เปล่าเปลือยอย่างล่อนจ้อน

เปล่าเปลือยอย่างล่อนจ้อน

09.00 INDEX ยุทธศาสตร์ ปักธงทางความคิด เปลื้องเปลือยระบอบ ‘ประยุทธ์’

09.00 INDEX ยุทธศาสตร์ ปักธงทางความคิด เปลื้องเปลือยระบอบ 'ประยุทธ์' (matichon.co.th)

ยุทธศาสตร์ ปักธงทางความคิด เปลื้องเปลือยระบอบ ‘ประยุทธ์’

แท้จริงแล้ว ก้าวย่างของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่เรียกว่า ‘ฉบับประชาชน’ อันมาพร้อมกับรายชื่อกว่า 100,000 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็คือ ก้าวย่างแห่งการ ‘ปักธง’ ในทาง ‘ความคิด’

ความหมายอันเด่นชัดเป็นอย่างยิ่งก็คือ การทะยานเข้าไปปักธงในพื้นที่แห่ง ‘รัฐสภา’ เพื่อสร้างความชอบธรรมในทางการเมือง

ทำไมคนอย่าง นายปิยบุตร แสงกนกกุล จะไม่รู้ ทำไมคนอย่าง นายพริษฐ์ วัชรสินธุ จะมองไม่ออก ไม่ว่าจะมองเข้าไปยัง 250 ส.ว.ไม่ว่าจะมองเข้าไปยังภายในพรรคพลังประชารัฐ

การออกโรงของ นายคำนูญ สิทธิสมาน ประสานเข้ากับการออกโรงของ นายสมชาย แสวงการ โดยมี นายเสรี สุวรรณภานนท์ และ นายวันชัย สอนศิริ เล่นบท ‘หางเครื่อง’

เมื่อแวดล้อมด้วยการประท้วงซ้ำซากจาก นายออน กาจกระโทก และ นายกิตติศักดิ์ รัตนะวราวะ ยิ่งฉายภาพอันเป็นฐานที่มา

ถนนทุกสายยังมุ่งไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แน่วแน่

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า สโลแกนตั้งแต่เดือนเมษายนของ ‘รี-โซลู ชั่น’ ขอ ‘ขอคนละชื่อ รื้อระบอบประยุทธ์’ มิใช่หรือ

จากความจัดเจนในการเคลื่อนไหวทางการเมือง ไม่ว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล ไม่ว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ไม่ว่า นายฟูอาดี้ พิศสุวรรณ ย่อมมองออก อ่านทะลุถึงเส้นสนกลใน

เป็นไปไม่ได้เลยที่ 250 ส.ว.จะยินยอมให้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ‘ฉบับประชาชน’ จะดำรงอยู่อย่างราบรื่น

กระนั้น ที่ลึกยิ่งไปกว่านั้นก็คือท่าทีของ 500 ส.ส.และที่ต้อง การรับรู้ความคิดและความต้องการย่อมเป็นพรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา

ประเมินอย่างเปรียบเทียบพรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา อาจดำเนินไปอย่างสงวนท่าที

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เปล่าเปลือยอย่างล่อนจ้อน

ยุทธศาสตร์ของ ‘รี-โซลูชั่น’ ไม่ว่าเนื้อหาต่อการดำรงอยู่ของ ส.ว.ไม่ว่า สถานะของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ตลอดจนความยั่งยืน สถาพรของรัฐประหารโดยคสช.

