เบื้องหลังยังไม่กลับเข้า "เพื่อไทย"

เบื้องหลังยังไม่กลับเข้า "เพื่อไทย"

เบื้องหลังยังไม่กลับเข้า ‘เพื่อไทย’ และที่มา #ก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย ในเลือกตั้ง62 ‘ณัฐวุฒิ’ เปิดใจคุย ‘หมอเลี้ยบ’ ใน ‘สุมหัวคิด’ Voice TV เล่าภารกิจหลังเลือกตั้ง ขึ้นศาลกับระดมทุนการศึกษาช่วยนักเรียนในโครงการด้วยรักและแบ่งปัน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยและอดีตประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) ให้สัมภาษณ์นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผู้ดำเนินรายการ ‘สุมหัวคิด’ ทาง Voice TV ช่อง 21 ประจำวันที่ 8 เม.ย. 62

นพ.สุรพงษ์ : การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มีสิ่งหนึ่งที่เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือมีพรรคการเมืองที่เข้าสู่การเลือกตั้ง แต่ถูกยุบก่อนถึงวันเลือกตั้ง พรรคนั้นก็คือพรรคไทยรักษาชาติ

พรรคไทยรักษาชาติ หลังจากที่ถูกยุบพรรคไปแล้ว แกนนำพรรคบางส่วนไปเดินหน้าต่อในการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย โดยใช้ชื่อว่า กลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย หลังผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติก็หายไปจากข่าวคราวในสื่อ

วันนี้ ‘สุมหัวคิด’ มาคุยกับอดีตแกนนำไทยรักษาชาติท่านหนึ่งว่าเขาทำอะไรกันอยู่ มีความคิดเรื่องการเลือกตั้งและประชาธิปไตยอย่างไร

สวัสดีครับคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ วันนี้ชีวิตเป็นยังไงครับ หลังผ่านกระบวนการของกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยที่ได้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งก่อน 24 มี.ค. หลังจากนั้นก็หายไปเลย

ณัฐวุฒิ : ก็ติดตามข่าวสารการเมืองอยู่ครับ โดยเฉพาะผลการเลือกตั้งและความคืบหน้าหลังจากนั้น ซึ่งก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าอะไร เป็นการเลือกตั้งที่ต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของประเทศ แล้วน่าจะเป็นประวัติศาสตร์โลกด้วย ที่ผ่านวันเลือกตั้งไปแล้ว 2 สัปดาห์ในยุคนี้ ยังไม่มีใครหาความชัดเจนใดๆ ได้เลย โดยเฉพาะกกต. ซึ่งทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง 

แต่ก็เป็นหน้าที่ที่คนทำงานการเมืองอย่างผมต้องติดตามกันต่อ ส่วนภารกิจ เนื่องจากเห็นว่าเวลานี้บทบาทหลักน่าจะอยู่ที่พรรคการเมืองที่เขามีจำนวนเสียงอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร

หรือกำลังลุ้นกันอยู่ว่าจะได้เท่าไหร่ น่าจะเป็นบทบาทตรงนั้นเป็นด้านหลัก

ผมเองก็กลับไปทำกิจกรรมที่เป็นภาระหน้าที่ที่ว่างเว้นไปในช่วงของการหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นโครงการด้วยรักและแบ่งปันซึ่งเป็นการระดมทุนจากผู้สนับสนุนทั้งหลายส่งลูกหลานผู้ขาดแคลนเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี ตอนนี้ดูแลกันอยู่ 60 คน

ไม่ได้ทำกิจกรรมในลักษณะระดมทุนมาพอสมควร ก็เลยเริ่มต้นจากการเอาเสื้อยืดที่ผมทำขึ้นมาเอง เพื่อใส่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งพรรคไทยรักษาชาตินี่ล่ะฮะ ขาย 20 ตัวในราคาที่ระลึก คือจะซื้อไปใส่ยังไงก็ไม่คุ้ม แต่ให้เก็บไว้ ไม่มีการทำเพิ่ม

แล้วคงไม่มีอีกแล้ว เพราะว่าพรรคถูกยุบไปแล้ว ตัวละ 10,000 บาท ภายใน 2-3 วันก็หมดไปเรียบร้อย

นพ.สุรพงษ์ : เห็นบอกว่ามีประมูลด้วยบางตัว มีความพิเศษยังไง

ณัฐวุฒิ : เป็นตัวที่ใส่ในการปราศรัยเวทีลานคนเมือง ซึ่งเวทีนั้น ถ้าไปดูการตอบรับของประชาชนภายใน 7 วันมียอดวิวในยูทูบแอคเคาท์เดียว 2,500,000 วิว แล้วก็เพิ่มไปเรื่อยๆ จนอยู่ๆ ก็หายไปดื้อๆ หาไม่เจอว่าหายไปไหน

