อ้าว !...โอยยยย...สะใจครับ....สะใจ!...ฤาเทพยดาที่ปกปักรักษาป่าแหว่ง..จะแผลงฤทธิ์ จากข่าวพาดหัวนี้...

อ้าว !...โอยยยย...สะใจครับ....สะใจ!...ฤาเทพยดาที่ปกปักรักษาป่าแหว่ง..จะแผลงฤทธิ์ จากข่าวพาดหัวนี้...

จากข่าวพาดหัวนี้...

“ ตุลาการเดือด!อธิบดีศาลภาค นำล่าชื่อผู้พิพากษาถอด'ชำนาญ'พ้นก.ต.

นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์เป็นประธานแผนกล้มละลายในศาลฎีกา

คือคนที่มาขออยู่ที่ป่าแหว่ง 10 ปีนั่นแหละ ถูกเข้าชื่อถอดถอนให้ออกจากตำแหน่ง

โดยได้อ้างถึง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 42 บัญญัติว่า...

“ ก.ต.ผู้ใดมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ก.ต. ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ข้อบังคับ คุณธรรมและจริยธรรม หรือกระทำการอันมีมูลเป็นความผิดทางวินัย ถูกกล่าวหา หรือกรณีเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย ข้าราชการตุลาการไม่น้อยกว่า ใน ของจำนวนข้าราชการตุลาการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เว้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา เข้าชื่อกันขอให้ถอดถอน ก.ต.ออกจากตำแหน่งได้ “ 

ตามข่าวรายละเอียดที่เอามาให้ดูก็แสดงว่านายชำนาญ รวิวรรณพงษ์คงไปทำอะไรที่กลุ่มตุลาการไม่ชอบด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งหรือหลายๆเหตุตามพ.ร.บ. ข้าราชการตุลาการที่ยกมาอ้าง...เพื่อลงชื่อถอดถอนเพราะเหลืออดจริงๆ...

ถ้าเป็นอย่างนี้ก็แสดงว่าบรรดาผู้พิพากษาทั่วประเทศในขณะนี้ที่มีจำนวน 4,555 คนนั้น...มีเยอะเลยที่ยังมีใจเป็นธรรมอยู่และยังพอเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนได้บ้าง....ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงคระตุลาการทั้งหมด..ซึ่งมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ปฎิบัติตัวนอกลู่นอกทางสร้างปัญหา...

ที่สุดเขาก็จัดการกันเอง....เพื่อจะไม่ให้เป็นตุลาการวิบัติอย่างที่พวกเรารู้เห็นกัน...

เชิญอ่านข่าวครับ :
 
ตุลาการเดือด!อธิบดีศาลภาค นำล่าชื่อผู้พิพากษาถอด'ชำนาญ'พ้นก.ต.
 
ส.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ ส.ค. ที่ผ่านมา นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค ได้เวียนหนังสือนำส่งขอให้เข้าชื่อกันถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) ในศาลฎีการายหนึ่ง โดยมีเอกสารแนบประกอบด้วยใบเข้าชื่อขอให้ถอดถอน ก.ต. แผ่นแผนผังขั้นตอนการถอดถอน ก.ต. แผ่น และซองใส่ใบเข้าชื่อกลับ ซอง

 image_big_5b6c28ff330e4.jpg]
โดยหนังสือดังกล่าวได้อ้างถึง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 42 บัญญัติว่า ก.ต.ผู้ใดมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ก.ต.ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ข้อบังคับ คุณธรรมและจริยธรรม หรือกระทำการอันมีมูลเป็นความผิดทางวินัย ถูกกล่าวหา หรือกรณีเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย ข้าราชการตุลาการไม่น้อยกว่า ใน ของจำนวนข้าราชการตุลาการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เว้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาเข้าชื่อกันขอให้ถอดถอน ก.ต.ออกจากตำแหน่งได้ ซึ่งการดำเนินกิจการที่จัดให้มีการเข้าชื่อและลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต.นั้น ระเบียบ ก.ต.ว่าด้วยการเข้าชื่อและการลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต. พ.ศ.2544 ข้อ 4 (3) กำหนดให้ต้องมีรายชื่อผู้แทนของผู้เข้าชื่อจำนวน คน ในคำร้องขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต.

