เว๊ป ปท.

ทรงวิทย์ วางเดิมพัน พิเภก ไม่กล้าสู้เมื่อ

 .

กล้าวางเดิมพันแล้วใยต้องเสียดาย ถึง จะไม่มีผลแพ้ชนะให้ประจักษ์

สมุมติว่ามีการเดิมพันเกิดขึ้น แม้ จะเป็นผู้แพ้หรือชนะ ก็น่าแสดงสปิริต

ร่วมบริจาคให้ทาง ประชาทอล์ค ไปเลย ถือเป็นการทำบุญร่วมกัน

ดีกว่าไปเล่นหวย แล้วแทงผิดหมด 50,000 ไม่ได้อะไร 

 .

ทำไม?

เพราะ การช่วยเหลือ ประชาทอล์ค ก็คือ การได้ร่วมกันต่อสู้ทางการเมือง

ทุกคนหมดเงิน ไปมากกว่า 50,000อยู่แล้วตั้งแต่ร่วมสู้กันมา (น่าจะเป็นแสน)

 .

ผมเองก็กล้าพูดว่า ผมหมดเงินไปเป็นแสนกับการเมือง

 .

คนทำเว๊ป ก็หมดยิ่งกว่า เพราะ ถึงขั้นกระเป๋าฉีก

 .

ยิ่งกว่านั้น ความกล้าหาญ และ เสียสละ ที่ Pluto ได้กระโดดลงมา

ทำเว๊ปเพื่อให้ การต่อสู้ ได้ดำเนินต่อไป หลัง ประชาไท ต้องปิดตัวลง

 .

เขา (Pluto) ไม่เคยบ่น ให้ได้ยิน ถึง ความเหน็ดเหนื่อย และ ท้อถอย

จะมีก็แต่ เสียใจที่เพื่อน พาลทะเลาะกันเอง แทงกันข้างหลัง จนต้องเสียมิตร

 .

โปรดไตร่ตรอง

21

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

รอฟังอีกสามวัน

ให้ท่านทรงวิทย์มากล่าว

ท่านเป็นเจ้าของเงิน…

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
Tuxedo1

ก็จริงเงินของเขา, แต่น่าเสียดาย คิดจะช่วยเหลือเว๊ป

กลับใช้วิธีพนันขันต่อ เพียงเพื่อจะได้ไม่ควักกระเป๋าเอง

.

แทนที่จะสนุกสนานกับการได้ยอกล้อกัน กลับต้องอมทุกข์

.

และ แทนที่จะ บริจาคด้วยศรัทธราที่แท้จริง 

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
Tuxedo1

แท้จริงแล้ว, ควรท้าพนันเพื่อความสนุกสนาน ใครแพ้ชนะมันไม่สำคัญ!!

.

เป้าประสงค์หลัก คือ ช่วยเหลือจุนเจือ การต่อสู้

.

โปรดนึกถึง เวลาเรือแตก เฉกเช่น Titanic

ทุกคนต่างลอยคอในทะเล เพื่อรอรับการช่วยเหลือ

.

กัปตัน Pluto ขันอาสา นำเรือของตนเอง ออกมารับช่วง เพื่อต่อชีวิตการต่อสู้

.

เมื่อ ทรงวิทย์ มีเมตตาจะหาเงินจุนเจือ ใยต้องเสียดาย 

 .

เงินไม่ออกจากกระเป๋าตัวเอง จะถือเป็นการทำบุญได้หรือ?

.

เงินที่ได้จากการพนัน จากเพื่อนๆ แล้วเอาไปทำบุญ จะน่าละอายใจยิ่งกว่าหรือไม่?

.

โปรดใช้สมองนั่งสมาธิ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

แต่ท่านทรงวิทย์ไม่แพ้นี้นา…

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
Tuxedo1

ไม่มีการวางเดิมพัน ไม่ใช่หรือ? เพราะ ท่านถอนตัวไปก่อน

.

อย่างน้อยเจตนาทรงวิทย์ ก็ต้องการเงิน 50,000 ไปช่วยเหลือเว๊ป

.

ไม่เงิน ทรงวิทย์ ก็ต้องเป็น เงินผู้อื่น (ผู้ร่วมพนัน)

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

ท่านทรงวิทย์หวังชนะ ไม่ต้องการเสียเงิน…

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
บีเว่อร์

พิเภกอินเตอร์ต้องตอบก่อน ว่าคราวนี้เข้ามาทำลายบอร์ดประชาทอล์คจริงเหมือนกับที่คุณ chuu และเพื่อนๆหลายคนสงสัยหรือไม่ เพราะการกล่าวอ้างชื่อของพี่

ทรงวิทย์มาลอยๆ แล้วมาก่นด่า wm เป็นอาทิตย์ๆแบบนี้ ทั้งที่ไม่มีการมอบอำนาจให้มาจัดการอย่างหนึ่งอย่างใด

การทวงเงินก็คือทวงเงิน ไม่เกี่ยวกับการมาเขียนประจานในเวบบอร์ด เพราะมันผิดพรบ.หมิ่นประมาทโดยการโฆษนา พิเภคเริ่มผิดตั้งแต่เอาสองเรื่องนี้มารวมกัน

แถมยังมีการแบลคเมล์ด้วยว่า หากไม่มาทำอย่างหนึ่งอย่างใดจะแฉ อันนี้แบลคเมล์ตรงๆ หากผู้ถูกละมิด เดินต๊อกๆไปโรงพักใกล้บ้าน แล้วเปิดหน้าเวบให้

พนักงานสอบสวนดู แล้วแจ้งความฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆนาเพราะเหตุเกิดได้ทุกท้องที่ๆข้อความปรากฎ  พิเภทเตรียมเงินประกันตัวได้เลย คุกกระทงละ

หลายปี แล้วพิเภกทำผิดกี่กระทง เพื่อนๆลองช่วยกันนับซิ

แต่หากจะเล่นกันตามกฎยุทธภพเวบบอร์ด พิเภกต้องทิ้งระยะการถามให้ห่างออกไปหน่อย เพราะบางคนทำงาน ติดธุระ ไม่ได้นั่งเฝ้าจอ หรือบางที ที่ๆผู้ถูกถามหา

อินเตอร์เนตไม่สามารถเข้าถึงได้ ดังนั้นต้องรอ ไม่ใช่ด่าเคาะรัวๆแบบนี้

คุณหัดต้องมีความเมตตาในมโนสำนึกบ้างว่า หาก wm มีความจำเป็นอะไรหรือไม่ คุณด่าเค้าถึงขนาดนี้คุณจะบีบให้เค้าตายเลยใช่ไม๊คุณถึงจะพอใจหรืองคุณรับ

เงินใครเค้ามาจริงๆ

หากพี่ทรงวิทย์ไม่รู้เรื่องการกระทำนี้ล่ะ คุณเอาเค้ามาแอบอ้างเพื่อด่าคนแบบง่ายๆแบบนี้น่ะร๋อ

