อ่านแล้ว ถึง บางอ้อ !!!!!

อ่านแล้ว ถึง บางอ้อ !!!!!

ดู The Crown ต่อตอนไดอาน่า ดูแล้วอิน เพราะรู้สึกโกรธแทนไดอาน่า ดูจบแล้วถามตัวเองว่าไปเสือกอะไรกับเค้า ไม่รู้จักเค้า ไม่ได้เป็นคนอังกฤษด้วยซ้ำ และไม่ใช่เจ้าของเรา แต่เสือกไปมีอารมณ์ร่วมด้วย เออ เอามานั่งคิด และในฐานะนักวิชาการ อยากหาคำตอบให้กับตัวเองมากกว่าแค่จะบอกว่า ก็หนังมันพาไปแล้วบิ้วอารมณ์ตาม
…ตอนไดอาน่าตาย ดิชั้นอยู่ที่โตเกียว จำได้ว่าดูงานศพที่ถ่ายทอดสดทั่วโลก ดูกับเพื่อนหลายคน (ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติ) ดูๆ ไป เริ่มมีคนร้องไห้ สักพัก เราก็ร้องไห้ตาม ตอนนั้นก็คิดเหมือนกันว่าร้องทำไม พยายามหาเหตุผลว่า เป็นเพราะงานที่ไดอาน่าทำมันส่งผลกระทบถึงคนจำนวนมาก คนที่ไม่เคยรู้จักนางด้วยซ้ำ เป็นงานจิตอาสาอย่างแท้จริง raising awareness ในเรื่องต่างๆ แล้วเมื่อมารู้เรื่องชาตะกรรมในครอบครัวและสามี ยิ่งสงสารไปใหญ่ คิดว่านั่นคือคำตอบตอนนั้น
…มาดู The Crown ต่อ เนื้อเรื่องเป็นอะไรที่หลายคนรู้มาแล้ว แต่มันเอามาผลิตซ้ำ ตอนแรกก็คิดว่าแม่งเป็นแค่หนัง เฮ้ย แต่มันเป็นหนังที่สร้างบนชีวิตจริงของคน และสะท้อนว่า แม้แต่ชีวิตเจ้า แม่งก็มีชิงรักหักสวาท ไม่ต่างจากชีวิตไพร่ ไอ้การที่แต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพราะเค้ามีผู้หญิงอีกคน อันนั้นมันเป็นเรื่องเศร้า เลยอาจต้องคิดว่า หรือเราต้องสงสารดี เพราะถึงเป็นราชินีเมียหลวง แต่ผัวรักเมียน้อยมากกว่า แล้วแถมให้ออกงานด้วย
…สรุปก็คือ ดู The Crown แล้ว ก็ยังคิดว่า ไอ้ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือ constitutional monarchy มันมีความสวยงามบางอย่าง มันมีฟังก์ชั่นบางอย่างที่ช่วยพยุงสังคมได้ ในบางมุม มันเหมือนเซเลบริตี้ ที่สามารถใช้ชื่อเสียงในการผลักดันประเด็นสาธารณะได้ดีกว่าคนทั่วไป แล้วเพราะมีไดอาน่า สถาบันกษัตริย์อังกฤษต้องปรับตัวอย่างมาก ตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 1980 จนถึงสหัสวรรษใหม่ ไม่มีไดอาน่า สถาบันอังกฤษก็คงไม่พัฒนามาถึงตรงนี้
…สุดท้าย ในฉากที่แท็ชเชอร์พบกับควีน เราจะเห็นพลวัตรของ constitutional monarchy ได้ดีมาก เมื่อควีนตั้งคำถามแก่รัฐบาลว่า ทำไมเศรษฐกิจถดถอย ทำไมเกิดการว่างงานเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการประท้วง จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร นี่ไม่ใช่การแทรกแซงการเมือง แต่เป็นการตั้งคำถามต่อฝ่ายบริหารจากประมุขของประเทศ ซึ่งมีบทบาทในการตรวจสอบรัฐบาลและสร้างสมดุลทางการเมืองได้ดี ดังนั้น การปกครองแบบ constitutional monarchy ยังเป็นไปได้ ยกเว้นเสียว่า กษัตริย์ทำตัวฉิบหาย แทรกแซงเอาประโยชน์จากประชาชน ถ้าเป็นแบบนั้น คนในประเทศมีสิทธิตั้งคำถามว่า แล้วจะมีกษัตริย์ไว้ทำห่าอะไร
 