โดยหนังสือเวียนดังกล่าวใบปะหน้ามีข้อความดังนี้ “เรียนท่านผู้พิพากษาผู้รักสถาบันศาลยุติธรรมทุกท่าน กระผมเริ่มดำเนินการเพื่อเข้าสู่กระบวนการถอดถอน ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลฎีกา โดยจะส่งหนังสือชี้แจงถึงพฤติกรรมอันเป็นเหตุแห่งการถอดถอนให้ทุกท่านได้ทราบเป็นรายบุคคลตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป พร้อมหนังสือเข้าชื่อถอดถอนให้แก่ท่านด้วย (เอกสารดังกล่าวนี้ ท่านน่าจะเห็นจากการส่งต่อทางไลน์กันแล้ว) เมื่อท่านได้รับหนังสือแล้ว หากท่านเห็นด้วยกับกระผมว่า พฤติกรรมของบุคคลตามที่ระบุในหนังสือไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่ง ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิอีกต่อไป กระผมขอความกรุณาท่านลงนามในหนังสือเข้าชื่อ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการพร้อมรับรองสำเนา ใส่ซองที่จัดส่งไปให้ แล้วส่งกลับมาให้กระผมตามที่อยู่ที่พิมพ์ไว้แล้วหน้าซอง เพื่อกระผมจะได้รวบรวมรายชื่อพร้อมคำร้องต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมต่อไป อนึ่ง สำหรับท่านที่ประสงค์จะเป็นผู้ประสานงานในศาลใด ขอให้พิมพ์เอกสารจากไฟล์ PDF ที่ท่านได้รับจากทางไลน์ เพื่อดำเนินการแล้วจัดส่งมาให้ผมโดยตรงที่ ตู้ ปณ.สี่แยกเฉลิมไทย เลขที่ 31 จังหวัดชลบุรี 20002 ผู้ใดประสงค์จะรับเป็นผู้ประสานงาน โปรดติดต่อผมที่หมายเลข xxx” พร้อมลงชื่อ นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค วันที่ ส.ค. 2561

หนังสือดังกล่าวมีใจความสรุปว่า นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้แทนของผู้เข้าชื่อมีความประสงค์ที่จะยื่นคำร้องขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอนนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ก.ต.ในศาลฎีกา ออกจากตำแหน่ง ด้วยเหตุที่เกิดในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ก.ต.คนดังกล่าว ...........ไม่สมควรดำรงตำแหน่ง ก.ต. อันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญามาตรา 198, ขัดต่อประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ หมวด ว่าด้วยจริยธรรมเกี่ยวกับการดำรงตนและครอบครัว ข้อ 35 ที่กำหนดให้ผู้พิพากษาต้องเคารพเเละปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อยู่ในกรอบศีลธรรม สุภาพ สำรวมกริยามารยาท มีอัธยาศัยยึดถือจริยธรรมและประเพณีอันดีของตุลาการ ทั้งพึงวางตนเป็นที่เชื่อถือศรัทธา......

ซึ่งตามพฤติการณ์ดังกล่าว หากยังคงให้ดำรงตำแหน่ง ก.ต. ต่อไป ...อาจใช้ตำแหน่งดังกล่าวก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ แทรกแซงการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล ทำให้เกิดความหวาดเกรงในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาว่าจะถูกกลั่นแกล้งดำเนินการทางวินัยไม่ชอบ จึงเรียนมาเพื่อขอให้ท่านเข้าชื่อกันถอดถอน ก.ต.บุคคลดังกล่าวส่งมาภายในวันที่ 27 ส.ค.นี้ จะได้รวบรวมรายชื่อเสนอเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อจัดให้มีการลงมติถอดถอนนายชำนาญออกจาก ก.ต.ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานขั้นตอนการการถอดถอน ก.ต.ตามระเบียบ ก.ต.ว่าด้วยการเข้าชื่อและการลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต.พ.ศ.2544 กำหนดไว้ว่า เมื่อมีเหตุแห่งการณ์ถอดถอน ก.ต. เช่น มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ก.ต. และส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย ข้อบังคับ กระทำผิดวินัยฯ ผู้พิพากษา ใน ต้องเข้าชื่อยื่นคำร้องถอดถอน โดยมีผู้แทนเข้าชื่อ คน ส่งไปยังเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งเลขาธิการสำนักงานศาลฯ จะต้องจัดให้มีการลงมติภายใน 30 วัน โดยจะต้องมีการปิดประกาศคำร้องและรายชื่อผู้เข้าถอดถอน ณ ที่ทำการของสำนักงานศาลยุติธรรมและศาลยุติธรรมทั่วประเทศ จากนั้นเลขาธิการการสำนักงานศาลฯ จะส่งคำร้องให้ผู้ถูกร้องภายใน วัน เพื่อทำคำชี้แจงกลับมาภายใน 7วัน

