อีนก อีเหมียว อีแหม่ม ฯลฯ แกล้งเงียบ ขณะที่ คนอื่นเริ่มทยอยออกมาขอโทษ

อีนก อีเหมียว อีแหม่ม ฯลฯ แกล้งเงียบ ขณะที่ คนอื่นเริ่มทยอยออกมาขอโทษ

ฝันร้าย! ‘ปีใหม่-สุมนรัตน์’ จวกรัฐลาออกเถอะ แต่ถูกแซะแรงจำได้ว่าเคยเป่านกหวีด

ปีใหม่ สุมนรัตน์ โดนชาวเน็ตแซะแรงหลังออกมาร่วม Call out กับคนอื่นด้วย พร้อมตอบชัดเรื่องเคยเป่านกหวีดในอดีต

12 กรกฎาคม 2564

11:40 น.

บันเทิง

 

ถูกสนใจอย่างมากสำหรับโพสต์ของสาว ปีใหม่ สุมนรัตน์ อดีตนักแสดงสาวที่ออกมาโพสต์รูปข้อความว่า “ถ้าที่ทำอยู่คือดีที่สุดแล้ว ลาออกเถอะค่ะ”

 

 

ก่อนที่ชาวเน็ตจะมาให้กำลังใจอย่างมากมาย พร้อมบอกว่าดีแล้วที่ออกมาช่วยกัน ขณะเดียวกันกลับมีชาวเน็ตรายหนึ่งออกมาคอมเมนต์ว่า “เหมือนจำได้ว่า ชุดนี้เป่านกหวีดมานิคะ” ซึ่งสาวปีใหม่ก็มาตอบกลับว่า “ใช่ค่ะ ขอโทษนะคะ เสียใจจริงๆ ค่ะ” 

 

 

งานนี้ชาวเน็ตเลยแตกออกเป็นสองเสียงทั้งบอกว่าดีแล้วที่กลับตัวทัน บ้างก็บอกว่าทำไมมาคิดได้ตอนนี้อีกด้วย

 

 

ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @peemai28

 

... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/news/45309/

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    1

14 ความเห็น

 
ICT

ไม่ไว้หน้า! ดราม่าวัคซีน ‘เพชร’ฟาดเพื่อนซี้ ‘น็อต-วรฤทธิ์’งานนี้แท็กแบนติดเทรนด์

น็อต วรฤทธิ์ เจอดราม่าอ่วม หลังเพื่อนซี้อย่าง เพชร กรุณพล ก็ออกมาฟาดปมวัคซีน ด้านชาวเน็ตก็ติดแท็กแบนถล่มรัว

12 กรกฎาคม 2564

12:00 น.

บันเทิง

กลายเป็นดราม่าขึ้นมาจนได้หลังล่าสุดหนุ่ม น็อต วรฤทธิ์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเรื่องของวัคซีนโควิดในไทย โดยมีการระบุว่า “ต่อให้มีวัคซีนที่ดีที่สุดแต่ถ้าทุกคนยังไม่ดูแลตัวเองอย่างเข้มงวดก็ไร้ประโยชน์นะจ๊ะ” 

ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวถูกแคปไปโพสต์ต่อในทวิตเตอร์และมีการแชร์ข้อความสนทนาของหนุ่มน็อตกับเพื่อนซี้ เพชร กรุณพล ที่มีการพูดถึงผ่านแท็ก #แบนน็อตวรฤทธิ์ อีกด้วย โดยในบทสนทนาหนุ่มเพชรมีการออกมาพูดว่า “นี่คือสักแต่ว่าเขียนเอาใจรัฐบาลใช่มะ 1.ตายมากี่คนแล้วกับวัคซีนที่ไร้คุณภาพ พอตายก็บอกจากโรคประจำตัว…… 2. เอกชนเค้ายอมรับความเสี่ยงจากค่าชดเชยเองก็ไม่ให้เค้าซื้อมาใช้…”

 

จากนั้นหนุ่ม น็อต ก็เข้ามาคอมเมนต์ตอบ เพชร ว่า เรื่องของXX เพชร ก็ตอบกลับเพื่อนว่า แต่เรื่องของXXปลอมอะ น็อต ก็สวนกลับเพื่อนเช่นกันว่า ก็แล้วแต่XXจะคิด นี่มันเรื่องของXX ฯลฯ

