เมื่อผมติดคุก ***คำเตือน ไม่มีเวลาอย่ากดเปิดทู้ เพราะจะหยุดไม่ได้***

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับชีวิตของมิตรสหายท่านหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัว เห็นว่าเรื่องราวน่าสนใจและไม่ไคร่จะมีใครเขียนเรื่องแบบนี้มากนัก
สำนวนก็บ้านๆ อ่านง่าย สวิงสวาย ฮากันกลิ้ง ภาพประกอบมีประปรายตามสมควร อันไหนมีประกอบได้ไม่โจ่งครึ่มมากนักผมก็จะเอามาลงให้ชมครับ - ส่วนประโยคไหน หรือคำไหน โดนดูดล่ะก็ ให้ชาวประชาทอร์ค เดากันเอาตามสะดวกได้ครัช  ยิ้ม

 

เริ่มเลย ตอนที่ 1

....ทันทีที่เสียงประตูคุกปิดลง ผมและนักโทษอีกกว่า 20 ชีวิต ก็เดินมาตามทางจากนั้นก็มีเสียงบอกว่าให้หยุด....... และสั่งให้พวกเรายืนเรียงแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่ง

" ถอด " ผู้คุมคนหนึ่งพูดอย่างเสียงดัง
ในใจผมคิด ถอดอะไรว้าาาาา สงสัยให้ถอดเสื้อก็เลยถอดแต่เสื้อ แต่คนอื่นๆบางคนถอดกางเกงไปแล้วครับ
เห้ยยยยยยยยยยยยย ผมอุทานในใจนะ ไอ้เชี้ยแม่งจะให้ถอดกางเกงทำไมวะ บอกตามตรงว่าตอนนั้นอายชิปหาย ถึงแม้ว่าจะเป็นชายด้วยกันก็เหอะแต่ไม่สมควรจะมาดูขลำกันเล่นใช่ป่ะ 
จากนั้นก็จะมีจนท.สั่งให้เราโก่งตูดและเดินดูรูตูดว่าเรายัดอะไรมารึเปล่า เสร็จแล้วก็จะสั่งให้เราลุกนั่งประมาณ 20 ครั้ง เพื่อเช็คให้แน่ใจอีกทีว่ามันจะมีอะไรหล่นออกมาจากรูตูดมั้ย แน่นอนใครที่ไม่ใช่มืออาชีพ โดน 20 ครั้ง แม่งหลุดออกมาแน่นอนแต่หากเป็นมืออาชีพมันฝึกมาอย่างดีขมิบไม่มีพลาดครับ
จากนั้นก็มีหมอหรือไม่ก็พยาบาลนี่แหละ(ชาย) ตะโกนถามว่า มีใครบาดเจ็บอะไรมั้ย ใครโดนตีนตำรวจมาบ้าง ใครโดนซ้อมมาบ้างขอให้บอกนะ จะได้ให้ยาแก้ปวดไว้กิน !!! อ้าวไอสัส กูนึกว่าจะลงประวัติไว้เป็นหลักฐานที่ไหนได้จะแจกยาแก้ปวด 

หลังจากเสร็จขั้นตอนนี้ เขาก็พาเราไปอาบน้ำครับ น้ำที่มีคนอาบหมดแล้ว เหลือแต่ตะกอนขุ่นๆตะไคร่น้ำและฟองสบู่อยู่ก้นอ่าง ผมไม่อาบน่ะ รับไม่ได้ แม่งน้ำที่อาบให้หมายังสะอาดกว่านี้เลย จากนั้นก็เดินๆมาโรงครัวเขาจัดอาหารไว้ให้ ผมก็มองดูไหนวะโต๊ะกินข้าวไหนวะอาหาร มองหาไปเหอะไม่มีหรอกครับ แต่กวาดสายตาไปตรงมุมเสามันมีจานสังกะสีและอาหารวางอยู่ที่พื้น...... หืมมมมมมม แล้วจะแดกยังไงล่ะเนี้ย ช้อนก็ไม่มีอะไรก็ไม่มี สรุปคือก็ไม่แดกครับ แดกไม่ลง ทำให้หมายังน่ากินกว่านี้เลย จากนั้นก็เดินขึ้นห้อง เพื่อเข้าสู่ห้องขังที่เราต้องนอนคืนแรก................

เข้าห้องไปสิ่งแรกเลยก็คือถอดเสื้อผ้าแล้วลุกนั่งโชว์ขลำต่อหน้าคนเป็นร้อยครับ ห้องข้างๆแม่งเกาะลูกกรงดูอย่างสนุกสนาน วิธีดูง่ายๆใครเคยติดคุกใครไม่เคยดูจากขลำครับ บางคนฉีด[ถ้อยคำไม่เหมาะสม]มาใหญ่อันเท่าแขน บางคนก็ฝังมุก ฝังซิลิโคลน ผ่าเบ็น ยกดอก โอ้ยยยยย เยอะแยะไปหมด แต่ผมเหรอฮะ เดิมๆครับ เดิมๆไม่พอแม่งหดอีกตังหากสงสัยแม่งตื่นสนาม 
หลังจากลุกนั่งเสร็จก็ทำประวัติ คนก่อนหน้าผมแม่งมาคดีโคตรโหด...... " คดีฆ่า " ป๊าดดดดดดด ไอ้เราก็ตกใจโหยยยยย ดูหน่วยก้านมันไม่น่าจะใช่คนแบบนั้นนะ ฟังไปฟังมามันบอกฆาตกรรมไก่ชนพ่อ พ่อมันแจ้งจับลูกตัวเอง ข้อหาลักทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ มันเมามาไง เมาแล้วหิวหากับแกล้มเหล้า แม่งจับไก่พ่อมันมากินเฉยเลย สงสัยว่าบ่อยพ่อมันทนไม่ไหวเลยแจ้งความจับลูกตัวเองเลย แสรดดอดดดดอดอ

 

หลังจากที่ทำประวัติเสร็จ...... ก็ได้อบรมระเบียบในการอยู่ร่วมกันนิดหน่อยจากนั้นก็แยกย้ายไปมุมใครมุมมัน ผมนี่โดนลองของเลย...... หัวหน้าห้องเรียกไปนวด  - คือมันใช้ให้ไปนวดตีนให้มันน่ะ โอ้โหไอ้เชี้ยยยยยยยย แม่กูยังไม่กล้าใช้กูเลยแต่มึงเป็นใครวะเสือกมาใช้กูในใจอยากจะบอกมันนะว่า " [ถ้อยคำไม่เหมาะสม]กูไม่ไป " แต่ที่พูดออกไปคือ " ครับพี่รอแปปนึงครับขอปูที่นอนก่อน " ---ก็ไปนั่งนวดตีนให้มันอยู่ 1 ชั่วโมงก็ถามนู่นถามนี่อยู่นั้นแหละ ถามว่านี่ใช่คนเดียวกับที่ตำรวจไล่ยิงใช่มั้ย ตำรวจเอารถสองคันมาขวางถนนแล้วมึงแหกด่านชนแหลกตำรวจเอาปืนยิงล้อรถยนต์ให้ระเบิดถึงโดนจับได้ ได้ข่าวว่ารถตำรวจพังไป 2 คน รถชาวบ้านพังไปอีก 3 ใช่มั้ย แล้วจบท้ายว่าหน้ามึงไม่ให้เลยว่ะไม่น่าเชื่อ ปากผมก็บอกว่าครับส่วนมือก็บีบๆนวดๆไป ผมถามว่ารู้ได้ไง เขาบอกว่าฟังจากในวิทยุ (ตอนนั้นไม่ห้ามการฟังวิทยุครับ) นักข่าวบรรยายซะอยากเห็นหน้าเลย แล้วเขาก็ถามตรงๆ " มึงเป็นตุ๊ดรึเปล่า " นั้นไงไอ้สัดได้คืบจะเอาศอกแม่งคิดจะล่อตูดกูแน่ๆ ผมก็ตอบว่าไม่ใช่ครับ ชอบผู้หญิงแค่หน้าหวานๆตัวขาวๆแค่นั้นเอง " แล้วไป " น้านนนดูแม่งตอบเหอะ.......... ครบประมาณ 1 ชั่วโมงผมก็บอกว่าปวดนิ้วละ ก็เลยกลับไปนอนที่ๆนอนเน่าๆ ผ้าห่มเหม็นๆ ผ้าเช็ดตีนที่บ้านยังหอมกว่าอีก แต่ก็จำเป็นต้องเอามาปูนอน โดยใช้เสื้อผ้าที่ติดมาด้วยหนุนหัว นอนไปก็น้ำตาไหลไปไม่ใช่อะไรหรอกผมคิดถึงหมา สงสารมันไม่รู้ว่ามันจะลำบากมั้ย กินนอนยังไง เขาจะดูแลมันได้ดีเหมือนเรารึเปล่า หมามันจะคิดถึงเรามั้ย ต้องคิดถึงเราแน่ๆเลย คิดไปคิดมาน้ำตาก็ไหล นอนไปร้องไห้ไปจนเผลอหลับไป...........

