เพิ่งเศร้าเหรอคะ ? ! ----- หลักฐานจากทีดีอาร์ไอ

เพิ่งเศร้าเหรอคะ ? ! ----- หลักฐานจากทีดีอาร์ไอ

มุก โอลีฟส์ ฟาด ปู ไปรยา ในฐานะทูต UNHCR  เพิ่งเศร้าเหรอคะ2 ปีหายไปไหนมา ?

 

 

          มุก โอลีฟส์ ฟาดจุก ๆ ปู ไปรยา ในฐานะทูต UNHCR หลังโพสต์เศร้า สงสารประชาชนต่อคิวฉีดวัคซีนโควิด 19 กันยาวเหยียด ลั่น เพิ่งเศร้าเหรอคะ 2 ปีหายไปไหนมา ?
 
 
ปู ไปรยา

ภาพจาก Instagram prayalundberg

 

          จากกรณีโลกออนไลน์ได้พูดถึงเหตุการณ์ที่มีประชาชนมาต่อแถวฉีดวัคซีนโควิด 19 กันตั้งแต่เช้ามืด จนเกิดคำถามว่า เรามาถึงจุดนี้กันได้อย่างไร ? ซึ่งนักแสดงสาว ปู ไปรยา ในฐานะทูตสันถวไมตรีสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ได้ออกมาโพสต์ไอจีสตอรี่แสดงความรู้สึกถึงข่าวนี้ว่า "เศร้ามาก มันไม่ควรจะเป็นขนาดนี้ สงสารคนมาก ประชาชนต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก"
 

          อย่างไรก็ตาม ปู ไปรยา ถูกชาวเน็ตถามถึงเรื่องนี้มาตลอด เนื่องจากหลายคนมองว่าสาวปูเป็นกระบอกเสียงให้หลาย ๆ ประเทศ แต่พอเป็นเรื่องของประเทศไทย เจ้าตัวกลับนิ่งเฉย โดยล่าสุด (12 กรกฎาคม 2564) อดีตนักร้องสาว มุก โอลีฟส์ ที่เคลื่อนไหววิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองอยู่ตลอด ก็มีการทวีตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ถึงสาวปูด้วยว่า "เพิ่งเศร้าเหรอคะ สองปีหายไปไหนเอ่ย" และอีกข้อความหนึ่งระบุว่า "วันเฉลิมหายตัวไปปีหนึ่งแล้วนะคะ เผื่อทูตไม่ทราบ"
 

คอมเมนต์

 

 
          ทั้งนี้ หลายคนแสดงความคิดเห็นว่า มาช้าไปหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้ประชาชนในประเทศต้องการความช่วยเหลือมานานแล้ว แต่ก็ไม่เห็นสาวปูออกมาเคลื่อนไหวอะไร ไปอยู่ที่ไหนมา เพิ่งจะมาโพสต์อะไรเอาตอนนี้
 
มุก โอลีฟส์

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

6 ความเห็น

 
ICT

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

การ์ตูน เซีย

การ์ตูน จ๊ะโอ๋

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
 
ICT

หลักฐานจากทีดีอาร์ไอ

หลักฐานจากทีดีอาร์ไอ (thairath.co.th)

 

อุตส่าห์กัดฟัน นำทีมแห่รัฐมนตรีโชว์สปิริตสละเงินเดือน 3 เดือน ช่วยโควิด แต่กลายเป็นมุกตลกร้ายให้เกรียนโซเชียลฯเชือดเฉือน “ผู้นำจะอยู่อีก 3 เดือนเลยหรือ”

โดยเงื่อนไขสถานการณ์ “ตีแต้ม” ไม่ขึ้นเลย จังหวะ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ต้องกักตัวอยู่ในบ้านเพราะ “เสี่ยงสูง” จากการใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด ท่ามกลางข้อสังเกต ห้ามนักข่าวเข้าทำเนียบฯ ปิดเงียบตึกไทยคู่ฟ้า พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ไลน์บอกนักข่าวให้ไปสวอบเพราะมีคนติดเชื้อ

โควิดกระหน่ำ ผู้นำ “เมาหมัด” สภาพมวยบอบช้ำหนัก สะบักสะบอม แต่พี่เลี้ยงยังไม่โยนผ้า “บิ๊กตู่” ก็พร้อมตายคาเวที แบบที่ประกาศยิ่งโดนไล่ยิ่งสู้

