เขาสอยดาว : ระบบอภิสิทธิ์ชนที่เห็นชาวประชาว่าหน้าโง่..ต่ำต้อย...

เขาสอยดาว : ระบบอภิสิทธิ์ชนที่เห็นชาวประชาว่าหน้าโง่..ต่ำต้อย...

เขาสอยดาว ระบบอภิสิทธิ์ชนที่เห็นชาวประชาว่าหน้าโง่..ต่ำต้อย...

เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วมีเพื่อนที่เป็นสมาชิกเว็บไซด์ “ประชาทอลค์ “ มาแวะเยี่ยมบอกว่าจะมาอุดหนุนชิมสะเต็กร้านใหม่.... 

คือเขามาทำธุระที่เชียงใหม่แล้วก็เลยมาแวะเยี่ยม....ก็ขอขอบคุณ....

แล้วเราก็นั่งคุยกันถึงเรื่องสัพเพเหระแล้วเขาก็บ่นออกมาว่า...

คนไทยนี่เป็นยังไงนะ  ข่าวที่น่าสนใจกลับไม่สนดันไปสนใจแต่เรื่องหวย 30 ล้าน เรื่องเปรมชัยกับเสือดำ  สองข่าวนี้กลบข่าวอื่นๆหมดแม้กระทั่งข่าว ที่นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติฯ แถลงข่าวคำพิพากษาของศาลฎีกา กรณีบริษัทสวนจันทบุรี จำกัด บุกรุกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จ.จันทบุรี ที่ต้องถูกปรับเป็นเงิน 150,000 บาท รวมถึงคนงานคือ นายประยุธ ปุณศรี และนายธีรพงษ์ นวนวิลัย ออกจากป่าสงวนแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวด้วย “

 P8782730-17.jpg]

ผมก็ตอบว่า..นั่นน่ะสิทำไมประชาชนไปสนใจแต่เรื่องอย่างนั้นแล้วเรื่องสำคัญที่ตัวเองถูกเอารัดเอาเปรียบจากอภิสิทธิ์ชนกลับไม่สนใจ...

นั่นสินะ..ทำไมไม่สนใจ..? หรือเป็นเพราะตัวเองยังไม่เดือดร้อนก็เลยแบบว่าธุระไม่ใช่...

เพื่อนทานข้าวเสร็จเขาก็กลับไป..ผมก็กลับมานั่งคิด....ว่าเราจะทำวิธีไหนที่จะให้ประชาชนมีความรู้สึก “รับผิดชอบร่วมกัน “ โดยเฉพาะอันไหนสิ่งไหนที่เป็นสมบัติของสาธารณะของชาติและของท้องถิ่นเราจะต้องมีความรู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของร่วมกันจะยอมให้ใครมาเอารัดเอาเปรียบอย่างมักง่ายนั้นไม่ได้..

ใครคิดออก..ช่วยที.....ว่าเราควรจะทำยังไง...?

ป.ล. ผมได้เอาข่าว “รุกป่าสอยดาว “ มาลงรวมไว้ในกระทู้นี้ว่ามันมีความเป็นมายังไง...ให้เห็นกันชัดๆเลยว่า...”อภิสิทธิ์ชน “  เขาเอาเปรียบเรายังไง ต่างกับชาวบ้านรุกป่าที่ถูกจับถูกขังเป็นพันๆคดี...

http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=9322

  • หลงรัก
    5
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    3
  • โกรธ
    4

11 ความคิดเห็น

 
akausa

ฎีกาฟันสนามกอล์ฟเขาสอยดาว "เปรมชัย-ตระกูลดัง"ผิด

 BBK0QcZ.img?h=582&w=874&m=6&q=60&o=f&l=f&x=491&y=285]

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 มี.ค. ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติฯ แถลงข่าวคำพิพากษาของศาลฎีกา กรณีบริษัทสวนจันทบุรี จำกัด บุกรุกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จ.จันทบุรี

โดยนายสมโภชน์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นในปี 2546 กรมอุทยานฯ ได้ฟ้องร้องบริษัท สวนจันทบุรี จำกัด หรือสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ บุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว รวม 482 ไร่ และแจ้งดำเนินคดีกับผู้ครอบครองพื้นที่ 9 ราย ต่อมาในปี 2557 ศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้องจำเลย โดยให้เหตุผลว่ากรมอุทยานฯ ไม่ทราบแนวเขตป่าที่ชัดเจน กระทั่งในปี 2558 นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายยื่นอุทธรณ์ต่อ และตัดสินให้กรมอุทยานฯ ชนะคดี โดยมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2558 ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 บริษัทสวนจันทบุรี จำกัด เป็นเงิน 150,000 บาท ให้จำเลยที่ 1 คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของจำเลยที่ 1 ออกจากป่าสงวนแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตามคดีหมายเลขดำที่ สวอ. 53/2558 คดีหมายเลขแดงที่ 1920/2558 ฐานยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่ารวมเนื้อที่ 184-1-41 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 ต่อมามีการยื่นฏีกา ซึ่งศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ในกรณีดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2560 มีผลให้บริษัทสวนจันทบุรี ต้องถูกปรับเป็นเงิน 1.5 แสนบาท รวมถึงคนงานคือ นายประยุธ ปุณศรี และนายธีรพงษ์ นวนวิลัย ออกจากป่าสงวนแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวด้วย

นายสมโภชน์ กล่าวต่อว่า เมื่อคำพิพากษาของศาลฎีกาออกมาแล้ว กรมอุทยานฯ ไม่ได้หยุดเพียงแค่นี้ แต่มอบหมายให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ดำเนินการฟ้องร้องคดีทางแพ่งที่ศาลจังหวัดจันทบุรี โดยฟ้องบริษัทสวนจันทบุรี จำกัด และพวก 16 คน ได้แก่ 1.นางสุชาดา ลีสวัสดิ์ตระกูล 2.นายนภดล รมยะรูป 3.นายจิม แซง 4.นายชาลี โสภณพนิช 5.นายเปรมชัย กรรมสูต 6.นายอดิสร จรณะจิตต์ 7.นางนิจพร จรณะจิตต์ 8.นางพิไลจิตร เริงพิทยา 9.นายชัยยุทธ กรรณสูต 10.นายโชติชัย อรรถวิภัชน์ 11.นายชัยยุทธ จรณะ 12.นายประยุทธ ปุณศรี 13.นายธีระพงษ์ นวนวิลัย 14.นายสมบัติ ลีสวัสดิ์ตระกูล 15.นายจินดา ศรอำพล และ16.นายชาติศรี โสภณพนิช โดยเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 26,598,867.19 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นเงินรวมกว่า 46 ล้านบาท โดยได้ยื่นฟ้องตามค่าเสียหายที่บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด และพวก ได้ยึดถือครอบครองและบุกรุกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว รวมเนื้อที่ 389-3-02 ไร่ โดยคดีแพ่งดังกล่าวนี้ ศาลจังหวัดจันทบุรีได้นัดพร้อมยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ในวันที่ 2 เม.ย. นี้