แต่ไม่เป็นไร เพราะมีแอคเคาท์อื่นๆ ได้นำเสนอกันต่อและสิ่งที่ได้พูดไว้เป็นสัจจะที่ผมต้องรับผิดชอบทุกคำพูดอยู่แล้ว นอกจากนั้น ก็จะเป็นตัวที่ใส่ปราศรัยที่จ.เพชรบูรณ์ เป็นเวทีแรกที่พรรคไทยรักษาชาติเปิดปราศรัยใหญ่ และอีกตัวหนึ่งก็เป็นเสื้อที่ใส่ขึ้นเวที จ.ชัยนาท เวทีเหล่านี้ จะมียอดวิวล้านกว่าวิว เกือบ 2 ล้านวิวทั้งนั้นในยูทูบ

นพ.สุรพงษ์ : แสดงว่าทุกตัวมีระบุว่าใส่ที่ไหน ขนาดนั้นเลยเหรอฮะ

ณัฐวุฒิ : ก็ถ้าจะเรียนตรงๆ ก็เป็นเช่นนั้น คือผมก็ทำบันทึกเอาไว้ก่อน เพราะตั้งใจเอาไว้ว่าอย่างน้อยมันเป็นความทรงจำของตัวเรา พอเสร็จภารกิจมาคิดอีกที แทนที่จะเก็บไว้กับตัว ก็เอาให้คนเขาช่วยกันอุดหนุน

ทำเป็นทุนการศึกษาให้ลูกหลานในโครงการ น่าจะเป็นประโยชน์กว่า ก็เลยขายออกไปหมดแล้วครับ เก็บไว้กับตัวสัก 2-3 ตัวเท่านั้นเอง (หัวเราะ)

นพ.สุรพงษ์ : ผมคงต้องเรียนว่าการปราศรัยลานคนเมืองวันนั้น ผมก็ได้ไปร่วมฟังด้วย เป็นคำปราศรัยที่มีพลัง มีคนติดตามทั้งในการถ่ายทอดสดทาง facebook live หรืออะไรก็ดีตามกันมาอีกเยอะเลย น่าสนใจมากครับ

ณัฐวุฒิ : รู้สึกว่าจะได้รับการตอบรับพอสมควร อีกภารกิจหนึ่งซึ่งก็ว่างเว้นไปในช่วงเลือกตั้ง ตอนนี้กลับมา ‘กำลังขึ้นเลย’ คือ ขึ้นศาล

นพ.สุรพงษ์ : (หัวเราะ) มีกี่คดี

ณัฐวุฒิ : มีหลายคดีครับ จำนวนพอสมควร แล้วก็ได้ขอความกรุณาศาลท่านว่า ในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง หลายๆ คนก็มีภารกิจมากมาย ศาลท่านก็เมตตา

ทีนี้พอผ่านช่วงวันเลือกตั้ง จึงมีการนัดถี่ๆ ก็เดินหน้ากันต่อไปในภารกิจตรงนั้น

นพ.สุรพงษ์ : ทีนี้ ในช่วงที่มีการยุบพรรคไทยรักษาชาติไป แล้วก่อนที่จะมาเดินหน้าต่อในการไปปราศรัยของกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย ที่มาที่ไปทำไมถึงเป็นกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยได้

ณัฐวุฒิ : เราปรึกษาหารือกันครับ มีผม มีคุณจาตุรนต์ ฉายแสง มีคุณประภัสร์ จงสงวน คุณพิชัย นริพทะพันธุ์ และหลายๆ คนว่า บทบาทในนามพรรคไทยรักษาชาติต้องจบลงตรงนั้นแล้ว แต่ภาระหน้าที่ในสนามเลือกตั้งที่เราได้ประกาศไว้กับประชาชนว่าจะต่อต้านการสืบทอดอำนาจอย่างถึงที่สุด มันยังไม่จบ

และจะจบไม่ได้ตราบเท่าที่พี่น้องประชาชนยังไม่ได้เข้าคูหากาบัตรลงคะแนน จะเข้าไปพรรคไหนก็ดูกระไรอยู่ เพราะว่าเรามาถูกยุบเสียกลางทาง ก็เลยตัดสินใจจะเป็นกลุ่มคนกลุ่มแรกในการเลือกตั้งที่เปิดเวทีแล้วบอกว่าอย่าเลือกพวกเรา

นพ.สุรพงษ์ : ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน (หัวเราะ)

ณัฐวุฒิ : ไม่เคยมีฮะ เพราะถ้าเลือกพวกเราเนี่ย บัตรเสีย แต่บอกให้เลือกใครก็ได้ ที่มีจุดยืน หรือมีแนวทางประชาธิปไตย ไปกันได้หลายเวที เดินทางกันหนักพอสมควร ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพี่น้องประชาชนในแต่ละจุดการปราศรัย ส่วนผลคะแนนบางเขตก็ได้ฝ่ายประชาธิปไตย