คุณบอกว่าที่นี่คือซ่อง คุณหมายถึงซ่องอะไร ซ่องโจรหรือซ่องกะหรี่ แต่ไม่ว่าคุณจะหมายถึงซ่องอะไร คุณก็เป็นคนหนึ่งในซ่องนี้ด้วย บางคนบอกว่าให้เก็บล็อกอิน

พิเภกเอาไว้ ผมก็ว่าข้อนี้ดี เพื่อรักษาพิเภกเอาไว้เพื่อจะได้เสียไปอีกหลายล็อกอิน เพราะคงไม่มีใครอยากเข้ามาอ่านข้อความด่าประจานฝ่ายเดียวกันเองทุกวี่ทุกวันแบบนี้

การทำเวบบอร์ด ยิ่งถ้ามีการเข้ามากๆจะเปลืองแบนวิดมากด้วย ไม่มีใครให้เช่าเพราะเซริฟเค้าจะล่ม ประชาทอล์คมีเซร์ฟของตัวเอง คุณคิดว่าเซิร์ฟตัวละพันสอง

พันร๋อ เซิร์ฟตัวนึงเป็นแสน ยังมีค่าซ่อมบำรุง มันเจ๊งได้นะ ค่าเทมเพลตที่ใช้ และค่าเช่าวางที่ cat อีกต่างหาก ทำไมไม่เห็นใจเค้าบ้าง

ปล.พิเภกคงด่ากลับไม่ยั้งอยู่แล้ว หากผมมาตอบช้าไม่ทันใจก็ไม่ต้องหัวปั่นโมโหมาก เพราะผมไม่ได้มีเจตนาจะตอบช้า

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    1
 
พิเภกInter

 

คงฟ้องไม่ทันแระ…

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
Tuxedo1

พิเภกใช้คำนี้ กับ เว๊ป แรงมาก เกินไปจริงๆ, ไม่ให้เกียรติกัน 

.

ที่จริงก็น่าฉงฉาน เภก นะ21

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
คนเดือนเมษา

หนึ่งชี้นิ้วด่าหาว่าคนอื่น

สามนิ้วยื่นวกมาหาตนนั่น

อื่นเขาชั่วตัวดีกี่ร้อยพัน

พวกใครกัน "มันจบแล้วครับ" คำนับนาย

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

จบแบบไหน…!!??

จูจุ๊บ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

นี่ไง ทหาร…!!!

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

เหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2549 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2549 และ 1 มกราคม พ.ศ. 2550 ระหว่างงานเฉลิมฉลองวันสิ้นปีในกรุงเทพมหานคร โดยระเบิดสี่ลูกได้เกิดระเบิดขึ้นเกือบพร้อมกันในหลายส่วนของเมืองเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ตามมาด้วยระเบิดอีกหลายลูกภายในระยะเวลา 90 นาทีต่อมา ระเบิดอีกสองลูกเกิดระเบิดขึ้นหลังเที่ยงคืน รวมทั้งหมดแล้ว เกิดระเบิดขึ้นแปดครั้งในคืนดังกล่าว

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2550 มีการยืนยันผู้เสียชีวิต 3 คน และอีกมากกว่า 38 คนได้รับบาดเจ็บ ระเบิดอีกหนึ่งลูกได้เกิดระเบิดขึ้นภายในโรงภาพยนตร์ แต่ระเบิดลูกดังกล่าวไม่ได้รับการรายงานจนกระทั่งวันรุ่งขึ้นเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการเผยแพร่ในด้านลบ วันเดียวกัน เกิดระเบิดขึ้นที่มัสยิดในจังหวัดเชียงใหม่ ทางการสั่งการยกเลิกการจัดกิจกรรมวันสิ้นปีสาธารณะทั้งหมด รวมไปถึงการนับถอยหลังที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และการทำบุญตักบาตรที่สนามหลวง

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
มังกรดำ

ในกระทู้โน้น ผมออกความเห็นแบบนิ่มๆ

ยักษ์ยังคงดื้อดึงที่จะดันทุรัง

.

.

ยิ่งบ่งชี้เจตนาของยักษ์

.

คนที่ฟลัดกระทู้ไม่ใช่คนอื่น

ก็ยักษ์นั่นแหละ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

ชายคนหนึ่งถูกจับกุมในกรุงเทพมหานครเนื่องจากพกพาอุปกรณ์ระเบิด และตำรวจจังหวัดเชียงใหม่อ้างว่าภารโรงของมัสยิดที่เกิดระเบิดขึ้นนั้นยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ทำระเบิดขึ้น ไม่มีผู้ใดอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุระเบิดดังกล่าว นายกรัฐมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ กล่าวประณาม "พวกอำนาจเก่า" ว่าเป็นกลุ่มที่รับผิดชอบกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น โดยหมายความถึงรัฐบาลพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร และกลุ่มผู้ที่สูญเสียอำนาจทางการเมืองจากรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 ทั้งพรรคไทยรักไทย และอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด ในภายหลัง พล.อ.สุรยุทธ์ได้กลับคำและยอมรับการกล่าวถึงว่าพันธมิตรของทักษิณเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น "เป็นเพียงการวิเคราะห์ด้านข่าวกรอง" และไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลชัดเจนสนับสนุน

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

อักษรย่อ "IRK" ถูกพบเขียนด้วยมาร์กเกอร์ในสถานที่สี่แห่งจากเหตุระเบิดสามจุด ซึ่ง IRK เป็นหน่วยกองโจรก่อการร้ายในเมืองซึ่งได้รับการฝึกในอัฟกานิสถาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอารีย์ วงศ์อารยะ ขจัดการเสนอแนะว่าผู้ลงมือเป็นกลุ่มก่อการร้ายมุสลิม การประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์และหน่วยงานด้านความมั่นคงและข่าวกรองหลายแห่งในตอนเย็นของวันที่ 31 ธันวาคม ไม่สามารถระบุผู้ก่อเหตุดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

วันที่ 1 มกราคม พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ถึงแม้ระเบิดที่ใช้จะมีรูปแบบคล้ายคลึงกับที่ใช้โดยกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศ การสืบสวนในเชิงลึกกลับไม่พบความเชื่อมโยง และกล่าวว่า "ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะมาถึงที่นี่เนื่องจากอาจหลงทางในกรุงเทพมหานครได้"ในภายหลัง ตำรวจได้จับกุมบุคคลมากกว่าสิบสองคน รวมทั้งนายทหาร โดยต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด ผู้นำคณะรัฐประหาร พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อ้างว่านายทหารทั้งหมดไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต่อมา การสืบสวนของตำรวจกลับพบว่ากลุ่มแบ่งแยกดินแดนภาคใต้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดดังกล่าว เนื่องจากวงจรจุดระเบิดและวัสดุอื่นที่ใช้ทำระเบิดนั้นเหมือนกับที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนใช้กัน อย่างไรก็ตาม คณะรัฐประหารกล่าวว่ากลุ่มแบ่งแยกดินแดนไม่สำคัญเท่าใดนัก โดยอ้างว่าพวกเขาว่าจ้างผู้ที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตการณ์การเมืองในกรุงเทพมหานครมาทำงาน

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter


คนกลุ่มนี่ที่ทำวันนั้น

เป็นกลุ่มเดียวกันที่ทำวันนี้

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

จอมพล ส.บอกว่าไม่ขอวัดรอยเท้า จอมพล ป.