ในภาพอาจจะมี 2 คน
 
 
*****
************
*********************
 
เดิมที่แปลงนี้เป็นที่ราชพัสดุ คือสมบัติของแผ่นดิน ไม่ใช่ของกษัตริย์ ก่อนหน้านั้น สั่งให้ยึดมาเป็นของตัวเอง ล่าสุดก็เอาที่ที่ตัวเองไปยึดมา มาคืนให้ เลยกลายเป็นบุญคุณซะงั้น
 
... <พระราชทานโฉนดที่ดิน = ทรงอนุญาให้(เช่า)ใช้ที่ดินต่อ ≠ พระราชทานที่ดิน>
 
...เรื่องการ "พระราชทานโฉนดที่ดิน" ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นการ "พระราชทานที่ดิน" ทั้งที่ตัวประกาศมันเขียนไว้ชัดว่า "พระราชทานโฉนดในพระปรมาภิไธย" ที่หมายถึงว่า การให้ โฉนดที่มีชื่อเจ้าของคือ ร.10 กับหน่วยงานที่ขอใช้พื้นที่เป็นผู้เก็บรักษาไว้ การ "พระราชทานโฉนดที่ดิน" จึงไม่เท่ากับ "พระราชทานที่ดิน"
...การ"พระราชทานที่ดิน" ต้องไปทำเรื่องโอนเปลี่ยนชื่อเจ้าของที่ดินไปเป็นของแต่ละหน่วยงานที่สำนักงานที่ดิน และต้องเสียค่าธรรมเนียมต่างๆซึ่งสำหรับที่ดินกลางเมืองก็น่าจะเป็นเงินมากโขอยู่
....ทำไมถึงต้องมีการพระราชทานโฉนดที่ดินในพระปรมาภิไธย ต้องย้อนความไปถึงตั้งแต่ตอน คสช ออก พรบ.จัดระเบียบทรัพย์สินฯ 2560 ในวันที่ 14 กค 2560 ที่ให้กษัตริย์สามารถจัดการกับ ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์รวมถึงสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่เคยอยู่ในความดูแลของสำนักทรัพย์สินฯ ได้ตามพระราชอัธยาศัย
...หลายคนทราบว่าหลังจากนั้นมีการโอนเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทปูนซีเมนต์ไทย และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จากสำนักทรัพย์สินฯ เป็น ร.10 ในวันที่ 17 มิย 2561 แต่หลายคนไม่ทราบว่าจริงๆแล้วเกือบ 1 ปีก่อนหน้านั้น มีการเปลี่ยนชื่อเจ้าของโฉนดที่ดินจากสำนักทรัพย์สินฯ ไปเป็น ร.10 ยกตัวอย่างเช่น โฉนดที่ดินคลอง 6 ซึ่งพระราชทานให้องค์การสวนสัตว มีการออกโฉนดใหม่ที่เป็นชื่อ ร.10 ตั้งแต่วันที่ 25 กค 2560
...เมื่อมีการออกโฉนดที่ดินใหม่ข้างต้นเป็นโฉนดที่ดินในพระปรมาภิไธย(มีชื่อ ร.10 เป็นเจ้าของ) ก็เลยมีการเรียกหน่วยงานรัฐต่างๆที่ใช้(เช่า)พื้นที่ของสำนักทรัพย์สินฯเดิมมารับโฉนดใหม่ไปแทนฉบับเดิม
...พระราชทานโฉนดที่ดิน = ทรงอนุญาตให้(เช่า)ใช้ที่ดินต่อ ดังเช่นการ "พระราชทานโฉนด" ให้ 3 หน่วยงานที่เป็นข่าววันนี้คือ ม.สวนสุนันทา, ม.สวนดุสิต และ รร.ราชวินิจ จากทีเป็นข่าวนั้นได้รับโฉนดที่ดินใหม่(ที่มีชื่อเจ้าของคือ ร.10) บนที่เดิมที่แต่ละหน่วยงานเคยขอ(เช่า)ใช้พื้นที่อยู่มาหลายสิบปี ตั้งแต่สมัยที่ดินยังเป็นชื่อ "สำนักทรัพย์สินฯ" ซึ่งโดยนัยยะก็คือ ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่เดิมต่อไป ที่มีกระแสข่าวลือว่าเมื่อหมดสัญญาเช่าแล้วสำนักทรัพย์สินฯจะขอที่ดินคืนก็พอจะเบาใจได้ไปอีกระยะ แต่นั่นก็ไม่ได้เท่ากับการ "พระราชทานที่ดิน" อย่างที่หลายสื่อสรุปไปพาดหัวผิด
...นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการ “พระราชทานโฉนดที่ดิน”
จริงๆแล้วหลังมีการออก พรบ.จัดระเบียบทรัพย์สินฯฉบับใหม่ พิธีการ "พระราชทานโฉนด" ให้กับหน่วยงานรัฐที่เช่าใช้ที่ดินของสำนักทรัพย์สินฯเดิม ได้เคยทำมาหลายครั้งแล้ว โดยครั้งแรกคือที่เป็นข่าวคือในวันที่ 30 พย 2560 (ตามภาพประกอบ) มี 9 หน่วยงานรัฐเข้าเฝ้าเพื่อรับพระราชทานโฉนดที่ดินในพระปรมาภิไธย โดย แบ่งเป็น
- 7 หน่วยงานเป็นโฉนดใหม่บนที่ดินเดิมซึ่งแต่ละหน่วยงานตั้งอยู่ในปัจจุบัน
- 2 หน่วยงาน ได้รับโฉนดที่ดินของที่ดินแห่งใหม่ ทดแทนที่ดินเดิมที่ต้องส่งคืน
....พระราชทานโฉนดบนที่ดินแห่งใหม่ ทดแทนที่เดิมที่เรียกคืน เป็นที่ทราบกันว่าในช่วง 6 ปีที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานที่เคยตั้งอยู่บนที่ดินสำนักทรัพย์สินฯจำเป็นต้องย้ายสถานที่เพราะถูกสำนักทรัพย์สินฯเรียกคืนที่ดิน หรือหมดสัญญาเช่าแล้วไม่ได้รับการต่อสัญญา ที่เป็นที่ทราบกันดีก็เช่น รัฐสภา สนามม้านางเลิ้ง สนามมวยลุมพินี สวนสัตว์ดุสิต(เขาดิน) โครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์/หอประชุมกองทัพบกแห่งใหม่ โดย 2 หน่วยงานหลังได้มีการพระราชทานโฉนดที่ดินแห่งใหม่ให้เพื่อใช้ทดแทนที่ดินเดิมที่ถูกเรียกคืน
1. โครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์/หอประชุมกองทัพบกแห่งใหม่ ซึ่งมีนัยสำคัญแต่คนไม่ค่อยพูดถึง จากที่ดินเดิมที่อยู่ข้างบ้านสี่เสา ซึ่งได้เริ่มก่อสร้างฐานไป 3 ปี จนทำโครงสร้างรากเกือบเสร็จหมดแล้ว แต่ก็ต้องมาปล่อยโครงสร้างทั้งหมด(รวมทั้งเงินภาษีที่ใช้ไปเป็นพันล้าน) ทิ้งร้างเพื่อรอถมทิ้ง แล้วย้ายไปยังที่ดินแห่งใหม่ที่วังทองหลางแทน
2. สวนสัตว์ดุสิต(เขาดิน) กรณีนี้เป็นที่ทราบกันดีคือพระราชทานโฉนดที่ดินที่คลอง 6 พื้นที่รวม 300ไร่ ให้องค์การสวนสัตว์ไปสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่แทนที่ "เขาดิน"ซึ่งมีเนื้อที่เพียง 120 ไร่ที่ได้คืนพื้นที่ให้สำนักทรัพย์สินไปก่อนหน้านี้ การเอาที่ดินใหม่ 300 ไร่ไปแทนที่ดิน 120 ไร่ เหมือนว่าสำนักทรัพย์สินฯจะ"ขาดทุน" แต่จริงๆแล้ว ที่ดิน 120 ไร่นั้นเป็นที่ดินกลางใจเมืองมีมูลค่าสูงกว่ามาก อีกทั้งบริเวณตรงสวนสัตว์คลอง 6 นั้น สำนักทรัพย์สินฯเป็นเจ้าของที่ดินอยู่ทั้งหมดเกือบ 2 พันไร่ แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกล ที่ผ่านมาก็เลยไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเท่าไหร่เพียงปล่อยให้เช่าทำสนามกอล์ฟบ้าง ให้ชาวบ้านเช่าทำที่อยู่อาศัยถูกๆบ้าง แต่ในอนาคตหลังจากการแบ่งพื้นที่ไป 300 ไร่เพื่อให้สร้างสวนสัตว์ซึ่งเป็น Magnet ขนาดใหญ่ดึงผู้คนมายังบริเวณดังกล่าว น่าจะทำให้ที่ดินที่เหลืออีกพันกว่าไร่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
 