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับความเป็นมาของคดีดังกล่าว นายสมชัย เพียรสถาพร อดีตรองอธิบดีป่าไม้ ได้สั่งการเมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2545 ให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสนามกอล์ฟเขาสอยดาวฯ บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามที่สมาชิกวุฒิสภาร้องเรียนว่ามีการบุกรุกป่าเขาสอยดาว โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบเมื่อวันที่ 29 ม.ค.2545 และส่งข้อมูลให้นายปลอดประสพ สุรัสวดี ปลัดกระทรวงทรัพยากรพิจารณาดำเนินการเมื่อเดือน ก.ย. 2545 จนกระทั่งต่อมาในปี 2546 เขตรักษาพันธุ์ฯ แยกจากกรมป่าไม้มาสังกัดกรมอุทยานฯ มีนายสมชัย เป็นอธิบดีกรมอุทยานฯ และได้ส่งเรื่องฟ้องร้องดำเนินคดีเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2546 โดยดำเนินคดีพื้นที่บุกรุกทั้งหมด 482 ไร่ แจ้งดำเนินคดีกับผู้ครอบครองพื้นที่ 9 ราย แต่พนักงานสอบสวนและอัยการจังหวัดจันทบุรีสั่งไม่ฟ้อง

ต่อมาในช่วงปี 2556 ซึ่งนายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว เป็นอธิบดีอุทยานฯ ได้ยื่นคัดค้านความเห็นของอัยการจังหวัดและอัยการภาคที่สั่งไม่ฟ้องผู้ครอบครอง 9 ราย จากนั้น ผวจ.จันทบุรีจึงได้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาส่งฟ้องผู้ครอบครอง 3 ราย จาก 9 ราย คือบริษัทสวนจันบุรีกับพวก โดยมีพื้นที่ดำเนินคดี 184-1-41 ไร่ ซึ่งศาลชั้นต้นตัดสินเมื่อวันที่ 20 ต.ค.2557 ยกฟ้อง อย่างไรก็ตามนายธัญญา เนติธรรมกุล ขณะเป็นรองอธิบดีกรมอุทยานฯ ได้เซ็นคำสั่งให้นายสุนทร วัชรดิลกกุล อดีตที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายกรมอุทยานฯ ที่รับผิดชอบคดีมาตั้งแต่ต้น ยื่นอุทธรณ์คดี ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้ตัดสินเมื่อวันที่ 2 ก.ย.2558 ให้บริษัทสวนจันทบุรีจำกัดมีความผิดฐานบุกรุกป่าสงวนฯและเขตรักษาพันธุ์ฯ และศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2560 รวมระยะเวลาดำเนินคดีกว่า 14 ปี โดยกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เคยจัดเวทีชุมนุมเรียกร้องให้ผู้ครอบครองคืนพื้นที่ให้กับแผ่นดินในช่วงปี 2553

[/url]
 [url=https://www.msn.com/th-th/news/national/%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%9F%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94/ar-BBK0IuT]https://www.msn.com/th-th/news/national/%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%9F%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94/ar-BBK0IuT

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    5
  • เศร้า
    5
  • โกรธ
    0
 
akausa

ศาลฎีกาพิพากษายืน บ.สวนจันทบุรีของ 'เปรมชัยและพวกรุกป่าเขาสอยดาว

 750x422_795080_1520575755.jpg]

มีนาคม 2561

 16,727

ศาลฏีกาพิพากษายืน บริษัทสวนจันทบุรี ของ "เปรมชัย" และพวกรวม16คน บุกรุกป่าพื้นที่เขาสอยดาว จากกรณีสร้างสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ ด้านกรมอุทยานแห่งชาติฯลุยฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย 46 ล้าน ศาลนัดพิจารณาคดี เม.ย. นี้

เมื่อวันที่ มีนาคม นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงข้อเท็จจริงคดีสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ บุกรุกพื้นที่ป่าเขาสอยดาว ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เพื่อก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทำให้ราษฎรบริเวณใกล้เคียงขนาดแคลนน้ำใช้

 

โดยอุทยานแห่งชาติฯ ได้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากับบริษัทสวนจันทบุรี ในความผิดฐานบุกรุก ยึดถือ ครอบครอง ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือ ทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ ก.ย. 2558 ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 (บริษัทสวนจันทบุรี จำกัด) เป็นเงิน 150,000 บาท ให้จำเลยที่ คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของจำเลยที่ ออกจากป่าสงวนแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตามคดีหมายเลขดำที่ สวอ. 53/2558 คดีหมายเลขแดงที่ 1920/2558 ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกานั้น

ต่อมา ศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ในกรณีดังกล่าวแล้ว มีผลให้บริษัทสวนจันทบุรี ต้องถูกปรับเป็นเงิน 150,000 บาท รวมถึงคนงานคือ นายประยุธ ปุณศรี และนายธีรพงษ์ นวนวิลัย ออกจากป่าสงวนแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว

อีกทั้ง ล่าสุดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้มอบหมายให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ดำเนินการฟ้องร้องคดีทางแพ่งที่ศาลจังหวัดจันทบุรี เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายต่อไป โดยเป็นเงิน 26 ล้านบาท รวมดอกเบี้ย 46 ล้านบาท และนัดพิจารณาคดีในวันที่ เม.ย. 2561

นายสมโภชน์ กล่าวอีกว่า เมื่อคำพิพากษาของศาลฎีกาออกมาแล้ว กรมอุทยานแห่งชาติฯ มอบหมายให้ฟ้องร้องคดีทางแพ่งที่ศาลจังหวัดจันทบุรี โดยฟ้องบริษัทสวนจันทบุรี จำกัด และพวก 16 คน ได้แก่ 1.นางสุชาดา ลีสวัสดิ์ตระกูล 2.นายนภดล รมยะรูป 3.นายจิม แซง 4.นายชาลี โสภณพนิช 5.นายเปรมชัย กรรมสูต 6.นายอดิสร จรณะจิตต์ 7.นางนิจพร จรณะจิตต์ 8.นางพิไลจิตร เริงพิทยา 9.นายชัยยุทธ กรรณสูต 10.นายโชติชัย อรรถวิภัชน์11.นายยุทธชัย จรณะจิตต์ 12.นายประยุทธ ปุณศรี 13.นายธีระพงษ์ นวนวิลัย 14.นายสมบัติ ลีสวัสดิ์ตระกูล 15.นายจินดา ศรอำพล 16.นายชาติศิริ โสภณพนิช