 

งานนี้เรียกว่าชาวเน็ตก็พากันดราม่าสนั่นในหนุ่มน็อตเลยทีเดียว พร้อมยกเรื่องราววัคซีนในแต่ละประเทศมาพูดคุยกันอีกด้วย

 

ADVERTISEMENT

 

 

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก น็อต วรฤทธิ์

... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/news/45506/

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
ICT

‘iLaw’จวกรัฐฯหมกเม็ด! ปรับเปลี่ยนข้อกำหนดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯเริ่มใช้วันนี้

"iLaw" แฉละเอียดยิบหมกเม็ด ปรับข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ปมเผยแพร่ ข้อมูล-ข่าวสาร แม้เป็นเรื่องจริงก็ผิดอาจติดคุกได้ มีผลใช้วันนี้ ชาวเน็ตรุมจวก ทำประชาชนไม่เชื่อถือหนักขึ้น

12 กรกฎาคม 2564

11:20 น.

ทั่วไทย-กทม., รวมข่าวโควิด-19

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก “iLaw” โพสต์ภาพและข้อความ ระบุว่า “ใช้วันนี้! ข้อกำหนดใหม่ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ห้ามโพสต์สร้างความหวาดกลัวแม้เป็นความจริง โทษ 2 ปี ปรับ 40,000 บาท ข้อกำหนดนายกรัฐมนตรีฉบับที่ 27 ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แก้ไขฉบับที่ 1 ในเรื่องข้อห้ามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ขยายองค์ประกอบความผิดให้กว้างออก ห้ามการโพสต์ข้อความให้ประชาชนหวาดกลัวแม้จะเป็นความจริงก็ผิด เพิ่มไปห้ามข้อความบิดเบือนที่ “กระทบความมั่นคงของรัฐ” และไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่เตือนให้แก้ไขก่อน

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

ADVERTISEMENT

 

 

12 กรกฎาคม 2564 เป็นวันแรกของการบังคับใช้ข้อกำหนดนายกรัฐมนตรีที่ออกตามความในมาตรา 9 ของพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 27 ซึ่งเป็นฉบับที่เพิ่มความเข้มงวดของข้อห้ามต่างๆ ท่ามกลางสถานการณ์ที่พบผู้ติดเชื้อโควิดรายวันหลัก 9,000 คน และระบบสาธารณสุขของประเทศไม่อาจรองรับสถานการณ์ได้ มาตรการห้ามออกนอกเคหสถานในเวลากลางคืนถูกนำมาใช้อีกครั้ง พร้อมกับการสั่งปิดตลาด ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ในเวลา 20.00 น.

.

ข้อกำหนดฉบับที่ 27 ที่ลงนามประกาศใช้โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา http://www.ratchakitcha.soc.go.th/…/2564/E/154/T_0001.PDF ยังเขียนไว้ในข้อ 11. เป็นข้อจำกัดการแสดงความคิดเห็น ภายใต้สถานการณ์ที่อ่อนไหวของโรคระบาด ดังนี้

 

“ข้อ 11 มาตรการเพื่อมิให้มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอันทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน การเสนอข่าวหรือการทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด ที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั่วราชอาณาจักรนั้น เป็นความผิดตามมาตรา 9 (3) แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548”

.

การกระทำที่จะเป็นความผิดตามข้อ 11 ต้องมีองค์ประกอบทุกข้อรวมกัน ดังนี้

.

.

 

การเสนอข่าว หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด (เข้าใจได้ว่ารวมถึงสื่อออนไลน์)

ที่มีข้อความอันอาจ

2.1 ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือ

2.2 เจตนาบิดเบือนทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

การกระทำเกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่งในราชอาณาจักรไทย ไม่จำกัดเฉพาะพื้นที่ควบคุมสูงสุดเท่านั้น

.

.

