อ่านแล้วก็ได้ความคิดเอง

อ่านแล้วก็ได้ความคิดเอง

ชักธงรบ : บุรุษผู้ปลูกต้นหอม
 
กิเลน ประลองเชิง3 ธ.ค. 2562 05:01 น.
SHARE
 
 
 

ผมอ่านนิทานไทยมาไม่น้อย เมื่ออ่านนิทานเกาหลี เรื่องบุรุษผู้ปลูกต้นหอมแล้ว ผมได้ความรู้สึกแปลกใหม่กว่านิทาน จนอดใจไม่ได้ ต้องเอามาเล่าต่อ

(นิทานเกาหลี ส.พลายน้อย สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์ พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ.2540)

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วสมัยที่คนยังกินคนด้วยกัน เพราะต่างคนต่างก็เห็นอีกคนเป็นวัว

เพราะฉะนั้นทุกคนต้องระมัดระวังตัวเอง หากเผลอคิดว่าคนนั้นคนนี้เป็นพ่อแม่ เป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อน ก็อาจจะถูกจับกินได้ง่ายๆ

 

แต่เมื่อกินแล้ว ต่อมาไม่นานคนคนนั้นก็จะรู้สึกว่าตัวผิด แต่ก็ผิดไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้

ครั้งหนึ่งชายคนหนึ่ง เห็นน้องชายตัวเองเป็นวัว ก็จับกินเสียอิ่มหนำ พอรู้ตัวว่าเผลอกินน้องชายก็เสียใจมาก คิดๆไปก็เบื่อบ้านเมืองตัวเอง ออกเดินทางไปเรื่อยๆ

ระหว่างเดินทาง เขาหวังว่าจะเจอบ้านเมืองสักบ้านเมืองที่เห็นคนเป็นคน เห็นวัวเป็นวัว

ปีแล้วปีเล่า เขายังไม่เจอบ้านเมืองที่หวัง...เขาก็ยังเดินทางต่อไปๆ จนกระทั่งแก่เฒ่า กระนั้นเขาก็ยังไม่สิ้นหวัง จนวันนั้น...เขาก็มาถึงบ้านเมืองหนึ่ง...ที่แปลกและแตกต่างกว่าบ้านเมืองที่ผ่านมา

มองไปทางไหนเขาเห็นแต่ความสงบสุข

เหตุเพราะคนบ้านเมืองนี้ไม่สับสน มองเห็นคนเป็นคน มองเห็นวัวเป็นวัว

เขากำลังเดินเพลินๆ ก็ได้ยินเสียงทัก “ท่านมาจากไหน” หันไปก็เจอชายชราวัยเดียวกันถามต่อ “ท่านจะไปทางไหน” “ฉันไม่มีจุดหมายหรอก...” ชายชราอาคันตุกะบอก

“แต่ตั้งใจจะมาให้ถึงเมืองที่เห็นคนเป็นคน เห็นวัวเป็นวัว...ฉันกำลังคิดว่า เจอแล้ว”

“โอ ท่านคงเดินทางมาไกลมาก” ชายชราเจ้าบ้านว่า “บ้านเมืองเราก็เคยเห็นคนเป็นวัว แล้วก็เผลอกินกันเองมานาน พี่กินน้อง ลูกกินพ่อ ฯลฯ แต่หลังจากเราได้กินต้นหอม เรื่องอย่างนี้ไม่มี”

“ต้นหอม...” ชายชราพเนจรอุทาน เขาแปลกใจ ไม่เคยได้ยินชื่อต้นหอมมาก่อน

“ลองพูดอีกทีซิ ต้นหอมอะไร ที่เรียกต้นหอม เป็นอย่างไร”

ชายชราเจ้าบ้านชวนไปแปลงต้นหอม แล้วชี้ “ต้นเขียวๆที่ขึ้นอยู่บนพื้นดินนั่นไง”