โดยเรียกร้องค่าเสียหาย 26,598,867.19 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นเงินรวมกว่า 46 ล้านบาท โดยยื่นฟ้องตามค่าเสียหายที่บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด และพวก ได้ยึดถือครอบครองและบุกรุกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว รวมเนื้อที่ 389-3-02 ไร่ โดยคดีแพ่งดังกล่าวนี้ ศาลจังหวัดจันทบุรีได้นัดพร้อมยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ในวันที่ เม.ย.นี้

ทั้งนี้ บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2531 มีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท เป็นธุรกิจให้บริการสาธารณูปโภคในสวนเกษตรขายพืชผลการเกษตร โดยมีผู้ถือหุ้นใหญ่ อันดับแรก ได้แก่ นาย พงษ์พิชัย พิทักษ์บุรี สัดส่วนถือหุ้น 30.86% บริษัท บิ๊ก เวิลด์ สยาม จำกัด 21.43% บริษัท ชาเตรียนโฮลดิ้ง จำกัด 10% บริษัท ศักดิ์สินประสิทธิ์ จำกัด 8.57% และนาย สมศักดิ์ ปัฐพาณิชย์โชติ 4.5% นอกนั้น เป็นการถือหุ้นของบุคคลในตระกูลเริงพิทยา ตระกูลจรณะจิตต์ และตระกูลกรรณสูต อีกจำนวนหนึ่ง

 

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/795080

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    5
  • ขำขำ
    6
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    4
 
akausa

เปรมชัยโดนอีก!! อุทยานฯแจงคำพิพากษาศาลฎีกาคดีรุกป่าเขาสอยดาว จ่อฟ้องแพ่ง 46 ล้าน

วันที่ มีนาคม 2561 

 256-768x445.jpg]

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติฯ แถลงข่าวคำพิพากษาของศาลฎีกา กรณีบริษัทสวนจันทบุรี จำกัด บุกรุกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จ.จันทบุรี

นายสมโภชน์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นในปี 2546 โดยกรมอุทยานฯ ฟ้องร้องบริษัท สวนจันทบุรี จำกัด หรือสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ บุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว รวม 482 ไร่ และแจ้งดำเนินคดีกับผู้ครอบครองพื้นที่ 9 ราย ต่อมาในปี 2557 ศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้องจำเลย โดยให้เหตุผลว่ากรมอุทยานฯ ไม่ทราบแนวเขตป่าที่ชัดเจน กระทั่งในปี 2558 นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายยื่นอุทธรณ์ต่อ และตัดสินให้กรมอุทยานฯ ชนะคดี โดยมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 2 ก.ย.58 ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 บริษัทสวนจันทบุรี จำกัด เป็นเงิน 150,000 บาท ให้จำเลยที่ 1 คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของจำเลยที่ 1 ออกจากป่าสงวนแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตามคดีหมายเลขดำที่ สวอ. 53/2558 คดีหมายเลขแดงที่ 1920/2558 ฐานยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่ารวมเนื้อที่ 184-1-41 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 ต่อมามีการยื่นฏีกา ซึ่งศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ในกรณีดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 20 เม.ย.60 มีผลให้บริษัทสวนจันทบุรี ต้องถูกปรับเป็นเงิน 150,000 บาท รวมถึงคนงานคือ นายประยุธ ปุณศรี และนายธีรพงษ์ นวนวิลัย ออกจากป่าสงวนแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวด้วย

 S__22978704-1200x900.jpg]

นายสมโภชน์ กล่าวต่อว่า เมื่อคำพิพากษาของศาลฎีกาออกมาแล้ว กรมอุทยานฯ ไม่ได้หยุดเพียงแค่นี้ แต่มอบหมายให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ดำเนินการฟ้องร้องคดีทางแพ่งที่ศาลจังหวัดจันทบุรี โดยฟ้องบริษัทสวนจันทบุรี จำกัด และพวก 16 คน ได้แก่ 1.นางสุชาดา ลีสวัสดิ์ตระกูล 2.นายนภดล รมยะรูป 3.นายจิม แซง 4.นายชาลี โสภณพนิช 5.นายเปรมชัย กรรมสูต 6.นายอดิสร จรณะจิตต์ 7.นางนิจพร จรณะจิตต์ 8.นางพิไลจิตร เริงพิทยา 9.นายชัยยุทธ กรรณสูต 10.นายโชติชัย อรรถวิภัชน์ 11.นายยุทธชัย จรณะจิตต์ 12.นายประยุทธ ปุณศรี 13.นายธีระพงษ์ นวนวิลัย 14.นายสมบัติ ลีสวัสดิ์ตระกูล 15.นายจินดา ศรอำพล และ16.นายชาติศิริ โสภณพนิช โดยเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 26,598,867.19 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นเงินรวมกว่า 46 ล้านบาท โดยได้ยื่นฟ้องตามค่าเสียหายที่บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด และพวก ได้ยึดถือครอบครองและบุกรุกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว รวมเนื้อที่ 389-3-02 ไร่ โดยคดีแพ่งดังกล่าวนี้ ศาลจังหวัดจันทบุรีได้นัดพร้อมยกคดีขั้นพิจารณาใหม่ในวันที่ 2 เม.ย.นี้

https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_815300

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    3
  • โกรธ
    0
 
3 ส

อนาถไม่ฟัง

  • หลงรัก
    4
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    11
  • โกรธ
    1
 
619

ชาวเชียงใหม่เจ้าของพื้นที่และถิ่นเกิดเท่านั้นถึงจะต้านความอยุติธรรมที่แขวงตัวในยุติธรรมได้นะ

โดยแต่ละบ้านอาจจะมีป้ายเล็กๆติดไว้หน้าบ้าน กูไม่เอามึง"

  • หลงรัก
    12
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    2
  • โกรธ
    1
 
akausa

ถูกต้อง....คนในท้องถิ่นเท่านั้นที่จะรู้ดีถึงความเป็นไปของท้องถิ่นตัวเอง...

ดังนั้นการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น is a must....