การฝ่าฝืนข้อ 11 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท ซึ่งเป็นโทษที่กำหนดไว้ในมาตรา 18 ของพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ การฝ่าฝืนข้อกำหนดไม่ว่าเรื่องใดๆ เช่น การออกนอกเคหสถานเกินเวลาที่กำหนด การรมกลุ่มเกินห้าคนโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็มีอัตราโทษเช่นเดียวกันหมด

.

ก่อนหน้าการประกาศใช้ข้อกำหนดฉบับที่ 27 ก็มีข้อกำหนดฉบับที่ 1 ที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 26 มีนาคม 2563 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/…/2563/E/069/T_0010.PDF กำหนดข้อห้ามการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนในทำนองเดียวกัน และใช้มาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี 4 เดือน โดยระหว่างช่วงเวลาที่ผ่านมาก็มีการออกข้อกำหนดเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมหรือผ่อนคลายข้อห้ามต่างๆ มาแล้วอีก 25 ฉบับ แต่ข้อห้ามเรื่องการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ไม่เคยถูกแก้ไขใดๆ จนกระทั่งข้อกำหนดฉบับที่ 27 ออกมาบังคับใช้ใหม่ เท่ากับเป็นการยกเลิกข้อห้ามเดิมในข้อกำหนดฉบับที่ 1 แล้วใช้ข้อกำหนดฉบับที่ 27 นี้แทน

.

ข้อกำหนดฉบับที่ 1 เคยเขียนข้อห้ามเรื่องการเสนอข้อมูลข่าวสารไว้ในข้อ 6 ดังนี้ “ข้อ 6 การเสนอข่าว ห้ามการเสนอข่าวหรือทำให้แพร่หลายทางสื่อต่างๆ ซึ่งมีข้อความหรือข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด 19) อันไม่เป็นความจริงและอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารดังกล่าวอันทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ในกรณีเช่นนี้ ให้เจ้าหน้าที่เตือนให้ระงับหรือสั่งให้แก้ไขข่าว หรือหากเป็นกรณีที่มีผลกระทบรุนแรง ให้ดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 หรือ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548”

.

.

มีข้อสังเกตว่า การเขียนข้อห้ามในข้อกำหนดฉบับที่ 27 มีลักษณะ “สั้นลง” กว่าฉบับที่ 1 โดยมีข้อแตกต่างกันที่สำคัญ 3 ประการ ดังนี้

.

1) ข้อความที่ทำให้ประชาชนหวาดกลัว รวมทั้งเรื่องจริงและเรื่องไม่จริง ตามข้อกำหนดฉบับที่ 1 การเผยแพร่ข้อความที่ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวจะเป็นความผิดต่อเมื่อเป็นข้อความหรือข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด 19 ที่ “ไม่เป็นความจริง” เท่านั้น แต่ตามข้อกำหนดฉบับที่ 27 เอาผิด “ข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว” โดยตัดองค์ประกอบที่เคยเขียนว่า “ไม่เป็นความจริง” ออก ทำให้เห็นเจตนารมณ์ของผู้เขียนข้อกำหนดฉบับที่ 27 ว่า อาจต้องการเอาผิดกับข้อความที่ทำให้ประชาชนหวาดกลัวทั้งที่เป็นความจริงและไม่เป็นความจริง

.

2) เพิ่มเรื่องกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ตามข้อกำหนดฉบับที่ 1 ห้ามการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอันทำให้เกิดความเข้าใจผิดจน “กระทบต่อการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน” ซึ่งก็เป็นข้อห้ามที่กว้างขวางมากอยู่แล้ว และใช้มาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือคำอธิบายว่า มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารแบบใดที่ส่งผลเสียจนต้องขยายองค์ประกอบความผิดให้กว้างออก เพราะในข้อกำหนดฉบับที่ 27 ขยายไปห้ามการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอันทำให้เกิดความเข้าใจผิดจน “กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ” ด้วย แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของผู้เขียนข้อกำหนดฉบับที่ 27 ที่ต้องการขยายขอบเขตของข้อห้ามออก และให้เอาผิดกับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารได้หลากหลายมากขึ้น

.