399ความคิดเห็น
  • ChilliRed

    01 มิ.ย. 2015 - 10:10

    คาดว่า ไม่ว่าฝ่ายชาย หรือฝ่ายหญิง ต้องเข้าคุก คงเจอปัญหาครอบครัวแถมมาด้วย มั้งคะ

     

    เข้มแข็ง เพราะทุกชีวิตที่เกิดมา ต้องสู้ทั้งน้าน และหาทางเดินในเส้นทางที่ถูกต้องเหมาะสม ค่ะ

  • เสือมืด

    01 มิ.ย. 2015 - 12:31

    ตอนนั้นแค่ 19

    เป็นความรักวัยรุ่นครับ -- ออกมาสู่สังคมปกติตอนราวๆ 24 เรียนจบเรียบร้อย เป็นช่วงวัยกำลังพอดี

    ตอนนี้ก็มีเมียใหม่ มีลูกใหม่ (ลูกเก่าเป็นลูกหมา) มีชีวิตครอบครัวที่มีความสุข

    มีอาชีพ มีรายได้ที่ต้องชื่นชม เพราะมันมากกว่าเงินเดือนข้าราชการ ซี11 เสียอีก  ยิ้ม

     

    ..โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆนี้ครับ...

     

  • เสือมืด

    01 มิ.ย. 2015 - 12:31

    ตอนนั้นแค่ 19

    เป็นความรักวัยรุ่นครับ -- ออกมาสู่สังคมปกติตอนราวๆ 24 เรียนจบเรียบร้อย เป็นช่วงวัยกำลังพอดี

    ตอนนี้ก็มีเมียใหม่ มีลูกใหม่ (ลูกเก่าเป็นลูกหมา) มีชีวิตครอบครัวที่มีความสุข

    มีอาชีพ มีรายได้ที่ต้องชื่นชม เพราะมันมากกว่าเงินเดือนข้าราชการ ซี11 เสียอีก  ยิ้ม

     

    ..โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆนี้ครับ...

     

  • เสือมืด

    01 มิ.ย. 2015 - 16:56

    มีภาพแะข่าวมาประกอบ 
    รายนี้เป็นผู้คุม ใช้วิธีเจาะกระบองเป็นรู แล้วยัดยาบ้า ยาไอซ์ เอาไปส่งให้เจ้าพ่อค้ายาในคุก 

    ได้ค่าส่งครั้งละ 1 แสน !!

    รายละเอียดติดตามได้ที่ลิงนี้ครับ http://www.thairath.co.th/content/452268

  • เสือมืด

    01 มิ.ย. 2015 - 16:58

    ภาพตำรวจเข้ามาตรวจยาเสพติด ของผิดกฎหมายในเรือนจำ ให้เอาของฝากผู้คุมไว้เลยครับ วิน-วิน ทั้งนักโทษ ทั้งผู้คุม

  • เสือมืด

    01 มิ.ย. 2015 - 16:59

    อันนี้ซ่อนยาไว้ในอาหาร

  • เสือมืด

    01 มิ.ย. 2015 - 17:05

    ส่วนเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ผบ.เรือนจำเขาบิน เป็นผู้เล่า - นำมาประกอบเรื่องครับ

    ซึ่งค่อนข้างจะเป็นสากลมากทีเดียวกับวิธีที่แอบเอายาเสพติดเข้าไปในคุก

    9 วีธีซ่อนยาเสพติดเข้าในคุก


    การค้ายาเสพติดในเรือนจำมีผลประโยชน์มหาศาล ทั้งนักโทษและผู้คุมบางคนเกี่ยวข้องด้วย

    จะเห็นได้จากก่อนหน้านี้ตำรวจร่วมกับผู้คุมเรือนจำเขาบิน จ.ราชบุรี จับผู้ต้องหาได้ 4 คน

    แก๊งค้ายาเสพติด เตรียมจะใช้หน้าไม้ยิงลวดสลิงเข้าไปในเรือนจำผูกโทรศัพท์พร้อมอุปกรณ์นับ 100 เครื่อง ทั้งยาเสพติดอีกจำนวนหนึ่ง นี่เป็นเพียงหนึ่งวิธีเท่านั้น

     

    นายธนวีร์ ประวัติ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ถึงวิธีการซ่อนยาเสพติดลักลอบเข้าเรือนจำ

    เช่น "การผ่าท้องคางคกยัดยาเสพติด" เป็นวิธีที่โบราณไปแล้ว โดยจะขว้างข้ามกำแพงเข้าไป

    สำหรับผู้คุมจะน่ารังเกียจ แต่นักโทษกลับดีใจเพราะได้แงะท้องคางคกเอายาเสพติดไปขาย 

     

    1."ตกเบ็ดขว้างข้ามกำแพง" คนข้างนอกจะนำยาเสพติดและสิ่งผิดกฏหมายเกี่ยวเบ็ดแล้วฟาดเชือกเบ็ดข้ามกำแพงส่งให้นักโทษในเรือนจำ

    2."ยัดทวารหนัก" วิธีนี้พวกนักโทษที่ถูกนำตัวไปศาลจะนัดหมายกับคนข้างนอกให้นำยาเสพติดไปซุกซ่อนในห้องสุขา นักโทษจะเข้าไปเอายัดทวารหนักหนีบนำเข้าเรือนจำ

    3."ยัดขนมปัง" นักค้ายาจะยัดใส่ยาเสพติดเข้าไปในขนมปังแล้วเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง อีกวิธีจะใช้ยาไอซ์โรยแทนน้ำตาล

    4."ยัดเนื้อหรือแกงมัสหมั่น" แกงมัสหมั่น อาหารที่ต้องใช้ชิ้นเนื้อหรือไก่ชิ้นใหญ่ สามารถยัดยาเสพติดไว้ได้

    5."ยัดลูกฟุตบอล ลูกเทนนิส" ขบวนการค้ายาเตะฟุตบอล หรือขว้างลูกเทนนิสข้ามกำแพงเข้าไป

    6. "เครื่องบินพารามอเตร์ติดจีพีเอส" บังคับเครื่องบินเล็กผ่านเรือนจำแล้วทิ้งยาเสพติดให้ผู้ต้องขัง โดยติดเครื่องจีพีเอสไว้ด้วยเพื่อตรวจแผนผังเรือนจำ เคยจับผู้ต้องหาได้คนหนึ่ง แต่วิธีนี้ทำยากพอสมควร