ลุงตู่ก็ ป.เหมือนกัน…!!!

จอมพล ป.ไปอยู่ญี่ปุ่นในฐานะสหายและตายที่นั้น ลุงตู่จะไปไหนน๊า…??!!

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

การเยือนประเทศไทยแบบทวิภาคีของ ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างการร่วมประชุมอาเซียนระหว่างวันที่ 1-3 ส.ค. 2562 นี้ จะเป็นการตอกย้ำความจำเป็นทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในการกระชับความสัมพันธ์ทางการเมืองและความมั่นคงเพื่อสร้างดุลยภาพกับจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

นักสังเกตการณ์มองว่า สหรัฐฯ มุ่งหวังจะยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ให้ได้ทั้งความสัมพันธ์โดยเฉพาะทางการทหารที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นหลังจากที่ปล่อยให้ไทยเข้าใกล้จีนมากในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาและเพิ่มพูนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในเวลาเดียวกัน

ปอมเปโอ มีกำหนดจะเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 1 ส.ค. เพื่อประชุมกับกลุ่มอาเซียนและกรอบความร่วมมือแม่น้ำโขงตอนล่าง (Lower Mekong Initiative-LMI) กับประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งประกอบด้วยกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนามและไทย นอกจากนี้แล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยังจะได้หารือทวิภาคีกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย และปาฐกถาเรื่องบทบาททางเศรษฐกิจของอเมริกันในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

แจ้งไฟเขียว…!!

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
มังกรดำ

ถ้าจะพูดตามที่ยักษ์ฟลัดกระทู้ข้างบน

ก็ไปตั้งกระทู้ใหม่

.

โตๆ ด้วยกันแล้ว

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

Why..!!

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

เปลี่ยนสามคนออก…

ง่ายกว่าเปลี่ยนคนทั้งประเทศ

ประโยคอมตะ "พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ"…!!

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

พรรคเสรีมนังคศิลา เป็นพรรคการเมืองในลำดับแรกประเทศไทย จดทะเบียนเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2498 หลังจากมี พระราชบัญญัติพรรคการเมือง พุทธศักราช 2498 ออกมาใช้ ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายที่เปิดให้จดทะเบียนพรรคการเมืองได้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย มีหัวหน้าพรรค คือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เลขาธิการพรรคคือ พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจ มีรองหัวหน้าพรรคได้แก่ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์, พลตรีประภาส จารุเสถียร เป็นต้น มีที่ทำการพรรคอยู่ที่บ้านมนังคศิลา อันเป็นที่มาของชื่อพรรคโดยได้มีพิธีเปิดป้ายที่ทำการพรรคเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2499

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

พรรคเสรีมนังคศิลา เอาชนะการเลือกตั้งได้ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่ได้ชื่อว่าสกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะมีการใช้กลโกงต่าง ๆ สารพัด ผลการเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร พรรคเสรีมนังคศิลาได้รับเลือกตั้งมาทั้งหมด 6 คน และผลรวมทั้งประเทศได้ 83 คน จากจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 160 คน แต่ผลการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลไม่เป็นที่ยอมรับได้จากประชาชน วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2500 นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและประชาชนทั่วไปได้เดินขบวนประท้วงการเลือกตั้งไปยังทำเนียบรัฐบาล มีการลดธงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัยการเลือกตั้ง เหตุการณ์บานปลายต่อเนื่องจนกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มทหารของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ และกลุ่มทหารของจอมพล ป. และกลุ่มตำรวจของ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ จนกลายเป็นการรัฐประหารในวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500 ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2500 ทางพรรคได้ถูกยุบรวมเข้ากับ พรรคชาติสังคม ก่อนที่จอมพลสฤษดิ์จะกระทำการ รัฐประหารซ้ำอีกครั้งในปี พ.ศ. 2501 ซึ่งประกาศของคณะรัฐประหารในครั้งนี้ ได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ วุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด รวมทั้งพรรคการเมืองด้วย บทบาทของพรรคเสรีมนังคศิลา ก็ยุติลงแต่เพียงเท่านี้…

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

 

การเลือกตั้งครั้งนี้ได้เกิดการตื่นตัวของประชาชนและสื่อสารมวลชนอย่างกว้างขวาง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากบรรยากาศทางการเมืองภายหลังจากจอมพล ป. พิบูลสงครามได้เดินทางไปรอบโลกโดยเฉพาะยุโรปและสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2498 แล้วประทับใจในการปกครองแบบรัฐสภาที่มีความเป็นประชาธิปไตยในโลกเสรี จึงต้องการให้ประเทศไทยมีการปกครองที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นแบบโลกเสรี 

ในขณะที่นักวิชาการอย่างทักษ์ เฉลิมเตียรณวิเคราะห์ว่าจอมพล ป. พิบูลสงครามพยายามจะหาทางรักษาอำนาจของตนเองด้วยการหาเสียงสนับสนุนจากประชาชน แทนที่การพึ่งอำนาจจากตำรวจและทหาร เพราะขณะนั้นอยู่ภายใต้ระบบการเมืองแบบสามเส้าคือฝ่ายจอมพล ป.พิบูลสงคราม กับกลุ่มอำนาจทางการเมืองอีกสองกลุ่ม คือกลุ่มของจอมพลผิน ชุณหวันและพล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ที่คุมอำนาจตำรวจที่มีกำลังและอาวุธไม่น้อยกว่าทหารจากการสนับสนุนของสหรัฐอเมริกา และกลุ่มทหารภายใต้การนำของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่กำลังแข่งขันกันสร้างอำนาจทางการเมืองกันอยู่ การพยายามเปิดกว้างทางการเมืองมีทั้งการพบผู้สื่อข่าวของรัฐบาลการเปิดให้มีการ “ไฮด์ปาร์ค” ที่สนามหลวงเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยมีเจตนาให้เป็นพื้นที่สำหรับการวิจารณ์คณะรัฐประหาร โดยเฉพาะต้องการลดอิทธิพลของพล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ที่มีอำนาจขึ้นอย่างมากจากการสนับสนุนของคณะกรรมการนิติบัญญัติ[1] ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างฐานเสียงสนับสนุนต่อจอมพล ป. พิบูลสงครามเสียเอง เลยมีนโยบายให้ออกพระราชบัญญัติพรรคการเมือง พ.ศ. 2498 โดยประกาศใช้เมื่อวันที่ 26 กันยายนพ.ศ. 2498 นับเป็นกฎหมายฉบับแรกที่ออกมาให้มีการจัดตั้งพรรคการเมืองได้โดยตรง เพราะก่อนหน้านั้นเป็นการจัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2489 หลังจากนั้นจึงมีการจัดตั้งพรรคการเมืองเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งถึง 23 พรรค และจอมพล ป. พิบูลสงครามได้ตั้งพรรคเสรีมนังคศิลาขึ้นมาสนับสนุนอำนาจของตนเองและเตรียมลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นครั้งแรกด้วย การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นเดิมพันทางการเมืองที่สูงยิ่งของจอมพล ป. พิบูลสงครามและกลายเป็นว่าถ้าอยากสืบทอดอำนาจทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาลขณะนั้นและคณะรัฐประหารต่อไปแล้วก็ไม่สามารถแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ได้ ฝ่ายรัฐบาลรักษาการจึงได้กระทำทุกวิถีทางที่จะชนะการเลือกตั้งให้ได้