นั่นหมายถึงต้องมีการเลือกตั้งผู้ที่อาสามาเป็นผู้นำมาพัฒนาท้องถิ่นด้วย เช่น ผู้ว่าฯ นายอำเภอ ฯลฯ

  • หลงรัก
    5
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    5
  • โกรธ
    1
 
PM007

ฤทธิ เสือดำ จริง ๆ 

ขอให้คนที่ฆ่าเสือดำ จงชิกหาย บริษัท ก็จงเจ็งไปด้วยทั้งหมด

  • หลงรัก
    7
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    1
 
akausa

มันเป็นฤทธิ์ของอภิสิทธิ์ชนที่อยู่ในชนกลุ่มน้อยคือพวกเผด็จการอำมาตย์ ที่เอารัดเอาเปรียบ ขูดรีดประชาชน 

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    11
  • โกรธ
    1
 
akausa

ข่าวเก่า..เอามาให้อ่านเพิ่มเติม......

รื้อ "สอยดาว" หลักฐานรุกป่าโผล่!

หลังมือดีหมกไว้ ภาพถ่ายอากาศ สนามกอล์ฟดัง ปทส.ลุยสางคดี

ข่าวสดรายวัน, 03 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7034

ตำรวจปทส.พบหลักฐานใหม่ คดี "สนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ฯ" โดนกล่าวหารุกพื้นที่ป่าสอยดาว เผยเจอภาพถ่ายทางอากาศ ผลการแปล ตีความ และวิเคราะห์ ที่ไม่มีในสำนวนสั่งไม่ฟ้อง ขณะทำความสะอาดหน่วยงาน จัดคัดแยกเอกสาร เผยเปรียบเทียบพื้นที่ป่าตั้งแต่ปีพ.ศ.2518 มาจนถึงปี 2545 มีพื้นที่ป่าเท่าไหร่ ก่อนกลายเป็นสนามกอล์ฟ ผบก.ปทส.สั่งรื้อคดี แจ้งอัยการจังหวัดจันทบุรี ก่อนสอบพยานเพิ่มเติม

จากกรณีปัญหาการถือ ครองที่ดินของ สนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ คลับ แอนด์ รีสอร์ท ตั้งอยู่เลขที่ 224 หมู่ 2 ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำ ร้อน จ.จันทบุรี เป็นกิจการโรงแรม และสนามกอล์ฟขนาด 18 หลุม มีเนื้อที่ครอบคลุมจำนวน 4,012 ไร่ เป็นของบริษัท สวนจันทบุรี จำกัด ซึ่งดูแลเรื่องที่ดิน และบริษัท จันทบุรีคันทรีคลับ จำกัด ซึ่งดูแลกิจการโรงแรมและสนามกอล์ฟ เนื่องจากเจ้าพนักงานป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ขอให้ดำเนินคดีบริษัท สวนจันทบุรีฯ กับพวก ฐานร่วมกันบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาสอยดาว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว

โดยคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อต้นปีพ .ศ.2549 ผู้กล่าวหาคือ นายสุนทร วัชรกุลดิลก และนายสุภัทร สารรัตน์ เจ้าพนักงานป่าไม้ ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาคือ บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด, นายประยุทธ ปุณศรี, นายธีระพงษ์ นวนวิไล, นายชาติศิริ โสภพนิช, นายชาลี โสภณพนิช, นายสมบัติ ลีสวัสดิ์ตระกูล, นายนภดล รมยะรูป, นางพิไลจิตร เริงพิทยา, และนายจินดา สอนอำพล รวมทั้งหมด 9 ราย ต่อมาอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง โดยให้เหตุผลประกอบ อาทิ พื้นที่มีเอกสารสิทธิที่ดินล้อมรอบ เป็นพื้นที่จำแนกออกจากป่าไม้ถาวร เทศมนตรีตำบลโป่งน้ำร้อน ยืนยันว่าพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในเขตสุขาภิบาล เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่ดิน และกำนันในพื้นที่ ยืนยันว่าไม่ได้อยู่ในเขตป่าสงวนฯ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยชอบ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มม็อบเสื้อแดงนปช. ยังนำปัญหาการถือครองที่ดิน มาเป็นประเด็นเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อพาดพิงไปถึง พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ซึ่งเป็นที่ปรึกษาสนามกอล์ฟ รวมไปถึงเจ้าของและผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะตระกูลโสภณพนิช ผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ โดยจัดชุมนุมใหญ่กันบริเวณที่ตั้งของสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ฯ ที่ ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เมื่อปลายเดือน ม.ค.2553 ที่ผ่านมา และต่อด้วยการชุมนุมที่หน้าสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อทวงถามความคืบหน้าคดี และเรียกร้องให้นำเข้าสู่การพิจารณาคดี

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มี.ค. มีรายงานข่าวจาก บก.ปทส. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้รับผิดชอบคดีนี้แจ้งว่า ทางเจ้าหน้าที่พบหลักฐานเอกสารสำคัญเกี่ยวกับคดีรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เขาสอย ดาว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จ.จันทบุรี โดยสืบเนื่องจากที่ กก.1 บก.ปทส. เรียกประชุมข้าราชการตำรวจในสังกัด เพื่อร่วมกันดำเนินกิจกรรม 5 ส. ในการพัฒนาหน่วยงานให้มีความสะอาดเรียบร้อย ปรากฏว่าขณะที่คัดแยกเอกสาร เพื่อจัดเก็บให้เป็นระเบียบ ปรากฏว่าพบเห็นเอกสาร 1 ฉบับ จึงสำรวจตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า เป็นเอกสารเรื่องแปลภาพถ่ายทางอากาศ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีบริษัทสวนจันทบุรีฯ กับพวก กรณีบุกรุกยึดถือครองครองพื้นที่ป่า

พ.ต.อ.เทวัญ มังคละชาติกุล ผกก.1 ปทส. ตรวจสอบพิจารณาแล้ว จึงแจ้งเรื่องต่อไปยัง พล.ต.ต.มิสกวัน บัวรา ผบก.ปทส. ก่อนจะทำหนังสือแจ้งต่อไปยังอัยการจังหวัดจันทบุรี พร้อมทั้งแนบสำนวนการสอบสวนคดีที่ร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัทสวนจันทบุรีฯ กับพวก เพื่อแจ้งว่าได้รับเอกสารสำคัญทางคดี คือสำเนาผลการแปล ตีความ และวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ และภาพถ่ายทางอากาศ จากนั้นนายสถาพร ภักดีวงศ์ อัยการจังหวัดประจำกรม ปฏิบัติราชการแทนอัยการจังหวัดจันทบุรี จึงทำหนังสือแจ้งกับมายัง ผบก.ปทส.ให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม และให้พนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมต่อพนักงานอัยการภายในวันที่ 15 มี.ค.2553