แล้วชายชราเจ้าบ้านผู้อารีก็แนะนำวิธีปลูกต้นหอม ตลอดไปถึงการนำไปทำเป็นอาหาร ทั้งยังเอาพันธุ์ต้นหอมให้ชายชราผู้มาเยือนเอากลับไปปลูกที่บ้านเมืองเก่าที่เขาจากมานานแสนนาน

เที่ยวเดินทางมาโดยไม่มีจุดหมาย เวลามันช่างยาวนาน แต่ในเที่ยวเดินทางกลับ ด้วยความมุ่งมั่นเวลาช่างสั้นมาก เมื่อเขาถึงบ้าน สิ่งแรกที่ทำคือ รีบปลูกต้นหอมลงในแปลงที่ดินหน้าบ้านทันที

เรียบร้อยแล้ว ชายชราก็เดินไปหาญาติพี่น้องและเพื่อนเก่า แต่ไม่มีใครจำเขาได้

ไม่ว่าเขาจะพยายามแนะนำให้ทบทวนความจำแค่ไหน...และที่ร้ายยิ่งกว่า ทั้งญาติและเพื่อนเหล่านั้นมองเห็นเขาเป็นวัว และเขาก็ถูกจับกินไปในไม่ช้า

ชายชราผู้เดินทางตายไม่นาน ญาติและเพื่อนเริ่มเห็นต้นหอมเติบโตงอกงาม แม้ยังไม่รู้ว่าเป็นต้นอะไร แต่เมื่อลองเอาไปกินเป็นอาหาร พวกเขาก็รู้สึกได้ทันทีว่ามีความเปลี่ยนแปลงสำคัญ

เขาเห็นคนเป็นคน เห็นวัวเป็นวัว ไม่หลงกินคนด้วยกันอีกต่อไป

ชื่อของผู้ตาย ถูกรื้อฟื้นมาพูดถึงกัน ในฐานะวีรบุรุษผู้ปลูกต้นหอม...นำความเปลี่ยนแปลงที่ดีมาให้หมู่บ้าน...

นิทานเกาหลี ไม่มีคำสอนตอนจบ...แต่อ่านแล้วก็ได้ความคิดเองว่า คนในบางสถาบัน เช่น รัฐบาลหรือสภา...ที่มีแต่ปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง...ถ้าได้กินต้นหอม บรรยากาศอาจเปลี่ยนไปเป็นความรักใคร่สมานฉันท์

กินข้าวหม้อเดียวกัน มองคนด้วยกันไม่เท่ากัน เรื่องเล็กๆแค่ที่นั่งโต๊ะกรรมาธิการ เรื่องใหญ่สารเคมีการเกษตร...ยังมองกันคนละเรื่อง โถ! ลงทุนเลือกตั้ง ได้รัฐบาลได้สภาหน้าตาไม่เอาไหนเลย.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1716130

การ์ตูน เซีย


ต้องตามไปดู
 
แม่ลูกจันทร์3 ธ.ค. 2562 05:14 น.
SHARE
 
 
 

เสือป่าแมวเซากำลังจับตาจ้องมองการสรรหา กรรมการ ป.ป.ช.ใหม่ป้ายแดงเสียบแทนกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน 2 คน ที่พ้นจากตำแหน่งเพราะอายุครบ 70 ปี

กรรมการ ป.ป.ช. (ป้องกันการทุจริตแห่งชาติ) 2 คนที่หมดอายุการใช้งาน ได้แก่...

  • คนนี้มาแรง
  • เห็นแก่คนยากจน
  • คนกันเอง

1, นายปรีชา เลิศกมลมาศ ซึ่งดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช.ตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน

เป็นดาวค้างฟ้ามาถึง 9 ปี ยาวที่สุดในบรรดา ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน

 

2, นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร อดีตอธิบดีศาลอาญา เพิ่งดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช. เมื่อเดือนธันวาคมปี 2558 ดำรงตำแหน่งแค่ 4 ปี ก็หมดวีซ่าเพราะอายุเกิน

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบทุจริตข้าราชการระดับบิ๊ก ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี จนถึงนายก อบจ.