3) ไม่ต้องตักเตือนให้แก้ไขก่อน ตามข้อกำหนดฉบับที่ 1 หากเจ้าหน้าที่พบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่อาจเป็นความผิด ให้เตือนให้ระงับหรือสั่งให้แก้ไขข่าวก่อนได้ โดยไม่ต้องดำเนินคดี หรือหากเป็นกรณีที่มีผลกระทบรุนแรงจึงให้ดำเนินคดี ทั้งตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ข้อกำหนดฉบับที่ 27 ตัดเนื้อหาส่วนที่ให้เจ้าหน้าที่เตือนออก แม้ว่าข้อกำหนดฉบับที่ 27 จะตัดข้อความที่ให้ดำเนินคดีตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ออกด้วยแล้ว แต่การตัดสินใจดำเนินคดีตามกฎหมายใดก็เป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวนอยู่แล้ว หากเห็นว่ากากระทำใดเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วยก็ยังสามารถดำเนินคดีได้ (ทำความเข้าใจ ข้อหาตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ได้ที่ https://freedom.ilaw.or.th/node/600

.

.

ข้อมูลจากฐานข้อมูลของศาลอาญา(http://aryasearch.coj.go.th/search200.php)ภายใต้ข้อกำหนดฉบับที่ 1 ข้อ 6 มีคนถูกดำเนินคดีจากการโพสต์ข้อความบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับสถานการณ์โควิดมาแล้วหลายกรณี ตัวอย่างเช่น

.

กรณีที่ 1 จำเลยโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งค่าเป็นสาธารณะ เป็นข้อความทำนองว่า มีคำเตือนจากสำนักงานไปรษณีย์ ขอให้ผู้ได้รับจดหมายหรือพัสดุแยกใส่ถึงไว้ 24 ชั่วโมง ฉีดยาฆ่าเชื้อก่อนนำเข้าบ้าน เพราะมีคนได้รับเชื้อโควิดแล้ว ซึ่งบริษัท ไปรษณีย์ไทย ยืนยันว่าเป็นข่าวปลอม ต่อมาศาลพิพากษายกฟ้อง เพราะจากข้อความมีลักษณะเป็นคำเตือน ไม่ถึงขนาดก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนหรือทำให้เกิดความหวาดกลัว

.

กรณีที่ 2 จำเลยโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ตั้งค่าเป็นสาธารณะ เนื้อหาสรุปได้ว่ายาบ้าสามารถรักษาโรคโควิดได้ โดยกรมควบคุมโรคชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

.

กรณีที่ 3 จำเลยโพสต์ภาพและข้อความบนเฟซบุ๊ก เนื้อหาสรุปได้ว่า วันที่ 10 เมษายน 2563 จะมีประกาศเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ ให้เตรียมตุนอาหารน้ำดื่มให้เพียงพอ ศาลพิพากษาให้จำเลยมีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(2) และตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 จำคุก 1 ปี ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษครึ่งหนึ่ง ให้รอลงอาญา คุมประพฤติ และให้ทำกิจกรรมบริการสังคม

.

กรณีที่ 4 จำเลยโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ทำนองว่า อำเภอบางบัวทอง และบางใหญ่ จ.นนทบุรี มีผู้ติดเชื้อโควิดแล้วแต่มีการปิดข่าว ศาลพิพากษาให้จำเลยมีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(2) และตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 จำคุก 2 ปี ปรับ 30,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษครึ่งหนึ่ง ให้รอลงอาญา

.

เนื่องจากพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(2) เอาผิดการโพสต์ “ข้อความอันเป็นเท็จ” ที่น่าจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน เมื่อพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ถูกนำมาใช้ควบคู่ไปกับข้อห้ามตามข้อกำหนดฉบับที่ 1 การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันไม่เป็นความจริงและทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว จึงอาจเป็นความผิดทั้งตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ไปพร้อมๆ กันหรือเป็น “การกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท” ศาลจึงพิพากษาลงโทษตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพียงข้อหาเดียวในฐานะบทกฎหมายที่มีโทษหนักกว่า ไม่ได้ลงโทษตามข้อกำหนดฉบับที่ 1 โดยตรง