สภาพไฟต์บังคับ ตามอิทธิพลดาวพฤหัสถอยหลัง ดวงผู้นำมาถึงจุดนี้เรียกได้ว่ามีแต่เจ็บ ถ้าไม่ล็อกดาวน์คนจะตายมาก และระเบิดย้อนกลับไปที่เศรษฐกิจ เช่นเดียวกัน นายกฯสั่งล็อกดาวน์ โดยที่ทีมเศรษฐกิจไม่มีแผนเยียวยาที่พร้อม อารมณ์ผู้ประกอบการ ผู้คนเดือดร้อนปากท้องจะฟาดใส่นายกฯแน่นอน

สรุปโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ไม่ว่าออกทางไหนก็เจอไฟล้อมทุกด้าน ถึงแม้คุมโควิดได้หลังล็อกดาวน์ แต่เศรษฐกิจโคม่ายากจะฟื้น ซึ่งนั่นจะมีผลต่อเนื่องถึงผลในทางการเมือง ภาพล้มเหลวของ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่สามารถขายได้ในการเลือกตั้งอีกต่อไป

ทีมพลังประชารัฐ โดยเฉพาะ “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคผู้มากบารมี มีโอกาสจะแข็งขืน เดินหน้าหาหัวใหม่มาชูแทน “บิ๊กตู่” ขณะค่ายสำรองของปลัด “ฉ” ก็ส่อแท้งก่อนคลอดไปแล้ว แนวโน้มหากยุบสภามีเลือกตั้ง ทีม “3 ป.” อยู่ในโซนอันตราย

นั่นจึงเป็นอะไรที่โคตรเซียนการเมืองฟันธง ยังไงก็ไม่ยุบสภา อาการแบบที่ทีมดูไบตีปี๊บ “นายกฯออนไลน์” แห่อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร อยากเริ่มต้นใหม่ กับคนเดิม แต่ไปถาม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ค้านกันเสียงหลง ไม่ให้ยุบสภา เพราะเสบียงน้ำเลี้ยงเหือดแห้ง ส่วน “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่แตกทัพจาก “นายใหญ่” ออกตัวแรงกว่าใคร ก็แค่อาศัยลูกตามน้ำตีปี๊บยี่ห้อไทยสร้างไทย โดยสภาพฐานหลวม ยังไงตอนนี้ก็ไม่พร้อม ลงสนามไปเป็นปุ๋ย

ขณะที่การขยับล่าสุดอดีตทีมเศรษฐกิจ เปิดหวูดทีม “ไทยแลนด์ฟิวเจอร์” แต่โดยเนื้อหาจริงๆก็เป็นแค่การขับเคลื่อนพลวัตการบริหารในอนาคต ผสานคนรุ่นกลางกับรุ่นใหม่

แค่เปิดพื้นที่เสนอชุดความคิดในการรับมือมหาวิกฤติโควิด จากทีมเทคโนแครตผู้มีประสบการณ์กับคนรุ่นใหม่ที่จะก้าวมาในอนาคต บนพื้นฐานบิ๊กดาต้า ฝ่ายไหนจะนำไปใช้ก็ได้ ไม่มีการแบ่งเส้นการเมือง เรื่องการตั้งพรรคใหม่ น่าจะยังอยู่อีกยาวไกล

ผู้มากประสบการณ์ทุกฝ่ายอ่านหมากทะลุ ด้วยเงื่อนไขสถานการณ์วิกฤติไวรัสมรณะล้อมเมือง ไม่ได้อยู่ในโหมดลงสนามเลือกตั้ง ทั้งในมุม ความพร้อมของทีม 3 ป. ฝ่ายเกมคุมอำนาจ นั่นไม่เท่ากับมุมการบริหารกลียุค โรคระบาด ถ้ารัฐบาลขาดช่วง สุญญากาศอำนาจจะยิ่งหนักไปกันใหญ่ ถ้าจัดเลือกตั้งในห้วงไวรัสล้อมเมือง มีหวังคนติดเชื้อเพิ่ม สกัดกันไม่ทัน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ได้หมายความว่าไฟต์บังคับโควิด ช่วย “บิ๊กตู่” ไปต่อ เพราะโดยสภาพความเสียหายหนักจากโรคระบาด ผู้นำมีอำนาจแต่ไร้ศรัทธาจากประชาชน รัฐบาลหมดเครดิต ขาดความเชื่อมั่นในการนำประเทศฝ่าวิกฤติ ทำอะไรก็ผิดในสายตาสังคม