    7."ใส่กระป๋องน้ำอัดลม" นำยาเสพติดใส่กระป๋องน้ำอัดลมตบตาเจ้าหน้าที่ แล้วนำเข้าไปเยี่ยมเป็นของฝาก

    8."ผูกคอแมว" เป็นวิธีการส่งยาเสพติดภายในเรือนจำระหว่างนักโทษข้ามแดน อีกฝ่ายมีอาหารล่อให้แมวไป

  • เสือมืด

    01 มิ.ย. 2015 - 17:07

    สารพัดวิธีที่นักค้ายาเสพคิดสรรหาเพื่อลักลอบให้หลุดรอดสายตาผู้คุมเข้าไปให้ได้

    เพราะแรงจูงใจราคาภายในคุกจะสูงขึ้นอีก 4 - 5 เท่าตัว คนเหลานี้จึงพยายามพลิกแพลงวิธีการตลอดเวลา

     

    "ถ้าผู้คุมขังไม่รู้เห็นเป็นใจเชื่อว่าทำไม่ได้ ผมทำงานตั้งแต่ปี 2515 เป็นผู้บังคับการชั้น 2 อยู่เรือนจำคลองเปรม ประสบการณ์รู้ว่า ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่รู้เห็นมันทำไม่ได้ เหตุการณ์จับกุมผู้ต้องหา 4 รายที่เตรียมส่งโทรศัพท์มือถือกับยาเสพติด น่าจะมีผู้รู้เห็น แต่ว่าข้างในยังติดต่อไม่ได้ เลยไม่ทำงาน คือเจ้าหน้าที่แต่ละคนที่เข้าเวรมันก็ไม่เหมือนกัน บางคนก็อาจซื้อได้บางคนซื้อไม่ได้ เราก็รู้แต่ว่าไม่มีหลักฐาน ที่นี้ผู้คุมถูกออกไปแล้ว 7 คน เกี่ยวข้องกับยาเสพติดกับโทรศัพท์ 7 คนแล้วที่ถูกไล่ออก"

    ผบ.เรือนจำเขาบินกล่าวไว้

  • เสือมืด

    01 มิ.ย. 2015 - 17:12

    :) ขอบคุณคร๊าบบนางมารคนสวย คารวะ

  • SPACE

    01 มิ.ย. 2015 - 21:24

    เด๋วนางมารจะส่งใบวางบิลไปให้นะคะ  ฮอิอิ   Victory     ..... ยี่จิบ   

  • เสือมืด

    01 มิ.ย. 2015 - 17:13

    รวบผู้คุมเรือนจำกลางเชียงใหม่หิ้วยาเข้าคุก | เดลินิวส์
    „จับผู้คุมคุก เชียงใหม่ ซุกยาในกระติกน้ำร้อนกว่า 3 พันเม็ด ส่งนักโทษ ตำรวจรอสอบขยายผล พร้อมดำเนินคดีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง“

    อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/regional/243915

  • ChilliRed

    01 มิ.ย. 2015 - 17:37

    ตกลงในคุก ติดยากันหมดเลยเหรอ และรักษากันยังไง เอาเงินจากไหนมาจ่าย... สังคมแย่มากๆ 

     

  • เสือมืด

    01 มิ.ย. 2015 - 19:24

    คนที่ติดยา ก็ยังคงติดอยู่ ก็หาทางเอายามาเสพทุกวิถีทาง

     

    ส่วนคนที่ไม่ได้เสพไม่ได้ติดเหมือนผู้เล่า ก็นั่งดูพฤติกรรมพวกนี้ไป ... 

     

    เงินทองก็หากันเอาในคุกนั่นแหล่ะครับ ตามวิธีต่างๆที่เคยเล่ามาแล้ว และบางทีการแลกเปลี่ยน ก็ไม่ใช่เป็นเงินอย่างเดียว

  • เสือมืด

    03 มิ.ย. 2015 - 01:15

    เสือมืด มามืดๆ 

    เอาตอนต่อไปมาวางให้อ่านเป็นน้ำจิ้มก่อนนอน พรุ่งนี้จะมาวางต่อคร๊าบบ

    ตอนที่ 27

    จดหมายแห่งความสุข

    .

    ความสุขในคุกนี่ไม่ว่าจะมองไปทางไหน หรือจะหายังไงก็แล้วแต่ หามันไปเถอะครับ แม่งไม่มีให้หรอก

    วันๆเช็คชื่อเป็นสิบๆรอบ อาหารห่วยๆ ผู้คุมกวนๆ ไหนจะพวกมนุษย์คอกอีก

    สิ่งที่เจอในแต่ละวันแม่งโคตรจำเจ หากให้เปรียบแทบแบบให้เห็นภาพ คุณลองนึกถึงตู้ปลาสักตู้นึงครับ

    อ่ะให้ตู้ใหญ่ๆเลย แล้วคนในคุกเป็นปลาทองนะ นั้นแหละ.....

    วันๆก็ไม่ได้ทำไรหรอก มันก็เวียนว่ายอยู่ในพื้นที่สี่เหลี่ยมแบบนั้น อยู่ๆไปนานๆมีแต่ความเบื่อหน่าย หากไม่อยากเบื่อก็ต้องหาสิ่งที่เร้าใจมาทำ

    บางคนก็เล่นยา บางคนก็เ-็ดตูดกระเทย บางคนก็บ้าการพนัน ส่วนผมน่ะเหรอครับ

    ....... ความสุขผมคือ " เขียนจดหมาย " ครับ

    .

    ตอนผมติดคุกใหม่ๆ ผมเขียนจดหมายแม่งทุกวัน วันละหลายฉบับ

    ส่งๆไปเยอะแยะเพราะมันมีกฎว่า ห้ามเขียนเกิน 15 บรรทัด

    ....... ไอ้สัด!!! 15 บรรทัด กูยังไม่ได้อรัมภบทอะไรเลย ใจคอมึงแม่งจะให้กูเขียนถึงทางบ้านแค่ว่า

    " ข้อความเหมือนเดิม เพิ่มเติม 500 " ใช่มั้ย .....

     

    ไอ้ห่ากูก็ต้องบรรยายก่อนสิโว้ย ว่ากูเดือนร้อนอะไรบ้าง กูต้องเรียกคะแนนสงสารเพื่อดึงเงินมาเยอะๆ 5555 นี่แม่งไม่ทันจะครึ่งเรื่องเลย เกิน 15 บรรทัดละ !!

  • เสือมืด

    03 มิ.ย. 2015 - 11:06

    ผมก็เลยเขียนแม่งหลายฉบับ แต่สุดท้าย

    อะไรฟระ

    ไม่มีข้อความตอบรับจากจดหมายที่ท่านเรียก 

    .
    แม่งงงงงง......... จดหมายไม่ผ่านค้าาาาาาาาา แม่งดองจดหมายผม

    คนตรวจมันบอกว่านายสั่งให้ส่งออกวันละฉบับพอ

    ไม่ว่ายังไงก็ต้องทำตามกฎ หากมีกฎแล้วไม่ทำตามเดี๋ยวจะเสียนิสัย

    และคนอื่นๆเขาก็จะทำตาม มันจะทำให้ปกครองยาก

    .
    ผมเอาเรื่องนี้ไปบอกพี่ชา ..... พี่ชาบอกเดี๋ยวจัดการให้ พี่ชาหายไป 30 นาที

    แล้วเดินมาบอกผมว่าเรียบร้อยละ ให้บุหรี่มันไปอาทิตย์ละซองจะส่งเท่าไหร่กี่ฉบับก็ได้ .....

