เป็นบทสรุปที่กระจ่างชัด!!!!!

เป็นบทสรุปที่กระจ่างชัด!!!!!

คนจนนอกโอวาท

https://www.khaosod.co.th/hot-topics/news_4137564

16 พ.ค. 2563 - 00:01 น.
 
 
 
คนจนนอกโอวาทคอลัมน์ ใบตองแห้ง

คนจนนอกโอวาท - ตู้ปันสุขกลายเป็นตู้ปันทุกข์ เพราะความคิดมาก ตั้งกล้องจ้องจับคนเห็นแก่ตัว โกยได้โกยเอา ไม่หลงเหลือเผื่อแผ่ผู้อื่น

แน่ละ คนทำเช่นนั้นสมควรประณาม แต่ถามจริง สังคมไทยไร้เดียงสากระทั่งไม่รู้เลยหรือว่าจะเกิดปัญหาอย่างนี้ ผู้ให้ส่วนใหญ่น่าจะทราบ เอาของใส่ตู้แล้วต้องเดินจากไปไม่เหลียวกลับ เพราะถ้ามัวจ้องจับ ก็พะวักพะวน ขุ่นข้อง คับใจ เป็นทุกข์เสียเปล่าๆ

ถ้าจะหาวิธีจัดการ ก็ให้ชุมชนเข้ามาดูแลกันเอง คนบริจาคต้อง “ธรรมใจ” ไม่ใช่มาตั้งกล้องจ้องจับ แล้วสื่อก็ไปเอาคลิปมาวิพากษ์วิจารณ์สนุกปาก คนนี้ทำท่าซารางเฮโยน่ารัก คนนี้น่าชัง มันต่างตรงไหนกับการทำกรงดัก แล้วเอาอาหารไปวางเป็นเหยื่อล่อ

มิหนำซ้ำ ผู้นำประเทศกลับสนับสนุนให้ทำอย่างนั้น ไม่รู้ใช้กี่เซลล์สมองคิด หรือชอบให้ประชาชนจ้องจับผิดกันเอง โทษกันเอง ในช่วงวิกฤต

ตลกกว่านั้น รัฐยังฮุบตู้ปันสุข ซึ่งประชาชนริเริ่มมีน้ำใจช่วยเหลือกันเอง ไปเป็นงานอีเวนต์ของหน่วยงานรัฐ เปิดมหกรรมจัดตั้งตู้ติดป้ายหน่วยงานเต็มไปหมด ทั้งจังหวัด อำเภอ กอ.รมน. ฯลฯ ทั้งที่รัฐมีหน้าที่และมีงบประมาณช่วยเหลืออยู่แล้ว หรือกลัวไม่ได้หน้า

 

ปัญหาของตู้ปันสุขคือทัศนะ “คนจนในจินตนาการ” ต้องพับเพียบเรียบร้อย เห็นอกเห็นใจกัน ตั้งแถวรอรับถุงยังชีพ หรือผ้าห่มกันหนาว จากคุณหญิงคุณนาย ผู้ลากมากดี หน่วยงานรัฐทั้งหลาย

พอเจอคนเห็นแก่ตัวก็ยัวะ เหมือนจนเครียดกินเหล้า ควรจะทำตัวดีๆ น่าสงสาร รู้จักใช้ชีวิตพอเพียง ขยันทำมาหากิน ค่อยน่าช่วยหน่อย

ทั้งที่คนทุกชนชั้นก็มีทั้งเห็นแก่ตัว เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ลองตั้งกล้องตามชีวิตคนมีสตางค์ดูบ้างเป็นไร ก็มีตั้งเยอะที่มักได้ ไร้มารยาท เอารัดเอาเปรียบ ปากหวานก้นเปรี้ยว บ้างก็เข้าวัดบวชชีพราหมณ์แต่จุกจิกคับแคบ นินทาคนอื่น

แต่คนจนในจินตนาการต้องสัตย์ซื่อจงรัก น่าสงสาร จึง “น่าช่วยหน่อย”