ในขณะเดียวกันประชาชนรู้สึกเบื่อหน่ายต่อรัฐบาลของจอมพล ป.พิบูลสงครามที่ครองอำนาจอย่างยาวนานและมีแนวโน้มจะเป็นเผด็จการใช้อำนาจบาตรใหญ่ไม่ฟังเสียงประชาชน จึงมีความหวังที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้ รวมถึงรัฐบาลเองก็ได้รณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิของตนเองผ่านสื่อต่างๆ อย่างกว้างขวางจึงทำให้บรรยากาศของการเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

 

การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้รัฐบาลรักษาการที่มีอำนาจจัดการเลือกตั้งได้พยายามใช้กลไกอำนาจรัฐชักจูงและบังคับให้ข้าราชการประจำช่วยเหลือการเลือกตั้งของตนด้วยวิธีการอันหลากหลาย ทั้งการเรียกประชุมข้าราชการบอกให้เลือกพรรคของรัฐบาลเพื่อจะได้ทำงานตามแผนของรัฐบาลต่อ ดังปรากฏกรณีจังหวัดนครสรรค์ที่มีการฟ้องร้องการกระทำดังกล่าวว่าเกิดขึ้นจริง จากผู้สมัครรับเลือกตั้งคือนายใหญ่ ศวิตชาต พรรคประชาธิปัตย์ที่ฟ้องร้องพระยารามราชภักดีปลัดกระทรวงมหาดไทยว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยวางตัวไม่เป็นกลางในการเลือกตั้ง จากการหาเสียงให้กับผู้สมัครพรรคเสรีมนังคศิลาในที่ประชุมข้าราชการกำนันผู้ใหญ่บ้านและประชาชนที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยกล่าวว่า “บ้านเมืองจะเจริญได้ท่านต้องเลือกพรรคเสรีมนังคศิลา” โดยมีพล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ร่วมหาเสียงด้วย ศาลพิพากษาว่ากระทำผิดจึงต้องรับโทษจำคุกตามกฎหมายและปรับด้วย นอกจากนี้ยังได้การแต่งตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งที่เป็นคนของตนเองเพื่อเพิ่มคะแนนให้กับพรรครัฐบาล และการใช้อำนาจข่มขู่ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการใช้อำนาจกระทำผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง โดย พล.ต. อ. เผ่า ศรียานนท์ ได้ให้บรรดานักเลง อันธพาล ที่ทางรัฐบาลเรียกว่า "ผู้กว้างขวาง" ข่มขู่บังคับให้ชาวบ้านเลือกแต่ผู้สมัครจากพรรครัฐบาล มีการคุกคามผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ด้วยการใช้อุจจาระป้ายตามประตูบ้าน รวมทั้งใช้เครื่องบินโปรยใบปลิวประณามพรรคฝ่ายค้าน เป็นต้น

ในส่วนของบรรยากาศการหาเสียงนั้นการปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ มีคนไปรับฟังอย่างล้นหลามและมีผู้ให้การสนับสนุนมากกว่าฝ่ายพรรคเสรีมนังคศิลาอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าในการปราศรัยของพรรคเสรีมนังคศิลาจะมีการแจกข้าวของ เช่น ไม้ขีดไฟ ผ้าเช็ดหน้า และอื่นๆ ซึ่งปรากฏว่ามีคนมารับของแจกไม่น้อย แต่คะแนนนิยมของพรรคเสรีมนังคศิลากลับลดลง จากการโจมตีของพรรคประชาธิปัตย์ในนโยบายของรัฐบาลจากการผูกพันกับสหรัฐอเมริกาจากเงินช่วยเหลือจนขาดอิสระในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ และปัญหาความเดือดร้อนอื่นขณะนั้น คือเกิดคดีปล้นธนาคารแล้วรัฐบาลจับคนร้ายไม่ได้ และการนัดหยุดงานของกรรมกร รวมทั้งการโจมตีถึงการฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาลอย่างกว้างขวาง

แนวโน้มของการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใสเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน เมื่อหนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่ต่างลงข่าวถึงการพบบัตรเลือกตั้งจำนวนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในสภาพพร้อมที่จะลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครของพรรคเสรีมนังคศิลา โดยมีตราประทับของนายอำเภอดุสิต คือนายสะอาด ศิริพัฒน์ไว้อย่างถูกต้อง ดังปรากฏพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์พิมพ์ไทยประจำวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ว่า “พบไพ่ไฟเกลื่อนกรุง”

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

 

เมื่อวันเลือกตั้งมาถึงปรากฏว่าการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความไม่เรียบร้อยหลายประการที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์สมัยนั้นเต็มไปหมด โดยฝ่ายรัฐบาลรักษาการขณะนั้นที่ลงสมัครนามพรรคเสรีมนังคศิลาได้ใช้กลวิธีหลายประการเพื่อทุจริตการเลือกตั้งให้ฝ่ายตนได้รับชัยชนะ ตั้งแต่การใช้คนที่เหน็บแถบแพรเครื่องหมายของพรรคเสรีมนังคศิลาหมุนเวียนไปลงคะแนนคนละหลายครั้ง จนเกิดศัพท์ใหม่ทางการเมืองเรียกว่า พลร่ม ส่วนอีกวิธีการหนึ่งคือเมื่อปิดหีบแล้วมีการยัดบัตรลงคะแนนที่กาหมายเลขผู้สมัครของพรรคเสรีมนังคศิลาเข้าไป เรียกว่า ไพ่ไฟ นอกจากนี้ยังมีการขัดขวางและทำร้ายร่างกายประชาชนที่มาลงคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์ต่อหน้าสาธารณชน ตลอดจนแอบเปลี่ยนหีบเลือกตั้งในที่ลับตาคน และการพยายามถ่วงการนับคะแนนและมีเหตุต้องสะดุดเมื่อฝ่ายรัฐบาลยังไม่ได้รับชัยชนะ เป็นต้น