    แหม่........ เดี๋ยวจะเสียนิสัย เดี๋ยวเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี ยังไงเราต้องทำตามกฎ

    ‪#‎ฟรวย‬

  • เสือมืด

    03 มิ.ย. 2015 - 11:09

    หลังจากส่งจดหมายแล้วสิ่งที่คนในคุกรอคอยที่สุดก็คือ " การได้รับจดหมาย "

    เมื่อไหร่ที่คนคุกได้รับจดหมายฟิวลิ่งแม่งคล้ายๆถูกเลขท้าย 3 ตัวบนอ่ะ

    แม่งแบบเป็นวาระแห่งชาติเลยนะโว้ยยยยยยยยยยย

    ผมนี่จะเตรียมแอบเอาขนมนมเนยไปแดกในห้องชิวๆด้วยเลย

    อาบน้ำให้ตัวหอมๆ นอนเอนกายให้สบาย แล้วค่อยเปิดจดหมายอ่านอย่างช้าๆ.

    ...... หูยยยยยยยย แม่งฟินอ่ะ ..... 


    ช่วงนั้นก็เขียนคุยกับเมียอยู่ฮะ เขียนคุยกันทุกวัน รำลึกอดีตชาติกันสุดฤทธิ์

    ผมนี่บอกรักอย่างนั้นบอกรักอย่างนี้ ตัวเองจำนั้นได้มั้ยจำนี่ได้มั้ย

    ไอ้สัดมีเรื่องเห้ยๆอะไรที่ปกปิดไว้กูแม่งสารภาพบาปหมดแหละ

    เนื้อความในจดหมายนี่ปากแม่งอย่างหวาน เวลาอ่านก็อ่านช้าๆกลัวแม่งจบ

    หากจบแล้วก็ต้องอ่านใหม่อีกรอบเพื่อทำความเข้าใจ และอ่านเพิ่มอีกรอบเพื่อตีเนืีอความจดหมาย

    และก็อ่านอีกรอบเพื่อจับโกหกในเรื่องที่เขียน

    และสุดท้ายก็เอามาอ่านอีกรอบก่อนนอนเพื่อความฟินน์ก่อนจะหลับ...

  • เสือมืด

    03 มิ.ย. 2015 - 11:12

    จดหมายนี่ทำให้คนอารมณ์ดี และในทางกลับกันแม่งก็ทำให้คนเป็นบ้าไปเลยก็มีนะ

    คนที่แม่งเป็นบ้าไปเลยก็พวกได้รับข่าวร้ายต่างๆนานานั้นแหละ พ่อตายแม่ตาย เมียมีชู้ อะไรทำนองนี้

    .
    ผมก็เคยฮะ..... อ่านจดหมายแล้วแม่งช็อคเลย

    เป็นผีบ้าอยู่เกือบเดือน จะเป็นอะไรไปไม่ได้ฮะนอกจากเมียเขียนมาบอกว่า " มีผัวใหม่แล้วนะ "

    แล้วคำที่มันก้องอยู่ในหัวตลอดเวลาเลยก็คือคำนี้ " เขาเป็นคนดีมาก ไม่ต้องห่วง "

    ไอ้สัดกูแม่งดูกลายเป็นคนไม่ดีเลย ชีวิตกูแม่งเหมือนไร้ความหมาย

    ฟังเพลงเห้ยอะไรก็เข้าอารมณ์ไปหมด

    ช่วงนั้นอยู่ในโหมดล่องลอยและซึมเศร้าอย่างรุนแรง

    .....คำสัญญาที่เคยให้กัน จดหมายที่เคยเขียนเคยสัญญา อนาคตที่วาดไว้หลังออกไป โหยยยยยยย.......

     

    .
    ใครไม่เป็นกูแม่งไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บแค่ไหน

    เรื่องนี้แม่งเจ็บยิ่งกว่าตำรวจขโมยหมาผมไปแบบหน้าด้านๆอีกนะเนี้ย!

  • ChilliRed

    03 มิ.ย. 2015 - 12:29

    นี่ คนอ่านเกือบ 10,400 แล้วนะคะ

     

    สนุกและน่าสงสารที่ต้องเจอเหตุการณ์ยุ่งวุ่นวายขนาดนี้

     

    เรื่องที่บอกว่าเหมือนตู้ปลาทอง ว่าไปแล้ว ปลาทองคงไม่เบื่อที่อยู่ในตู้ปลา มั้ง

     

    (ว่าจะอ่านเฉยๆ ไม่เมนท์ แต่ก็อดไม่ได้ ค่ะ)

  • เสือมืด

    03 มิ.ย. 2015 - 17:59

    เม้นต์มาน่ะดีแล้วครับ ผมจะได้รู้ว่ามไ่ได้อยู่คนเดียว

     

    อีกอย่าง อยากให้ถามกันมาเยอะๆ จะได้นึกเรื่องออก เรื่องที่ผจญภัยมายังมีอีกเยอะครับ 

     

    แต่กาลเวลาผ่านไปเป็นสิบปี มันก็เลือนๆไป 

     

    ช่วยกันถามมาเยอะๆก็ดีครับ ผู้เขียนจะได้นึกออก - อยากรู้อะไรถามมาเลยครับ ยิ้ม

  • เสือมืด

    03 มิ.ย. 2015 - 18:03

    กว่าจะหลุดมาจากห้วงแห่งความซึมเศร้านั้นมาได้เกือบตาย

    พี่ชานี่แม่งเคยมาปลอบผมนะ บอกผมว่า

    " มึงจากเศร้าไปทำไมบ่าเอ เมียมึงเอาผัวใหม่ได้ มึงก็เอาผัวใหม่ได้เหมือนกัน " ผมนี่แม่งเกือบคล้อยตามเลย แสรดดดดดดดดดด

    หลังจากนั้นจดหมายที่ผมได้รับก็น้อยลง แต่ก็มีทางบ้านเขียนมาให้อย่างสม่ำเสมอ บางทีผมก็เขียนไปจีบสาวอื่นบ้าง.......

    ฮั่นแน่!! - งงอะดิว่าผมเคยไปหาสาวที่ไหน แล้วไปรู้จักได้ยังไง เคยเห็นหน้ากันตอนไหน??......

  • เสือมืด

    03 มิ.ย. 2015 - 18:07

    " หนังสือศาลาคนเศร้า " สิครับ

    แม่งเป็นหนังสือที่มหัสจรรย์มาก เป็นหนังสือผลิตมาเพื่อคนคุกเลยป่ะเนี้ย

    ในหนังสือนั้นก็จะมีเรื่องเศร้าๆของแต่ละคน

    โว้ยยยยย แม่งจะบรรยายชีวิตอันบัดซบของเขา แล้วจบท้ายด้วยการให้ที่อยู่เพื่อขอกำลังใจ

    และเพื่อให้คนเขียนจดหมายมาจีบ บางคนแม่งก็ลงที่รูปและที่อยู่เลยครับ

    ไม่ต้องดรามงดราม่าอะไร เอาแม่งกันตรงๆเลย

    .

     

    ผมเลือกอยู่นานและคอยสังเกตุเพื่อนผมที่แนะนำมาว่ามันเป็นยังไง

    เขาจะเขียนกลับมาหาจริงๆมั้ย ปรากฎว่าเขียนกลับมาจริงๆโว้ยยยยยย

    ผมนี่แม่งหางกระดิกเลย คิดไว้เลยว่ากูมีอะไรหนุกๆเล่นละ ........

