เมื่อปูยิ่งลักษณ์เชือดเฉือน ... ก็เจ็บสิ

4 ความคิดเห็น

ฉลามเขียว : เมื่อปูยิ่งลักษณ์เชือดเฉือน ... ก็เจ็บสิ

http://www.voicetv.co.th/blog/512500.html

3 สิงหาคม 2560 เวลา 13:24 น.

 เมื่อปูยิ่งลักษณ์เชือดเฉือน ... ก็เจ็บสิ

 เมื่อปูยิ่งลักษณ์เชือดเฉือน ... ก็เจ็บสิ
บทความโดย ฉลามเขียว
คอลัมนิสต์ผู้ข้ามยุคจากกระดาษสู่สื่อดิจิทัล

ตกตะลึง  และตื่นเต้นมากครับ ข่าวของสำนัก voice tv พาดหัว   คนสนใจ 'คดียิ่งลักษณ์' เหตุความ 'อยุติธรรม' เริ่มโผล่ให้เห็นมากขึ้น  เผยแพร่วันที่ 30 ก.ค.2560  มีคนแชร์ต่อ 69.9 K  เป็นตัวเลขที่สูงมาก  

ผมเป็นนักข่าวผู้ข้ามยุคมาจากสื่อกระดาษ มีโอกาสได้มาอยู่สื่อดิจิทัล สำนัก voice tv ก็ยังไม่เคยรู้มาก่อน K มันคืออะไร  ก็ค้นครับ คือ ตัวนับตามมาตราเมตริก Metric  Prefixes  มาจากคำว่า Kilo  ก็กิโลที่เราคนไทยคุ้นเคยล่ะครับ  กิโลท่านแบ่งย่อยออกเป็น 1,000 ส่วน ดังนั้นเมื่อเห็นคำว่า K ก็เติมศูนย์เข้าไป 3 ตัว  69.9 K ก็หมายความว่า มีคนแชร์ข่าว คนสนใจ 'คดียิ่งลักษณ์' เหตุความ 'อยุติธรรม' เริ่มโผล่ให้เห็นมากขึ้น ออกไปยังเครือข่ายในออนไลน์อื่นๆ 69,000 ครั้ง  ผมน้องใหม่ในวงการสื่อดิจิทัลก็ตื่นเต้นสิครับ  สูงมาก  ดังนั้นวันนี้ผมจึงเขียนเรื่องของท่านนายกฯ ปูยิ่งลักษณ์ต่ออีกวัน ระหว่างรอฟังคำพิพากษา 25 สิงหาคม 2560 

ขอพูดเรื่องส่วนตัวอีกนิดนะครับ ผมก็ยังใจตุ้มๆต่อมๆอยู่ แต่ก็ยังดีที่ข้ามยุคได้ทัน แล้วก็ใจหายวาบอีกเมื่อ “คมชัดลึก” หนังสือพิมพ์รายวันกระดาษอายุ 16 ปี ได้ประกาศปรับปรุงตัวเอง ด้วยการควบรวมฉบับวันเสาร์อาทิตย์ตั้งแต่ ฉบับ 5 ก.ค.2560 เป็นต้นไปโดยเขียนแจ้งประชาชนไว้ท่อนหนึ่งว่า

“เป็นที่ทราบกันดีว่า พื้นที่ข่าวสารทุกวันนี้ได้ขยายกว้างไกลออกไปเท่าที่ปลายนิ้วสัมผัสของผู้คนในโลกโซเชียลมีเดียจะนำพา ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ เปรียบดังสึนามิ ที่ถาโถมเข้าใส่อุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งระบบ อันเป็นพลวัต ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงหนีหายไปได้ นอกจากการปรับตัว” ... 

 

ก็ย้อนกลับไปอ่านให้ได้นะครับ ข่าวที่ “หมวดเจี๊ยบ – ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต” แถลงเพราะเหตุใดคนจึงให้ความสนใจคดีของปูยิ่งลักษณ์สูงมาก  เธอเจี๊ยบแถลงได้ดีจริงๆ  อ่านแล้วเร้าใจ  “เชื่อว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประชาชนให้ความสนใจในการพิจารณาคดีของ อดีต นายกฯ ยิ่งลักษณ์ มากเป็นพิเศษ น่าจะเป็นเพราะสงสัยว่า อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะได้รับความยุติธรรมหรือไม่” 