คนจนต้องทำตัวดีๆ เพื่อรอรับการสงเคราะห์จากสังคมหรือจากรัฐ ครั้นมาโวยวายไม่ได้ห้าพัน ปลัดคลังก็บอกว่ามีการเมืองเบื้องหลัง หรือทำเป็นดราม่า เช่นป้าร่ำไห้จนได้เงินดาราช่วยไปหลายหมื่นบาท ความจนต้องให้ข้าราชการ ข้าของแผ่นดิน เข้าไปพิสูจน์แยกแยะ ว่าใครควรได้บ้างไม่ได้บ้าง ทำให้ข้าราชการทำงานหนัก ไม่ได้หยุดพักผ่อน ฉะนั้นที่เรียกร้องให้ช่วยถ้วนหน้า ก็ทำไม่ได้ เดี๋ยวคนดีไม่มีงานทำ

พูดอย่างนี้ไม่ใช่มองข้ามความมีน้ำใจ (ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ใช่มีแค่คนไทย อย่างที่หมอวรงค์ตีปี๊บด่า “ทาสตะวันตก” เพราะตู้ปันสุขเอามาจากโครงการ Pantry of Sharing ในฝรั่งเศส เยอรมันก็แขวนถุงอาหารให้คนจน ซึ่งสื่อตีข่าวว่า No Video, No Camera, No Drama. Just Pure Goodwill แม้บางพื้นที่ต้องยกเลิก เพราะมีคนจรจัดไปนั่งเฝ้า คอยดูไม่ให้ใครเอาของเยอะ จนทะเลาะกันรุนแรง)

ความเอื้อเฟื้อเพื่อนมนุษย์เป็นธรรมชาติสัตว์สังคม ตั้งแต่ก่อนมีศาสนา เพราะเรารู้ว่าอยู่ตัวคนเดียวไม่ได้ ผู้ที่ยังพอมีฐานะ มีความหวังกับอนาคต จึงมักช่วยเหลือผู้ตกทุกข์โดยหวังจรรโลงสังคม ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนชั้นกลางค่อนไปทางระดับบน ที่มีความมั่นคงสูงกว่าผู้อื่น

นี่พูดจริงนะ ความมั่นคงในชีวิต ทำให้คนชั้นกลางมีพื้นที่ของความดีมีน้ำใจได้มากกว่า จะมากน้อยแค่ไหนก็แล้วแต่ตัวบุคคล ต่างกับคนจนซึ่งดิ้นรนปากกัดตีนถีบ บางครั้งต้องเอาตัวรอดก่อน แต่เขาก็สามารถแสดงความมีน้ำใจในด้านอื่น

การเรียกร้องคนจนจึงอยู่บนฐานของความไม่เท่าเทียม ซ้ำร้าย กดให้อยู่ในโอวาท ต้องทำตัวดี พับเพียบเรียบร้อย ในสายตาของคนชั้นกลาง คนชั้นบน และอำนาจรัฐ

ในสังคมไทยซึ่งไม่เท่าเทียมทางโอกาส ทำให้คนชั้นกลางขยายตัวจากการก้าวกระโดดใหญ่ทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2520 มีอำนาจมีเสียงดัง กระทั่งเกิดการเมือง 2 นคราประชาธิปไตย คนชั้นกลางเชื่อ “คนดี” ปฏิเสธนักการเมืองที่คนชนบทเลือกตั้ง มองคนจนคนชนบท โง่ ถูกซื้อ จน เครียด กินเหล้า ฯลฯ แต่ก็ยังสงสาร ภัยแล้งภัยหนาวก็ยังมีน้ำใจช่วยบริจาค แถมรักธรรมชาติ ขับ SUV ไปชื่นชมวิถีเกษตรชนบท

จนกระทั่งเกิดม็อบเสื้อแดง คนจนคนชนบทที่บังอาจหือ ยกทัพจากเหนืออีสานบุกกรุง ทวงอำนาจ ก้าวร้าว รุนแรง คนชั้นกลางยอมรับไม่ได้ ทำไมมันไม่อยู่ในโอวาท ทำตัวดีๆ รอรับความช่วยเหลือ

มันจึงกลายเป็น “ควายแดง” เผาบ้านเผาเมือง ถูกฆ่าฟันถูกบดขยี้ จนรัฐประหารกลับมามีอำนาจ แล้วก็สถาปนารัฐที่พยายามให้คนจนกลับไปอยู่ในโอวาท อยู่ใต้การสงเคราะห์พึ่งพาจำแนกแยกแยะโดยรัฐอีกครั้ง

 

*****

*********

*********************

 

ขอบคุณ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ปล่อยการบินไทย ตายเพื่อเกิดใหม่ ให้เป็นนิว นอร์มอล

16 พ.ค. 2563 - 00:30 น.
 