    จากนั้นก็หาได้ละคนนึง เรื่องราวชีวิตไม่บัดซบจนเกินไป อายุไม่เด็กเกินไป

    รูปที่แม่งลงไว้อย่างสวย ที่ผมรู้ไม่ใช่รูปจริงมันหรอกเพราะแม่งสวยเกินไป

    หากสวยขนาดนั้นมึงไม่มีเวลามาศาลาคนเศร้าหรอกอีเชี้ยยยยยยยยย

     

    เธอชื่อน้อง เชอรรี่ ผมแม่งก็ถือวิสาสะเรียกว่าน้องรี่ ตกอีกฉบับนึงมาแม่งโกรธแล้วให้เราเรียกชื่อเชอร์รี่เต็มๆ ผมนี่แม่งอยากด่า แต่ก็ตอบกลับไปว่าได้ค่ะที่รัก ง้ออออออออออว์ว์...........

  • เสือมืด

    03 มิ.ย. 2015 - 18:11

    คู่อื่นที่เล่นศาลาคนเศร้านี่ผมเห็นแม่งมีความสุขกันดีนะครับ เวลารับจดหมายนี่แม่งยิ้มหน้าบานกันทุกคน

    บางคนก็เอามาอวด บางคนก็เอามาเยาะเย้ยคนที่ไม่ได้รับ

    เพื่อนๆผมนี่คุยกันท่าไหนไม่รู้แม่งผู้หญิงส่งเงินส่งของมาให้ใช้ตลอด

    ความรักเขานี่ช่างสดใสจริงๆ แต่ของผมสิครับแม่งสุดตีน

     
    นังเชอร์รี่นี่แม่งอาทตัวแม่สุดๆ

    คุยเชี้ยอะไรไม่รุบังคับให้ผมจิตนาการว่าไปเดินชายทะเลด้วยกัน เดินจับมือกัน มีพระอาทิตย์ตกดิน

    แล้วผมต้องเขียนตอบกลับไปประมาณนี้ด้วยนะว่าผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

    บางฉบับนางก็เหวี่ยงมาใส่ผมเลยหาว่าผมไม่ใส่ใจเพราะพูดไม่เพราะ

    และในเนื้อความจดหมายผมดูกระด้างเกินไปไม่หวานแหววเหมือนคนอื่นๆ ( มึงคงคุยกันหลายคนสินะ )


    สุดท้ายผมตัดใจไม่เล่นต่อละแม่งไร้สาระชิปหาย

    แม่งก็ยังเขียนมายิกๆอยู่นะบอกว่าผมได้มันแล้วจะทิ้งเหรอ

    ผมเปิดบริสุทธิ์มันทางจดหมายแล้วจะทิ้งมันได้ง่ายๆยังไง!

    ....ผมคือคนแรกของมันหากผมไม่เขียนต่อมันจะฆ่าตัวตาย .....เออๆๆ!เอาแม่งเข้าไป!!

    ศาลาคนเศร้านี่แม่งคนเศร้าจริงๆ ใครสนใจซื้อหนังสือแล้วไปเขียนหาได้นะครับ 5555

  • เสือมืด

    03 มิ.ย. 2015 - 18:14

    ผมอยากจะบอกว่า

    หากใครมีคนรักหรือเพื่อนๆหรือญาติพี่น้องติดคุกอยู่ก็ลองเขียนจดหมายไปหาเขาบ้างนะครับ

    คนในคุกน่ะจดหมายแม่งยิ่งกว่ายาวิเศษอีก จดหมายมีค่าทางจิตใจที่สุดเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง 
    ลองเขียนไปคุยบ้าง เขียนเห้ยอะไรก็ได้ลองเขียนไปเถอะครับ 

    ข้อความเพียงแค่ 1 หน้ากระดาษ แต่ความสุขที่คนคุกได้รับมันทำให้ฟินไปได้หลายวันเลยนะ

    เมื่อก่อนผมก็ฟินน์ได้แม่งเกือบทุกวันนั้นแหละ

    แต่พอเมียเขียนมาบอกว่ามีผัวใหม่แล้วนะ

    ผมนี่หยุดฟินน์แล้วหันหน้าเข้าหาธรรมะเลย

    555555

     

    หมายเหตุ / ตอนต่อไปจะเล่าว่าทำไมผมถึงรักศาสนาพุทธมาก แล้วทำไมชอบโจมตีพระเห้ยๆบ่อย และผมเข้าสู่วงการธรรมะธรรมโมได้อย่างไร โปรดติดตามชมตอนต่อไป

  • เสือมืด

    09 มิ.ย. 2015 - 15:39

    ยิ้ม พอดีมีคนคอมเม้นต์ว่า ตอนแรกๆยาวติดกันเป็นพืด อ่านยาก ผมก็เลยมาลองแก้ให้เป็นตอนๆดู ปรากฎว่ายุ่งมาก โดดไปโดดมา ขออภัยด้วยครับ 

    ตอนใหม่จะมาแล้ว ไม่ใชวันนี้ก็พรุ่งนี้ล่ะครับ 

  • หลานอำมาตย์สีแดง

    09 มิ.ย. 2015 - 17:16

              นี่ขนาดอดใจไม่อ่านมาตั้งกะกลางเดือนที่แล้ว มาอ่าน

    รวดเดววันนี้ก็ยังไม่จบอีก สงสัยคงต้องเว้นไปอีกซักสองเดือน

    แล้วต่อยมาอ่านทีเดวเลย

              ขอบคุณมากคุณเสือมืดที่นำเรื่องแปลก ๆ สำนวนสนุก ๆ

    มาเล่าให้ฟังครับ

  • เสือมืด

    09 มิ.ย. 2015 - 22:28

    อย่าให้ถึงขนาด 2 เดือนเลยครับ เว้นสัก 4-5 วัน ก็พอ

    เรื่องก็จะมาถึงตอนจบแล้วครับ คือวันที่จะออกจากคุกและเริ่มต้นชีวิตใหม่

    ตอนนี้ผู้เขียน ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเลี้ยงดูลูกเมียอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะสภาพเศรษฐกิจอย่างนี้

    รับรองยังเป็นเรื่องสนุกสนานน่าศึกษาติดตามเช่นเคยครับ ยิ้ม

  • ChilliRed

    09 มิ.ย. 2015 - 20:31

    นึกว่าจะไม่มาต่อซะอีก ยังรออ่านเช่นเคย ค่ะ

  • เสือมืด

    09 มิ.ย. 2015 - 22:30

    ต่อเลยครับ 

    ตอนที่ 28 

     

     " ธรรมะเปลี่ยนชีวิต "

     

    หลังจากตอนที่แล้วผมเกริ่นไว้ว่า ผมเข้าสู่เส้นทางสายพระธรรมได้อย่างไร 

    ก่อนอื่นขอเล่าก่อนนะครับว่า ชีวิตในคุกมันช่างน่าเบื่อหน่ายและสิ่งที่หนักหนากับชีวิตมากที่สุดคือเรื่อง " สุขภาพจิต "
    หลายๆคนประคองจิตตัวเองไม่ได้ก็ถึงกับรั่วเลยครับ คำว่ารั่วก็คือ เป็นบ้า..... หรือมีอาการทางจิตไปเลย ซึ่งผมก็เช่นกัน

    ผมเกือบไปแล้วหลายครั้ง ครั้งที่หนักที่สุดของผมก็คือ " โดนเมียทิ้ง "

    เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมหมดอาลัยตายอยากเลย ชีวิตช่างไร้ความหมาย เสียใจ ไม่รู้จะอยู่เพื่อใคร อะไรทำนองนี้ ......

    .