บางเขตก็เป็นฝ่ายสืบทอดอำนาจเค้าได้คะแนนเป็นอันดับ 1 อันนี้ก็สุดแท้แต่ประชาชนพิจารณา

นพ.สุรพงษ์ : มีหลักยังไงในการเลือกเขตที่จะไปปราศรัยของกลุ่มก้าวต่อไป

ณัฐวุฒิ : เราก็พยายามแสวงหาข้อมูลครับว่า พื้นที่ตรงไหนไปแล้วน่าจะเป็นประโยชน์กับพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยในการที่จะได้คะแนนชนะในเขตนั้นๆ เป็นหลัก

ทำแล้วก็อยากจะให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามกำลังที่เราทำได้ แล้วถ้านับดู ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอย่างที่เราต้องการนี่ล่ะฮะ

นพ.สุรพงษ์ : พอหลังจากผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว ณ วันนี้ บทบาทของกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยจะเป็นยังไงฮะ ได้มีการพูดคุยกับคุณจาตุรนต์ คุณพิชัย อีกหลายๆ ท่านไหม

ณัฐวุฒิ : คุยกันอยู่เป็นระยะครับ มีโอกาสนั่งทานข้าว แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบ้าง เพียงแต่ว่ายังไม่ได้ก้าวเท่านั้นเองว่าจะไปไหนกันต่อ (หัวเราะ) ก็คงต้องรอดูสถานการณ์ล่ะครับ

คือ ช่วงท้ายๆ ของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งก็มีเพื่อนมิตรพี่น้องบางส่วนบอกผมว่า ให้ผมรีบกลับไปที่พรรคเพื่อไทย ไปขึ้นปราศรัยช่วงโค้งสุดท้ายช่วยพรรคเพื่อไทยให้มีคะแนนมากๆ

อย่างน้อยพลังที่เราทำกันมา น่าจะเป็นส่วนเพิ่มได้บ้าง ผมก็เลยกลับมานั่งคิด ได้คำตอบกับตัวเองว่า ถ้าในการเลือกตั้งครั้งหนึ่ง ผมยืน 3 เวที มันจะดูแปลกประหลาดมากนะครับสำหรับชีวิตทางการเมือง

นพ.สุรพงษ์ : ใช่ครับ

ณัฐวุฒิ : ยืนอยู่บนเวทีไทยรักษาชาติ เวทีก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย เวทีพรรคเพื่อไทย ก็จะอธิบายสังคมไม่ได้เหมือนกันว่าตกลงคุณคืออะไรกันแน่ ก็เลยตัดสินใจที่จะยืนอยู่บนเวทีก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยจนจบภารกิจการเลือกตั้ง

แล้วพอมาถึงตรงนี้ส่วนตัวผมก็เห็นว่า แต่ละพรรคมีคนทำงาน มีคนที่ต่อสู้ด้วยกันมาแล้วในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นการที่เราคิดจะไปเป็นส่วนหนึ่งของพรรคการเมืองใด ณ วันนี้ ผมว่ายังไม่ใช่เวลา

มันต้องให้คนที่เขาทำงานกันมา เขาสู้กันมา เขาได้เดินกันไปถึงจัดตั้งรัฐบาล หรือว่าจะเป็นฝ่ายค้าน มีสถานะที่ชัดเจนในทางการเมืองหลังการเลือกตั้งคราวนี้เสียก่อน แล้วเราถึงจะค่อยคิดกัน

นพ.สุรพงษ์ : ทีนี้ ในกระบวนการที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งตอนนี้หลายคนก็คาดหมายว่ามันคงไม่จบเร็ว และมันอาจจะมีอะไรอีกเยอะแยะมากมายเนี่ย ก้าวต่อไปจะมีบทบาทอะไรไหมครับ

ณัฐวุฒิ : เราสนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยให้ได้ทำหน้าที่บริหาร เพราะนั่นหมายถึงการต่อต้านการสืบทอดอำนาจบรรลุเป้าหมาย แต่ว่าคณิตศาสตร์ทางการเมืองวันนี้เนี่ย มันเป็นไปได้ยากทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ 

ฝ่ายประชาธิปไตย เท่าที่ดูคะแนนเสียง ไม่น่าจะเกิน 250 เก้าอี้ นี่ยังไม่รวมสูตรที่กกต.จะคำนวณอาจจะถูกย่อยสลายไปอีกหลายเก้าอี้

นพ.สุรพงษ์ : อย่างน้อย 7-8 เก้าอี้

ณัฐวุฒิ : ในขณะที่ฝ่ายสืบทอดอำนาจเอง แม้ว่าจะมีคะแนนเกิน 250 บวกกับ สว.อีก 250 ก็ตาม แต่เอาเข้าจริงเวลาบริหาร ตัดจำนวนส.ส.ไปเป็นรัฐมนตรีเสียอีกส่วนหนึ่ง