โดยระหว่างนั้น ก.ต.ผู้ถูกร้องในระหว่างกระบวนการถอดถอนจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ซึ่งระหว่างดำเนินการจะให้มีการปิดประกาศคำชี้แจงของผู้ถูกร้อง ณ ที่ทำการของสำนักงานศาลยุติธรรมและศาลยุติธรรมทั่วประเทศด้วย จากนั้นจึงให้ผู้พิพากษาที่มีอำนาจถอดถอนทั่วประเทศทำการลงมติ หากมีมติให้ถอดถอนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้พิพากษาทั้งหมด ผู้ถูกร้องจะต้องพ้นตำแหน่งนับแต่วันนับคะแนนเสร็จ และมตินี้ถือเป็นที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะนี้ผู้พิพากษาที่ประจำในศาลภาค เข้าชื่อแล้วประมาณ 300 กว่าคน ซึ่งหนังสือดังกล่าวนั้นมีการส่งเวียนไปยังศาลต่างๆ ทั่วประเทศ จึงยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีผู้เข้าร่วมลงชื่อเพื่อเข้าสู่กระบวนการถอดถอนประมาณเท่าไหร่ มีการตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องได้ชื่อผู้พิพากษาประมาณ 1,100 คน ซึ่งตามกฎหมายแล้วหากมีผู้พิพากษาเข้าชื่อตั้งแต่ 911 คน ก็จะเข้าเกณฑ์ ใน ตามกฎหมาย เนื่องจากผู้พิพากษาทั่วประเทศในขณะมีจำนวน 4,555 คน โดยการรวบรวมรายชื่อจะเสร็จสิ้นในวันที่ 27 ส.ค.นี้ และอาจจะยื่นต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมในวันที่ 28 ส.ค.นี้ทันที

https://www.thaipost.net/main/detail/15072

http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=9658

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0

16 ความคิดเห็น

 
akausa

ชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานเเผนกล้มละลายในศาลฎีกา

ที่เคยบอกขออยู่ที่ "หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแหว่ง" 10 ปี

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
akausa

ทั่นเปาเดือด!ล่าชื่อ ถอดชำนาญพ้นกต.

10 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 00:01 น.

อธิบดีศาลภาค 2 นำล่ารายชื่อผู้พิพากษาทั่วประเทศยื่นถอดถอน “ชำนาญ” พ้น ก.ต. เหตุแสดงพฤติการณ์ไม่เหมาะสมต่อผู้พิพากษาที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในห้องพิจารณาคดีต่อหน้าคู่ความ ระบุหมิ่นศาล-ขัดจริยธรรม หวั่นหากยังดำรงตำแหน่งอาจก้าวก่ายแทรกแซงการพิพากษาคดี "สืบพงษ์" ยันดำเนินตามกฎหมาย

[Image: image_big_5b6c4f0098562.jpg]

มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ได้เวียนหนังสือนำส่งขอให้เข้าชื่อกันถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) ในศาลฎีการายหนึ่ง โดยมีเอกสารแนบประกอบด้วยใบเข้าชื่อขอให้ถอดถอน ก.ต. 1 แผ่น, แผนผังขั้นตอนการถอดถอน ก.ต. 1 แผ่น และซองใส่ใบเข้าชื่อกลับ 1 ซอง