ในภาพอาจจะมี ข้อความ
 
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1

6 ความเห็น

 
ICT
นี่คือความจัญไรของคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย คำถามนี้ของอีจิตราไม่ใช่ genuine question ไม่ใช่คนที่อยากถามจริงๆ แต่เป็นคำถามแขวะ เพราะถ้ามึงอ่านในเนื้อข่าว มันอธิบายไปแล้ว เพราะเนื้อข่าวอ้างถึงสิ่งที่ดิชั้นพูด ไม่ได้เขียนข่าวขึ้นมาเองที่อาจนำไปสู่คำถามได้ ประเด็นคือ ข่าวมันเขียนชัดๆ ว่าดิชั้นบอกว่าได้ไปร่วมงานที่อักษะในอดีต แถมยังมีคลิปที่ดิชั้นโฟนอินเข้าไปเมื่อคืนที่คนโพสในเฟซ ถ้ามีคำถามจริงๆ สนใจอยากรู้คำตอบ เข้าไปดูในคลิปค่ะ [ถ้อยคำไม่เหมาะสม]
…ทำไมต้องแขวะ นั่นเพียงเพราะดิชั้นวิจารณ์อนาคตใหม่ แล้วนางเป็นแม่ยกธนาธร นางเลยไม่พอใจดิชั้น เลยหาเรื่องแขวะ คือลำไยมาก ถ้าสติปัญญาคิดได้แค่นี้ คิดว่าธนาธรแตะไม่ได้ นั่นคือปัญหาของมึง ประเด็นคือ ดิชั้นไม่แคร์ถ้าใครจะตั้งคำถามว่าดิชั้นเคยไปอักษะหรือไม่ แต่ดิชั้นจะไม่ทน อีพวกที่รู้คำตอบแล้ว แต่มาแขวะสนุกๆ ดิชั้นพร้อมไฝว้
…ดิชั้นใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก แต่ตอนยังกลับไทยได้ ได้ไปร่วมการชุมนุมเท่าที่จะทำได้ ไม่เพียงแต่เป็นส่วนหนึ่งของการลงภาคสนาม แต่ในฐานะคนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ดิชั้นไปอักษะครั้งสุดท้ายวันที่ 5 เมษายน 2557 ไม่นานก่อนรัฐประหาร ยังได้เจอคนเสื้อแดงจำนวนมาก และได้เจอแกนนำตอนนั้น ทั้งเต้น ตู่ คุณแม่ธิดา หมอเหวง แถมชวนให้ดิชั้นขึ้นเวทีปราศรัย ซึ่งดิชั้นปฏิเสธ
…นี่ค่ะคำตอบ เคลียร์นะ [ถ้อยคำไม่เหมาะสม]
นี่คือข่าวที่ว๊อยซ์ https://www.facebook.com/131732549847/posts/10161165206684848/?d=n
 
 
 
 
 
  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    4
 
619

ผมกำลังศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียดครับถึงที่มาที่ไป  ผมต้องการให้รู้อย่างกระจ่างให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินตลอดจนภาษีต่างๆตอนนี้ผมสงสัยมากๆ  ผมจะศึกษาให้กระจ่างก่อนวันที่ 25 นี้

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    4
  • เศร้า
    2
 
โบกสะบัด

ให้ องค์การสวนสัตว์ ใช้ที่ดินท้องนาว่างเปล่า
แต่ไม่ได้ให้ เงิน ไปสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่

รัฐบาลทะเฮี้ย ใช้เงินงบประมาณภาษีประชาชน
ไปสร้างสวนสัตว์ พร้อมสิ่งสาธารณูปโภค
ทำให้ที่ดินรอบข้าง มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น โดยไม่ต้องลงเงิน

ใครได้ประโยชน์......พวกทะเฮี้ยรวมกันโกงประชาชน ???

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    4
  • เศร้า
    3
 
3 ส

ต้องปฏิรูปสถาบัน

ใช่

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    3
  • เศร้า
    4
 
Prem

....ปฏิรูปสำหรับสลิ่มแล้ว พวกมันบอกว่าเป็นการ"ทำลาย"สถาบัน.....ดังนั้น ผมจึงขอเปลี่ยนเป็น"พัีฒนาและปรับปรุง"แทน....ชัดหรือเปล่าท่านหลื่ม?

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    5
  • เศร้า
    3
 
ICT

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    5