และเมื่อไปอ่านคำแถลงด้วยวาจาเป็นการปิดคดีของปูยิ่งลักษณ์  ต่อหน้าบังลังก์ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง ในศูนย์ราชการ ถนนนแจ้งวัฒนะ เมื่อตอนเช้า 1 ส.ค.2560  ก็ยิ่งทวีความชื่นชมปูยิ่งลักษณ์  แม้คำแถลงจะยาวถึง 19 หน้ากระดาษ  แต่ผมก็อ่านหลายรอบครับ   วันนี้จึงนำประเด็นที่ปูเชือดเฉือนไว้ในตอนท้ายของคำแถลง มาลงซ้ำให้คนไทยได่อานอีก

เมื่อปูเชือดเฉือนก็เจ็บสิครับ...  เจ็บมาก

กราบเรียน องค์คณะผู้พิพากษาที่เคารพ

ดิฉันรู้ดีว่า ดิฉันเป็นเหยื่อของเกมการเมืองที่ลึกซึ้ง ดิฉันจึงหวังพึ่งศาลสถิตยุติธรรม ได้โปรดพิจารณาบนพื้นฐานข้อเท็จจริง และสภาวะแวดล้อม ในขณะที่ดิฉันปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่การตั้งสมมติฐาน ที่ใช้สภาวะแวดล้อมของปัจจุบันที่เปลี่ยนไปแล้ว มาตัดสินการดำเนินการ ของดิฉันในอดีต

ดิฉันใคร่ขอเรียนโดยสรุป ดังนี้

1.นโยบายรับจำนำข้าว เป็นนโยบายสาธารณะ ที่มุ่งช่วยเหลือชาวนา ไม่ใช่ “พาณิชย์นโยบาย” ที่คิดกำไร ขาดทุนกับชาวนาผู้ยากไร้
2. ตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มีทั้งฝ่ายนโยบายและฝ่ายปฏิบัติ ต่างฝ่ายต่างต้องรับผิดชอบในส่วนงานของตนเอง จึงควรพิจารณาบทบาทของดิฉัน ในฐานะผู้กำกับนโยบายไม่ใช่ในฐานะผู้ปฏิบัติ หากมีผู้ปฏิบัติกระทำผิดในขั้นตอนใด ย่อมเป็นความรับผิดชอบของบุคคลนั้นๆ โดยที่ไม่เคยมี กรณีที่มากล่าวหาให้บุคคลระดับนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบร่วมด้วยกับฝ่ายปฏิบัติ ดังเช่นที่โจทก์และคณะกรรมการ ป.ป.ช. กระทำต่อดิฉันในครั้งนี้ อย่างที่ไม่มีอดีตนายกรัฐมนตรีคนใด ๆ ถูกกล่าวหาในลักษณะเช่นนี้มาก่อน
3. ดิฉันขอให้ศาลวินิจฉัย เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของดิฉัน ตามรายงาน ป.ป.ช. ที่สรุปชี้มูลว่าดิฉันไม่ได้ทุจริตหรือสมยอมให้ทุจริตและไม่รับฟังพยานหลักฐานใหม่ที่ไม่ได้ผ่านการไต่สวน หรือกล่าวหาดิฉันในชั้น ป.ป.ช. แต่เป็นการที่โจทก์เพิ่มเติมหลักฐานใหม่ เพื่อต้องการสร้างความเข้าใจผิด ว่าดิฉันเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือสมยอมให้ทุจริตในการระบายข้าวแบบจีทูจี รวมทั้งกระบวนการสร้างความเสียหาย ให้ดิฉันต้องรับผิดทางแพ่งจำนวนเงิน 35,000 ล้านบาท เป็นไปตามข้อสั่งการของหัวหน้า คสช. ในฐานะประธาน นบข. ที่สั่งการในที่ประชุมว่า “ไม่ต้องพิจารณาประเด็นยุติธรรม”

ดิฉันขอยืนยันในความบริสุทธิ์ของดิฉัน และขอได้โปรดพิจารณาคดีนี้ โดยคำนึงถึงเจตนาที่สุจริต ในการดำเนินนโยบายสาธารณะ ที่เป็นแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจที่จะทำงานรับใช้ประเทศชาติ และพี่น้องประชาชน ให้มีความเป็นอยู่ที่ ดีขึ้น

ดิฉันในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ ตามขอบเขตแห่งอำนาจที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และกฎหมายไม่เคยปล่อยปละละเลยสิ่งใดให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน ดิฉันได้ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต และไม่เคยสมยอมให้บุคคลใดทุจริต ไม่ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ภาครัฐ หรือผู้หนึ่งผู้ใด หรือโดยทุจริต ตามข้อกล่าวหาแต่อย่างใด

กราบเรียนองค์คณะผู้พิพากษาที่เคารพ
ดิฉันไม่ได้ทำอะไรผิด แต่สิ่งที่ดิฉันทำ คือ การใช้ประสบการณ์ของ ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่เกิดในต่างจังหวัด มีโอกาสได้รับรู้ สัมผัสความทุกข์ยากแสนสาหัสของชาวไร่ชาวนา ซึ่งประเทศนี้เคยเรียกพวกเขาว่า เป็นกระดูกสันหลังของชาติ และเรียกร้องให้คนไทยทุกคน เกื้อหนุนดูแล และดิฉันก็ได้ทำแล้วในโครงการรับจำนำข้าว เป็นผลพิสูจน์อย่างเป็นรูปธรรมแล้วว่า ในช่วงที่มีโครงการรับจำนำข้าว ชาวนามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลูกหลานมีโอกาสเรียนต่อ นับเป็นความภูมิใจในชีวิต ที่ครั้งหนึ่ง ดิฉันได้มีโอกาสผลักดันนโยบายนี้ ให้กับชาวนา

แม้การผลักดันนโยบายสาธารณะ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีให้กับชาวนาครั้งนี้จะทำให้ดิฉันต้องเจ็บปวดก็ตาม ในการที่จะต้องอดทนต่อสู้คดีกับฝ่ายโจทก์ ที่พยายามบิดเบือน และกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม ดิฉันก็จะอดทนมุ่งมั่นต่อไป เพื่อหวังว่ารัฐบาลต่อไปในอนาคต จะได้สามารถนำนโยบายสาธารณะมาสู่ประชาชนพี่น้องเราจะได้ปลดหนี้สิน จะได้มีโอกาสลืมตาอ้าปาก มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกับเขาบ้างค่ะ

สุดท้ายนี้ ดิฉันเห็นว่าก่อนที่ศาลจะตัดสินคดีนี้ ดิฉันใคร่ขอวิงวอนศาลได้โปรดพิจารณา พิพากษาคดีนี้ตามข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและพยานหลักฐานที่เข้าสู่สำนวนโดยชอบและโดยสุจริต ไม่รับฟังการชี้นำจากฝ่ายใด ๆ แม้แต่หัวหน้า คสช. ผู้กุมชะตาและอำนาจรัฐ ที่พูดชี้นำคนในสังคมเกี่ยวกับคดีของดิฉัน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า ถ้าเรื่องนี้ไม่ผิดแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาได้อย่างไร ซึ่งคำพูดนี้ เป็นการชี้นำ เสมือนหนึ่งว่า มีการกระทำความผิดแล้ว ทั้ง ๆ ที่ศาลที่เคารพ ยังไม่ได้ตัดสิน

ดิฉันเชื่อในคำกล่าวที่ว่า “ศาลเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน” ดิฉันจึงขอความเมตตาต่อศาล ได้โปรดพิจารณา พิพากษา ยกฟ้องโจทก์ด้วยค่ะ 

ขอบคุณค่ะ

ปูเอ้ย ...รับรู้ไว้นะ เจ้ากวาดหัวใจชาวนาไทยมาครองไว้ได้ทั้งหมดแล้ว

คลิกอ่านข่าว คนสนใจคดียิ่งลักษณ์
คำแถลงแถลงปิดคดีฉบับเต็ม
คลิกอ่านข่าวพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ชี้นำศาล
คลิกอ่านหน่วยนับเมตริก
คมชัดลึกปรับตัวรัดเข็มขัด

+1
15
4ความคิดเห็น
markpakma
markpakma
03 ส.ค. 2017 - 17:32

ถ้าจะพูดถึงผู้ชายตอแหร๋ผมนึกเห็นหน้านักรบฉุนแพ้ผัดกระเพราคนๆนั้นลอยมาแต่ไกล

เมื่อเปรียบเทียบกับนายกยิ่งลักษณ์ ถ้าเป็นนายทหารแล้วผมว่าผู้หญิงคนนี้จะสามารถเป็นผบทบ.หญิงได้ดีกว่าผู้ชายตอแหร๋หลายๆคนเลยในเวลานี้เลยทีเดียว

+
10

Loading...