ไม่ต้องสนฝ่ายค้าน ปิดหูไม่ฟังเสียงโห่ไล่ม็อบนอกสภาก็ได้ แค่โฟกัสคนฝ่ายเดียวกันที่หันมาเท “บิ๊กตู่” แบบที่นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานรัฐสภา โพสต์ลอยๆ “ทักษิณเก่งแต่โกง ประยุทธ์โกงแต่ไม่เก่ง” จากยกก้นยกยอ วันนี้ลดชั้นเทียบกัน นายสนธิ ลิ้มทองกุล สื่อรุ่นใหญ่ โยนชื่อ “ผู้ว่าฯหมูป่า” นายณรงค์ศักด์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯลำปาง มาเป็น แคนดิเดตนายกฯคนใหม่

นำร่อง ปฏิบัติการโละ “บิ๊กตู่” ที่สอบตกการบริหารจัดการโควิด โดยจังหวะสอดรับกับพิมพ์เขียว “รัฐบาลเฉพาะกาล” ของ นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ที่เสนอให้ทีมเฉพาะกิจที่มีสมรรถนะสูงเข้ามากอบกู้ มหาวิกฤติ ปีครึ่งถึง 2 ปี แทนระบบรัฐสภาที่ไร้สมรรถภาพ แก่งแย่งผลประโยชน์ ซ้ำเติมโควิดบานปลาย ปล่อยไปจะกู่ไม่กลับ

“หมอประเวศ-ดร.อาทิตย์-สนธิ ลิ้ม” นี่คือ “บิ๊กเนม” ที่อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ ฉากพลิกอำนาจการเมืองของไทย ส่อนัยสำคัญที่ “บิ๊กตู่” น่าจะครุ่นคิดหนัก ในห้วงเก็บตัวเงียบกับสถานะกลุ่มเสี่ยงสูง

ยิ่งล่าสุด ฟ้องด้วยเอกสาร สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เผยแพร่บทความ ประเมินผลงานรัฐบาลบริหารโควิดผิดพลาดทั้งการควบคุมการระบาดและการจัดหาวัคซีน

“ทีดีอาร์ไอ” ออกโรงชำแหละเอง แจกแจงละเอียดยิบ มันคือหลักฐานแน่นๆที่มีน้ำหนักมากๆ ในจังหวะที่อาจารย์คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยชั้นนำของเมืองไทย ทั้งธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งแท่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ บริหารโควิดผิดพลาด เลินเล่อ ทำคนเสียชีวิตจากวิกฤติโควิดจำนวนมาก

ล้อกับฝ่ายค้านเดินหน้าชงมาตรา 157 ไล่บี้เอาผิดผู้นำรัฐบาล ภาวะโรคแทรกอำนาจผู้นำ “เสี่ยงสูง” พอๆกับใกล้ชิดคนติดเชื้อโควิด.

ทีมข่าวการเมือง

 

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
ICT

รอจนเหนียงยาน

รอจนเหนียงยาน (thairath.co.th)

 

13 ก.ค. 2564 05:03 น.

 

 

วิกฤติโควิดรอบนี้เป็นบททดสอบสำคัญ 3 ประการ

1,ทดสอบความสามารถของรัฐบาลในการจัดการแก้ไขสถานการณ์วิกฤติที่ลากยาวมาเกือบ 3 เดือน

 
 
 

2,ทดสอบความสามารถของประชาชนที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตให้รอดจากโควิดระบาดมา 18 เดือน

3,ทดสอบความสามารถของหมอ พยาบาลด่านหน้าที่ต้องดูแลรักษาผู้ป่วยโควิดที่เพิ่มขึ้นๆอย่างน่าตกใจ

โดยมีมาตรการล็อกดาวน์เคอร์ฟิว 14 วัน เป็นด่านทดสอบสำคัญ

ถ้ามาตรการล็อกดาวน์ยังเอาโควิดไม่อยู่ ก็ไม่รู้นจะหามาตรการไหนมาสู้กับมัน

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่านอกจากมาตรการล็อกดาวน์ ปิดจุดเสี่ยงให้ประชาชนล็อกตัวเองอยู่บ้าน เพื่อลดการแพร่ระบาดอย่างถึงลูกถึงคน

ยังมีมาตรการด้านการแพทย์และสาธารณสุขฉุกเฉินเร่งด่วนเฉพาะ กทม.และปริมณฑล 6 จังหวัด อีก 4 อย่างที่จะช่วยลดจำนวนคนป่วยคนตายให้เห็นผลภายใน 2 สัปดาห์