 
 
ขอบคุณ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ปล่อยการบินไทย ตายเพื่อเกิดใหม่ ให้เป็นนิว นอร์มอล คอลัมน์ ข่าวข้นคนเข้ม

ตายเพื่อเกิดใหม่ - หนังสือพิมพ์ ข่าวสด ประจำวันเสาร์ที่ 16 เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2563 แรม 10 ค่ำ เดือน 6 ปีชวด...

สุขภาพมาก่อน เศรษฐกิจทีหลัง เมื่อคนป่วยใหม่เป็น เลขศูนย์ แต่ประชาชนอีก 65 ล้านคน ล้มละลาย และ ประเทศ เสียหาย 5 แสนล้าน ต้องกู้อีก เกือบ 2 ล้านล้านบาท มาเยียวยา สมองมอปัญญาคอ ก็ตัดสินได้ อะไรคือหนทางของแผ่นดิน...

เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย เป็น วัฏสงสาร คือธรรมดาโลก ครรลองแห่งชีวิต โควิด-19 มันก็ปกติ เมื่อ กำราบปราบ ลงได้ คืนความเป็นปกติโดยพลัน จึงสำคัญที่สุด...

ถ้ามันกลับมาใหม่ ก็ว่ากันใหม่ จะ ปิดกั้นลงกลอน กันอย่างไร คนไทยก็รับได้เห็นตรงกัน แต่กลัว โรคย้อนกลับ แล้วชีวิตย่อยยับทั้งประเทศ อย่างนั้นหรือ...

ก็ขอบคุณ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ปล่อยการบินไทย ตายเพื่อเกิดใหม่ ให้เป็นนิว นอร์มอล ตัวแรกของประเทศไทย ที่เห็นเขียวๆ สะพรั่งบนต้นการบินไทยนั้น มันใบกาฝากทั้งสิ้น...●

ตีปีกดีใจวันนี้ ก็ สายการบินกรุงเทพ-บางกอกแอร์เวย์ส ของ หมอปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เพราะมีทั้งเครื่องบินและโรงครัว...

 

อีกรายที่ลิงโลดดีใจ คือ แอร์เอเชีย ของมหาเศรษฐีมาเลย์กับ เดอะโจ-ทัศพล แบเลเว็ลด์ คนโตฝั่งไทย ฟ้าเปิดเมื่อไหร่ รวยทันใจแน่นอน...

กูรูใหญ่ บรรยง พงษ์พานิช ที่ นายกฯตู่ เคยใช้ ให้เป็น หัวหน้าใหญ่ ฟื้นฟูการบินไทย ถ้าเจ้าตัวรับงาน รับรองเงินทุกกองทุนได้คืน...

ถามมาเรื่องข่าวลือ พลังประชารัฐ จะสะบัดกิ่ง หัวหน้าตัวจริง จะปรากฏตัว ก็แน่นอน “พญาไม้” ยืนยันมาตลอดบนปลายยอดของ พปชร. ก็คือ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ตัวจริงเสียงจริง...

ที่เห็นอยู่ข้างหน้า ปรับคณะรัฐมนตรี ไม่น่าหลีกเลี่ยงได้ เพราะ ตัวเลขมือ ในสภา เป็น คำพิพากษา ไม่ใช่คำขอหารือ...●

ศึกใหญ่ระหว่าง 2 สมาคม ยังแรงขึ้นทุกวัน 5/5/63 ที่ผ่าน ศาลแพ่ง สั่งพนักงานที่ดิน ให้ระงับจดทะเบียน หอการค้าไทย เพราะ หอการค้ากรุงเทพ ยื่นร้อง...

ประธานสภาหอการค้าไทย กลินท์ สารสิน เจอกับ พลเอกสายหยุด เกิดผล กับ วิจิตติพร อภิบาลภูวนารถ แพ้ชนะ มี ที่ดิน ตึกหอการค้าเป็นเดิมพัน...