นี่คือกระบวนการหว่านเมล็ดพันธุ์โดย ‘ปักธง’ ในทางความคิด

ผลเฉพาะหน้าก็คือ เปิดเปลือย 250 ส.ว.ณ เบื้องหน้าสังคมและลากดึงพรรคร่วมรัฐบาลขึ้นมายืนอยู่บนเวทีสาธารณะ

 

การตัดสินชี้ขาดอย่างแท้จริงอยู่ที่ ‘การเลือกตั้ง’ ในอีกไม่นาน

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0

8 ความเห็น

 
ICT

การ์ตูน เซีย

การ์ตูน จ๊ะโอ๋

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

ข่าวข้นคนเข้ม : ความเห็นต่าง ถ่างคนไทยกับคนไทย

ความเห็นต่าง ถ่างคนไทยกับคนไทย : ข่าวข้นคนเข้ม หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับ (khaosod.co.th)

 ความเห็นต่าง ถ่างคนไทยกับคนไทย

17 พ.ย. 2564-00:04 น.

ความเห็นต่าง ถ่างคนไทยกับคนไทย

หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับประจำวันพุธที่ 17 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2564 ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 12 ปีฉลู

ฝนร่นลงใต้ก่อนร่ำลาแผ่นดินไทย เหนือเย็นสบาย อีสานยังอุ่น กลางกับตะวันออกอากาศสุดยอด เย็นสบายไร้แดดแผดเผา

ไม่เย็นเหมือนดินฟ้าอากาศ คือบรรยากาศการเมืองไทย ความเห็นต่างถ่าง คนไทยกับคนไทย ให้กลายเป็นศัตรูกัน ศาสนากับศาสนา-วัยชรากับวัยรุ่น-อนุรักษ์กับก้าวหน้า ปฏิรูปแปลว่าล้มล้าง

หลายปีที่ผ่าน กังวลกันใหญ่เงินบาทไทยแข็ง แต่วันนี้ทุกๆ ประการกำลังชี้ชัด บาทกำลังอ่อนค่า คนมีเงินเลยฝากฐานะไว้กับ ทองคำ จน 1 บาททองคำ ใกล้ 3 หมื่นบาทเข้าไปทุกวัน

น้อยลงไปทุกวัน คือ ญี่ปุ่น-เกาหลี ที่เข้ามาลงทุน พากันย้ายจากไปตั้งรกรากใหม่ใน เวียดนาม กับ อินโดนีเซีย เหตุผลคือ กฎระเบียบ ยุบยับกับ การเมือง ที่คาดหมายไม่ได้ และค่าใช้จ่ายที่ ไร้ใบเสร็จ

เชียร์องคมนตรี พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา กับการด้อยค่า ยาบ้า ให้ราคาถูกจนค้าขายไม่คุ้มกับโทษ ถ้าค้าแล้วรวยกับภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ คนอยากรวยจึงล้นคุก

นี่ก็แปลก ไม่รู้ปัญญาใคร ทุกสถานีมีคะแนนให้ จับกัญชาติดตัว เป็นคดี มีคะแนน 2 แต้ม ใครปลูกกัญชาเท่ากับเป็น ผู้ผลิต ใครจับได้จะได้ 5 แต้ม ส่วนใครจับยาบ้า 2 หมื่นเม็ด ได้ แต้ม

ฝนใกล้หมดแล้ว ลุงชวน หวังว่าฝนปีหน้า คงไม่มีนวัตกรรม น้ำตกกลางรัฐสภา ถามประธานชวน หลีกภัย ว่า ฝีมือแบบนี้ งบประมาณบานเบอะแบบนี้ รัฐสภายังต้อง เสียค่าปรับ ให้กับ ผู้รับเหมา อีกหรือ ?

โจทย์ถามว่า ถ้าหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ใช่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านเลขาฯ ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังเสนอ ลุงตู่ อยู่หรือไม่ ?

