อ่านให้จบนะครับ รับรอง แม้หดหู่เหงาเศร้าแค่ไหน ท่านน่าจะยิ้มออกมาได้

อ่านให้จบนะครับ รับรอง แม้หดหู่เหงาเศร้าแค่ไหน ท่านน่าจะยิ้มออกมาได้

ของเก่ามันเชย

https://www.thairath.co.th/news/politic/2010219

แม่ลูกจันทร์

12 ม.ค. 2564 05:01 น

แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของนายกฯลุงตู่ เริ่มใช้บังคับตั้งแต่ปี 2561 ยันป้ายไปถึงปี 2580 โน่นเลย แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี วางอนาคตประเทศไทยให้เป็นประเทศพัฒนา...ที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เศรษฐกิจไทยเจริญก้าวหน้า จีดีพีขยายตัวปีละ 5 เปอร์เซ็นต์!!คนไทยมีรายได้เฉลี่ยเกิน 15,000 เหรียญ หรือ 495,000 บาทต่อปี

หรือ 41,250 บาทต่อคนต่อเดือน!!

ประเทศไทยจะผงาดเป็นศูนย์กลางการบินและการขนส่ง เป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนระดับแนวหน้าหนึ่งในห้าของเอเชีย ฯลฯ

แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ใช้บังคับมาแล้ว 2 ปี ยังไม่เห็นวี่แววอย่างที่ฉายหนังโฆษณา

ข้อสำคัญ การเกิดวิกฤติโควิดระบาด ทำให้แผนยุทธศาสตร์ชาติที่เขียนล็อกล่วงหน้าไว้ 20 ปี กลายเป็น “แผนยุทธศาสตร์ตกรุ่น

ไม่เข้าง่ามกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว!!

แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า เมื่อแผนยุทธศาสตร์ชาติที่ใช้บังคับไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่เป็นจริง

นายกฯลุงตู่ จึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการ “คลอดแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติเฉพาะกิจ” เฉพาะปี 2564 ถึงปี 2565

เป็นแผนยุทธศาสตร์ช่วงสั้น 2 ปี!!

โดยปรับแก้จากแผนยุทธศาสตร์ชาติฉบับเดิมให้เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจไทยหลังโควิดระบาดสะบักสะบอม

แม่ลูกจันทร์” สรุปย่อๆว่า แผนแม่บทยุทธศาสตร์เฉพาะกิจชั่วคราว 2 ปี กำหนดเป้าหมายแบบถ่อมเนื้อถ่อมตัว

ให้คนไทยมีงานทำมีรายได้พออยู่พอกิน

อัตราคนว่างงานปี 2564 ไม่เกิน 1.5 เปอร์เซ็นต์

และปี 2565 ไม่เกิน 1 เปอร์เซ็นต์

ตั้งเป้าว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติใน 2 ปี

ลดจำนวนประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่รัฐบาลต้องดูแลปีละ 10 เปอร์เซ็นต์

เพื่อให้กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14 ล้านคน ลดลงเหลือ 12 ล้านคน ใน 2 ปีจากนี้ไป

อ้อ...แผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติเฉพาะกิจ 2 ปี ไม่กำหนดเป้า จีดีพีต้องโตขึ้นปีละ 5 เปอร์เซ็นต์

แต่กำหนดเป้าให้มีการจ้างงานเพิ่มใหม่ปีละ 10 เปอร์เซ็นต์

หรือ 20 เปอร์เซ็นต์ ในเวลา 2 ปี

ตั้งเป้าให้แรงงานนอกระบบเข้าระบบประกันสังคม 16 ล้านคน หรือ 45 เปอร์เซ็นต์ของประชากรแรงงาน 37 ล้านคน

และข้อสำคัญตั้งเป้าให้มีการลงทุนภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นปีละ 10 เปอร์เซ็นต์ ฯลฯ

นี่คือแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติเฉพาะกิจปรับเป้าใหม่ให้เหมาะกับช่วงโควิดขวิดคนไทยงอมพระราม

ส่วนแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ฉบับเก่า ยังคาไว้อย่างเดิม

ถ้าจะยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ต้องแก้รัฐธรรมนูญ

เรื่องมันยุ่งหยั่งงี้แหละประเทศไทย.