รายงานข่าวแจ้งว่า หลักฐานสำคัญที่อาจนำมาสู่การดำเนินคดีบุกรุกเขาสอยดาวของสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ฯ ครั้งใหม่ ก็คือผลการแปล ตีความ และวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ และภาพถ่ายทางอากาศที่ได้รับการแปล ตีความและวิเคราะห์ โดยเปรียบเทียบภาพถ่ายทางอากาศในปีพ.ศ.2518, พ.ศ.2539, และ พ.ศ.2545 ที่สำคัญ และอยู่ในการถือครองของสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ฯ มีดังนี้

เอกสารสิทธิ หรือพื้นที่ครอบครอง น.ส.3 เลขที่ 108 พ.ศ.2518 มีพื้นที่ป่าไม้ ร้อยละ 57.1 เป็นพื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 42.9 ต่อมาปีพ.ศ.2545 พื้นที่ป่าไม้เหลือ ร้อยละ 14.3 พื้นที่สนามกอล์ฟ ร้อยละ 14.3 และเป็นพื้นที่น้ำ ร้อยละ 71.4

เอกสารสิทธิ หรือพื้นที่ครอบครอง น.ส.3 เลขที่ 109 พ.ศ.2518 มีพื้นที่ป่าไม้ร้อยละ 95.2 พื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 4.8 พอมาปีพ.ศ.2548 พื้นที่ป่าไม้เหลือ ร้อยละ 53.6 พื้นที่สนามกอล์ฟ ร้อยละ 46.4

โฉนดที่ดินเลขที่ 674 ปีพ.ศ.2518 มีป่าไม้ ร้อยละ 71.7 พื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 28.3 พอมาปีพ.ศ.2545 ป่าไม้เหลือ ร้อยละ 6.8 สนามกอล์ฟ ร้อยละ 77 และพื้นที่น้ำ ร้อยละ 16.2

โฉนด ที่ดินเลขที่ 675 ในปีพ.ศ.2518 มีป่าไม้ ร้อยละ 87.4 การเกษตร ร้อยละ 12.6 พอมาปีพ.ศ.2545 เหลือป่าไม้ ร้อยละ 41 พื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 2.5 สนามกอล์ฟ ร้อยละ 42 และพื้นที่น้ำ ร้อยละ 4.5

โฉนดที่ดินเลขที่ 676 ในปีพ.ศ.2518 มีป่าไม้ร้อยละ 65.4 พื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 34.6 พอมาปีพ.ศ.พ.ศ.2545 ป่าไม้ ร้อยละ 22.3 พื้นที่เกษตร ร้อยละ 48.8 สนามกอล์ฟ ร้อยละ 19.1 พื้นที่น้ำ ร้อยละ 9.8

และโฉนดที่ดินเลขที่ 678 พ.ศ.2518 มีป่าไม้ ร้อยละ 80.5 พื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 19.5 พ.ศ.2545 ป่าไม้เหลือ ร้อยละ 5 พื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 69.8 สนามกอล์ฟ ร้อยละ 19.5 และพื้นที่น้ำ ร้อยละ 5.7

นอกจากนี้ ยังมีเอกสารสิทธิ หรือพื้นที่ครอบครอง ที่เป็นแปลงที่เตรียมออกเอกสารสิทธิ โฉนดที่ดิน 1 (17) พ.ศ.2518 มีป่าไม้เต็มพื้นที่ พ.ศ.2545 ป่าไม้ลดเหลือร้อยละ 27.8 กลายเป็นสนามกอล์ฟ ร้อยละ 72.2, แปลงที่เตรียมออกเอกสารสิทธิ โฉนดที่ดิน 2 (15) ป่าไม้เต็มพื้นที่ พอมาปีพ.ศ.2545 ป่าไม้ลดเหลือ ร้อยละ 90.5 สนามกอล์ฟ ร้อยละ 9.5, แปลงที่เตรียมออกเอกสารสิทธิ โฉนดที่ดิน 6 (14) ป่าไม้เต็มพื้นที่ แต่ปีพ.ศ.2545 ป่าไม้ลดเหลือ ร้อยละ 81 พื้นที่น้ำ ร้อยละ 19, และ แปลงที่เตรียมออกเอกสารสิทธิ โฉนดที่ดิน 7 (13) ในปีพ.ศ.2518 ป่าไม้เต็มพื้นที่ พอมาปีพ.ศ.2545 ป่าไม้ลดเหลือ ร้อยละ 60.9 ที่เหลือเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 39.1

ข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับพื้นที่ที่อยู่ในการถือครองของสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ฯ แบ่งออกเป็นพื้นที่ส่วนที่เป็นสนามกอล์ฟ โรงแรม และสวนเกษตร ประกอบด้วยที่ดินแปลงใหญ่ 4 แปลง ได้แก่โฉนดที่ดินเลขที่ 674, 675, 676, และ 678 รวม 2,845 ไร่ 3 งาน 67.7 ตารางวา พื้นที่ส่วนที่ติดอยู่กับสนามกอล์ฟ โรงแรม และสวนเกษตร ไปจนถึงทางเข้าโครงการ ประกอบด้วยที่ดินแปลงย่อย จำนวน 19 แปลง รวมเนื้อที่ 642 ไร่ 2 งาน 84.6 ตารางวา และสุดท้ายเป็นพื้นที่ที่ถูกดำเนินคดี จำนวน 482 ไร่ 3 งาน 78 ตารางวา ซึ่งถูกกล่าวหาและโต้แย้งว่าบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาสอยดาว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว

 

POSTED BY MZL AT 8:10 AM 

http://wow-fact.blogspot.com/2010/03/blog-post_03.html

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    1
 
akausa

ป๋าเปรม แบงก์กรุงเทพ สนามกอล์ฟ"เขาสอยดาว" คอนเนกชั่น"อมตะ"อภิมหาทุนไทย?

ป๋าเปรม แบงก์กรุงเทพ สนามกอล์ฟ"เขาสอยดาว" คอนเนกชั่น"อมตะ"อภิมหาทุนไทย? 