1,เร่งฉีดวัคซีนให้กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมากที่สุด

 

2,เร่งให้มีการตรวจหาเชื้อโควิดอย่างพอเพียง สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องให้ชาวบ้านต้องถ่อสังขารไปนั่งตากฝนรอคิวตรวจโควิดข้ามวันข้ามคืน

3,เร่งรัดจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เพิ่มเตียงไอซียู สนามให้พร้อมรองรับผู้ป่วยอาการหนักซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

4,เร่งรัดให้ผู้ป่วยโควิดอาการไม่หนัก กักตัวเองอยู่ที่บ้าน (โฮมไอโซเลชั่น) เพื่อแก้ไขปัญหาเตียงโรงพยาบาลเต็ม เพื่อลดภาระแพทย์พยาบาลที่กำลังเหนื่อยล้าสาหัสให้ยืนระยะได้ต่อไป

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการเร่งระดมฉีดวัคซีนให้กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง ให้ลงทะเบียน “หมอพร้อม” เพื่อจองคิวฉีดวัคซีนก่อนใคร เป็นนโยบายที่ “นายกฯลุงตู่” เดินมาถูกทาง

แต่ตอนหลัง นายกฯลุงตู่ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว อนุมัติให้เอาโควตาวัคซีนที่เตรียมไว้ฉีดคนแก่ แบ่งไปฉีดให้ประชาชนกลุ่มอื่นๆที่ต้องการฉีดวัคซีนเช่นกัน

ทำให้ผู้สูงอายุที่ลงทะเบียนหมอพร้อมจำนวนมากไม่ได้ฉีดวัคซีนตามกำหนดเวลา

 

เมื่อผู้สูงอายุติดเชื้อโรค (โดยยังไม่ได้รับวัคซีน) จึงต้องเสียชีวิตกันระนาว

“แม่ลูกจันทร์” มั่นใจว่าการกลับมาตั้งหลักใหม่ เร่งระดมฉีดวัคซีนให้กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรังจะช่วยลดอัตราการตายได้อย่างสำคัญ

แต่จะเร่งฉีดได้มากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับปริมาณวัคซีน!!

ถ้าวัดจากจำนวนผู้ได้ฉีดวัคซีนทั่วประเทศ ย้อนหลัง 1 สัปดาห์

ปรากฏว่ามีประชาชนได้ฉีดวัคซีนทั้งเข็มหนึ่งและเข็มสองเฉลี่ยเพียง 2.7 แสนคนต่อวันเท่านั้นเอง

จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องเร่งระดมหาวัคซีนมาเพิ่มให้เพียงพอ

พี่น้องประชาชนรอฉีดวัคซีนจนเหนียงยาน

แต่รัฐบาลไม่สามารถระดมหาวัคซีนดีๆมาฉีดให้พอเพียง

ปัญหามันอยู่ตรงนี้ตะหากล่ะโยม.

 

“แม่ลูกจันทร์”

 

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    3
 
ICT

วิชา เตรียมตัวตาย

วิชา เตรียมตัวตาย (thairath.co.th)

 

พระสงฆ์ในพุทธศาสนาแบบไทย มีคำสอนสำหรับคนที่ใกล้ตาย หรือกำลังจะตาย...ทำจิตให้ดี เพราะจิตที่ดีจะนำไปสู่ สุคติ หรือภพภูมิที่ดี ก็ดูจะแค่นี้ แต่ถ้าเป็นพระลามะในพุทธมหายาน ท่านมีหลักการเป็นขั้นเป็นตอน เขียนไว้เป็นหนังสือหลายเล่ม

 

ใครที่เคยดูหนังฝรั่ง เรื่องลิตเติลบุดด้า ที่คีนู รีฟส์ แสดงเป็นพระสิทธัตถะ คงจำฉากท้ายๆ ตอนลามะ องค์พระเอกของเรื่อง นั่งตายได้

ท่านห่มจีวรเรียบร้อย ดึงชายจีวรคลุมศีรษะ แล้วนั่งสมาธิ นิ่งแน่ว นานหลายวันหลายคืน จนผ้าจีวรที่คลุมศีรษะหลุดมาที่บ่า...นั่นแสดงว่าท่านดับจิตของท่านแล้ว

พูดง่ายๆ ท่านตายแล้ว

ตามธรรมเนียม ศพของท่านจะถูกนำไปฝังไว้ในสถูปก่อเป็นทรงสูง เป็นสัญลักษณ์หลวงพ่อองค์นี้ท่านนั่งตาย ขณะที่ลามะองค์ไหน ที่เขาสร้างสถูปเป็นรูปนอน ก็แสดงว่าองค์นี้นอนตาย