แต่เมื่อข้อกำหนดฉบับที่ 27 ได้ขยายฐานความผิดให้กว้างออก รวมถึงการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวที่ “เป็นความจริง” ด้วยแล้ว การโพสต์ข้อความที่เป็นความจริง ย่อมไม่ผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(2) แต่อาจผิดตามข้อกำหนดฉบับที่ 27 ได้”

หลังมีการโพสต์ออกไปมีผู้เข้ามาคอมเมนท์ วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ถึงการปิดกันการนำเสนอข่าวแม้เป็นข้อมูลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงจะทำให้ประชาชนไว้ใจได้อย่างไร และมีการแชร์กันออกไปจำนวนมากอย่างรวดเร็ว

... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/news/45416/

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT

ปัดโธ่…จะรีบไปไหน! ประชุมวุฒิฯ 20 นาทีเลิก หนีโควิด-19

ปัดโธ่...จะ รีบไปไหน!! ประชุมวุฒิสภา 20 นาทีเลิก หนีโควิด-19

12 กรกฎาคม 2564

11:41 น.

การเมือง

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยมีวาระสำคัญเพียงแค่การตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จำนวน  15 คน จากนั้นพิจารณาอนุมัติการขยายเวลาการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อีก 3 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่…) พ.ศ….  ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่…) พ.ศ…  และร่าง พ.ร.บ.หอการค้าไทย (ฉบับที่…) พ.ศ…. ก่อนที่จะอนุมัติการขยายเวลาการพิจารณาของ กมธ.สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด ออกไป 30 วัน จากเดิมจะครบกำหนดในวันที่ 22 ก.ค.นี้ และการขยายเวลาการพิจารณาของ กมธ.สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ออกไปอีก 30 วัน  จากเดิมที่จะครบกำหนดวันที่ 19 ส.ค.นี้

 

 

 

จากนั้นนายพรเพชร  แจ้งต่อที่ประชุมว่า  วันนี้หมดวาระการประชุม และสั่งปิดประชุมทันทีใน เวลา 10.20 น. ใช้เวลาประชุมแค่ 20 นาที เป็นการประชุมวุฒิสภาที่สั้นที่สุด เพื่อเป็นไปตามมติวิปวุฒิสภา ที่ให้ประชุมเฉพาะเรื่องสำคัญและเร่งด่วน และปฏิบัติตามมาตรการเข้มงวดของ ศบค.ในการยับยั้งการระบาดของโควิด-19

.... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/news/45695/

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=353168296177859&id=100044540...