จากกรณี เขายายเที่ยง ทำให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี และองคมนตรี กลืนไม่เข้า คายไม่ออก แล้ว ไฟก็ลาม ไปถึง สนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ทิ่มแทงว่า การใช้กฎหมายบ้านนี้ เมืองนี้ มี "2 มาตรฐาน" 

เสื้อแดงประกาศว่าพื้นที่กว่า 400 ไร่ จากทั้งหมดกว่า 4,000 ไร่ ทับซ้อนกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว และเขตป่าไม้ถาวร และถูกร้องเรียนเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการลงโทษผู้กระทำผิดหรือเพิกถอนเอกสารสิทธิ์แต่อย่างใด

จากเขายายเที่ยง ถึงเขาสอยดาวเป็นการรุกเข้าตี กองบัญชาการของ "กลุ่มทุนเก่าและกลุ่มอำมาตย์" เข้าอย่างจังและได้ผลดีเกินคาด
เพราะคนทั่วไป ที่ไม่ใช่ เหลือง และแดงก็เห็นกันชัดๆ ว่า...มันไม่แฟร์ !!!!

ย้อนอดีตกลับไปดู ปัญหาการบุกรุกเขาสอยดาวเกิดขึ้นตั้งแต่ 2544 ชาวบ้านในพื้นที่ได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการเกษตรฯ ของวุฒิสภา

ผลจากการเข้าตรวจสอบของกรมป่าไม้ โดย นายสุนทร วัชรกุลดิลก ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปราม ตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกจริง เป็นการบุกรุกทับซ้อนพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และสรุปรายชื่อพร้อมเอกสารส่งให้พนักงานสอบสวนในเดือนสิงหาคม 2546 ทว่าพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดจันทบุรีเมื่อกลางปี 2550
เมื่อสำนวนถึงอัยการ ปรากฏว่าอัยการตีกลับไปให้พนักงานสอบสวนสอบสวนเพิ่มเติม จนถึงขณะนี้อัยการยังไม่ได้ส่งฟ้องต่อศาลแต่อย่างใด ...

ถ้าหากตัดเรื่องการเมืองซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงหยิบมาใช้เป็นประเด็น "มุ่งทำลาย" ความน่าเชื่อถือของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยเชื่อมโยงว่ามีคอนเน็กชั่นพิเศษกับตระกูลโสภณพนิช นายทุนอันดับต้นของพรรคประชาธิปัตย์ ออกไป

มองในแง่ข้อเท็จจริง โดยเฉพาะ "ผู้ถือครองหุ้น" ในสนามกอล์ฟชื่อดังแห่งนี้ กลับเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
จากการตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า สนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ จดทะเบียนในนามบริษัท จันทบุรีคันทรีคลับ จำกัด เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2533 ทุนเริ่มแรก 100 ล้านบาท ต่อมาเพิ่มทุนอีกหลายครั้ง กระทั่งล่าสุด 300 ล้านบาท

ในช่วงก่อตั้ง มีผู้ถือหุ้น 18 ราย ได้แก่ บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด 490,000 หุ้น นายชาตรี โสภณพนิช 232,999 หุ้น นางสาวสุชาดา โสภณพนิช 40,000 หุ้น นายวีระ รมยะรูป 4,000 หุ้น นายชาติศิริ โสภณพนิช 30,000 หุ้น นายชาลี โสภณพนิช 30,000 หุ้น พล.ต.อ.ณรงค์ มหานนท์ 4,000 หุ้น พล.ต.อ.เสน่ห์ สิทธิพันธ์ 2,000 หุ้น ม.ล.วิทยา จักรพันธ์ 20,000 หุ้น นายจินดา ศรอำพล 20,000 หุ้น เป็นต้น

ปี 2536 เพิ่มทุนเป็น 162.5 ล้านบาท ผู้ถือหุ้น 10 ราย ผู้ถือหุ้นหลัก บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด ตระกูลโสภณพนิช และ กลุ่มอิตาเลี่ยน-ไทย ได้แก่ นายเปรมชัย กรรณสูต น.พ.ชัยยุทธ กรรณสูต นายอดิศร จรณะจิตต์ นางนิจพร จรณะจิตต์ นางพิไลจิตร เริงพิทยา นายสงวน จันทรานุกูล และ พล.ต.อ.ณรงค์ มหานนท์

ปี 2539 เพิ่มทุน 200 ล้านบาท ตระกูลโสภณพนิชและตระกูลกรรณสูต ถือหุ้นใหญ่เหมือนเดิม แต่มีการกระจายหุ้นให้นักธุรกิจดังในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จำนวนมาก อาทิ

กลุ่ม บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี ของ นายประยุทธ มหากิจศิริ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย, บริษัท เกษตรรุ่งเรืองพืชผล จำกัด, บริษัท เมโทรแมชีนเนอรี่ จำกัด, บมจ.ธนายง, บมจ.ยูนิเวสท์แลนด์, กลุ่ม ซี.พี., บมจ.ศรีไทยซุปเปอร์แวร์, นายสมบัติ เพ็ชรตระกูล, บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป, นายวิชัย กฤษดาธานนท์, บริษัท ช.การช่าง จำกัด, พล.อ.ท.เกษม อินจัน, บมจ.กรุงเทพประกันภัย, บริษัท ลีนุตพงษ์ จำกัด, นายชาย โฆษะวิสุทธ์, นายพิทักษ์ รังษีธรรม, บริษัท ตรังผลิตภัณฑ์อาหารทะเล จำกัด, นายบุญเลิศ ลาภาโรจน์กิจ, กลุ่มสงวนพาณิชย์สงขลา, นายไพศาล มานะศิลป์ กลุ่มเจ้าของห้างคลังพลาซ่าในโคราช, นายบรรเลง รอบบรรเจิด เจ้าของห้างทอปแลนด์ จ.พิษณุโลก, นายเจริญ พัฒนดำรงจิตร, นายบุรินทร์ บุริสตระกุล นักธุรกิจอสังหาฯ จ.ขอนแก่น

รวมทั้ง นายนพดล พิทักษ์วาณิชย์ ผู้ขายที่ดินบนเขายายเที่ยงให้คนใกล้ชิด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์

ขณะที่ บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด เดิมชื่อ บริษัท ชาเตรียนการเกษตร จำกัด ก่อตั้งวันที่ 28 กันยายน 2531 ทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 200 ล้านบาท ต่อมาเพิ่มเป็น 400 ล้านบาท กระทั่งในปี 2543 ลดเหลือ 100 ล้านบาท

ในช่วงก่อตั้ง มีผู้ถือหุ้น 16 ราย โดยมี บริษัท ชาเตรียนโฮลดิ้ง จำกัด และ บริษัท จตุบุตรโฮลดิ้ง จำกัด บริษัทส่วนตัวของนายชาตรี โสภณพนิช ถือหุ้นใหญ่200,000 หุ้น นายสมศักดิ์ ปัฐพาณิชย์โชติ 150,000 หุ้น คนอื่น อาทิ นายบุญนำ บุญนำทรัพย์ พล.ต.อ.ณรงค์ มหานนท์ พล.ต.อ.เสน่ห์ สิทธิพันธ์ นายเดช นำศิริกุล นายธนาวุธ ศรีบุญเรือง นายจินดา ศรอำพล