จึงเชื่อว่า ด้วยผลคะแนนอย่างนี้ ฝ่ายไหนก็ตามตั้งรัฐบาล เสถียรภาพทางการเมืองจะน้อย พูดกันให้ถึงที่สุดอาจจะอยู่ไม่ยาว

แล้วอาจจะมีการเลือกตั้งครั้งต่อไปในระยะเวลาไม่ไกลนักหรือถ้าจะมีสูตรพิเศษอื่นใด เพื่อให้การเมืองหลังจากนี้ไปต่อได้ ก็ต้องรอดูกัน

นพ.สุรพงษ์ : พอคุณณัฐวุฒิ บอกว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไปอาจจะอีกไม่นาน ซึ่งหลายคนก็คาดหมายเช่นกัน ผมคุยกับอาจารย์สุขุม นวลสกุล ท่านก็บอกว่าประมาณสัก 1 ปี

อาจจะปีกว่าๆ อะไรอย่างนี้นะครับ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป กลุ่มก้าวต่อไปต้องตัดสินใจหรือไม่ว่าจะตั้งพรรคเองหรือไม่ ในฐานะกลุ่มที่เคยทำงานกันมา หรือจะไปร่วมกับพรรคไหน ยังไม่ได้คุยกันชัดเจน?

ณัฐวุฒิ : ยังไม่ได้คุยกัน ยังไม่ได้หาข้อสรุปในเรื่องเหล่านี้ครับ เพราะอย่างที่เรียนว่า เราคงต้องรอดูสถานการณ์ก่อน ทีนี้การจะคิดไปถึงตรงนั้น มันก็ต้องดูบริบททางการเมือง มันก็ต้องดูกฎกติกาที่จะใช้ในการเดินหน้าทางการเมือง

มันก็ต้องดูหลักการสำคัญที่เรายึดถือร่วมกัน ก็คือประโยชน์สูงสุดของฝ่ายประชาธิปไตยอยู่ตรงไหน

นพ.สุรพงษ์ : ในทางส่วนตัว คุณณัฐวุฒิเองก็ยังมีตำแหน่งเป็นเลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ตอนนี้ยังดำรงตำแหน่งนี้หรือเปล่า

ณัฐวุฒิ : ความเป็นนปช. มันเดินหน้าด้วยการทำงานเป็นการนำรวมหมู่ มีการประชุมมีการปรึกษาหารือ แล้วก็มีข้อสรุปร่วมกันในการตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใด ทีนี้ เราไม่ได้มีการประชุม ไม่ได้มีการหารือกัน เป็นเวลานานพอสมควรแล้ว

แต่ว่า ความรับผิดชอบต่อการต่อสู้ ความรับผิดชอบต่อประวัติศาสตร์ที่ทำมา มันไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นได้ ดังนั้น ตัวโครงสร้างองค์กรนปช.เนี่ย ก็ต้องเรียนตรงๆ ว่า ไม่มีการขับเคลื่อน

แต่ว่า หลังจากนี้ มันจะเป็นยังไงกันต่อ ก็คงจะต้องหารือกันครับ

นพ.สุรพงษ์ : เพราะเห็นคุณจตุพร เพิ่งประกาศว่า ตอนก่อนเลือกตั้ง ไปเป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรคเพื่อชาติ แต่ตอนนี้กลับไปเป็นประธานนปช. แล้ว ทางคุณณัฐวุฒิเอง จะกลับไปมีบทบาทตรงนั้นด้วยหรือเปล่า หรือว่าต้องคุยกันก่อน

ณัฐวุฒิ : ยังไม่ได้หารือกันเลยครับ

นพ.สุรพงษ์ : งั้นเดี๋ยวก็คงต้องหารือกันต่อไป ในช่วงต่อไป ผมจะมาคุยกับคุณณัฐวุฒิว่า มองผลของการเมืองในปัจจุบันนี้ มันจะคลี่คลายไปอย่างไร แล้วก็อาจจะถามความเห็นด้วยในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดทางการเมืองว่า มองบทบาทของพรรคเพื่อไทย หรือพรรคอนาคตใหม่ ในช่วงหลังจากนี้ จะเป็นอย่างไรบ้าง

(ทีมงาน)

3 ความคิดเห็น

 
ICT

เชื่ออีกไม่นานมีเลือกตั้งใหม่ แนะฝ่ายประชาธิปไตยเดินหน้าตั้งรัฐบาลด้วยความพร้อมเปิดเกมรุกเป็นฝ่ายค้าน 'ณัฐวุฒิ' แซว กกต. สนองนโยบายกัญชาเสรีมากไป ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ เคยขึงขังจนต้องให้คะแนน แต่สุดท้ายไล่แจ้งความเด็ก - หวัง 'เพื่อไทย' ทบทวนเหตุได้ส.ส.น้อยกว่าที่คาด มอง 'อนาคตใหม่’ กล้าเผชิญข้อกล่าวหา แต่ยังไม่ได้ทำอะไรทางการเมือง รอพิสูจน์จากการปฏิบัติ     