เสียชีวิตเพราะล้มในห้องน้ำ ของ อัษฎางค์ ปาณิกบุตร ปรมาจารย์ด้านรัฐศาสตร์ เป็นอุทาหรณ์ คนสูงวัย ห้องน้ำให้เล็กเข้าไว้ ล้มพิงได้ ไม่ล้มฟาด...

ชอบใจประโยคคำพูด ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ว่า “ผมมันตกจอไปนานแล้ว เอาผมมาออกทำไม ผมมันโนเนมไปแล้ว”...

******

***********

**************************

 

 

ย้อนดูคดี 99 ศพ ยังไม่เคยพิจารณาในศาล

https://www.khaosod.co.th/blunt-opinion/news_4130639

16 พ.ค. 2563 - 00:20 น.
 
 
 
ย้อนดูคดี 99 ศพ ยังไม่เคยพิจารณาในศาล คอลัมน์ ชกไม่มีมุมโดย...วงค์ ตาวัน

ย้อนดูคดี 99 ศพ ยังไม่เคยพิจารณาในศาล - ยิ่งมีการตอบโต้ ยิ่งทำให้กระแส “ตามหาความจริงคดี 99 ศพ” อยู่ในความสนใจมากขึ้น อีกทั้งการเรียกร้องให้ตามหาความจริง เป็นการกระตุกทั้งสังคมไทยฉุกคิดว่า ทำไมการปราบปรามม็อบด้วยกระสุนจริง จนตายไปร่วมร้อย มีภาพนิ่งมีวิดีโอปรากฏมากมาย แต่ทำไมความจริงยังไม่ปรากฏ

อีกไม่กี่วันจะถึง 19 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันสลายการชุมนุมอย่างเบ็ดเสร็จ

และทิ้งท้ายด้วย 6 ศพในวัดปทุมวนาราม ที่ศาลได้ชี้ผลการไต่สวนชันสูตรศพแล้วว่า ตายด้วยปืนทหารที่ยิงจากรางรถไฟฟ้าหน้าวัดและอีกชุดยิงจากพื้นราบหน้าวัด

คงมีการรำลึก ทวงความเป็นธรรม ด้วยผลการไต่สวนชันสูตรศพชัดขนาดนั้น แต่คดีก็เงียบหายไปเฉยๆ

ดังนั้นใครก็ตามที่ตอบโต้ว่า ความจริงมีอยู่แล้วอยู่ในกระบวนคดีที่ยังดำเนินอยู่ หรือที่ปกป้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าไม่หนีคดีไม่นิรโทษ เดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และป.ป.ช.รวมทั้งศาลชี้แล้วว่าไม่ผิด

 

ข้อเท็จจริงไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น และเป็นเหตุให้ยังต้องมาตามหาความจริงกันต่อไป!!

ที่ว่าข้อเท็จจริงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะถึงวันนี้ คดีที่หาคนรับผิดชอบต่อการปราบม็อบด้วยกระสุนจริง ไม่มีคดีใดสามารถเข้าสู่ระบบของกระบวนการยุติธรรมเลย

ดังตัวอย่างคดีที่ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ด้วยข้อกล่าวหาร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

เป็นคดีแรกที่สามารถนำขึ้นสู่ศาลอาญาได้

แต่นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ต่อสู้ในประเด็นข้อกฎหมายว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ฐานะนายกฯและรองนายกฯ จึงต้องไต่สวนโดยป.ป.ช. ไม่ใช่ฟ้องเป็นคดีอาญา

ศาลอาญาพิจารณาคำร้องดังกล่าวแล้ว จึงมีคำสั่งยกฟ้อง ด้วยเหตุผลว่า คดีนี้เป็นความผิดตามอำนาจหน้าที่ราชการ จึงอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และกระบวนการป.ป.ช. ไม่อยู่ในอำนาจของศาลอาญาแต่อย่างใด

เท่ากับศาลอาญายกฟ้อง ด้วยเห็นว่าไม่มีอำนาจรับฟ้อง!!