    จิตใจในช่วงนั้นอ่อนแอที่สุด กำลังใจที่ใช้หล่อเลี้ยงผมคือ แฟนผมเท่านั้น ผมตั้งใจเรียนจนทำผลการเรียนออกมาได้ดีมากๆในสาขานิติศาสตร์ 
    ผมฝึกทำคดีในคุก รับจ้างเขียนคำร้องในคุก รับจ้างเขียนอุทธรณ์ / ฎีกา ในการต่อสู้คดี 
    แต่ส่วนใหญ่แล้วงานที่ผมถนัดคือ เขียนคำร้องต่างๆและเขียนอุทธรณ์/ฎีกา " ขอลดโทษ "

    โดยอ้างเหตุจำเป็นต่างๆซึ่งส่วนใหญ่ก็สำเร็จด้วยนะครับ

    อย่างในกรณีผม ผมเขียนยื่นอุทธรณ์ขอลดโทษด้วยตนเอง จากจำคุก 15 ปี เหลือจำคุกเพียง 11 ปี 

    พอผมทำให้ตัวเองสำเร็จ คนในคุกที่รู้ชื่อเสียงก็ให้ผมมาเขียนแต่งคำอุทธรณ์กันมากมาย

    โดยผมคิดค่าจ้างแค่ นม 3แพ็ค สิ่งที่ผมได้คือความสุข ความสุขทางใจที่เงินก็ซื้อไม่ได้

  • เสือมืด

    09 มิ.ย. 2015 - 22:32

    หลังจากที่ผมโดนแฟนทิ้ง ( ไม่ใช่ความผิดของเขานะ ผมผิดเอง ) ( ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ) 

    จิตใจผมอ่อนแอมาก ผมเลยต้องหาที่พึ่งครับ แน่นอนที่พึ่งทางใจผมก็คือ " ศาสนา " .......

     

    ตอนผมอยู่เรือนจำเชียงใหม่ ผมเคยไปใช้ชีวิตร่วมกับศาสนาอิสลามครับ ผมทำพิธีเข้าอิสลามทุกอย่างยกเว้นขลิบ[...] .....

    .

    เอาตรงๆที่เข้าอิสลามเพราะว่า ...... ลูกพี่ผมในคุกเป็นอิสลาม และเขาต้องการดึงผมไปอยู่ในห้องด้วยกัน

    ในห้องอิสลามตอนนั้นนอนกันแค่ 8 คนเองครับ ในขณะที่ห้องอื่นๆนอนกัน 50 - 70 คน ......

    ลูกพี่ผมเดินเรื่องโดยการติดสินบนเจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมให้อนุมัติย้ายผมไปห้องอิสลามได้ โดยที่ผมเขียนคำร้องไปว่าผมเป็นมุสลิมและนับถืออิสลาม

    ผมใช้ชีวิตในห้องอิสลามก็ต้องทำตามกฎทุกอย่างของเขาครับ ทั้งอาบน้ำก่อนละหมาด และ ละหมาด ในตอนเย็น

    ผมพยายามศึกษาศาสนาอิสลามแบบให้ลึกที่สุด แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้เพราะผมไม่เข้าใจจริงๆ

    ศาสนานี้เป็นอะไรที่ลึกซึ่งที่สุด ผมไม่สามารถทำความเข้าใจอะไรได้เลย

    แต่รู้ว่าศาสนาสอนให้เป็นคนดี คนในห้องซี้ปึกกับผมทุกคน พอลูกพี่ผมออก ผมก็ขอย้ายกลับไปอยู่ห้องเดิม .......

  • เสือมืด

    09 มิ.ย. 2015 - 22:34

    จนย้ายเรือนจำมาอยู่ที่ลำปาง ..... ผมก็ได้เข้าศาสนาคริสต์....

    .

    ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาแห่งความรักและเป็นศาสนาแห่งความเชื่อ

    ทุกๆวันอาทิตย์จะมีคนจากโบสถ์ข้างนอกเข้ามาสอนศาสนา

    แรกๆผมนี่ชอบใจนะ เพราะสอนดีมาก สอนให้เรามีความรักต่อกัน สอนให้เรารักและเคารพพระเจ้า

     

    แต่จุดแตกหักมาอยู่ที่ มีคำสอนศาสนาคนนึง เขาเหยียดศาสนาพุทธมาก

    เหยียดแบบไร้เหตุผล เช่น ด่าคนพุทธว่าไอ้โง่ ไปกราบไหว้ก้อนหินทำไม โดยผมก็นึกในใจว่า แล้วพระเจ้าของคุณล่ะ บูชาทำไมหน้าก็ไม่เคยเห็น .....

    ผมฟังอยู่หลายอาทิตย์ก็ทนไม่ไหว เพราะคนๆนี้เหยียดศาสนาทุกศาสนา

    ผมไม่ขอบอกแล้วกันว่าเหยียดอะไรบ้าง เพราะมันจะทำให้พวกเราไม่พอใจกัน เอาเป็นว่าผมก็เดินจากมาพร้อมกับความงงงวยว่า...... พุทธที่แท้จริงแล้วเป็นเช่นไร

    .

     

    บอกไว้ก่อนเลยว่าก่อนที่ผมจะศึกษาพุทธ ผมเป็นคนที่เกลียดศาสนาพุทธมาก เพราะสิ่งที่ผมเห็นมันไม่ใช่

    ไอ้สัส ดูพระแต่ละคนดิ ก็อย่างที่เราเห็นในข่าวบ่อยๆนั้นแหละทำตัวน่านับถือที่ไหน

    ไหนจะพวกเข้าทรงดูหมออีก คนพวกนี้ผมรับไม่ได้เพราะพวกนี้หากินกับความงมงายของชาวบ้าน ......

  • เสือมืด

    09 มิ.ย. 2015 - 22:44

    ในที่สุดผมก็ไปหยิบหนังสือพระในห้องสมุดมาอ่าน หนังสือเรื่องแรกเลยคือ พุทธประวัติฉบับประชาชน

    ผมเอาไปอ่านคืนนึงก็รู้สึกติดใจ รู้สึกชอบในการแก้ปัญหาของพระพุทธเจ้า จากนั้นก็หยิบไปอ่านเล่นเรื่อยๆจนมาเจอหนังสือของ " หลวงปู่ชา "

    .

     

    ป๊าดดดดดดดดด หนังสือที่มีความหนาหลายพันหน้า ผมนั่งอ่านนอนอ่านแบบตาไม่กระพริบ

    เป็นอะไรที่สนุกมาก หลวงปู่ชาท่านเป็นพระสายป่า ท่านเล่าเหตุการณ์ในป่ามากมาย ท่านเจออุปสรรคหลายอย่างในป่า แต่ท่านเอาชนะด้วยการใช้สมาธิและจิตที่เข้มแข็ง 

    ผมหลุดไปอยู่ในห้วงแห่งการฝึกจิต ผมเริ่มหัดนั่งสมาธิ จากที่นั่ง 10 นาทีแล้วนานเหมือน 10 ชั่วโมง จนผมสามารถกำหนดจิต จาก 1 ชั่วโมงรู้สึกเหมือนนั่งแค่ 5 นาที

     

    ผมฝึกจิตใจจนสงบนิ่ง ไม่มีสิ่งใดมากระทบจิตใจผมได้ ไม่ว่าจะเป็น สุข หรือ ทุกข์ ผมรู้เท่าทันความรู้สึกพวกนี้หมด