[ สถาบันกษัตริย์กับสังคมร่วมสมัย ]
...เขาตั้งคำถามว่า ถ้าเมืองไทยจะไร้กษัตริย์เสียแล้ว จะเป็นไฉน ข้าพเจ้าขอตอบว่า แม้คำถามดังกล่าว คนไทยก็ไม่กล้าเอ่ยเสียแล้ว อย่าว่าแต่จะให้ตอบคำถามเลย แต่ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นนักอนุรักษ์นิยมชนิดหัวก้าวหน้า ขอบอกให้ว่า สถาบันกษัตริย์ได้อยู่คู่กรุงสยามมาเป็นเวลาร่วมพันปีเข้านี่แล้ว ธำรงรักษาไว้ ดีกว่าล้มเลิกหรือทำลายเสีย หากควรอนุรักษ์ระบบกษัตริย์ไว้ใต้รัฐธรรมนูญ ไม่ให้เป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์
เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ นั้น เท่ากับต่ออายุให้สถาบันกษัตริย์ของไทย เพราะถ้าคงพระราชอำนาจไว้อย่างราชาธิปไตยในคราบของเผด็จการ สถาบันดังกล่าวย่อมปลาสนาการไปเสียแล้ว...
...สถาบันใด ๆ ถ้าไม่ตั้งอยู่บนสัจจะ จะดำรงอยู่นานไม่ได้ และสถาบันใดที่ไม่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา อย่างรับผิดชอบกับมหาชน อย่างโปร่งใส ก็จะดำรงอยู่นานไปไม่ได้เช่นเดียวกัน
อนึ่ง อภิสิทธิ์ต่าง ๆ ในทางอำนาจและทรัพย์ศฤงคาร ถ้าไม่ลดน้อยถอยลง ในขณะที่คนส่วนใหญ่ยากจนและถูกเอารัดเอาเปรียบ ผู้มีอภิสิทธิ์นั้น ๆ ก็ย่อมเป็นส่วนเกินของสังคม ยิ่งถ้าสมาชิกในราชตระกูลใกล้ชิดกับบรรษัทข้ามชาติ หรือพวกยาจกตื่นมี ที่ปราศจากคุณธรรมโดยเนื้อหาสาระด้วยแล้ว นับว่าเป็นอันตรายยิ่งนัก
สถาบันกษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย ไม่ควรข้องแวะกับการเมือง หากนำนักการเมืองได้ในทางคุณธรรมและศิลปวัฒนธรรมที่แก่น ไม่ใช่ที่เปลือก เพราะถ้าจับประเด็นไม่ได้ วัฒนธรรมในทางศักดินาจะเข้ามามอมเมาผู้คน...
...ผู้ที่ต้องการเห็นอนาคตของสถาบันกษัตริย์ของไทย ต้องมีความกล้าหาญทางจริยธรรม ต้องกล้าพูดความจริงกับพระราชา ต้งกล้าขัดพระทัย ในเมื่อเจ้านายทำผิด หรือหลงไปกับคำสรรเสริญเยินยออย่างปราศจากความจริง ไม่ใช่มีแต่พวกลูกขุนพลอยพยัก ที่สรรเสริญพระเกียรติคุณอย่างหลับหูหลับตา แล้วบางคนที่ใกล้ชิดพระราชา ก็ทำตัวเป็นดังกับพระราชากลาย ๆ...
...ผู้นำทางศาสนา โดยเฉพาะก็พุทธศาสนา ต้องกล้าชี้นำพระราชาในทางของทศพิธราชธรรมและจักรวรรดิวัตร โดยประยุกต์ให้เหมาะสมกับสมัยใหม่ ไม่ใช่เข้าไปในวังเพียงเพื่อสรรเสริญพระเกียรติคุณ หรือเอาเงินไปถวายอย่างเป็นโดยเสด็จพระราชกุศล
พระไม่มีหน้าที่หาเงินให้เจ้า และเจ้าก็ไม่มีกิจในการหาเงิน นั่นเป็นหน้าที่ของพ่อค้า เจ้ามีหน้าที่ประพฤติปฏิบัติองค์ให้อยู่ในศีลในธรรม เพื่อเป็นตัวอย่างในทางฆราวาสธรรม ที่กล้าพูดความจริง ที่กล้าขัดกับเผด็จการ หรือกล้าขัดรัฐบาลที่ปลิ้นปล้อน แม้พระราชาไม่จำต้องอยู่ข้างผู้ยากไร้ หากควรมีเวลาให้คนยากไร้ได้เฝ้าแหนอย่างจริงจังและรับฟังความทุกข์ยากของพวกเขา ไม่ใช่อย่างจัดฉากมาให้คนจนรับของพระราชทาน แล้วคนพวกนี้ก็ยังคงยากจนต่อไป
ถ้าพระราชาจะเข้าใจปัญหาความยากจนข้นแค้นของราษฎรส่วนใหญ่ได้ แล้วยืนหยัดอยู่ข้างมหาชนนั้น ๆ ไม่มีเผด็จการที่ไหนหรือบรรษัทข้ามชาติใด ๆ จะมาถอดถอนพระราชาเสียได้...
...ประเด็นของการเป็นพระราชานั้น ขั้นสุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับความกล้าหาญในทางจริยธรรมนั้นแลเป็นประเด็นสำคัญที่สุด พระราชาไม่จำต้องทรงพระปรีชาสามารถ ไม่จำต้องทรงเก่งกาจในสาขาวิชาต่าง ๆ จนรับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แทบทุกสาขาวิชา หากเป็นคนเรียบง่ายและพร้อมรับฟังถ้อยคำขากคนยากไร้ โดยไม่ต้องผ่านล่ามหรือการกลั่นกรอง ทั้งยังพร้อมที่จะรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากคนที่พูดตรง ๆ และจัง ๆ แม้คนพวกนั้นจะไม่หวังดีต่อพระองค์ก็ตาม
เมื่อฟังแล้ว ปรับพระองค์ได้ ประพฤติพระองค์ให้เป็นไปในทางธรรม อย่างเรียบง่าย อย่างไม่ประกอบไปด้วยคุณวิเศษอันมหัศจรรย์ต่าง ๆ หรือทรงไว้ซึ่งอัจฉริยภาพใด ๆ เอาเลยก็ยังได้ แม้เพียงนี้ สถาบันกษัตริย์ก็จะอยู่คู่กับสังคมร่วมสมัยไปได้นานเท่านาน
ส. ศิวรักษ์
จากหนังสือ "ฉีกจีวร ย้อนดู ชาติ ศาสน์ กษัตริย์" (๒๕๔๖) หน้า ๑๗๑-๑๗๖
อาจเป็นการ์ตูนรูป 1 คน และข้อความ
 