โดยหนังสือดังกล่าวได้อ้างถึง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 42 บัญญัติว่า ก.ต.ผู้ใดมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ก.ต. ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ข้อบังคับ คุณธรรมและจริยธรรม หรือกระทำการอันมีมูลเป็นความผิดทางวินัย ถูกกล่าวหา หรือกรณีเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย ข้าราชการตุลาการไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนข้าราชการตุลาการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เว้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา เข้าชื่อกันขอให้ถอดถอน ก.ต.ออกจากตำแหน่งได้

โดยหนังสือเวียนดังกล่าว ใบปะหน้ามีข้อความดังนี้ “เรียนท่านผู้พิพากษาผู้รักสถาบันศาลยุติธรรมทุกท่าน กระผมเริ่มดำเนินการเพื่อเข้าสู่กระบวนการถอดถอน ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลฎีกา โดยจะส่งหนังสือชี้แจงถึงพฤติกรรมอันเป็นเหตุแห่งการถอดถอนให้ทุกท่านได้ทราบเป็นรายบุคคลตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป พร้อมหนังสือเข้าชื่อถอดถอนให้แก่ท่านด้วย (เอกสารดังกล่าวนี้ ท่านน่าจะเห็นจากการส่งต่อทางไลน์กันแล้ว) เมื่อท่านได้รับหนังสือแล้ว หากท่านเห็นด้วยกับกระผมว่า พฤติกรรมของบุคคลตามที่ระบุในหนังสือไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่ง ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิอีกต่อไป กระผมขอความกรุณาท่านลงนามในหนังสือเข้าชื่อ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการพร้อมรับรองสำเนา ใส่ซองที่จัดส่งไปให้ แล้วส่งกลับมาให้กระผมตามที่อยู่ที่พิมพ์ไว้แล้วหน้าซอง เพื่อกระผมจะได้รวบรวมรายชื่อพร้อมคำร้องต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมต่อไป

อนึ่ง สำหรับท่านที่ประสงค์จะเป็นผู้ประสานงานในศาลใด ขอให้พิมพ์เอกสารจากไฟล์ PDF ที่ท่านได้รับจากทางไลน์ เพื่อดำเนินการแล้วจัดส่งมาให้ผมโดยตรงที่ ตู้ ปณ.สี่แยกเฉลิมไทย เลขที่ 31 จังหวัดชลบุรี 20002 ผู้ใดประสงค์จะรับเป็นผู้ประสานงาน โปรดติดต่อผมที่หมายเลข xxx” พร้อมลงชื่อนายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล

ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวมีใจความสรุปว่า นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้แทนของผู้เข้าชื่อมีความประสงค์ที่จะยื่นคำร้องขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอนนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ก.ต.ในศาลฎีกา ออกจากตำแหน่ง ด้วยเหตุที่เกิดในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ก.ต.คนดังกล่าว ได้แสดงพฤติการณ์ไม่เหมาะสมต่อผู้พิพากษาที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในห้องพิจารณาคดีต่อหน้าคู่ความ ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่ไม่สมควรดำรงตำแหน่ง ก.ต. อันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญามาตรา 198, ขัดต่อประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ หมวด 5 ว่าด้วยจริยธรรมเกี่ยวกับการดำรงตนและครอบครัว ข้อ 35 ที่กำหนดให้ผู้พิพากษาต้องเคารพเเละปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อยู่ในกรอบศีลธรรม สุภาพ สำรวมกิริยามารยาท มีอัธยาศัยยึดถือจริยธรรมและประเพณีอันดีของตุลาการ ทั้งพึงวางตนเป็นที่เชื่อถือศรัทธา และข้อ 37 ที่กำหนดให้ผู้พิพากษาจักต้องไม่ก้าวก่ายหรือแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบจากการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาอื่น ซึ่งมีมูลอันเป็นความผิดทางวินัย ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

"ซึ่งตามพฤติการณ์ดังกล่าว นายชำนาญไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ก.ต. หากยังคงให้ดำรงตำแหน่ง ก.ต. ต่อไปอาจใช้ตำแหน่งดังกล่าวก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ แทรกแซงการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล ทำให้เกิดความหวาดเกรงในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาว่าจะถูกกลั่นแกล้งดำเนินการทางวินัยไม่ชอบ จึงเรียนมาเพื่อขอให้ท่านเข้าชื่อกันถอดถอน ก.ต.บุคคลดังกล่าวส่งมาภายในวันที่ 27 ส.ค.นี้ จะได้รวบรวมรายชื่อเสนอเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อจัดให้มีการลงมติถอดถอนนายชำนาญออกจาก ก.ต.ต่อไป"