เรื่องของลามะขลังมากท่านหนึ่ง...ตอนบำเพ็ญสมาธิ ท่านมีกติกา ถ้าจิตตก คิดอะไรที่ไม่ดี ตอนไหน ท่านก็จะหยิบก้อนหินสีดำที่เตรียมไว้ก่อนวางไว้ ถ้าคิดไม่ดีอีกก็วางไว้อีก เหมือนเป็นคะแนน

แต่อีกด้าน ถ้าจิตคิดเรื่องดี เรื่องที่เป็นกุศล ท่านก็ให้คะแนนเป็นก้อนหินสีขาว

ครบกำหนด หลวงพ่อองค์นี้วางก้อนหินสีขาวไว้กองโตกว่า ก็นับถือกัน เรียกท่านว่า “ลามะหินขาว”

พระที่ “นั่งตาย” ในพุทธเถรวาทแบบไทย ก็น่าจะมีมานาน แต่ที่พอมีหลักฐาน จดจำกันได้ในช่วงอายุพ่อแม่เรา เท่าที่ผมเคยอ่าน มีอยู่สององค์

หลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน (วัดบพิตรภิมุข) องค์หนึ่ง

วันที่ท่านรู้ตัวว่าจะตาย ท่านห่มจีวรเรียบร้อย ขอธูปเทียนดอกไม้จากลูกศิษย์ บูชาพระแล้ว สวดมนต์จนจบ แล้วท่านก็นั่งสมาธิต่อ

นาน...นานมาก จนศีรษะท่านเอียงซบบ่า ศิษย์จึงรู้ว่าท่านหมดลมหายใจแล้ว

อีกองค์ หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม อัมพวา วันนั้นท่านไปดูงานวัดที่ท่านช่วยสร้าง พระอุโบสถเสร็จ พระประธานเสร็จ ท่าน ยังมีกำลังปีนนั่งร้าน ดูว่าทุกอย่างเรียบร้อย ท่านนั่งสวดมนต์

แล้วท่านก็หมดลมหายใจ ในท่านั่งสวดมนต์นั้น นี่คือพระ “นั่งตาย” อีกองค์

ทั้งหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน ทั้งหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม เหรียญรูปท่าน เป็นเหรียญนิยมอันดับต้นๆ ราคาว่ากันตั้งแต่หลักล้าน เหรียญหลวงปู่ไข่ อันงามสุด คุณบอย ท่าพระจันทร์ เคยประกาศราคา 30 ล้าน

ราคาเหรียญที่หายากและแพงถึงใจระดับที่ว่า ก็มาจากความเชื่อที่ว่าพลังสมาธิของท่านเข้มขลัง คุ้มชีวิตได้

พูดภาษาบ้านๆ ทั้งลามะพุทธมหายาน ทั้งหลวงพ่อพุทธเถรวาทไทย...เหตุที่มีคนนับถือศรัทธาต่อๆกันมาเนิ่นนาน เพราะท่าน “ตายดี” ลองคิดดู พระนั่งตายงามสง่า น่าศรัทธากว่าพระนอนตาย

คุณสมพงษ์ ชัยยะ คนบ้านห้วยกะปิ ชลบุรี เขียนกลอนได้รางวัลชนะเลิศตั้งแต่เป็นหนุ่ม ส่งมาให้อ่าน

ความเอ๋ย ความตาย เป็นบั้นปลายกฎกรรมนำลิขิต เกิดแล้วตายเช่นนี้ทุกชีวิต ไม่มีสิทธิฎีกาขออย่าตาย

ให้ละโลภโกรธหลงลงเสียบ้าง ตามแนวทางแสงธรรมนำส่องฉาย จงละชั่วทำดีหนีอบาย แม้ชีพวายก็สู่สุขทุกชาติเอย

เป็นบทดอกสร้อยที่ลีลางดงามความหมายแหลมคม ยิ่งในยามนี้ยามที่มีคนตาย วันจะเฉียดพัน ก็ยิ่งต้องอ่าน

คำกลอนที่ว่า “เกิดแล้วตายเช่นนี้ทุกชีวิต ไม่มีสิทธิฎีกาขออย่าตาย” ผมอ่านแล้วคิดว่าจะจำได้ไม่ลืม.

กิเลน ประลองเชิง

 

 

 

 

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

อนาถ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0