"แม่ลูกจันทร์"

*************

******************

**********************

 

ความหวังของศาสดา

https://www.thairath.co.th/news/politic/2010240

กิเลน ประลองเชิง

12 ม.ค. 2564 05:01 น.

นิทานเรื่อง “ไม่ต้องห่วง ยังมีความหวัง” ที่พระอาจารย์พรหมเล่าไว้ ใน “ชวนม่วนชื่น” อ่านให้จบนะครับ รับรอง แม้หดหู่เหงาเศร้าแค่ไหน ท่านน่าจะยิ้มออกมาได้กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ท่านผู้นำทางจิตวิญญาณผู้ชาญฉลาดท่านหนึ่ง สอนศิษย์ว่า ในโลกนี้มีศาสนาอยู่สองแบบ แบบแรกเปลี่ยนแปลงความจริง เพื่อให้เหมาะกับความเชื่อของพวกเขา

แบบที่สอง เปลี่ยนแปลงความเชื่อของพวกเขา เพื่อให้เหมาะกับความเป็นจริง

ท่านผู้นำจิตวิญญาณ เป็นสาวกศรัทธามั่นคงในศาสนาแบบที่สอง เขาจึงมักพร้อมที่จะละทิ้งคำสั่งสอนหรือพิธีกรรมที่เคยยึดมั่น หากความจริงที่มีหลักฐานยืนยัน ว่าขัดแย้งกับความเชื่อเหลานั้น

 

คำสอนแบบนี้ ทำให้เขามีศัตรูกับผู้คนมากมาย ที่ยังเชื่อมั่นแบบเดิมๆ

เมื่อเขาออกบรรยาย ย้ำความเชื่อที่ไม่เหมือนใคร ในไม่ช้าก็ถูกศัตรูรวบรวมคำบรรยาย เลือกคัดตัดต่อใหม่ และนำเขาฟ้องศาล โทษฐานเป็นคนนอกรีต

เมื่อการไต่สวนในศาลจบสิ้น เขาก็ถูกตัดสินประหาร

“น่าเสียดายจริงๆ” ผู้นำจิตวิญญาณบอกกับผู้พิพากษา

“ผมกำลังตั้งใจจะสอนวิธีทำสมาธิแบบง่ายๆ ให้ภรรยาท่าน เลิกโต้เถียงกับท่านอยู่พอดี”

ปัญหาภรรยาโต้เถียงสามี เป็นปัญหาอมตะนิรันดร์กาล ที่ทุกสังคมไม่มีวิธีแก้ ไม่เคยมีศาสดาคนใดกล้าสอน

บังเอิญท่านผู้พิพากษาประเทศนั้น มีอำนาจมาก สามารถแก้คำพิพากษาของท่านเองได้

“เราจะผ่อนผันเลื่อนการประหารไปอีกสิบสองเดือน” ผู้พิพากษาว่า “ถึงเวลา ถ้าภรรยาเรายังเถียงกับเรา วันประหารฉันจะไปดูการประหารด้วยตาตัวเอง”

ผู้พิพากษาใช้ค้อนทุบโต๊ะปัง เป็นสัญญาณการปิดการพิจารณาคดี

ขณะเดินสานุศิษย์มากมาย เดินห้อมล้อมท่านผู้นำจิตวิญญาณออกจากศาล ศิษย์ใกล้ชิดคนหนึ่ง อดใจไม่ไหว กระซิบถาม

“อาจารย์มีวิธีทำสมาธิแบบไหน ที่ทรงพลัง ถึงขั้นทำให้ภรรยาเลิกเถียงสามี”“ที่จริง เราก็ยังไม่รู้เหมือนกัน” ท่านผู้นำจิตวิญญาณตอบแต่อีกไม่นาน เราอาจจะค้นพบ

ลูกศิษย์ยังสงสัย ท่านผู้นำจึงอธิบาย “เวลายังอีกนาน ไม่ว่าอะไรๆก็เกิดขึ้นได้เสมอ”

ประการแรกตัวอาจารย์เองก็อาจสิ้นอายุขัย ประการที่สอง ภรรยาท่านผู้พิพากษาก็อาจตาย ซึ่งก็หมายความว่า เธอหมดโอกาสเถียงท่านผู้พิพากษา

พวกเจ้าจงจำไว้ อาจารย์ยังเป็นอิสระอีกสิบสองเดือนตอนนี้ เมื่อยังไม่มีอะไร ก็ยังไม่ต้องห่วง ยังมีความหวัง