สำหรับ ป.อาญา มาตรา 198 ระบุว่า ผู้ใดดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี หรือกระทำการขัดขวางการพิจารณาหรือพิพากษาของศาล ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ต่อมา วันที่ 9 ส.ค. นายสืบพงษ์ได้ส่งเอกสารถึงผู้พิพากษาเพิ่มเติม โดยระบุว่า สำหรับท่านที่ได้เข้าชื่อร่วมถอดถอนแล้วนั้น เมื่อเอกสารมาถึงกระผมแล้ว ขอให้คำมั่นสัญญากับทุกท่านว่าจะรักษาความลับ รายชื่อของผู้ที่เข้าชื่อนั้นจะมีการเปิดเผยเมื่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมนำคำร้องมาปิดประกาศที่สำนักงานศาลยุติธรรมและที่หน้าศาลต่างๆ ทั่วประเทศเท่านั้น

"กระผมขอเรียนท่านผู้พิพากษาทุกท่านว่า การดำเนินการในเรื่องนี้เป็นการดำเนินการภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย มิประสงค์จะให้เกิดความแตกแยกในศาลยุติธรรม แต่เพราะต้องการป้องปรามมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในภายหน้า และกระผมเคารพในการตัดสินใจของทุกท่าน" นายสืบพงษ์ระบุ

มีรายงานว่า กรณีพฤติการณ์ผู้พิพากษาคนดังกล่าวสร้างความไม่พอใจแก่กลุ่มผู้พิพากษาศาลชั้นต้นเป็นจำนวนมาก ขณะนี้ผู้พิพากษาที่ประจำในศาลภาค 2 เข้าชื่อแล้วประมาณกว่า 300 คน หนังสือดังกล่าวมีการส่งเวียนไปยังศาลต่างๆ ทั่วประเทศ ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องได้ชื่อผู้พิพากษาประมาณ 1,100 คน ในวันนี้คาดว่าจะมีการลงรายชื่อได้ไม่น้อยกว่า 500 ชื่อ อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าจับตามองว่าหากมีการลงรายมือชื่อครบจำนวน 1 ใน 5 หรือ 911 แล้ว ขั้นตอนการลงชื่อว่าจะถอดถอนหรือไม่ จะต้องใช้มติเกินกึ่งหนึ่งของผู้พิพากษาทั้งหมดจำนวน 4,555 คน ผลจะออกมาอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีกรณีที่จะมีการเข้าชื่อยื่นถอดถอน ก.ต.มาก่อน.

https://www.thaipost.net/main/detail/15092

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
akausa

อันนี้เป็นข่าวเก่าเมื่อครั้งที่มีการคัดเลือก ก.ต. เมื่อ 21 มีนาคม 2561

'ศาลยุติธรรม' ได้ก.ต.ชุดใหม่ เริ่มงาน22มีค.

21 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 00:01 น.

ศาลยุติธรรมเลือกตั้งกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม 12 คน ครบ 15 คน มี "ชีพ จุลมนต์" ประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ก.ต.โดยตำแหน่ง เริ่มปฏิบัติหน้าที่ 22 มีนาคมนี้

ชีพ จุลมนต์

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ชั้น 12 สำนักงานศาลยุติธรรม อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะประธานกรรมการดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการตุลาการ ดำเนินการตรวจนับคะแนนเลือกกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ผู้ทรงคุณวุฒิ รวมเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทน ก.ต.ชุดเก่า ที่จะหมดวาระในวันที่ 21 มี.ค.2561 จำนวน 12 คน ซึ่ง ก.ต.ดังกล่าวประกอบด้วย ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากผู้พิพากษาศาลฎีกา 6 คน, ศาลชั้นอุทธรณ์ 4 คน และศาลชั้นต้น 2 คน รวมเป็น 12 คน เข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทน ก.ต.ชุดเก่าที่หมดวาระไป โดยมีผู้พิพากษาทั้ง 3 ชั้นศาลทั่วประเทศเป็นผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือก ซึ่ง ก.ต.จะมีหน้าที่พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตุลาการและพิจารณาลงโทษทางวินัยหากมีการกระทำผิดเกิดขึ้น