    ผมไม่หลงไปกับแสงสีกับความสุข ผมไม่ไปยึดติดยึดมั่นกับความทุกข์ ทุกอย่างคือการปล่อยวาง ทำจิตใจให้สงบ ไม่บ้าจี้ไปกับสิ่งเร้ารอบข้าง......
    ปรากฎว่าชีวิตผมช่วงนั้นมีความสุขมากครับ ผมมีความรู้สึกว่าผมฉลาดขึ้น รู้ทันอารมณ์ของตัวเองว่าตอนนี้ตอนนั้นรู้สึกเช่นไร 
    หากผมกำลังจะทุกข์ผมก็ปล่อยวาง 

    เพียงไม่นานผมก็ลืมความทุกข์ที่ถูกเมียทิ้งได้สำเร็จ

    ไม่คิดถึง ไม่สนใจ ผมคิดถึงแต่เพียงจะทำความดี คิดแต่จะทำอย่างไรหากออกไปแล้ว จะดูแลพ่อแม่และครอบครัวอย่างไรให้ท่านมีความสุข

  • เสือมืด

    09 มิ.ย. 2015 - 22:44

    ในที่สุดผมก็ไปหยิบหนังสือพระในห้องสมุดมาอ่าน หนังสือเรื่องแรกเลยคือ พุทธประวัติฉบับประชาชน

    ผมเอาไปอ่านคืนนึงก็รู้สึกติดใจ รู้สึกชอบในการแก้ปัญหาของพระพุทธเจ้า จากนั้นก็หยิบไปอ่านเล่นเรื่อยๆจนมาเจอหนังสือของ " หลวงปู่ชา "

    .

     

    ป๊าดดดดดดดดด หนังสือที่มีความหนาหลายพันหน้า ผมนั่งอ่านนอนอ่านแบบตาไม่กระพริบ

    เป็นอะไรที่สนุกมาก หลวงปู่ชาท่านเป็นพระสายป่า ท่านเล่าเหตุการณ์ในป่ามากมาย ท่านเจออุปสรรคหลายอย่างในป่า แต่ท่านเอาชนะด้วยการใช้สมาธิและจิตที่เข้มแข็ง 

    ผมหลุดไปอยู่ในห้วงแห่งการฝึกจิต ผมเริ่มหัดนั่งสมาธิ จากที่นั่ง 10 นาทีแล้วนานเหมือน 10 ชั่วโมง จนผมสามารถกำหนดจิต จาก 1 ชั่วโมงรู้สึกเหมือนนั่งแค่ 5 นาที

     

    ผมฝึกจิตใจจนสงบนิ่ง ไม่มีสิ่งใดมากระทบจิตใจผมได้ ไม่ว่าจะเป็น สุข หรือ ทุกข์ ผมรู้เท่าทันความรู้สึกพวกนี้หมด

    ผมไม่หลงไปกับแสงสีกับความสุข ผมไม่ไปยึดติดยึดมั่นกับความทุกข์ ทุกอย่างคือการปล่อยวาง ทำจิตใจให้สงบ ไม่บ้าจี้ไปกับสิ่งเร้ารอบข้าง......
    ปรากฎว่าชีวิตผมช่วงนั้นมีความสุขมากครับ ผมมีความรู้สึกว่าผมฉลาดขึ้น รู้ทันอารมณ์ของตัวเองว่าตอนนี้ตอนนั้นรู้สึกเช่นไร 
    หากผมกำลังจะทุกข์ผมก็ปล่อยวาง 

    เพียงไม่นานผมก็ลืมความทุกข์ที่ถูกเมียทิ้งได้สำเร็จ

    ไม่คิดถึง ไม่สนใจ ผมคิดถึงแต่เพียงจะทำความดี คิดแต่จะทำอย่างไรหากออกไปแล้ว จะดูแลพ่อแม่และครอบครัวอย่างไรให้ท่านมีความสุข

  • เสือมืด

    09 มิ.ย. 2015 - 22:45

    หลังจากฝึกจิตกับหนังสือหลวงปู่ชา ผมก็พัฒนาไปอีกขั้นถึงการกำหนดจิตได้

    โดยการนั่งสมาธิแล้วกำหนดลูกแก้วขึ้นกลางจิตใจ ผมสามารถบังคับลูกแก้วให้ไปอยู่ตรงจุดไหนของร่างกายก็ได้

    โดยกำหนดจิตไปที่ลูกแก้วนั้นๆ ผมเอาความสามารถเรื่องนี้มาใช้กับการสักลายของผม

    โดยผมกำหนดจิตไปที่ลูกแก้ว เวลาสักลายผมก็จะไม่รู้สึกเจ็บเพราะจิตผมอยู่ที่ลูกแก้วไม่ได้อยู่ที่ร่างกาย ......

    .

    การทำแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากไปซะทีเดียว....

    หากเราฝึกฝนจิตและสมาธิบ่อยๆ ไม่นานเราก็สามารถทำได้ครับ

    .

     

    หลังจากนั้นผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือของสมเด็จพุทธทาส ภิกขุ 

  • เสือมืด

    09 มิ.ย. 2015 - 22:46

    พรุ่งนี้ผมจะมาวางต่อครับ

    รอลูกค้า ฮ่าๆๆ :)

  • เสือมืด

    09 มิ.ย. 2015 - 22:54

    ภาพประกอบตอนนี้ผมเซิชมาจากกูเกิ้ล เลือกเล่มที่อ่านแล้วประทับใจครับ

  • เสือมืด

    10 มิ.ย. 2015 - 18:58

    โอ้โห...... ท่านพุทธทาสนี่สุดยอดมาก คำสอนท่านคมกริบและสามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน 
    เพราะเหตุนี้มันทำให้ผมแทบจะอยากออกคุกแล้วมาบวชตลอดชีวิตเลยนะ 

    เชื่อมั้ยผมอินในพระธรรมคำสอนถึงกับ ยุงกัดไม่ตบ แต่ใช้เพียงมือปัดเบาๆ

    ผมแอบเลี้ยงปลากัดไว้บนหัวนอนหลายตัว ผมเอาไปปล่อยหมด

    เพราะผมไม่อยากหาลูกน้ำมาให้ปลากัดกินเพราะกลัวบาป

    โดยผมคิดว่า มันคุ้มแล้วหรือ ที่ผมหากลูกน้ำมาเป็นร้อยๆตัว เพื่อมาต่อชีวิตให้ปลากัดเพียงไม่กี่ตัว

    ผมเอาปลากัดไปปล่อยในบ่อน้ำหมดเลย 5555

    .

     

    ชีวิตผมหลังคำสอนในพระศาสนาทำให้ผมมีความสุขมาก คิดดูสิว่าผมรักในศาสนาพุทธขนาดไหน ผมถึงสักแต่รูปพระเต็มตัว ผมสักเพื่อให้ผมระลึกถึงพระธรรมคำสอนได้ง่ายขึ้น เพราะทุกครั้งที่ผมนึกถึงพระ ผมจะนึกถึงพระธรรมคำสอนทันที จากอารมณ์ร้อนๆกลายเป็นผมอารมณ์ดย็นขึ้นกว่าเดิมมาก

  • เสือมืด

    10 มิ.ย. 2015 - 19:00

    ปล.อันนี้ไม่ครอบคลุมถึงเวลาผมเห็นพระเทือกกับพระพุทธอิสระนะครับ

    เวลาผมเห็นมารศาสนาพวกนี้ผมนึกถึงแต่ " เห้ย " ครับ เพราะพวกแม่งทำให้ศาสนาพุทธมัวหมองไปมากเลยทีเดียว

    .