สภาพเหตุการณ์ในวันเลือกตั้งได้เกิดการขลุกขลักและวุ่นวายขึ้นในหลายพื้นที่ รวมทั้งการกระทำที่ส่อไปในทางทุจริตของฝ่ายพรรคเสรีมนังคศิลาที่เป็นรัฐบาลรักษาการอยู่ โดยมีการพุ่งเป้าไปที่การกระทำของพล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ ตัวอย่างจากการรายงานของหนังสือพิมพ์ถึงเหตุการณ์ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2500 ที่เขตการเลือกตั้งสมาคมสตรีไทย ถนนเพชรบุรี ประมาณเวลา 10.00 น. ขณะที่ประชาชนมาใช้สิทธิกันอย่างคับคั่งนั้น ได้พบบัตรเลือกตั้งจำนวน 7 ปึกใหญ่ที่กาลงคะแนนให้พรรคเสรีมนังคศิลาไว้แล้ววางอยู่บนโต๊ะกรรมการการเลือกตั้ง ทำให้นักศึกษาประชาชนและผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์คือหลวงอังคณานุรักษ์ที่ร่วมสังเกตการณ์ร้องคัดค้านและขอให้คณะกรรมการเปิดบัตรเลือกตั้งออกดูเพื่อความโปร่งใสแต่กรรมการไม่ยอม ประชาชนจึงห้อมล้อมคัดค้านการลงคะแนนจนการเลือกตั้งหยุดชะงัก แต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคือนายชลอ วนะภูติ ซึ่งได้รับแจ้งได้มาระงับเหตุการณ์ด้วยการยอมให้กรรมการเปิดบัตรลงคะแนนดูพบว่าได้มีการกาหมายเลขของพรรคเสรีมนังคศิลาเอาไว้แล้ว จึงได้สั่งเก็บหีบบัตรเลือกตั้งซึ่งมีบัตรลงคะแนนให้เอาหีบบัตรเลือกตั้งใหม่มาแทนจึงสามารถดำเนินการเลือกตั้งต่อไปได้ 

ทั้งการเลือกตั้งและการนับคะแนนที่เขตดุสิตมีความวุ่นวายจนกลายเป็นที่กล่าวขานกันว่าเกิดการทุจริตอย่างขนานใหญ่ นายสะอาด ศิริพัฒน์นายอำเภอดุสิตได้ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลางในการเลือกตั้งอย่างชัดแจ้งแต่ไม่มีใครทำอะไรได้ ทำให้ผู้ว่าราชการกรุเทพมหานครถึงกับขอลาออกเพราะไม่สามารถควบคุมสั่งการนายอำเภอที่เป็นลูกน้องให้ปฏิบัติตามคำสั่งและกฎหมายได้ และจากผลงานการช่วยเหลือรัฐบาลให้ชนะเลือกตั้งแทนที่จะโดนสอบกลับได้รางวัลเป็นการเดินทางไปดูงานต่างประเทศแทน

เหตุการณ์การทุจริตการเลือกตั้งเพื่อให้ฝ่ายรัฐบาลได้ชัยชนะนี้ ต่อมาหลังการเลือกตั้งถูกเผยแพร่ทางสื่อมวลชนต่าง ๆ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์อย่างกว้างขวาง และสร้างความไม่พอใจต่อประชาชนจนนำไปสู่การเดินขบวนประท้วงการเลือกตั้งในเวลาต่อมา รวมทั้งการขัดขวางจากรัฐบาลรักษาการที่ทำให้ข้าราชการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตได้นายชะลอ วนะภูติจึงขอลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แต่ถูกยับยั้งไว้ ซึ่งเขามาเปิดเผยภายหลังว่าถูกพล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ ข่มขู่ถึงขั้นเอาชีวิตทีเดียว 

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

 

แม้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความวุ่นวายนานัปการทั้งก่อนและในวันเลือกตั้งก็ตาม แต่ประชาชนก็ให้ความสนใจต่อการเลือกตั้งและออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันมาก จึงถือว่าประชาชนมีความตื่นตัวและเข้ามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างกว้างขวาง รวมทั้งมีนักศึกษามหาวิทยาลัยจากหลายสถาบันได้จัดอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งต่างๆ โดยเฉพาะในพระนคร และได้พบเห็นการโกงการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยตาตนเองด้วย 

หลังการนับคะแนนที่มีเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นหลายแห่งโดยเฉพาะที่เขตดุสิตและบางเขนที่นับคะแนนถึงสองวันสองคืนและมีไฟดับขณะนับคะแนนและฝ่ายค้านกำลังนำอยู่ แต่ต่อมาก็มีคะแนนของฝ่ายรัฐบาลมาแซงนำจนกลายที่เป็นที่วิจารณ์กันอย่างมากว่ารัฐบาลโกงการนับคะแนนด้วยจนจอมพล ป. พิบูลสงครามเอาชนะนายควง อภัยวงศ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในกรุงเทพฯ ไปในที่สุด โดยผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกรุงเทพฯ จำนวน 9 ที่นั่งและเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างกว้างขวาง เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นครั้งแรกต่อสู้กับผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นฝ่ายค้านคือนายควง อภัยวงศ์นั้น ปรากฏว่ามีผู้ได้รับเลือกตั้ง ดังนี้ พรรคเสรีมนังคศิลา ประสบชัยชนะ 7 ที่นั่ง คือ 1) จอมพล ป. พิบูลสงคราม 2) พลเอก เภา เพียรเลิศ บริภัณฑ์ยุทธกิจ 3) พลอากาศโท มุนี มหาสันทนะ เวชยันต์รังสฤษฏ์ 4) พลโท บัญญัติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา 5) พระยาลัดพลีธรรมประคัลภ์ 6) พลเอก มังกร พรหมโยธี 7) พลเอก หลวงสวัสดิ์สรยุทธ์ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ได้ 2 ที่นั่ง คือ 1) นายควง อภัยวงศ์ 2) นาวาโท พระประยุทธชลธี

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

เมื่อผลการเลือกตั้งปรากฏออกมาแล้วปรากฏว่าประชาชนไม่ยอมรับ เพราะเห็นว่ารัฐบาลโกงการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในหมู่นิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้งด้วยตนเอง และพบการโกงการเลือกตั้งหลายรูปแบบ เมื่อมีสื่อมวลชนและประชาชนประณามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่สกปรก แต่จอม พล ป.พิบูลสงครามได้แถลงต่อหนังสือพิมพ์ว่า อย่าเรียกว่าการเลือกตั้งสกปรกเลย ควรจะเรียกว่าเป็น “การเลือกตั้งไม่เรียบร้อย” เท่านั้น

ดังนั้นในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2500 นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ชักธงชาติลงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัยการเลือกตั้ง จากนั้นนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยการศึกษา และวิทยาลัยเทคนิค รวมทั้งประชาชนได้รวมตัวกันประท้วงการเลือกตั้งที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้มีข่าวเตรียมเดินขบวนประท้วงการเลือกตั้งเผยแพร่ออกไปสู่ประชาชนทางหนังสือพิมพ์