โดยการลงคะแนน ยอดบัตรเลือก ก.ต.ในศาลชั้นฎีกา มียอดลงคะแนน 171 ใบ จากบัตรลงคะแนนทั้งหมด 176 ใบ ยอดบัตรเลือก ก.ต.ในศาลชั้นอุทธรณ์ มียอดบัตรลงคะแนน 717 ใบ จากบัตรผู้มีสิทธิลงคะแนนทั้งหมด 805 ใบ และในศาลชั้นต้น มียอดบัตรลงคะแนน 2,393 ใบ จากบัตรลงคะแนน 3,574 ใบ

ผู้ที่ได้รับเลือกเป็น ก.ต.ระดับชั้นฎีกา จากบัตรลงคะแนน 171 ใบ เป็นบัตรดี 171 ใบ ไม่มีบัตรเสีย ซองเปล่า 1 ซอง มีผู้ได้รับเลือก 6 คน ประกอบด้วย 1.นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ได้คะแนน 132 คะแนน 2.นายรังสรรค์ กุลาเลิศ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ได้ 130 คะแนน 3.นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ รองประธานศาลฎีกา ได้ 122 คะแนน 4.นายธงชัย เสนามนตรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ได้ 110 คะแนน 5.นายกิจชัย จิตธารารักษ์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ได้ 109 คะแนน 6.นางวาสนา หงส์เจริญ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ได้ 104 คะแนน

ระดับชั้นอุทธรณ์ จากบัตรลงคะแนน 717 ใบ เป็นบัตรดี 717 ใบ ไม่มีบัตรเสีย มีผู้ได้รับเลือก 4 คน ประกอบด้วย 1.นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้ 445 คะแนน 2.นายศิริชัย ศิริกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ได้ 366 คะแนน 3.นายธนรัตน์ ทั่งทอง ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ได้ 341 คะแนน 4.นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ได้ 329 คะแนน

ระดับศาลชั้นต้น จากบัตรลงคะแนน 2,382 ใบ มีบัตรเสีย 12 ใบ มีผู้ได้รับเลือก 2 คน ประกอบด้วย 1.นายสุวิชา สุขเกษมหทัย ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา และ 2.นายกำพล รุ่งรัตน์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา โดยหลังจากนี้เมื่อตรวจนับคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว คณะกรรมการตรวจนับคะแนนจะรายงานผลเสนอเพื่อทราบและประกาศผลอย่างเป็นทางการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ก.ต.ชุดใหม่ 15 คน ประกอบด้วย นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ก.ต.โดยตำแหน่ง ซึ่งเมื่อรวมกับ ก.ต.ศาลชั้นต้น ศาลชั้นอุทธรณ์ และศาลฎีกา 12 คน ที่ได้รับการเลือกตั้งในวันนี้ จะเป็น 13 คน และเมื่อรวมกับ ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้คัดเลือกจากวุฒิสภาอีก 2 คน ซึ่งขณะนี้ยังมีวาระอยู่ในตำแหน่งถึงวันที่ 3 พ.ย.นี้ ก็จะครบเป็น 15 คน โดยจะมีนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการศาลยุติธรรม เป็นเลขานุการ ก.ต. โดยตำแหน่ง และจะเริ่มเข้าปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 22 มี.ค.นี้ และมีกำหนดอยู่ในตำแหน่งวาระละ 2 ปี และติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้พิพากษาที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ก.ต.ที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นวาระที่ 2 ติดต่อกันด้วย เช่น นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์, นายกิจชัย จิตธารารักษ์, นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี, นายศิริชัย ศิริกุล และมี ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลชั้นต้นที่เพิ่งได้รับเลือกเป็น ก.ต.ครั้งแรก คือ นายสุวิชา สุขเกษมหทัย ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งอนุกรรมการตุลาการ (อ.ก.ต.) ตั้งแต่ปี 2557-2559 และ 2559-ปัจจุบัน.

https://www.thaipost.net/main/detail/5457

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
markpakma

ยากครับ...ผมไม่คิดว่าจะมีผู้พิพากษาประเทศนี้ยังอยู่ในร่องในรอยมากถึงขนาดนั้น

ให้ประชาชนลงชื่อสักล้านคนถอดถอนผู้พิพากษาถอดถอนนายพลได้

จะหาได้ง่ายกว่ามั๊ยครับ  

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
akausa

ครับ...