หน่วยงานอิสระ กำลังทำให้คนต่างความคิด ตั้งกลุ่มเป็นฝักฝ่าย ไม่รับในกันและกัน เพื่อปะทะกันในที่สุด ประวัติศาสตร์ของทุกชนชาติ บันทึกตรงกัน มีฝั่งเดียวที่ชนะ

กรรมการการเลือกตั้งทราบแล้วเปลี่ยน ระดับ อบต. ก่อนถึงวันเลือกตั้ง ราคา 500-1,000-1,500 คือราคาของบัตรประชาชน

กล้าไหม สั่งการลงไปว่า ให้ทุก กองกำกับตำรวจ ใช้อำนาจ กกต. ยุติการซื้อเสียง และดำเนินคดีกับผู้ซื้อเสียง

สำหรับคนเล่นกอล์ฟ “พญาไม้” สนามที่คนฝันถึง คือ อโยธยา กอล์ฟ และที่ต้องไปเล่นให้ได้ คือ กรังด์ปรีซ์ ที่บ่อพลอยเมืองกาญจน์

แปลกแต่จริง รณรงค์เพื่อให้หยุดบุหรี่ แต่ บุหรี่ไฟฟ้า ผิดกฎหมาย หรือเพิ่มโทษข่มขืนถึงประหารชีวิต แต่ ปิดซ่อง และตุ๊กตายาง หรือ เมียเทียม ผิดกฎหมาย

“พญาไม้”

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

วิเคราะห์การเมือง : เส้นแบ่ง การเมือง 17 พฤศจิกายน คือ จุดตัด อดีต กับ “อนาคต”

เส้นแบ่ง การเมือง - ต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ “ฉบับประชาชน” แต่ละท่าที (khaosod.co.th)

17 พ.ย. 2564-08:46 น.

 เส้นแบ่ง การเมือง 17 พฤศจิกายน คือ จุดตัด อดีต กับ “อนาคต”

ต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ “ฉบับประชาชน” แต่ละท่าทีแต่ละความเห็นมีความสำคัญ

ไม่ว่าจะเป็นความเห็นจาก นายไพบูลย์ นิติตะวัน ไม่ว่าจะเป็นความเห็นจาก นายเสรี สุวรรณภานนท์ ล้วนต้องให้ความสนใจและจดจำ

พวกเขาล้วนต้องการดำรง “ระบอบประยุทธ์” เอาไว้

เพราะว่า นายไพบูลย์ นิติตะวัน เคยเป็นสมาชิกสภาปฏิรูป เพราะว่าตำแหน่งส.ว.ที่ นายเสรี สุวรรณภานนท์ ได้มาก็ด้วยความเมตตาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

การส่งเสียงในทางการเมืองจึงเด่นชัด ตรงไปตรงมา

มิได้แปลกหากว่าพรรคพลังประชารัฐจะยืนขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ “ฉบับประชาชน”

 

เพราะว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกันมาตั้งแต่ยุค “บูรพาพยัคฆ์”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือแคนดิเดต “นายกรัฐมนตรี”

แต่คำถามก็คือ ในการเลือกตั้งครั้งหน้าสถานะแห่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยพรรคพลังประชารัฐจะยังหนักแน่นและมั่นคง จริงหรือ

มติพรรคพลังประชารัฐในวันที่ 17 พฤศจิกายน ย่อมเป็น “คำตอบ”

ที่สมควรให้ความสนใจอย่างยิ่งยวดย่อมเป็นท่าทีและบทสรุปของพรรคร่วมรัฐบาล

ไม่ว่าจะเป็นของพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นของพรรคชาติไทยพัฒนา หรือแม้กระทั่งพรรคชาติพัฒนา

ยังเห็นชอบต่อ “ระบอบประยุทธ์” อยู่อีกหรือไม่

ยังแสดงการยอมรับและประเมินว่า “ระบอบประยุทธ์” ยังเป็นความจำเป็นและต้องดำรงคงอยู่ไปอีกตามความต้องการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือไม่

การตัดสินใจในวันที่ 17 พฤศจิกายน จึงทรงความหมาย

สภาพที่ “ระบอบประยุทธ์” กำลังเผชิญอยู่ใน ขณะนี้มีความหมายต่อ “อนาคต” ของประเทศ

อย่ามองเห็นเพียงภาพของ นายปิยบุตร แสงกนกกุล อย่ามองเห็นเพียงภาพของ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ที่สำคัญยังมีภาพของ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว รวมอยู่ด้วย

นั่นคือภาพของคนรุ่นใหม่ ภาพของอนาคตแห่งบ้านเมือง

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
ICT
จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง
หมัดเหล็ก

17 พ.ย. 2564 06:08 น.