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยและอดีตประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) ให้สัมภาษณ์นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผู้ดำเนินรายการ ‘สุมหัวคิด’ ทาง Voice TV ช่อง 21 ประจำวันที่ 8 เม.ย. 62

นพ.สุรพงษ์ : เรากลับมาสุมหัวคิดกันต่อกับคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อนะครับ ในฐานะที่เป็นผู้คร่ำหวอดทางการเมืองและต้องยอมรับว่า มีบทบาทเยอะมากในช่วงที่ผ่านมา ทั้งเคยเป็นส.ส.เป็นรัฐมนตรี เป็นแกนนำ นปช.

ซึ่งก็คงจะอ่านการเมืองมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว มองความคลี่คลายของสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไรครับ เมื่อสักครู่เราคุยกันว่า โอกาสที่พรรคการเมือง 2 ขั้วจะตั้งรัฐบาล ก็คงอยู่ไม่นานอาจจะสักปีกว่าๆ ก็อาจจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้

ทีนี้มีอีกสูตรที่คนเริ่มพูดว่า ขณะนี้การเลือกตั้งมันมีปัญหามากมายเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคำนวณคณิตศาสตร์การเลือกตั้งว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อจะมีเท่าไหร่ จำนวนเป็นอย่างไร และการประกาศผลในวันที่ 9 พฤษภาคมจะทำได้จริงหรือไม่ นำไปสู่โมฆะหรือเปล่า

อีกประเด็น มีคนเริ่มพูดกันว่า ฝั่งประชาธิปไตยอาจจะเสียงไม่ถึง 250 เพราะฉะนั้น โอกาสที่คนนอกจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะว่าคนนอก ต้องการ 500 เสียง ที่จะมารับรองว่าให้เอาคนนอกเข้ามาได้ เสียงคัดค้านอาจจะไม่ถึง

เพราะฉะนั้น นั่นอาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ผมจะลองไล่ถามความเห็นดู

เรื่องโอกาสเป็นโมฆะ เป็นอย่างไรครับ

ณัฐวุฒิ : คือตอนนี้ผมให้น้ำหนักว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้นะครับ เพราะว่าตัวกกต. ไม่มีความชัดเจนเลยในการดำเนินการ ยิ่งนานวันไป เมื่อความเชื่อถือในตัวกรรมการลดลงจนแทบไม่มีเหลือ

ผลมันออกได้ทุกหน้า สิ่งที่ผมภาวนาอยากให้มันเป็นก็คือ จะออกหน้าไหนก็ตาม อยากให้ทุกฝ่ายรักษาทิศทางของประเทศ อย่าให้มันถอยหลังไปไกลกว่าที่เป็นอยู่นี้ นี่คือส่วนที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุด

เพราะว่า การเลือกตั้งคราวนี้ สายตาที่คนทั้งโลกเค้ามอง เค้าคาดหวังนะครับว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของทางออกของประเทศไทยที่จะออกจากวิกฤต แต่ว่าจนถึงปัจจุบัน ความหวังดังกล่าว มันเลือนหายไป จนแทบจะไม่เหลือแล้ว

ตอนนี้หวังเพียงแค่ว่า อย่าให้มันแย่ไปกว่าเก่า ทีนี้ เมื่อมันออกได้ทุกหน้า ผมจึงเห็นว่า พรรคการเมือง ไม่ว่าจะฝ่ายประชาธิปไตย ฝ่ายสืบทอดอำนาจก็ตาม วันนี้ต้องคิดถึงพรรคให้น้อยที่สุด และคิดถึงประเทศให้มากที่สุด

อย่าไปสร้างเชื้อสร้างชนวนให้มันเกิดวิกฤต อย่าไปทำให้มันเกิดความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการเผชิญหน้า วันนี้ถ้าทำอะไรยังไงกันไม่ได้ เอาเพียงแค่ว่า ให้ กกต. ประกาศกติกาที่ตรงไปตรงมาชัดเจน และสรุปออกมาเสียก่อนว่าเป็นแบบไหน

ส่วนตัวผมไม่ได้พูดเพราะว่าเคยเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยก็เลยไปตีไพ่ให้ แต่ผมเห็นว่าหลังจากนั้นพรรคเพื่อไทยยังคงมีความชอบธรรมในฐานะพรรคได้คะแนนเสียงอันดับหนึ่ง ที่จะเริ่มลงมือจัดตั้งรัฐบาลก่อน