ใครจะโดนเช็กบิล หรือไม่โดนเช็กบิล อยู่ในกำมือคณะกรรมการ ป.ป.ช. 9 คนเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใ

“แม่ลูกจันทร์” สรุปย่อๆไม่ให้ยืดยาว เมื่อกรรมการ ป.ป.ช.ว่างลง 2 คน ก็ต้องเริ่มเปิดรับสมัครผู้เข้าประกวดชายงามเป็น ป.ป.ช.ใหม่อีก 2 คน

โดยมีคณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ และบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งจากศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา ศาลปกครอง และผู้แทนองค์กรอิสระอีกอย่างละ 1 คน

ผู้สมัครที่ผ่านการสรรหาจะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 หรือ 6 คะแนนจาก 9 คะแนน

จากนั้นต้องส่ง 2 รายชื่อที่ผ่านการสรรหาไปให้ ส.ว.ลากตั้งชุดปัจจุบันลงมติเห็นชอบซํ้าอีกที

ถ้า ส.ว.ลากตั้งโหวตไม่เห็นชอบ “ว่าที่ ป.ป.ช.” ก็ต้องเริ่มต้นสรรหา ป.ป.ช.ใหม่อีกครั้ง (หรืออีกหลายครั้ง) ตามกติกา

สรุปว่าใครจะได้นั่งเก้าอี้ ป.ป.ช.ยาวรากงอก 7 ปี อยู่ที่ ส.ว.ลากตั้ง ซึ่งแต่งตั้งโดย “หน.คสช.” ซึ่งแปลงร่างเป็น “นายกรัฐมนตรี” คนปัจจุบัน

กติกามันพันกันเป็นงูกินหางอย่างนี้แหละโยม

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าบัดนี้มีผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการ ป.ป.ช.เปิดซิง รวมทั้งสิ้น 16 คน

มาจากฝ่ายตุลาการก็มาก มาจากทนายความก็เยอะ นักวิชาการก็ไม่น้อย อดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ก็หลายคน

ที่น่าแปลกใจคือเป็นชายทั้งดุ้น ไม่มีสุภาพสตรีแทรกเป็นยาดำแม้แต่คนเดียว

อ่านโผรายชื่อผู้สมัคร ป.ป.ช.ที่กระเด้งเข้าตา “แม่ลูกจันทร์” เช่น...

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน อดีตรอง ผบ.ตร.

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

พล.ท.สุรพงศ์ เปรมบัญญัติ อดีตหัวหน้าศาลทหารสูงสุด

นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริต เป็นต้น

“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่าแม้คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะมี 9 คนก็จริง แต่ถ้าแพ็กกันได้ 5 คนจาก 9 คน จะเป็น “มติเสียงข้างมากทันที”

ถ้ายึดคดี “นาฬิกายืมเพื่อน” เป็นมาตรฐาน ป.ป.ช.

คดีนี้ประธาน ป.ป.ช. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ขอถอนตัวไป 1 คน เหลือที่ประชุม 8 คนโหวตตัดสินใจ

กรรมการ ป.ป.ช.เสียงข้างมากที่ลงมติยกคำร้อง 5 คน ขณะนี้เหลือ 3 คน

แต่กรรมการ ป.ป.ช.เสียงข้างน้อย 3 คนยังอยู่ครบทีม

ถือว่ายังก้ำกึ่งไม่ชัวร์ปึ้ก 100 เปอร์เซ็นต์

การจะออกตั๋วให้ใครเป็น ป.ป.ช.ใหม่อีก 2 คนจึงสำคัญด้วยประการฉะนี้แลเฮย.

“แม่ลูกจันทร์”

https://www.thairath.co.th/news/politic/1716101

.....

..............

.............................