 

การถกเถียงระหว่างกฎหมายที่ต้อง ยืนตรงในโรงภาพยนตร์ หรือการยกเลิก หรือ ล้มล้าง หรือ ปฏิรูป เป็นบริบทสำคัญที่ คนไทยทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมและรับผิดชอบ กับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยต่อไปนี้ ไม่ว่าจะบวกหรือลบก็ตาม

ที่ควรระมัดระวังคือการแสดงความคิดเห็นและอ้างอิงจะต้องไม่เป็นการยั่วยุ ปลุกระดม หรือทำให้เกิดความแตกแยกขึ้นในแผ่นดิน โดยเฉพาะหลักการที่ต้องยึดติดคือ การเปลี่ยนแปลง จะต้องไม่ดึงฟ้าต่ำ ทำหินแตก แยกแผ่นดิน เป็นคำพูดที่พูดกันมาหลายยุคหลายสมัย หรือบางครั้งจะดูล้าสมัยก็ตามที แต่ในที่สุดแล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ตามเราไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงปัจจัยเหลานี้ได้

และที่ควรจะต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ คือ คำวินิจฉัยของศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เพราะเมื่อเกิดความขัดแย้ง จากคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษา และถ้ามีปฏิกิริยาไม่ยอมรับต่อคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาเสียแล้ว ก็แสดงว่า บ้านเมืองกำลังจะไม่มีขื่อแป ถ้าบ้านเมืองใดไม่มีขื่อแป บ้านเมืองนั้นก็จะไม่สงบ นึกถึงภาพการปฏิวัติระบอบการปกครองประเทศต่างๆที่แยกเป็นเหนือ-ใต้ สิ่งที่สูญเสียไปแม้สงครามจะสงบแล้วก็ตาม

คือความเป็นชาติแล้วจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง

เด็กทะเลาะกัน มีความเห็นที่แตกต่างจาก ผู้ใหญ่ ก็ยังต้องใช้เวลา กว่าจะสุกงอมคงต้องอีกหลายรุ่น แต่ ผู้ใหญ่ ที่มีเพาเวอร์ สามารถชี้นำคนในสังคม คำพูดเพียงไม่กี่คำ ปฏิรูปหรือล้มล้าง ก็สามารถที่จะใช้เป็นสารตั้งต้น ในการทำให้คนไทยลุกขึ้นมาฆ่าฟันกันเองได้

แสดงให้เห็นถึงความล้าหลังของระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย

ที่ควรระมัดระวังอีกเรื่องคือเราสามารถแสดงความเห็นความคิดต่อระบอบการปกครองได้มากน้อยแค่ไหน ระหว่างหลักนิติศาสตร์กับรัฐศาสตร์ ควรจะสร้างความสมดุลระหว่างกัน หรือเว้นช่องว่างเอาไว้ ในระดับไหน

โดยเฉพาะนักวิชาการ อาจารย์ และบุคลากรที่เกี่ยวกับกฎหมาย

การเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็มีทั้ง หลักนิติศาสตร์ และ หลักรัฐศาสตร์ ที่จะขัดกันเองสำหรับ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย การจะออกมาวิจารณ์หรือแตะต้อง จะสามารถทำได้แค่ไหน หรือทำไม่ได้เลยหรือคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลผูกพันกับหลักกฎหมายทั่วไปและการเมืองการปกครองอย่างไร