จบนิทานของพระอาจารย์พรหม ผมนึกถึงสถานการณ์โควิด-19 รอบสอง ที่ยังมีความหวังกันว่า ไม่น่าจะเกินสิบสองเดือน เราก็มีวัคซีนฉีดป้องกัน

นึกถึงน้ำที่เหลือครึ่งแก้วไว้นะครับ ถ้าเราอยู่ในพวกที่คิดว่า ทำไมน้ำจึงเหลือครึ่งแก้ว เราก็คับข้องหมองใจต่อไป แต่ถ้านึกว่า ดีจังน้ำยังเหลือให้ดื่มชื่นใจอีกตั้งครึ่งแก้ว

เราก็อยู่ในคนพวกมีความสุขกับทุกสิ่งตรงหน้า

โควิด-19 ถึงวันนี้เรายังมีความหวัง ยังเห็นช่องทางทั้งป้องกันทั้งรักษา แต่โรคภรรยาเถียงสามีนี่ซี...มีใครในโลกนี้ที่จะบอกว่ามียารักษาได้.

กิเลน ประลองเชิง

 

 

 

 

 

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    3

4 ความเห็น

 
619

ขำฉิบหายเลยครับแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีแม่งวางอนาคตประเทศไทยให้เป็นประเทศพัฒนา  0909

ทั้งที่  6 7 ปีที่ผ่านมาแม่งกลับตรงกันข้ามทั้งสร้างหนี้ไม่รู้ว่าตอนนี้ถึง 10 ล้านล้านหรือยังไม่รู้

แล้วแม่งจะก้าวไปถึงประเทศที่พัฒนาได้ยังไงกันสงสัยแม่งคงคิดจะพิมพ์แบงค์เหมือนซิมบักเวใช้หนี้แล้วมังถึงจะเป็นประเทศพัฒนาได้ตลกฉิบหายเลยครับ  09

 

  • รัก
    5
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2
 
ICT

https://www.dailynews.co.th/article/818349

สรรหา "กสทช."

มีขบวนการ จ้องล้มสรรหา กสทช. หวังต้องการให้คนใกล้ชิดฝ่ายบริหาร.....

อังคารที่ 12 มกราคม 2564 เวลา 11.00 น.

ยืดเยื้อมานานพอแล้ว จนมีข่าวว่ามีขบวนการ จ้องล้มสรรหา กสทช.  หวังต้องการให้คนใกล้ชิดฝ่ายบริหาร ได้เข้าทำหน้าที่ประธานองค์กรสำคัญ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลทั้งเรื่องโทรคมนาคมและวิทยุโทรทัศน์

ใช้อำนาจของวุฒิสภา ให้รีบลงมติให้ รับกฎหมายฉบับใหม่ ให้ผ่านโดยเร็ว เพื่อเป็นข้ออ้างให้ล้มกระบวนการสรรหา แล้วให้บอร์ดชุดเดิมรักษาการออกไปอีกอย่างน้อย 1 ปีเพื่อให้ผู้สมัครบางคน พ้นเงื่อนไขว่า ต้องเว้นวรรคอย่างน้อย 1 ปี จากนั้นจะสมัครได้ตาม พ.ร.บ.กสทช. ฉบับใหม่ ซึ่งทำให้บอร์ด กสทช. ชุดปัจจุบันรักษาการไปเรื่อย ทั้ง ๆ ที่ต่ออายุรักษาการกรรมการ กสทช. มากว่า 3 ปีแล้ว

ต้องจับตาดูว่า จะมีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) บางคน รีบนำร่าง พ.ร.บ.กสทช. เข้าสู่ ที่ประชุมกมธ.วิสามัญฯ อย่างเร่งรีบ ในวันที่ 11 ม.ค. 2564 และนัด 8 ส.ว. ซึ่งเสนอแปรญัตติทำความเข้าใจเคลียร์ในชั้นประชุมนี้ เพื่อให้วุฒิสภารับร่าง พ.ร.บ. กสทช. โดยไม่ต้องมีการแปรญัตติใด ๆ ทั้ง ๆ ที่มีหลายประเด็นที่สำคัญ ซึ่ง ส.ว.หลายคนได้อภิปรายในการประชุมวุฒิสภา ไม่เห็นด้วยกับ ร่าง พ.ร.บ.กสทช.ฉบับสภาผู้แทนราษฎร 