     

    สุดท้ายผมอยากจะบอกว่า ....... ลองศึกษาพุทธที่เป็นพุทธแท้ดูครับ 
    เพราะศาสนาพุทธสอนให้เราพ้นทุกข์ สอนให้เราปล่อยวาง

    สอนให้เรารู้ทันในสิ่งต่างๆโดยเฉพาะอารมณ์และจิตใจ

     

    แต่หลังจากที่ผมพ้นคุกออกมานี่บอกเลยว่าผมปฎิบัติได้ยากมาก ยอมรับว่าจิตใจไม่นิ่ง

    และกิเลสยังมาครอบงำจิตใจอย่างสูง

    แต่ทุกครั้งที่เกิดปัญหา ผมก็พยายามนำคำสอนพุทธมาประยุคแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันด้วยครับ

    .

     

    ปล.2 ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยว่าอยากรู้เรื่องอะไรในคุก เผื่อจะทำให้ผมคิดเรื่องบางเรื่องออก ไม่งั้นเขียนตอนต่อไปเริ่มฝืดๆละ เพราะไม่รู้ว่าผู้อ่านอยากรู้เรื่องอะไร ช่วยกระตุ้นความทรงจำผมทีฮะ 555555
    :)

  • SPACE

    10 มิ.ย. 2015 - 20:04

    ในคุกมีเรื่องผีเฮี้ยน ที่เป็นตำนานไม๊คะ คุณเสือมืด  ยิ้ม    

     

  • SPACE

    10 มิ.ย. 2015 - 20:12

    อีกคำถามก็คือ   ช่วงเวลา 11 ปี ทีต้องโทษขัง

    เคยมีใครวางแผน ถามหรือชวนแหกคุกบ้างหรือเปล่าคะ  สาธุ   

  • เสือมืด

    10 มิ.ย. 2015 - 21:45

    ขอคุณสำหรับคำถามครับ เดี๋ยวคืนนี้จะมีตอนต่อไป

    ถามกันมาเยอะๆครับ คารวะ

  • ChilliRed

    10 มิ.ย. 2015 - 20:05

    11 ปีในคุก นานมากทีเดียว สุขภาพแย่ลงมากไหม เพราะอาหารการกิน คงแย่มากๆ มีผลต่อสุขภาพในปัจจุบันหรือไม่

     

    คงมีเพื่อนเยอะมากๆ กลับออกมาแล้ว ได้นัดเจอกันและสนิทกันไหม หรือต่างคนต่างแยกทางกันโดยไม่ติดต่อกัน

     

    ปรับตัวยากไหมตอนออกมาใหม่ๆ ความรู้สึกในช่วงที่เดินออกมาอย่างมีอิสระภาพเต็มที่ รู้สึกแปลกๆมั้ย

     

    นิสัย ห้าวขึ้นหรือไม่ เพราะตอนอยู่ในที่กักขัง ต้องต่อสู้อย่างมากเพื่อความอยู่รอดในสังคมนั้น

     

    หลายข้อไปหน่อย และถามในบรรยากาศที่ออกมาจากสู่สังคมข้างนอกแล้ว ค่ะ  ฟันหลอ

     

     

  • เสือมืด

    10 มิ.ย. 2015 - 21:52

    ติดจริงๆประมาณ 5 ปีครับ 

    ส่วนเรื่องอาหารมีผลมั๊ยกับปัจจุบัน  อันนี้ผมตอบแทนให้เลยว่ามีครับ

    เพราะ "แดรกอะไรอร่อยทุกอย่างเลยครับ" (ตามเรื่องที่เล่าก่อนหน้า) 5555

    ตอนนี้น้ำหนักขึ้นลดไม่ลงง อวบระยะสุดท้ายแล้วครับ กรั่กๆๆ ยิ้ม

    .
    ส่วนเรื่องอื่นๆ ติดตามอ่านตอนต่อไปครับ คืนนี้ถ้าไม่พลาดจะนำตอนต่อไปมาลงอีกครับ

  • เสือมืด

    10 มิ.ย. 2015 - 23:04

    สำหรับคำถามที่ถามมา มีคำตอบให้บางส่วนแล้วนะครับ ด้วยความรวดเร็ว อิอิ
    .

    ผมรวบรวมคำถามว่า 
    .

    1. มีผีเฮี้ยนเป็นตำนานหรือเปล่าจากคุณ space

    ตอบว่า ---- มีครับ ส่วนใหญ่จะเป็นตำนานมากกว่า ฮ่าๆๆ

    2. มีคนชวนแหกคุกหรือเปล่า?

    ตอบ --- ไม่มีหรอกครับ 5555

    3.เรื่องสุขภาพ มีผลอะไรกับปัจจุบันมั๊ย? - จากคุณ เรดชิลลี่

    ตอบ --- ผมตอบด้วยสายตาของผมเอง แต่เจ้าตัวบอกว่า เดี๋ยวจะมาเขียนให้เป็นตอนๆเลยครับ ยิ้ม

     

    4.ปรับตัวยากหรือเปล่าตอนออกมาใหม่ๆ

    ตอบ---- ไม่ยากครับ สบายมาก

    5.นิสัยเปลี่ยนเป็นห้าวขึ้นหรือเปล่า?

    ตอบ ---- ใจเย็นขึ้นเยอะครับ  ในกรณีผู้เขียนใจเย็นมากขึ้น เพราะผ่านอะไรจากคุกมาเยอะแล้ว - แต่เก๋าขึ้น และกวนตีนมากขึ้นครับ

    โปรดรอคอยตอนต่อไปด้วยหทัยระริกรัว ....:)

     

  • ภูกระดึง

    11 มิ.ย. 2015 - 01:13

    รออ่านอยู่ เล่าได้ดีครับ...ขอนอกเรื่องนิด ท่านเสือมืด..ได้ออกไปเขียนงานที่ไหนบ้างหรือเปล่าตอนนี้ อยากเห็นภาพสวยๆอะครับ..คารวะยกโป้ง

  • เสือมืด

    11 มิ.ย. 2015 - 03:04

    มีครับ

    แต่ปัญหาคือเอาภาพออกจากกล้องไม่ได้

    ตอนนี้ให้ท่าน นิรวาน ทำเวปยูทูปให้ครับ เดี๋ยวจะเอามาแปะ
    .

     

     

    ขอบคุณครับที่ยังจำได้ว่าผมเขียนรูป ฮ่าๆๆ :)

  • เสือมืด

    11 มิ.ย. 2015 - 13:20

    ตอนที่ 29

    " รักสวยรักงาม "

    .

     

    หลังจากที่อยู่ๆไปได้สักพัก สิ่งที่เห็นว่ามันแปลกๆคือ คนในคุกทำไมมันรักสวยรักงามกันจังเลยวะ

    ไอ้สัสบางคนกูเห็นแม่งอาบน้ำวันละ 4 รอบ ทั้งๆที่แม่งวันๆก็ไม่ได้ทำอะไร เหงื่อไม่เคยไหลสักแหมะ

     

    เวลาผ่านไป 1 ปี ...... ผมถึงได้เข้าใจว่า...... ในคุกแม่งมีค่านิยมกันแปลกๆโว้ยยยย

    เรื่องอาบน้ำน่ะ แม่งไม่ใช่ว่ารักความสะอาดเชี้ยอะไรนักหนาหรอก แต่อาบน้ำเพื่อความเท่...... 

    ยิ่งใครได้อาบวันละหลายๆรอบถือว่าไอ้คนนั้นเส้นใหญ่น่าดูเลย เพราะการใช้น้ำในคุกนี่ไม่ใช่ว่าจะได้ใช้อย่างเสรีนะครับ 
    น้ำในคุกจะเปิดเป็นเวลา ผู้คุมเขาไม่เปิดน้ำไว้ทั้งวันหรอกครับ เขาอ้างว่าเพื่อความประหยัด

หน้า


loading...