ไม่สามารถกำหนดเป็นหลักเกณฑ์และมาตรฐานได้อยู่ดี

เพราะดีไม่ดีจะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้แย่ลงกว่าเดิม เนื่องจากเป็นเรื่องของ จารีตประเพณี กับ การปฏิบัติทางสังคม เช่นการยืนตรงในโรงภาพยนตร์ เป็นต้น

เรายังอาจจะยังไม่เข้าถึง ระหว่างกฎหมาย จารีตประเพณีกับ กฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรดีพอ เพราะเราเคยชินกับการยอมรับทางสังคม เมื่อถึงวันที่จะมีการโต้แย้งการไม่ยอมรับกลายเป็นเรื่องประหลาดและรับไม่ได้

ก็อย่าไปถามถึงเหตุผลและหลักการให้เมื่อยตุ้ม.

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
ICT
ติดไฟแดง
แม่ลูกจันทร์

17 พ.ย. 2564 06:23 น.

 

ถ้าเบรกไม่แตกกลางทาง วันนี้ (17 พ.ย.) ก่อนพระฉันเพล ที่ประชุมรัฐสภาจะลงมติด้วยการขานชื่อ ส.ส.และ ส.ว.ทีละคนจนครบทั้งสภา

เพื่อประกาศจุดยืนว่าใครเห็นชอบ? หรือใครไม่เห็นชอบ? ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนกว่า 1.3 แสนคน ร่วมกันลงชื่อเสนอโดยตรง

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนจะผ่าน “ด่านนรก” ออกมาได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข 2 ประการ

1,ต้องได้รับเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ ส.ส. และ ส.ว.รวมกัน หรือ 366 คนขึ้นไป

2,ต้องมี ส.ว.ลากตั้งลงมติเห็นชอบไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือ 84 คนขึ้นไป

พูดง่ายๆ ถ้า ส.ว.ลากตั้งไม่เอาด้วยซะอย่างเดียว ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน จะโดนขี้เถ้ายัดปากตายอนาถกลางสภาอย่างแน่นอน!!

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยร่วมกันเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยตรง

ก่อนหน้านี้มี “ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์” ซึ่งประชาชนผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง 98,041 คน ร่วมกันเสนอโดยตรง

ก็โดน ส.ว.ลากตั้ง และ ส.ส.พรรครัฐบาลรวมหัวโหวตคว่ำกลางสภา เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ปีที่แล้วนี่เอง!!

“แม่ลูกจันทร์” หยิบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเสนอฉบับแรกและร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเสนอฉบับใหม่มาเทียบเคียงกัน

ปรากฏว่า ร่างของประชาชนทั้ง 2 ฉบับ แทบไม่แตกต่างกันเลย

เช่น...ยกเลิก ส.ว.ลากตั้ง 250 คน เปลี่ยนเป็น ส.ว. 200 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง

แก้ไขคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส. และมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง

แก้ไขขบวนการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระให้มีความเป็นกลางอย่างแท้จริง

ยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่บังคับให้ทุกรัฐบาลต้องปฏิบัติตาม

สรุปว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน “โดยไอลอว์” และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน “โดย ไอติม” มีเป้าหมายเดียวกัน

คือล้างพิษเผด็จการที่ฝังรากอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจ คสช.!!

ดังนั้น ใครที่หวังว่าจะมี ส.ว.ลากตั้ง เกิน 84 คน เกิดดวงตาเห็นธรรม เปลี่ยนใจ “โหวตเห็นชอบ” ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ “ฉบับไอติม”

คงต้องผิดหวังอย่างแน่นอน!!

เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ ส.ว.ลากตั้ง จะยอมทุบหม้อข้าวตัวเอง

แม่ลูกจันทร์” ไม่แปลกใจที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนจะโดนควํ่ากลางสภาฯซํ้ารอยเดิม

เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปล็อกเงื่อนตายไว้กับ ส.ว.ลากตั้ง เป็นตัวตัดสินเกม

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญมาแล้ว 2 ขบวน

มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสภาฯไปแล้วถึง 20 ร่าง

ปรากฏว่าผ่านด่านนรกไปได้แค่ 1 ร่างเดียว!!