แม้สภาสูงจะลงมติรับหลักการ ด้วยเสียง 159 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียงและงดออกเสียง 3 เสียง แต่ในรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.กสทช. นั้นมีข้อท้วงติงจากส.ว. อย่างน้อย  3 ประเด็นหลัก ๆ คือ 1. สเปกของ “กรรมการ กสทช.” ทั้ง 7 คนที่ 4 ใน 7 กำหนดให้มาจาก ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค 1 คน, ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน 1 คน, ด้านอื่น ๆ  2 คน 

ซึ่ง “พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์” ส.ว. ในฐานะ ประธาน กมธ. การเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม (ไอซีที) ที่วุฒิสภามอบหมายให้ศึกษา อภิปรายในข้อสังเกตว่า  “เปิดช่องให้กรรมการสรรหาพิจารณาไม่รอบคอบ ไม่ถ่องแท้ และเสนอให้ปรับคุณสมบัติใน 4 กสทช. นั้น มาจาก 6 ด้าน คือ  ด้านดาวเทียม, ด้านสื่อสาธารณะ, ด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และ คุ้มครองผู้บริโภค, ด้านเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ, ด้านกฎหมายมหาชน และ ด้านข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศ

หากกรรมการ กสทช. ไม่มีความรู้ด้านวิศวกรรม ด้านกฎหมาย  การเจรจา ต่อรอง ด้านคลื่นความถี่ ดาวเทียม กฎหมายระบบเทคโนโลยี อาจเสียเปรียบเอกชน ขณะที่ด้านเศรษฐศาสตร์นั้น มีความจำเป็น เพราะการนำคลื่นความถี่ซึ่งเป็นสมบัติชาติ ต้องดูเรื่องคุ้มค่าการให้ประโยชน์กับประชาชนผู้รับบริการมากที่สุด”

ทั้งนี้ พ.ร.บ.กสทช. ปี 2553 ซึ่งกำหนดคุณสมบัติไว้ 7 ด้าน ซึ่งร่างที่สภาผู้แทนฯ แก้ไขและตัดออก ทั้งด้านวิศวกรรม, ด้านเศรษฐศาสตร์, ด้านกฎหมาย นั้นถูกวิจารณ์ว่า  ล้วนมีเหตุผลและที่มาที่ไป

สำคัญสุดอาจเปิดช่องให้ นอมินีพรรคการเมือง, นายทุนบริษัทโทรคมนาคมเข้ามา และเกิดอันตรายอย่างใหญ่หลวง พร้อมทั้งเสนอให้พิจารณาแก้ไขในชั้นของสภาผู้แทนฯ เพื่อความรอบคอบ ทั้งประเด็นคุณสมบัติ และประเด็นที่ว่าด้วยการให้สรรหา กสทช. ชุดใหม่ เพื่อให้กระบวนการพิจารณาของกสทช. ไม่มีปัญหา

งานนี้คงต้องรอดูบทบาทหน้าที่ของ สว. จะยอมปล่อยผ่าน ให้ร่างพ.ร.บ.กสทช.ฉบับร่างของสภาผู้แทนฯ โดยไม่แปรญัตติและพิจารณาทุกประเด็นที่ยังเป็นปัญหา เพื่อหวังล้มกระบวนการสรรหา ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้หรือไม่  เพราะผลที่ตามมาอาจสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม

อย่าลืมว่า ก่อนหน้านี้ กสทช.ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการ ช่วยพัฒนาประเทศ จัดประมูลสร้างรายได้เป็นจำนวนนับหมื่นนับแสนล้านบาท แม้กระทั่งในช่วงเกิดภาวะวิกฤติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคระบาดที่มาจากเชื้อไวรัสร้าย องค์กรดูแลด้านโทรคมนาคมและการสื่อสาร ก็ยังนำงบประมาณมาช่วยเหลือ หน่วยงานที่ได้รับผลกระทบ สังคมจึงคาดหวังอยากได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงเข้ามาทำงานใน กสทช.

-------------
เขื่อนขันธ์

... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/818349

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    4
  • เศร้า
    3
คุณรู้สึก ฮ่าฮ่า
 
3 ส

กสทช.

25

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    5
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    3
 
ICT

O COACH Thai Muay OSN 12.1.64"

  • รัก
    5
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2