ปี 2535 เครือตระกูลโสภณพนิช ถือหุ้นใหญ่ร่วมกับ บริษัท อิตัลไทยโฮลดิ้ง คัมปะนี และ บริษัท อิตาเลียน-ไทย ดีเวล๊อปเม้นท์ คอร์ปอเรชั่น ขณะที่ผู้ถือหุ้นอื่นไม่เปลี่ยนแปลง

ปัจจุบัน บริษัท บิ๊ก เวิลด์ สยาม จำกัด ของ นายจริยะ วงศ์ถ้วยทอง ถือหุ้น 21.4% นายชาลี โสภณพนิช 18.8% บริษัท ชาเตรียนโฮลดิ้ง จำกัด 10% บริษัท ศักดิ์สินประสิทธิ์ จำกัด ตระกูลจรณะจิตต์ 8.5% นายชาตรี โสภณพนิช 5% นายนภดล รมยะรูป 5% นายสมศักดิ์ ปัฐพาณิชย์โชติ 4.5% ตระกูลกรรณสูต 4.5%

ทั้ง บริษัท จันทบุรีคันทรีคลับ จำกัด และ บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด มีกรรมการชุดเดียวกัน คือ นางสุชาดา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายนภดล รมยะรูป นายชาลี โสภณพนิช นายโชติชัย อรรถวิภัชน์ นายเปรมชัย กรรณสูต นางนิจพร จรณะจิตต์ นางพิไลจิตร เริงพิทยาและ นายยุทธชัย จรณะจิตต์

พิศดูรายชื่อ ทั้งหมด ก็เข้าใจได้ว่า ทำไม พวกเสื้อแดง ถึงกระเหี้ยนกระหือรือ เป็นยิ่งนัก !!!!

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์, 23 มกราคม 2553

POSTED BY MZL AT 11:59 AM 

LABELS: เขาสอยดาวเปรมโสภณพนิช

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    7
  • ขำขำ
    4
  • เศร้า
    7
  • โกรธ
    1
 
akausa

รายงาน : ผลสอบสนช."สุรยุทธ์"รุกเขายายเที่ยง ผิดกฎหมายอาญา-ทำขัดรัฐธรรมนูญ

สุทธิรักษ์ อุฒมนตรี

กรุงเทพธุรกิจ 13 มกราคม 2553

การครอบครองที่ดินและสร้างบ้านพักบนเขายาย เที่ยงของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการตรวจสอบโดยคณะอนุกรรมาธิการตำรวจและสิทธิมนุษยชน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่มี น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เป็นประธาน และได้รายงานผลการพิจารณาต่อคณะกรรมาธิการการยุติธรรม การตำรวจ และสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา

ข้อเท็จจริงการครอบครองเขายายเที่ยง

ที่ดินบ้านพักเขายายเที่ยง เดิมเป็นของนายเบ้า สินนอก เนื้อที่ 22 ไร่เศษ ต่อมาเมื่อปี 2536-2537 นายเบ้าขายที่ดินให้กับนายนพดล พิทักษ์วานิชย์ ในราคา 7 แสนบาท และในปี 2540 นายนพดล ขายให้กับ พล.อ.สุรฤทธิ์ จันทราทิพย์ (ขณะนั้นยศ พ.อ.) ในราคา 5 หมื่นบาท กระทั่งปี 2545 พล.อ.สุรฤทธิ์ ยกที่ดินนั้นให้กับ พ.อ.หญิง คุณหญิงจิตรวดี จุลานนท์ โดยเสน่หา

ข้ออ้าง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์

1.นายเบ้า ได้รับการจัดสรรที่ดินให้แก่เกษตรกรในปี 2534 จำนวน 2 แปลงเนื้อที่ 14 ไร่ 1 แปลง และ 7 ไร่ 2 งานอีก 1 แปลง

2.ได้ครอบครองที่ดินโดยไม่ทราบว่าเป็นป่าสงวนแห่งชาติ

3.ได้มีการครอบครองมาก่อนประกาศกฎกระทรวงเป็นป่าสงวนแห่งชาติ

4.การครอบครองก่อนวันที่ 30 มิ.ย.2549 อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์สิทธิจึงไม่ถือว่าผิดกฎหมาย

ประเด็นปัญหาที่ต้องพิจารณา

1.ที่ดินบ้านพัก พล.อ.สุรยุทธ์ บนเขายายเที่ยง อยู่ในเขตป่าสงวนหรือไม่

นายกฤษณะ พฤกษวัน ผู้อำนวยการส่วนจัดการที่ดิน กรมป่าไม้ ให้ข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 19 ต.ค.2550 ยอมรับว่าที่ดินบนเขายายเที่ยงอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยพิจารณาจากแผนที่แนบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 67 (พ.ศ.2508) โดยอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาเตียน เขาเขื่อนลั่น ต.จันทึก อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

2.ที่ดินบ้านพัก พล.อ.สุรยุทธ์ บนเขายายเที่ยง อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ ตามที่ ครม.มีมติเมื่อวันที่ 10 และ 17 มี.ค.2535 จำแนกการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ของประเทศ ที่ดินของ พล.อ.สุรยุทธ์ อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ โซน ซี

3.ประเด็นปัญหาที่ว่า นายเบ้าได้เข้าไปบุกรุกในที่ดินบนเขายายเที่ยงก่อนจะมีการประกาศเขตป่าสงวน แห่งชาติหรือไม่ จากภาพถ่ายแผนที่ทางอากาศ กรมแผนที่ทหาร ปี 2510 (เอกสาร 4) บริเวณบ้านพัก พล.อ.สุรยุทธ์ ยังเป็นป่าไม้ยังไม่มีบุคคลใดบุกรุก ต่อมามีการประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2538 ที่ดินบนเขายายเที่ยงจึงมีการบุกรุกหลังจากประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ

4.ประเด็นปัญหาว่า พล.อ.สุรยุทธ์ ทราบหรือไม่ว่าที่ดินบ้านพักเขายายเที่ยงเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่ง ชาติ โดยตามเอกสารหมายเลข 7 จะเห็นว่ามีข้อความเขียนไว้ว่าเป็นเขตหวงห้าม ของกระทรวงกลาโหม และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2550 ได้ความว่า พื้นที่หวงห้ามของกระทรวงกลาโหม หมายถึง เขตพื้นที่ทหาร พล.อ.สุรยุทธ์ เคยดำรงแม่ทัพภาค 2 ย่อมทราบดีอยู่แล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ เพราะนอกเหนือจากเขตป่าสงวนแห่งชาติแล้ว คือพื้นที่หวงห้ามของกระทรวงกลาโหม (เขตพื้นที่ทหาร)