คือร่างของพรรคประชาธิปัตย์ ขอแก้ไขกติกาเลือกตั้ง ส.ส.จากระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียว กลับไปใช้ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบอย่างเดิม

ส่วนที่เหลืออีก 19 ร่าง โดนเททิ้งใต้ถุนสภาฯ!!

และวันนี้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนจะโดนควํ่าอีกตามฟอร์ม

ยังไม่ทันเริ่มลงมติ...ก็รู้ผลล่วงหน้าแล้วโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

ติดไฟแดง (thairath.co.th)

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
แค็ก!แค็ก!มังกรไฟ
กิเลน ประลองเชิง

17 พ.ย. 2564 05:20 น.

 

นิทานสำหรับเด็กเรื่อง “แค็ก!แค็ก!มังกรไฟ” หนูหริ่ง เขียน (มูลนิธิแฟมิลี่คลับพิมพ์ ก.ย.2564) ผมอ่านแล้ว อยากให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองได้อ่าน เนื้อหายาว ขอคัดย่อ แต่พอรู้เรื่อง

ณ หมู่บ้านบนยอดเขากลางป่า เด็กๆที่นี่ร่าเริง แข็งแรง แก้มแดง ดวงตาใสแจ๋ว เสียงพูดใสกังวาน ตะโกนพูดกันข้ามเขาได้สบาย เพราะได้วิ่งเล่น ได้เดินไปโรงเรียนทุกวัน

ค่ำคืนหนึ่งเกิดไฟป่าใกล้หมู่บ้าน ป่าไม้เขียวร่มรื่นกลายเป็นสีแดงเพลิง ควันไฟพวยพุ่งไปทั่วทุกป่าทุกภู ชาวบ้านตระหนกตกใจกับไฟป่า ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นมังกรไฟตัวใหญ่มหึมา และค่อยๆเลื้อยไปตามสันเขา

เจ้ามังกรไฟ ตัวใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น อย่างรวดเร็ว

รุ่งเช้าของวันใหม่ เสียงไก่ที่เคยขันดัง กลับขันเป็นเสียงแค็กแค็ก หมูอู๊ดที่เคยร้องอู๊ดๆ กลับร้อง “แค็กๆ” ลูกหมาที่ชอบเห่า รวมถึงเจ้าแมวเหมียว ก็ร้องแค็กแค็กเหมือนกัน

แม้แต่เด็กๆก็พูดไม่ได้ ทุกคำที่เด็กๆพยายามเปล่งเสียง กลับกลายเป็นเสียงไอแห้งๆ แค็กๆ และดวงตาของเด็กๆได้เปลี่ยนเป็นสีแดง แดงเหมือนกับดวงตาของเจ้ามังกรไฟ

 

ป้าคนปักผ้าวิ่งมาตะโกนบอกชาวบ้าน “แย่แล้วๆ เด็กๆและสัตว์ในหมู่บ้าน ถูกสาปให้พูดไม่ได้”

ทุกคนตกใจมาก ผู้ใหญ่บ้านตีเกราะเคาะไม้ เรียกประชุมด่วน

ลุงที่เป็นยามเฝ้าป่าเล่าให้ฟังว่า “ตอนนี้เจ้ามังกรไฟได้กินกอไผ่ ใบไม้ ต้นไม้ ในภูเขา และกำลังจะเข้ามากินหมู่บ้านของเรา” เจ้ามังกรไฟตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนจึงไม่กล้าผลีผลามเข้าไป จึงกลับมาคิดหาวิธีปราบ