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ชาติอนุรักษ์

เยี่ยม และ ถูกต้อง.....
เป็นคำเตือนที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
619

ผมอยากให้ดารา นักร้อง ตอนนี้ออกมากันเยอะๆไม่ว่าจะเป็น หนุ่ย อำพล ลำพูนที่ผมชื่นชอบหรือ เป้ ไฮร๊อก หรือแม่นแต่ โป่ง หินเหล็กไฟ คุณอยู่นิ่งคุณอยู่เฉยเท่ากับคุณชื่นชมเท่ากับคุณยอมรับในโครงสร้างเห้ยๆแบบนี้ทั้งที่คุณนั้นโดนผลจากการกระทำของมันกระทบตรงๆสร้างความเดือดร้อนให้คุณเต็มๆ อย่าอยู่เฉยครับออกมากันให้หมด ดารา นักร้องและคนมีชื่อเสียงในสังคม

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ใช่

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

Image

Image

Image

 

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT

Image

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
THEKR!ST☀Ear of rice
 
@thekrist1981
 
#ปอยตรีชฎา ฟาดกลับ! บอกลบชื่อหนูด้วยนะ ถึงหนูจะเคยไปขึ้นเวที กปปส มา แต่หนูตาสว่างแล้ว ไม่สนับสนุนระบอบเผด็จการค่ะ! #โควิด19วันนี้ #ครูลูกกอล์ฟ #แบนดาราสลิ่ม #แบนน็อตวรฤทธิ์ #โจนูโว #ออกไปอิสัส #ประยุทธ์ออกไป #ข่าวบันเทิง #โควิด19
 
Image
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ชาติอนุรักษ์

นั่นนะซี ก่อนเอาชื่อนคนอื่น ๆ มาใช้อ้างอิงเป็นพวก....ถามเขาก่อนหรือเปล่า ว่าขณะนี้เขาคิดใหม่หรือยัง
พอดูแบบนี้แล้วทำให้คิดถึง นิทานอิสป เรื่อง "หมาหางด้วน" ที่เคยอ่านตอนเด็ก ๆ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT

Image

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT
Soloist Ok hand
 
@Arigato138
 
น่าอิจฉาพวกเขาเนอะอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำห่าอะไรก็บินไปฉีดวัคซีนฟรีได้ เป็นทหารเมืองไทยมันดีจริงๆ อิสัส #ทหารมีไว้ทําไม
Translate Tweet
Image
 
mary osa แอคส่วนตัว!!Two hearts
 
@maryosa4
·

3h

 
มีเรื่องให้ด่าทุกวัน ไทยคือรัฐบาลแบ่งชนชั้นวรรณะให้ชัดเจนเลยนะ 1.K 2.นักการเมือง,เจ้าสัว 3.ทหาร,นายทุน,ไฮโซ 4.ตำรวจ,ข้าราชการ 5.แพทย์,พ่อค้าแม่ค้า,ประชาชน
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
โตไปไม่ตู่
 
@Nanana99910
 
สัปเหร่อยังมีประโยชน์กว่าทหารตำรวจและรัฐบาลชุดนี้เสียอีก เป็นกำลังใจให้ลุงสัปเหร่อFolded hands#แบนน็อตวรฤทธิ์ #ทหารมีไว้ทําไม #ออกไปอีษัตริย์ #ออกไปอีสัส

Image

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0