คาบลูกคาบดอก : คนจนคนรวยกฎหมายเดียวกัน
 
หมัดเหล็ก3 ธ.ค. 2562 05:01 น.
SHARE
 
 


 

เสียงเตือนจาก ดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ต่อกรณี คดีรุกป่าสงวน ในอดีตมีคนดังระดับ รมต.มียศถาบรรดาศักดิ์ ต้องติดคุกติดตะรางมาแล้ว

เพราะฉะนั้นใครที่คิดจะอุ้มคดีรุกป่าสงวนก็ให้คิดให้ดีด้วยเหตุนี้ทำให้ ครม. และ รมต. ที่รับผิดชอบและเกี่ยวข้องกับเรื่องของคดีรุกป่าของนักการเมือง ใส่เกียร์ถอยไปตามๆกัน

  • คาบลูกคาบดอก : เรื่องป่าของปารีณา
  • คาบลูกคาบดอก : เคียงข่าว
  • คาบลูกคาบดอก : ในวิกฤติที่เป็นยุทธศาสตร์

ลอยแพ

โทษทางกฎหมายการรุกป่า ส.ป.ก.โดยทั่วไปมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 พันบาท และที่ดินในเขต ส.ป.ก.จะต้องผ่านการรังวัดเพื่อจัดสรรที่ดินทำกินให้กับเกษตรกรไม่เกินรายละ 50 ไร่เท่านั้น

 

ส่วนข้ออ้างที่ว่า ได้ที่ดินมาก่อนมีการประกาศเป็นเขต ส.ป.ก. แต่การซื้อที่ดิน ไม่มีการแสดงเอกสารสิทธิ ดังนั้น สันนิษฐานได้ว่า ที่ดินบริเวณดังกล่าว น่าจะเป็นที่ป่าสงวนแห่งชาติ หรือ ป่าไม้ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้มาก่อน จึงไม่สามารถออกเอกสารสิทธิใดๆได้

นอกจากการเข้าไปบุกรุกโดยผิดกฎหมาย

เมื่อเป็นเช่นนี้ทำไมจึงไม่มีการดำเนินคดีทางอาญาตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ กับผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากทางราชการให้เข้าทำประโยชน์ตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กฎหมายที่ดินว่าด้วยการครองชีพ หรือประมวลกฎหมายที่ดิน หากเข้าไปกระทำการใดๆ ถือว่าเป็นการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ ความผิดฐานบุกรุกยังถือว่าเป็น คดีอาญา โดยเฉพาะการบุกรุกที่ดินรัฐ ยิ่งถือว่าเป็น คดีอาญาแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญาแล้ว หากมีการบุกรุกตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป จะยอมความไม่ได้

รวมทั้งการบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก.ก็ถือว่าเป็นคดีอาญาแผ่นดินด้วย

มีตัวอย่างคำพิพากษาระบุว่า ที่ดินพิพาทเดิมเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เป็นที่ดินรัฐ แม้จะถูกเพิกถอนจากป่าสงวน เพราะเป็นที่ ส.ป.ก.แล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงเป็นที่ดินของรัฐอยู่

ของหลวงตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้

ในขณะเดียวกัน ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยไม่ดำเนินการตามกฎหมาย อาจถูกดำเนินการฟ้องร้อง ฐานเจ้าพนักงานไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ตามมาตรา 157 เพราะถ้าปล่อยไว้เช่นนี้ จะกลายเป็นบรรทัดฐานต่อไป

ใครจะบุกรุกป่าก็ได้โดยอ้างเอาจากกรณีที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

ไม่ว่าจะเป็นคนจนคนรวย นักการเมือง นายทุน นักธุรกิจ คนใหญ่คนโต ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ทั้งนี้ มีตัวอย่างในอดีตมีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ถูกลงโทษตาม ม.157 มาแล้ว

เพราะไปอุ้มไม่ดูตาม้าตาเรือ.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th 

https://www.thairath.co.th/news/politic/1716158

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

1 ความคิดเห็น

 
3 ส

รัฐบาลไอ่เห้ตูบ

ปวดหัว

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0