รัฐบาลจึงได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2500 โดยมีใจความสำคัญว่า มีคณะบุคคลจากการสนับสนุนของชาวต่างชาติจะก่อกวนให้เกิดความไม่สงบเพื่อจะฉวยโอกาสยึดครองประเทศ จึงขอให้ประชาชนอยู่ในความสงบ ถัดจากนั้นไม่นานก็ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในแถลงการณ์ฉบับที่ 2 และในแถลงการณ์ฉบับที่ 3 ได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีโดยมีมติคณะรัฐมนตรีให้จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์เป็นผู้บัญชาการฝ่ายทหารรับผิดชอบจัดการรักษาความสงบ[10] ด้วยทั้งนี้เป้าหมายของรัฐบาลนั้นต้องการป้องกันการเดินขบวนประท้วงของนักศึกษาและประชาชน

แต่ไม่สามารถสลายการชุมนุมของนักศึกษาและประชาชนในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้กลับก่อให้เกิดปฏิกิริยาให้นักศึกษาดำเนินการเดินขบวนคัดค้านการเลือกตั้งเป็นไปอย่างเข้มข้นจริงจังขึ้นมาอีก จนกระทั่งจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้เดินทางมาที่จุฬาลงกรณ์เพื่อกล่าวปราศรัยและรับทราบความไม่พอใจของนักศึกษาและประชาชน ซึ่งฝ่ายผู้ชุมนุมได้ขออนุญาตจอมพลสฤษดิ์เดินขบวนประท้วง ซึ่งจอมพลสฤษดิ์ได้อนุญาต จึงทำให้จอมพลสฤษดิ์เริ่มได้รับความนิยมจากนิสิตนักศึกษาและประชาชนมากขึ้น ในขณะที่ความนิยมของจอมพล ป. พิบูลสงครามและพลตำรวจเอก เผ่า นั้นยิ่งเริ่มเสื่อมความนิยมลงไปอีก

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

ดังนั้นในเวลา 15.00 น.ของวันที่ 2 มีนาคมคลื่นมหาชนที่ร่วมกันเดินขบวนประท้วงการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้เดินขบวนเรียกร้องไปยังกระทรวงมหาดไทยด้วยความเรียบร้อยและสงบ เพื่อขอพบพระยารามราชภักดีในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่ปลัดกระทรวงได้มอบหมายให้หลวงชาติตระการโกศล อธิบดีกรมมหาดไทยออกมาชี้แจงแทน ซึ่งกลุ่มผู้เดินขบวนได้ยื่นข้อเรียกร้องรวม 6 ข้อ โดยมีจุดประสงค์สำคัญให้รัฐบาลประกาศให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะและให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยขอให้รัฐบาลให้คำตอบภายในวันเดียวกัน ต่อมาจึงเดินขบวนต่อไปที่ท้องสนามหลวงและเปิดไฮด์ปาร์คโจมตีรัฐบาล 

จนสุดท้ายราวเวลา 17.30 น. ก็เคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลอันเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญเพื่อไปเรียกร้องกับนายกรัฐมนตรีเมื่อขบวนผ่านถนนราชดำเนินกลางก็มีประชาชนมาสมทบจนขบวนใหญ่ขึ้นทุกที โดยมีทหารเตรียมสกัดอยู่ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ไม่ให้ประชาชนผ่านไปยังทำเนียบรัฐบาล ในขณะที่ทหารและประชาชนประจันหน้ากันอยู่อย่างตึงเครียดนั้น สุดท้ายฝ่ายทหารก็ยอมเปิดทางให้ประชาชนเดินขบวนต่อไปยังทำเนียบรัฐบาล โดยฝูงชนได้พังประตูทำเนียบเข้าไป และได้พบรัฐบาลหลายคนรวมทั้งจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ก็อยู่ในที่นั้นด้วย ผู้เดินขบวนได้เรียกร้องโดยตรงกับจอมพล ป. พิบูลสงคราม ให้ชี้แจงถึงการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเมื่อจอมพล ป. พูดไม่ยอมรับปากจะจัดการให้เป็นไปตามข้อเรียกร้อง ประชาชนจึงเกิดไม่พอใจและได้โห่จอมพล ป.และขอให้จอมพลสฤษดิ์ชี้แจงแทนซึ่งเมื่อไม่สามารถทัดทานเสียงเรียกร้องของประชาชนได้ จอมพล ป.จึงยอมให้จอมพลสฤษดิ์ชี้แจงแทนโดยขอให้ทุกคนช่วยกันรักษาความสงบ ส่วนปัญหาที่ทางผู้ชุมนุมเรียกร้องนั้นจอมพลสฤษดิ์รับปากว่าจะขอรับไปนำเสนอเพื่อแก้ไขดันในคณะรัฐบาลภายหลัง ประชาชนจึงพอใจและสลายการชุมนุมและเหตุการณ์ก็คืนสู่ภาวะปกติ จนรัฐบาลได้ประกาศยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2500

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

 

แม้จะมีการประท้วงอย่างรุนแรงพร้อมทั้งการเรียกร้องจากนักการเมืองฝ่ายค้านและประชาชนให้รัฐบาลประกาศให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ รวมทั้งการที่สมาชิกสภาราษฎรฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาธิปัตย์ยื่นฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดพระนคร สระบุรี นครราชสีมา อุบลราชธานีและเชียงใหม่ให้การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ในจังหวัดดังกล่าวเป็นโมฆะเพราะเป็นไปโดยมิชอบและฝ่ายรัฐบาลไม่ได้จัดการเลือกตั้งอย่างสุจริตแต่มีพฤติการณ์โกงการเลือกตั้งหลายประการ 

แต่ก่อนหน้านั้นเพียง 4 วันได้มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีในวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2500 และต่อมาในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2500 ก็มีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นมาบริหารประเทศ หลังจากผ่านการอภิปรายนโยบายรัฐบาลจากฝ่ายค้านอย่างรุนแรงสองวันสองคืนของวันที่ 1-2 เมษายน พ.ศ. 2500 แต่ฝ่ายรัฐบาลก็สามารถมีเสียงสนับสนุนในสภาเหนือฝ่ายค้านจากจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคมีมากกว่าด้วยคะแนนเสียง 144 ต่อ 4 คณะรัฐบาลชุดนี้จึงได้รับความไว้วางใจให้บริหารประเทศได้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนทางการเมืองของการแข่งขันอำนาจกันในระหว่างผู้นำทางการเมือง จึงทำให้รัฐบาลอยู่ได้ต่อมาอีกไม่นานนัก