ส่วนพลังประชารัฐ พรรคอันดับ 2 รอก่อนได้ไหม ให้พรรคเพื่อไทยเขาไปดำเนินการ เพราะตอนนี้ตั้งรัฐบาลแข่งกันอยู่นะครับ ประกาศเกทับบลัฟกันแหลกวันต่อวัน บรรยากาศมันก็ยิ่งตึงเครียดกันไปใหญ่

ทีนี้ ถ้าเพื่อไทยเขาทำไม่ได้จริงๆ ซึ่งสุ่มเสี่ยงว่าจะทำไม่ได้อยู่แล้วเนี่ยนะฮะ เอาล่ะ ถึงเวลาที่พลังประชารัฐจะมา เพื่อไทยก็ต้องทำใจล่ะครับ ถึงจุดหนึ่งถ้าผมพูดกับพรรคเพื่อไทยหรืออนาคตใหม่ได้นะฮะ

พอกกต. ประกาศผลคะแนนออกมาชัดแล้วเนี่ย เดินหน้าในการพยายามตั้งรัฐบาลอย่างเต็มกำลัง ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อรักษาสัญญาไว้กับประชาชน แต่ต้องเป็นการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลด้วยความรู้สึกพร้อมเป็นฝ่ายค้าน

นพ.สุรพงษ์ : อย่างน้อยฝั่งของพลังประชารัฐที่เขาพูดกันก็คือว่า มีสว. 250 เสียง รอที่จะสนับสนุนอยู่แล้ว ฉะนั้น การจะได้ 376 เนี่ยไม่ยาก แต่ฝั่งเพื่อไทย อนาคตใหม่ ที่จับมือกันก็ประมาณ 250

ฉะนั้น โอกาสที่จะถึง 376 ก็คงจะยาก ดังนั้น อย่างที่คุณณัฐวุฒิว่า คือ เดินหน้าเต็มที่ แต่พร้อมเป็นฝ่ายค้าน

ณัฐวุฒิ : ใช่ครับ แล้วก็จะต้องเป็นฝ่ายค้านที่เป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้จริง อย่าลืมนะครับ บ้านเมืองตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เราอยู่กับรัฐบาลที่กลไกตรวจสอบเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตทั้งหมด ดังนั้น พรรคการเมืองที่ประกาศตัวเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย จำเป็นต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

ก็ต้องทำให้ประชาชนสัมผัสได้ว่านี่คืออนาคตที่แท้จริงของประเทศ ถ้าพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยมุ่งหวังแต่จะเป็นรัฐบาล ในขณะที่ฝ่ายสืบทอดอำนาจแน่ๆ อยู่แล้ว เค้าทำทุกอย่างมาเพื่อสิ่งนี้

สุดท้าย เราก็จะไปถึงจุดของการเผชิญหน้า หรือจุดที่เป็นทางตัน โดยประเทศไม่ได้อะไรเพิ่มเลย ผมคิดว่า วันนี้ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยคิดจะเปิดเกมรุก ไม่จำเป็นต้องรุกเพื่อเป็นรัฐบาลเสมอไป

รุกโดยการพร้อมเป็นฝ่ายค้านก็ได้ แต่อย่าเพิ่งยอมแพ้ต่อหน้าประชาชนง่ายนัก เอาให้ถึงที่สุดฮะ

นพ.สุรพงษ์ : ขณะนี้เป็นการตั้งคำถามเกี่ยวกับการคำนวณต่างๆ เรื่องการประกาศคะแนนดิบต่างๆ ซึ่งตอนนี้ก็มีการตั้งคำถามมากมาย

ณัฐวุฒิ : คือส่วนตัวผม ผมสันนิษฐานว่า กกต.คณะนี้น่าจะตอบสนองนโยบายกัญชาเสรีมากไปหน่อย

นพ.สุรพงษ์ : ยังไงครับ

ณัฐวุฒิ : ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ พอเหลาลงไปเป็นบ้องกัญชา คือตอนที่ท่านเข้ามาแรกๆ เนี่ย ผมให้ความเห็นทางสื่อมวลชน ผมให้คะแนนนะ เพราะท่านดูขึงขังจริงจังกันมาก

นพ.สุรพงษ์ : ครับ ผมก็ให้เหมือนกัน

ณัฐวุฒิ : ครับ แต่พอมาวันนี้ แทบไม่เหลือร่องรอยของ 7 คน หรือ 5 คนชุดแรกที่เข้ามาเลยนะครับ แล้วกลายเป็นว่า อยู่ไป อยู่ไป ภารกิจในการจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อยดูว่าจะเป็นงานรอง

งานหลักคือการไล่ฟ้องเด็ก แจ้งความเด็ก ไปมีปัญหากับคนวิพากษ์วิจารณ์ ผมว่า กกต.ตั้งหลักกันดีๆ ปรึกษากันดีๆ เถอะครับ