สำหรับผมคิดไปแค่ว่าผู้พิพากษาท่านนี้ก็ตกเป็นจำเลยของสังคมในเรื่องป่าแหว่งที่ผมกำลังต่อต้านอยู่  

เมื่อออกมาเป็นข่าว...ผมก็นำข่าวมาเสนอให้อ่านเท่านั้นครับ...

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
3 ส

ติดตามครับ

จูจุ๊บ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
tongtata

ตามมาติด ๆ . . 

ระวังนะครับ . . บึ้ม !!! บึ้ม !!! บึ้ม !!!

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
tongtata

บึ้มเมื่อไหร่ไม่รู้!! . . บึ้ม !!! บึ้ม !!! บึ้ม !!!

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
akausa

อะไรจะบึ้ม......หัวปลี?

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
willy

ขำขำ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
payai97

ถึงแม้เรื่องนี้..กำลังอยู่ในขั้นตอนร่วมลงชื่อถอดถอน

แต่ก็ถือได้ว่า..คนที่ถูกถอนชื่อได้เสียรางวัดไปแล้ว

ถ้าพูดให้ดูดีก็คือ...*ถูกป่าวประกาศ* ในทางไม่ดี

ภาษาบ้านๆก็คือ..ถูกประจานไปทั่วประเทศแล้ว

เพราะมีการเสนอข่าวนี้..ในสื่อเกือบทุกแขนง

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
tongtata

ความหมายคือ ชาวบ้านจะบึ้มหัวมันครับ

ไม่ใช่มันจะบึ้มหัวชาวบ้าน . . บึ้ม !!! บึ้ม !!! บึ้ม !!!

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
linchi

กลุ่มอะธรรมได้ประชุมที่เซฟเฮาส์ย้ายฐานไปเชียงราย..(แหล่งข่าว)

ใช้ที่ว่าการอำเภอเมืองเดิมเป็นสำนักๆ

ใช้ศูนย์วิจัยเกษตรเป็นคฤหาสถ์

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
akausa

ออกข่าวย้าย...แต่ยังย้ายไม่ได้ต้องรอที่ใหม่สร้างเสร็จก่อน....

ที่จริงตึกศาลอุทธรณ์ที่สร้างเสร็จไปแล้วและก็ใช้งานได้แล้วกับอาคารชุดอีก 4 หลัง มันอยู่นอกเขตขอคืนพื้นที่ฯ ไม่จำเป็นต้องย้าย

สำหรับที่อยู่ทำไมต้องไปเสียงบหาเอาที่อื่น..ที่ตรงของไอ้วอกวารินทร์ก็สร้างได้ หรือไม่ก็ที่ว่างหลังศาลากลางเชียงใหม่ก็กว้างขวางพอที่จะสร้างได้ มันอยู่บนที่ราบไม่ได้อยู่บนเนิน 

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
ผักหวานป่า

ดราม่า มั้ง!!!

เล่นละตรให้สังคมเห็น

พอ คนลืม ก็แต่งตั้งใหม่ หุ หุ

ไม่เชื่อน้ำยา

08

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
Bugbunny

ข้าราชการที่ทำงานเป็นตุลาการมีจำนวนรวมกันไม่ถึงห้าพันคน

เป็นจำนวนเพียง 0.00007% ของคนไทย

ทหารในกองทัพไทยก็มีจำนวนรวมกันราวสามแสนคน

ก็เป็นคนจำนวนเพียง 0.004% ของคนไทยเท่านั้น

แล้วทำไมเราต้องไปยอมให้คนพวกนี้

มาทรงอำนาจอิทธิพลมากกว่าคนเจ็ดสิบล้านคนกันอยู่อย่างทุกวันนี้

คนพวกนี้มีเราจ้างมาให้ทำหน้าที่ที่เราไม่ถนัดในสังคม

ไม่ใช่ให้มาใช้อำนาจกดหัวเรา

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0