ผลประการสำคัญจากการโกงการเลือกตั้งของรัฐบาลที่ถูกขนานว่า “การเลือกตั้งสกปรก” และการเสนอข่าวด้านลบของรัฐบาลอย่างต่อเนื่องในหนังสือพิมพ์ และการประท้วงของฝ่ายค้าน นักศึกษาประชาชนต่อการเลือกตั้งที่สกปรก ที่สำคัญคือเป็นการกระตุ้นให้เกิดการแตกแยกกันในหมู่ผู้นำทางการเมืองมาถึงจุดแตกหักเร็วขึ้น หลังจากที่เริ่มแตกแยกอย่างเห็นได้ชัดมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งแล้ว เนื่องจากสถานการณ์การเมืองสามเส้าที่ดำรงอยู่ตลอดสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามกำลังจะกลายเป็นแค่สองฝ่ายคือทางฝ่ายจอมพล ป. เริ่มเอนเอียงเข้าทางพล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ ทำให้จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ต้องระมัดระวังในการเดิมเกมทางการเมืองไม่ให้เพลี่ยงพล้ำต่อฝ่ายตรงข้าม จนท้ายที่สุดได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญคือกลุ่มนายทหารภายใต้การนำของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใช้กำลังทหารยึดอำนาจรัฐบาลจากการปฏิวัติในวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500 ซึ่งนับว่าเป็นการล้มล้างการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์นี้ลงด้วยอำนาจนอกระบอบประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย และทำให้ประเทศไทยต้องตกอยู่ภายใต้การเมืองระบบเผด็จทหารไปจนถึงวันปฏิวัติของประชาชนในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

สำหรับยุคนี้ไม่น่าเกิน 15 ตุลาคม…!!

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

ในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2500 ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อันเป็นรัฐบาลชุดสุดท้ายของจอมพล ป. พิบูลสงคราม แต่หลังจากนั้น 10 วันก็ลาออก สาเหตุเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ซึ่งมีการกล่าวขานว่าเป็นการเลือกตั้งสกปรก ซึ่งผลคือ พรรคเสรีมนังคศิลา ของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้รับเสียงข้างมาก และได้ตั้งรัฐบาล ท่ามกลางความวุ่นวายอย่างหนักจากการเดินประท้วงของประชาชนจำนวนมาก ที่เรียกร้องให้จอมพล ป. พิบูลสงครามและพลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจ ลาออกจากตำแหน่ง เมื่อสถานการณ์ลุกลาม จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้แต่งตั้งให้จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพ เพื่อคอยควบคุมสถานการณ์ แต่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์สั่งไม่ให้ทหารทำอันตรายประชาชนที่เดินขบวนชุมนุมประท้วง และเป็นผู้นำประชาชนเข้าพบจอมพล ป. ที่ทำเนียบ ทำให้กลายเป็นขวัญใจของประชาชนทันที จนได้รับฉายาในตอนนั้นว่า "วีรบุรุษมัฆวานฯ" จากเหตุการณ์ดังกล่าว และเห็นว่ารัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามขาดความชอบธรรมในการปกครองบ้านเมืองแล้ว จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์จึงประกาศลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คงเหลือแต่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกเพียงอย่างเดียว

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

วันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2500 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และคณะทหารยื่นคำขาดต่อจอมพล ป. พิบูลสงครามให้รัฐบาลลาออก แต่ได้รับคำตอบจากจอมพล ป. พิบูลสงครามว่า ยินดีจะให้รัฐมนตรีลาออก แต่ตนจะขอเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลเอง ยิ่งสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชน ซึ่งจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ได้พูดผ่านวิทยุยานเกราะถึงผู้ชุมนุมในเหตุการณ์นี้ โดยมีประโยค "พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ" วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2500 ประชาชนพากันลุกฮือเดินขบวนบุกเข้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อไม่พบจอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงพากันไปบ้านจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในขณะที่รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็กำลังเตรียมจับกุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในข้อหากบฏ แต่ไม่ทัน ในคืนวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นำกำลังรัฐประหารรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ในคืนนั้นเอง จอมพล ป. พิบูลสงคราม และพลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ได้ลี้ภัยไปต่างประเทศ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

ลุงตู่ควรฟังหูไว้หู อย่าได้ปรงใจเชื่อ ควรหาประเทศสำรองไว้

ปะเหมาะเคราะห์ร้ายเจออย่างจอมพล ป.จะได้รอด

อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง

หากท่านสอบย้อนหลังเมื่อครั้งระเบิด 10 จุดที่ยักษ์ยกมาให้ชม

สอบถามดูให้รู้แน่ ว่าไฝ เป็น ไฝ ลุงตู่ก็คงถึงบางอ้อ…

เรื่องราวทั้งหมดจะไม่เกิดแน่ ยกเว้นพ่อรูปหล่อปอมเปโอเข้ามาธุระ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

ยิงปีนนัดเดียวได้นก 3 ตัว

กองทัพสหรัฐฯ ตัดสินใจขายรถลำเลียงหุ้มเกราะ พร้อมอาวุธอื่นๆ ให้ไทยรวมมูลค่ากว่า 5,400 ล้านบาท ส่งผลไทยเป็นชาติแรกที่ไม่ใช่กองทัพสหรัฐฯ จะได้ใช้ "สไตรเกอร์"

สำนักข่าวต่างประเทศ DefenseNews รายงานข่าวว่า กระทรวงต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา อนุมัติให้ขายรถลำเลียงหุ้มเกราะ หรือรถสไตรเกอร์ให้กับรัฐบาลไทยจำนวน 60 คัน มูลค่ารวม 5,400 ล้านบาท และจะทำให้ประเทศไทยเป็นชาติแรกที่ได้ใช้รถลำเลียงดังกล่าวที่ไม่ใช่กองทัพสหรัฐฯ ใช้งาน

พร้อมกันนี้ องค์การความร่วมมือด้านความมั่นคง กระทรวงกลาโหม สหรัฐฯ ได้ยื่นเรื่องไปยังสภาครองเกรสถึงแผนการขายยุทธภัณฑ์ให้กับรัฐบาลไทย กระทั่งกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้เห็นชอบในที่สุด โดยมีเอกสารแจ้งต่อสาธารณะให้รับทราบเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีอาวุธและยุทธภัณฑ์อื่นๆ ที่สหรัฐฯ ขายให้กับไทยด้วย อาทิ ปืนกล 60 กระบอก ชุดยิงระเบิดควันประจำรถคันละ 4 ชุด ระบบสื่อสารประจำรถ อะไหล่ อุปกรณ์ทดสอบ เป็นต้น

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

1.ด้วยเงินทอนจำนวนนี้ การเจรจาก็ง่ายขึ้น

2.ได้ทำมาค้าขายกันต่อไป

3.ได้ชวนไทยให้กลับมาหานายเก่า

ทั้งนี้ ต้องเปลี่ยนนโยบายและผู้นำเสียก่อน

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

สองทศวรรษหลังจากผู้นำทรราช เฟอร์ดินันด์ มาร์กอส ถูกขับไล่ ฟิลิปปินส์กลายเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ไร้กฎเกณฑ์ ซ้ำมีปัญหาเกาะกินจากความยากจน การคอร์รัปชั่น และความรุนแรง