แม้ว่าวันนี้ความน่าเชื่อถือจะแทบไม่เหลือแล้ว แต่ว่าอย่าให้ภาระความรับผิดชอบต่อประเทศไปสู่วิกฤต มันยังอยู่บนบ่าท่านอยู่ ปฏิเสธไม่ได้

นพ.สุรพงษ์ : ใช่ เพราะกระบวนการระหว่างนี้ก็จะอยู่ที่การยื่นถอดถอน ซึ่งบางคนก็กลัวว่า เดี๋ยวถอดถอนเร็วไป ไม่มีกกต. กระบวนการยังไม่จบ ก็จะเป็นปัญหาได้ หรืออย่างเรื่องโมฆะ ห่วงไหมครับว่าจะมีใครตั้งท่าไปยื่นให้เป็นโมฆะ

ณัฐวุฒิ : ผมห่วงนะครับ ทั้งๆ ที่จริงๆ ผมน่าจะอยู่ในจุดที่อยากจะให้มันโมฆะ เผื่อจะได้ลงสมัครไปเป็นผู้แทนกับเขาบ้าง แต่ว่า ผมไม่ได้มีความประสงค์เช่นนั้น ผมคิดว่าเลือกตั้งคราวนี้ มันควรจะเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้อีกสักหน่อย

แม้ว่ามันจะไปได้ไม่ไกลอย่างที่เราหวังนะครับ แต่ถ้าหากว่าเลือกตั้งกันไปแล้ว ลงทุนกันมา 5 ปี หมดเม็ดเงินกันไปมากมาย ต่อสู้กันมาสารพัด แล้วยังถอยหลัง คนที่เขามองอยู่ ใครเขาจะเข้ามาลงทุน

โอกาสอนาคตประเทศที่มันสูญสลายหายไป มันรับผิดชอบกันไม่ไหวนะครับ

นพ.สุรพงษ์ : คืออย่างน้อยขยับไปนิดนึง ไม่ถึงเป้าหมายที่เราอยากจะเห็นก็ไม่เป็นไร เหมือนกับเกมอเมริกันฟุตบอล ขยับไปทีละหน่อยทีละหน่อยก็ยังดี

ณัฐวุฒิ : มันก็ต้องทำใจ โลกความเป็นจริงมันเป็นแบบนี้ เราไม่สามารถจะเรียกหาสิ่งใด 100 เปอร์เซ็นได้จากสภาพการณ์ที่แทบจะติดลบอยู่ตลอดเวลา

นพ.สุรพงษ์ : ในฐานะที่คุณณัฐวุฒิ อยู่ฝั่งประชาธิปไตย ขณะนี้พรรคการเมืองที่เป็นหลักของฝั่งประชาธิปไตยมี 6-7 พรรค แต่พรรคขนาดใหญ่ อันดับ 1 อันดับ 3 มีพรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่

อยากจะมีข้อเสนออะไร เช่น พรรคเพื่อไทยประสบความสำเร็จหรือไม่ มองอย่างไรครับ

ณัฐวุฒิ : สำหรับ 2 พรรคนี้ ผมมีข้อเสนอไปแล้วนะครับ พยายามจัดตั้งรัฐบาลให้ถึงที่สุด ด้วยหัวใจที่พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ส่วนถ้าแยกเป็นรายพรรคผมคิดว่า เพื่อไทยก็ต้องไปหาให้เจอนะครับว่า มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

กับผลการเลือกตั้ง ซึ่งด้วยความเคารพนะครับ ผมคิดว่า เลขคะแนนที่ได้มา แม้ว่าจะส่งแค่ 250 เขตเนี่ย แต่ได้มาน้อยกว่าที่คาด น้อยกว่าที่ควรจะเป็น เพราะฉะนั้น ต้องไปค้นหาว่า เดินมาถึงตรงนี้ เพื่อไทยทำอะไรหล่นหายไปหรือเปล่า

อะไรที่เป็นความศรัทธา ความเชื่อมั่นของประชาชนที่วันนี้คนจำนวนนั้นมองไม่เห็นในพรรคเพื่อไทยมีหรือไม่

นพ.สุรพงษ์ : มีไหมครับ ประเด็นอะไรที่คุณณัฐวุฒิมองว่าน่าจะมีการปรับปรุง

ณัฐวุฒิ : เนื่องจากผมไม่ได้อยู่ในพรรคเพื่อไทยแล้ว จึงขอสงวนสิทธิ์ให้ทางพรรคเขาได้พิจารณากันก่อน ส่วนของอนาคตใหม่ ผมเห็นว่า เมื่อได้รับคะแนน ได้รับการตอบรับสนับสนุนมาจากประชาชนมากมายขนาดนี้