5.ประเด็นปัญหาว่าที่ดินบ้านพักเขายายเที่ยง เป็นไปตามมติ ครม.วันที่ 30 มิ.ย.2541 หรือไม่ บ้านดังกล่าวใช้เป็นที่พักตากอากาศไม่ใช่ที่อยู่ หรือที่ทำกินถาวร จึงไม่อยู่ภายใต้กฎบังคับมติ ครม. วันที่ 30 มิ.ย.2541 ทั้งที่บ้านพักบนเขายายเที่ยงยังอยู่ในเขตพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ (โซนซี) อันต้องรักษาและสงวนไว้ อาจมีราษฎรเข้าไปบุกรุกรัฐก็จะต้องจัดที่ดินทำกินให้ใหม่ และให้ราษฎรย้ายออกจากพื้นที่ ดังนั้น ที่ดินบนเขายายเที่ยงของ พล.อ.สุรยุทธ์ จึงไม่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบพิสูจน์สิทธิตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว

6.ประเด็นปัญหาว่าที่ดินบ้านพักบนเขายายเที่ยง ดังกล่าว กรมป่าไม้เข้ามาจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรอาศัยอยู่จริงหรือไม่ จากการสอบถามข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่ดินบ้านพักบนเขายายเที่ยงดังกล่าวไม่มี หลักฐานปรากฏว่ากรมป่าไม้ ได้จัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรเข้าอาศัยทำกินแต่อย่างใด

7.ประเด็นปัญหาว่า การพิสูจน์สิทธิของเกษตรกรที่อาศัยทำกิน ตามมติ ครม.วันที่ 30 มิ.ย.2541 เป็นการจัดที่ดินอย่างไรตามมติ ครม.ดังกล่าว ผู้ที่จะพิสูจน์สิทธิได้จะต้องเป็นเกษตรกรที่อาศัยทำกินและตามความจำเป็น เพื่อการครองชีพเท่านั้น

8.ประเด็นปัญหาว่า ที่ดิน พล.อ.สุรยุทธ์ บนเขายายเที่ยง มีเอกสารสิทธิหรือไม่ พบว่าที่ดินและบ้านพัก พล.อ.สุรยุทธ์ มีเพียง ภทบ.5 คือหลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่เท่านั้น ไม่ถือว่าเป็นเอกสารสิทธิตามกฎหมายที่ดิน ที่จะนำมาอ้างสิทธิการมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองได้

9.ปัญหาว่า พล.อ.สุรยุทธ์ นายเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และอธิบดีกรมที่ดิน ทราบเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อใด

ตามเอกสารหมายเลขที่ 16 วันที่ 27 ธ.ค.2549 พล.อ.สุรยุทธ์ ทราบเรื่องนี้แล้ว และในวันนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ อธิบดีกรมที่ดิน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าพบ พล.อ.สุรยุทธ์ ด้วย เรื่องนี้เป็นข่าวแพร่หลาย และมีการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดังนั้น ต้องถือว่า พล.อ.สุรยุทธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และอธิบดีกรมที่ดิน ทราบเรื่องนี้ ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.2549 จนถึงวันที่ 11 ม.ค.2550

10.ประเด็นที่ว่า นายกรัฐมนตรี (สุรยุทธ์) และรัฐมนตรี (นายเกษม) เป็นเจ้าพนักงานตามความในประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 948/2510 นั้น รัฐมนตรีเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย

บทสรุป

ป่าสงวนแห่งชาติ เป็นทรัพยากรแผ่นดินที่สงวนไว้ให้กับประชาชนใช้สอยร่วมกัน ป่าสงวนแห่งชาติจึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2786/2515 (เอกสารหมายเลข 20) ป่าสงวนแห่งชาติ แม้บุคคลจะเข้าไปครอบครองก่อนประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติก็ตาม แต่ต่อมามีการประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติแต่ผู้ครอบครองไม้แจ้งสิทธิตามมาตรา 12 วรรคแรก แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่กฎกระทรวงป่าสงวนแห่งชาติใช้บังคับถือว่าผู้ครอบครองนั้นสละ สิทธิ์หรือประโยชน์นั้น ถ้าครอบครองอยู่ต่อไปจะมีความผิดตามมาตรา 14 และมาตรา 31 ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3322/2535 (เอกสารหมายเลข 19)

นอกจากนี้ การประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ จะต้องออกเป็นกฎกระทรวง ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมาย บุคคลจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะบุคคลจะต้องทราบกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่เป็นกรณีกฎหมายปิดปาก

อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่า พล.อ.สุรยุทธ์ และ พ.อ.หญิง คุณหญิงจิตราวดี กระทำความผิดตามมาตรา 14 และมาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และในเรื่องนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ถือเป็นเจ้าพนักงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นเจ้าพนักงาน อธิบดีกรมป่าไม้และหัวหน้าป่าไม้เขตจังหวัดนครราชสีมา ทราบเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น แต่ไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบหรือสั่งการให้มีการดำเนินคดีกลับปล่อยปละละเลย ให้ระยะเวลาล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบัน จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสีย หายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นความผิดตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

นอกจากนี้ ยังเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ทางการเมืองและทางราชการตามกฎหมายรัฐ ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2550 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตด้วย

กรณีดังกล่าวเป็นการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติซึ่ง ในกรณีเดียวกันนี้ปรากฏว่ามีประชาชนถูกดำเนินคดีทั่วประเทศหลายร้อย หลายพันคดี แต่ปรากฏว่าที่ดินบ้านพักบนเขายายเที่ยงกลับไม่มีการดำเนินคดีใดๆ เลย ซึ่งตามมาตรา 30 แห่งรัฐธรรมนูญ 2550 ระบุว่า บุคคลย่อมเสมอภาคกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกันอัน เป็นสิทธิที่คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญให้กับประชาชนทุกคน เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน

http://www.bangkokbiznews.com/2010/01/13...d=30140999

POSTED BY MZL AT 11:52 AM 

LABELS: เขายายเที่ยงสุรยุทธ์สุรฤทธิ์

  • หลงรัก
    3
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    4
  • เศร้า
    2
  • โกรธ
    1