เมื่อวานนี้(24) ซึ่งผู้นำฝ่ายค้านนัดหมายจัดชุมนุมใหญ่ เพื่อระลึกการครบรอบ 20 ปีของ "พลังประชาชน" คราวนั้น ตลอดจนเพื่อประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีกลอเรีย มาคาปากาล อาร์โรโย ที่พวกเขากล่าวหาว่าโกงเลือกตั้งและคอร์รัปชั่นโกงกิน อาร์โรโยก็ได้ประกาศใช้ภาวะฉุกเฉิน ทหารและรถถังออกรักษาการณ์ตามท้องถนนในกรุงมะนิลาอีกคำรบหนึ่ง

ไม่ว่าดินแดนที่เคยตกเป็นอาณานิคมของสเปนและอเมริกาแห่งนี้จะยังคงมีปัญหามากมายแค่ไหนก็ตาม มรดกแห่งการต่อสู้ของ "พลังประชาชน" อันเป็นขบวนการรากหญ้าที่เคลื่อนไหวอย่างสันติและสามารถโค่นอำนาจมาร์กอสสำเร็จ หลังจากถูกกดขี่มาหลายปีนั้น ก็ยังคงเป็นแหล่งที่มาของความภาคภูมิใจและอัตลักษณ์ของฟิลิปปินส์อยู่นั่นเอง

บรรยายกาศของการต่อสู้ 'พลังประชาชน' แตกต่างกันอย่างมากกับขบวนการต่อสู้ทำนองเดียวกันในส่วนอื่นๆ ของเอเชีย ไล่ตั้งแต่การเปลี่ยนถ่ายอำนาจจากระบอบเผด็จการสู่ประชาธิปไตยในอินโดนีเซียปี 1998 ที่ไม่ได้ขาดแคลนความรุนแรงเลย หรือการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในจัตุรัสเทียนอันเหมินปี 1989 ที่จบลงด้วยการที่ทหารยิงใส่นักศึกษา

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จากการต่อต้านมาร์กอสอย่างสันติยังมิได้มีความแน่นอนมั่นคงอะไร และการเคลื่อนไหวอย่างกล้าหาญของผู้ชุมนุมชาวตากาล็อกในปี 1986 หลังจากช่วงเวลาหลายปีของการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น ก็ถือเป็นการฉกฉวยโอกาสมากกว่าการวางแผนมาอย่างรอบคอบ

ความเคลือบแคลงว่า มาร์กอสกำลังเตรียมการเพื่อยึดอำนาจการปกครองไว้ในมือเริ่มต้นขึ้นในเดือนสิงหาคม 1971 เมื่อประธานาธิบดีผู้นี้สั่งระงับใช้กฎหมายซึ่งกำหนดให้ต้องส่งตัวผู้ต้องหาฟ้องร้องต่อศาล และทำให้ตำรวจสามารถจับกุมใครก็ได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ

เดือนกันยายน 1972 หรือหนึ่งปีก่อนครบกำหนดดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ซึ่งตามรัฐธรรมนูญก็จะต้องเป็นสมัยสุดท้ายของเขาด้วย มาร์กอสก็ได้ออกมาประกาศใช้กฎอัยการศึก และจากนั้นมาอีก 14 ปี เขาปกครองฟิลิปปินส์แบบผู้เผด็จการ ประชาชนนับพันถูกคุมขัง ฝ่ายต่อต้านมากมายไม่หายสาบสูญก็ถูกอุ้มฆ่าโดยกองกำลังรักษาความปลอดภัย

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

การเผด็จอำนาจของมาร์กอสถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงในวันที่ 21 ตุลาคม 1983 เมื่อ เบนิญโญ "นีนอย" อาคีโน วุฒิสมาชิกฝ่ายค้านซึ่งได้รับความนิยมจากประชาชนมาก ถูกลอบสังหารที่ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงมะนิลา ขณะเดินทางกลับประเทศภายหลังไปลี้ภัยอยู่ 3 ปีในสหรัฐฯ

ความไม่พอใจภายในประเทศซึ่งสั่งสมเพิ่มพูนขึ้นทุกที ทำให้สหรัฐฯผู้เป็นมหามิตรของมาร์กอสในตอนนั้น กดดันให้เขาต้องยอมประกาศในปลายปี 1985 ว่าจะจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีขึ้นก่อนกำหนดเดิม 1 ปี

แต่แล้ว การเลือกตั้งในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1986 กลับมัวหมองขาดความน่าเชื่อถือด้วยข่าวคราวกลโกงต่างๆ ทำให้เกิดการประท้วงฮือขึ้นมา คู่ท้าชิงของมาร์กอสในขณะนั้นคือ คอราซอน อาคีโน ภรรยาหม้ายของเบนินโญ โจมตีว่ามีการโกงการเลือกตั้งกันอย่างกว้างขวาง และเรียกร้องให้ประชาชนลุกขึ้นมากระทำการอารยะขัดขืน

ทหารบางส่วนในกองทัพที่เคยเป็นเครื่องมือในการกดขี่ข่มเหงประชาชนของมาร์กอส เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่โค่นล้มบัลลังก์ของผู้นำเผด็จการ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
พิเภกInter

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ อกาปิโต อาคีโน กำลังดื่มสังสรรค์กับเพื่อนๆ ตอนที่ได้ยินข่าวว่า ฮวน ปอนเซ เอนริเล และฟิเดล รามอส รัฐมนตรีกลาโหม และรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น แถลงเรียกร้องให้มาร์กอสลาออก

ตอนแรกพวกผู้นำฝ่ายค้านยังระแวงระไวว่าเกิดความแตกแยกระหว่างมาร์กอสกับอดีตผู้สนับสนุนเช่นนี้จริงหรือไม่ มีคนหนึ่งแนะนำ (อกาปิโต) อาคีโน ซึ่งขณะนั้นเป็นสมาชิกวุฒิสภาว่า "ปล่อยพวกเขายิงกันเองเถอะ"

"แต่ผมบอกว่า 'ศัตรูของศัตรูของเราก็คือพันธมิตรของเรา' ดังนั้น เราจึงต้องช่วยกลุ่มนี้ให้แยกตัวออกมาอย่างเด็ดขาด" อาคีโนเล่า

แผนการคือ เรียกร้องประชาชนไปชุมนุมกันหน้าห้างอิเซตัน และเดินขบวนไปยังค่ายทหารสองแห่งที่เป็นศูนย์บัญชาการของนายทหารแตกแถว เพื่อกดดันไม่ให้มาร์กอสและลิ่วล้อในกองทัพอีกส่วนปราบปรามทหารกบฎ เพราะจะเป็นการโจมตีประชาชนไปด้วย

อาคีโนเล่าว่า เขาตรงไปหน้าห้างอิเซตันประมาณ 5 ทุ่ม และเห็นมีผู้มาชุมนุมแค่ 5 คน

"ตอนนั้นผมไม่รู้ว่า คนพวกนั้นเป็นม็อบจริงๆ หรือมาสอดแนม"

แต่ไม่นาน คนก็เริ่มทยอยกันมาจาก 5 เป็น 10 คน และถึงหลักร้อย ราวเที่ยงคืน การเดินขบวนเริ่มต้นด้วยคนหลายพัน

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0