ถือว่าประสบความสำเร็จล่ะ แต่ สิ่งที่ผมอยากเห็นก็คือ อนาคตใหม่ จะสามารถนำเอาคะแนนเสียงหรือการสนับสนุนของประชาชน มาสร้างบทบาทสร้างเนื้องานที่เป็นจริง ภายใต้ความเป็นจริงทางการเมืองได้อย่างไร

ด้วยความเคารพอีกนะครับ สำหรับผมวันนี้พรรคอนาคตใหม่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ

นพ.สุรพงษ์ : ใช่ๆ

ณัฐวุฒิ : สิ่งที่ท่านพูดกันมาตลอดในสนามเลือกตั้ง ผมก็เห็นว่ายังไม่มีอะไรใหม่ แต่ว่า ท่านพูดความจริง สะท้อนสถานการณ์ทางสังคมไทยได้อย่างน่าสนใจ แต่เป็นมุมหรือเป็นประเด็นที่มีคนได้พูด ได้อธิบายกันมาแล้ว อย่างน้อยตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา

นพ.สุรพษ์ : แต่อาจจะไม่ได้พูดมาในนามพรรคการเมือง อาจจะเป็นนักวิชาการ เป็นประชาชน

ณัฐวุฒิ : ใช่ครับ ฉะนั้น สิ่งที่ผมรอดู ก็คือว่าอนาคตใหม่จะเผชิญความจริงทางการเมือง แล้วจะสามารถสร้างรูปธรรม ในฐานะพรรคการเมืองที่จะเป็นอนาคตใหม่ของประชาชนได้อย่างแท้จริงหรือไม่

ตรงนี้ก็ต้องฝากความหวัง และผมเชื่อว่า ถ้าเพื่อไทย หรือ อนาคตใหม่ มีแนวทางที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไปสู่วิถีทางที่ถูกต้องจริงนะครับ เขาต้องหาสิ่งเหล่านี้เจอ แล้วเค้าต้องทำสิ่งเหล่านี้ได้

นพ.สุรพงษ์ : ในฐานะรุ่นพี่ที่พบพานเจอคดีมามากมาย มีอะไรที่จะแนะนำคุณธนาธรและคุณปิยบุตร ซึ่งตอนนี้ก็รู้สึกจะมีคดีเพิ่มขึ้น

ณัฐวุฒิ : ในการต่อสู้ทางการเมืองเนี่ย มันไม่นับกันที่อาวุโส มันไม่นับกันที่สถานะหรือบทบาททางการเมืองที่ผ่านมา แต่นับหัวใจกันว่า 1 หัวใจเท่ากัน 1 ชีวิต 1 อิสรภาพเท่ากัน

เพราะฉะนั้น ผมเคารพในการตัดสินใจของแต่ละคน แล้วผมก็ให้กำลังใจกับการต่อสู้ของทุกคน ผมเห็นว่าสิ่งที่เขาแสดงออกอย่างกล้าหาญในการเผชิญข้อกล่าวหา นี่ก็เป็นคุณสมบัติหนึ่งแล้วของนักต่อสู้

ที่เหลือก็คือ การว่ากันไปตามกระบวนการ การว่ากันไปตามพยานหลักฐาน และที่สำคัญที่สุดก็คือ พิสูจน์รูปธรรม ว่าสิ่งที่คุณพูด สิ่งที่คุณอธิบาย เมื่อถึงเวลาลงมือปฏิบัติ มันได้อย่างงั้นหรือไม่

นพ.สุรพงษ์ : วันนี้ก็ได้รายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนพอสมควรนะครับ ทั้งบทบาทคุณณัฐวุฒิ บทบาทของกลุ่มก้าวต่อไป ซึ่งคงจะได้มีการพิจารณาต่อไป

ณัฐวุฒิ : บางอันที่ยังไม่ชัดเจนก็รอแป๊บนึงนะฮะ (หัวเราะ)

นพ.สุรพงษ์ : (หัวเราะ) เพราะว่าสถานการณ์ต่างๆ กำลังรอการคลี่คลายว่าบทบาทของกกต. ในช่วงนี้จนถึงวันที่ 9 พฤษภา คงจะสร้างความชัดเจนได้มากกว่านี้ ก็ขอบคุณคุณณัฐวุฒิมากนะครับ

ณัฐวุฒิ : ยินดีครับ

(ทีมงาน)

 
3 ส

ติดตามครับ

YES !

 
ผักหวานป่า

ขอบคุณคุณหมอสุรพงศ์ และคุณณัฐวุฒิ

ได้อ่านความคิด ได้รู้เป้าหมายที่มั่นคง แน่วแน่ด้าน ปชต.

ขอสนับสนุนทั้งสองท่าน โปรดทำการเมือง ต่อไป

เพื่อให้ประเทศก้าวเดินไปข้างหน้า ได้อย่างมั่นคง