ยายที่ชอบทำขนมนึกถึงใบตอง และคิดว่าน่าจะลองใช้ใบกล้วยไปตีไฟให้ดับ แต่มีคนแย้งว่าคงยาก ที่ใบกล้วยจะดับไฟทั้งป่า ช่างตีเหล็กเสนอให้เอาถังน้ำตักน้ำไปดับไฟ แต่ก็ถูกแย้งว่าน้ำน้อยเพียงถัง จะดับไฟป่าได้อย่างไร

“ต้องดับที่ต้นเหตุ” ลุงที่เป็นผู้ฝึกเหยี่ยว แหงนมองท้องฟ้า “เราจะให้เจ้าโด๊นโดนไปดูว่า ปากของเจ้ามังกรไฟอยู่ตรงไหน จะได้ดับไฟได้ถูกที่” โด๊นโดนเป็นชื่อของเหยี่ยวใหญ่ ที่ฉลาดและมีสายตาแหลมคม

“เราต้องหาทางไม่ให้มังกรไฟได้กินอาหาร” ปู่ผู้เฒ่าแนะ “เมื่อมังกรไฟไม่ได้กิน มันจะหิว และหมดแรงไปเอง”

หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย เด็กๆช่วยกันคิด และวาดแผนที่ลำเลียงน้ำ หลายคนช่วยกันเสนอ และที่ประชุมตกลงใช้ห้าวิธีที่ดีที่สุด ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ร่วมใจกันปราบมังกรไฟ แม้ว่าเหน็ดเหนื่อยและยาวนาน

แต่ชาวบ้านเด็กๆและอาสาสมัครทั่วทุกสารทิศก็ไม่ละ ย่อท้อ

ตะวันเคลื่อน เดือนคล้อย ผ่านไป 7 วัน 7 คืน ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันเต็มที่ จนเจ้ามังกรไฟสิ้นฤทธิ์ เมื่อไม่มีไฟก็ไม่มีควัน เด็กๆก็ไม่สำลักควัน “แค็กๆ” อีก ทุกคนพ้นจากคำสาปและพูดได้ดังเดิม ดวงตาของเด็กๆไม่แดงอีกต่อไป

เช้าวันต่อมา ทุกคนยิ้มได้เมื่อได้ยินเสียงไก่ขัน “เอ้ก อี๊ เอ้ก เอ้ก” หมูร้อง “อู๊ดๆ” ลูกหมาเห่า “โฮ่งๆ” และเจ้าแมวเหมียวก็กลับมาร้อง “เมี้ยว ว ว” ดังเดิม

นิทานเรื่องมังกรไฟวายร้ายไฟป่า จบให้ยิ้มได้เต็มปากตรงนี้ แต่พอผมนึกถึงเจ้ามังกรไฟตัวใหญ่อีกตัว ที่มีเค้าจะลุกเผาเมือง ก็ยิ้มค้าง อยากชวนใครต่อใคร รวมทั้ง “พี่หนูหริ่ง” ให้ชวนน้องๆช่วยกันดับไฟด้วย

ต้นไม้ในป่าหนึ่งต้น คนนำมาทำไม้ขีดไฟได้มากมาย และไม้ขีดไฟก้านเดียว สามารถทำลายได้ทั้งป่า ข้อควรระวังของคนไทย อย่าเผลอเป็นตัวการจุดไฟเผาเมืองเสียเอง.

กิเลน ประลองเชิง

แค็ก!แค็ก!มังกรไฟ (thairath.co.th)

 

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
619

การต่อสู้เพื่อให้ได้อำนาจมาเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงไม่ได้มีแค่เพียงบนท้องถนนเท่านั้นแต่จะมีทุกๆที่ทุกๆแห่งไม่ว่าจะเป็นในสภาหรือนอกสภาเพื่อปลูกฝังทางความคิดเพระเมล็ดทางความคิดเข้าไปทุกๆที่ทุกๆทางทุกๆด้าน เมื่อนั้นผู้คนจะสามารถปักธงทางความคิดสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองแยกแยะได้อย่างเป็นอันดับเป็นขั้นตอน  14

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0