จะเห็นได้ว่า คดีนี้ยังไม่ทันได้พิจารณา ยังไม่ทันได้สืบพยาน พิสูจน์ความจริงในศาลเลย

ที่สำคัญในคำสั่งของศาลอาญาดังกล่าว ได้แนบความเห็นของนายธงชัย เสนามนตรี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ไว้ในสำนวนด้วย

โดยระบุว่า ไม่เห็นชอบต่อคำพิพากษาดังกล่าว แต่เห็นควรว่าศาลอาญามีอำนาจพิจารณาคดีนี้

ทั้งเห็นด้วยว่า ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นความผิดร้ายแรง ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ เนื่องจากเป็นคดีอาญาแผ่นดิน

ข้อความตอนหนึ่งในคำแย้งของอธิบดีศาลอาญาได้ชี้ว่า

เมื่อจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด ก็ควรเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อให้คดีถึงที่สิ้นสุด

เพื่อให้ยุติธรรมทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่วินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายตัดสิทธิฟ้องของโจทก์และผู้เสียหายเช่นนี้

เป็นบทสรุปที่กระจ่างชัด!

 

 

  • love
    2
  • haha
    1
  • wow
    2
  • sad
    1

3 ความเห็น

 
ICT

ศิลปินอิสระ แจ้งเอาผิดนายก หลอกลวงให้หยุดงาน แต่ไม่ได้เยียวยา5พัน

https://www.khaosod.co.th/covid-19/news_4138474

16 พ.ค. 2563 - 01:11 น.
 
 
 

ศิลปินอิสระ แจ้งเอาผิดนายก หลอกลวงให้หยุดงาน แต่ไม่ได้เยียวยา5พัน

[X] Close

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง นายพูนศักดิ์ จงรักษ์ ศิลปินอิสระฉายา ศร ร้อยเสียง อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/1 หมู่ 1 ถนนบ้านควน อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.(หญิง) อุชุกร สุขบังเกิด พนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง เพื่อใช้เป็นหลักฐานร้องเรียนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังไม่ได้รับเงินเยียวยา5พัน

โดยระบุว่า จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งประกาศงดกิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมาก ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เช่น การจัดคอนเสิร์ต การแสดงสินค้า เป็นเหตุให้ตนเองได้รับผลกระทบโดยตรง ทำให้ไม่มีงาน ไม่มีรายได้

 

โดยตนมีอาชีพเป็นนักร้อง และ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา อ้างว่าจะให้เงินเยียวยา แต่กลับไม่ได้รับเงินเยียวยาแต่อย่างใด ทั้งที่ได้ทำตามขั้นตอนทุกอย่างแล้ว ดังนั้นจึงประสงค์จะแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปยื่นร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตรัง และศาลปกครองต่อไป

นายพูนศักดิ์ กล่าวว่า ตนมาลงบันทึกประจำวันแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องจากตนไม่ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทจากรัฐบาล ทั้งที่ตนมีอาชีพเป็นนักร้องอิสระ และปฎิบัติตามคำสั่งของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2563 ที่ให้หยุดทำการแสดงตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้

และได้ยื่นเรื่องขอเงินเยียวยา แต่กลับมาถูกตัดสิทธิ โดยให้เหตุผลว่าตนเป็นเกษตรกร ทั้งที่ตนไม่ได้เป็นเกษตรกรใดๆ และต่อมาได้ยื่นเรื่องขอทบทวนสิทธิ แต่ยังปรากฏข้อมูลเช่นเดิม

โดยล่าสุดยังแจ้งว่าตนเป็นหัวหน้าครัวเรือนเกษตรกร ทั้งที่ตนไม่ได้เป็นเกษตรกร หรือไม่มีที่ดินแม้แต่แปลงเดียว ดังนั้นจึงตัดสินใจมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกล่าวหา พล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในข้อหาหลอกลวง พร้อมทั้งร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม และศาลปกครองต่อไป

 
  • love
    1
  • haha
    1
  • wow
    1
  • sad
    3
 
3 ส

ไอ่เห้ตูบคุกแหง

55555

  • love
    3
  • haha
    2
  • wow
    1
  • sad
    1
 
เล็กโทรนิคส์

ศาลไหน  

ถ้า 

ศาลพระภูมิท่านตัดสิ้นพรุ่งนี้แล้วนะ  อาจจะยกคำร้อง 

  • love
    1
  • haha
    1
  • wow
    0
  • sad
    2