อหต.ปลุกต้องกล้าหาญ ยืนในโรงหนัง (เสียเงินเข้าไปดู ให้กูยืนดูหนังหรือไอ้สัสสส)

อหต.ปลุกต้องกล้าหาญ ยืนในโรงหนัง (เสียเงินเข้าไปดู ให้กูยืนดูหนังหรือไอ้สัสสส)

‘บิ๊กตู่’ ฝาก นศ.วปอ. ปลุกต้องกล้าหาญ ยืนในโรงหนัง

'บิ๊กตู่' ฝาก นศ.วปอ. ปลุกต้องกล้าหาญ ยืนในโรงหนัง (matichon.co.th)

“ประยุทธ์” เปิดหลักสูตร วปอ.รุ่น 64 ปลื้มฟังเพลง “บ้านเกิดเมืองนอน” ปลุกใจ แนะทำความเข้าใจเนื้อหา พร้อมแสดงความเป็นห่วง คนไม่ยืนในโรงฉายหนัง ขอให้มีความกล้า

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 64 มีผู้เข้ารับการศึกษา จำนวน 288 คน โดยทั้งหมดได้ร่วมร้องเพลง “บ้านเกิดเมืองนอน” เพื่อเป็นการปลุกใจ ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะกล่าวบรรยาย โดยช่วงแรก พล.อ.ประยุทธ์พูดถึงเพลง ขอให้ทุกคน ฟัง อ่านเนื้อร้อง คิดตาม และนำมาสร้างปัจจุบันให้ประเทศ ประชาชน และทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้มแข็ง มุ่งมั่นในการรักษาแผ่นดินหนึ่งเดียวที่มีอยู่ โดยเฉพาะสิ่งสำคัญที่หลายคนอาจลืมไป คือ การที่ประเทศไทยยังสามารถรักษาความเป็นอิสระไว้ได้ ไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร ด้วยสติปัญญาของพระมหากษัตริย์ในอดีต และประเทศไทยก็ไม่มีความขัดแย้งใดๆ เกิดขึ้นมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ความสำคัญทั้งหมด อยากให้นำมาใช้ขับเคลื่อนตัวเองและสังคม ประเทศไทยจะเกิดความเข้มแข็ง ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันคือความเท่าเทียม ในเรื่องความเป็นธรรม รัฐบาลก็ดูแลความเดือดร้อนของผู้มีรายได้น้อยไปด้วย ซึ่งสิ่งนี้คือความเท่าเทียมและเป็นธรรม จึงขอให้ทำความเข้าใจกับ 2 คำนี้ ว่าเรามีอะไรที่ดีอยู่แล้วในเรื่องของการเป็นประชาธิปไตย

ในช่วงท้ายๆ พล.อ.ประยุทธ์ยังพูดถึงการพัฒนาการศึกษา โดยยินดีที่ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว เท่าที่สภาให้ความเห็นชอบ ดังนั้นการศึกษาเรียนรู้ จะต้องนำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่เพื่อการสอบวัดความรู้ แต่ต้องทำให้เด็กรู้ว่าเรียนไปจะนำสิ่งที่เรียนไปใช้ ไปต่อยอดอย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า เรื่องการเมืองต้องเดินไปด้วยกัน และนี้ตัวเองก็ต้องระมัดระวังเรื่องการให้ข่าว ก่อนฝากให้นักศึกษา วปอ. เรื่องการยืนในโรงฉายหนัง ระบุว่าเป็นห่วงคนที่อยากยืน แต่ไม่กล้ายืน จึงอยากขอทุกคนมีความกล้าหาญที่จะยืน พร้อมบอกอีกว่าทุกคนคงเข้าใจ ไม่ได้บังคับกัน

 

สำหรับนักศึกษาหลักสูตร วปอ. รุ่น 64 ทั้ง 288 คน พบว่ามีนักการเมือง เข้าร่วมศึกษาด้วย อาทิ นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติรักบี้ อดีต รมว.ศึกษาธิการ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมหลักสูตรด้วย

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1

21 ความเห็น

 
ICT

 

แน่ใจเหรอที่จะยุบก้าวไกล คะแนนมันจะไหลไป พท. กันหมด
พปชร. ศึกหนักแน่นอน กลัวจนโง่

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT
 
 
วปอ.ทั้งหลาย
ช่วยกันไปยืนในโรงหนังให้เต็มทุกๆรอบ การยืนของท่านเป็นการช่วยทำให้ "ธุรกิจโรงหนัง" อยู่รอด
  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
 
เจ้าที่กูรักมากที่สุดคือเจ้ามือหวยเจ้ามือไฮโลเจ้ามือป๊อกเด้งแล้วก็เจ้าโลกนะจ๊ะสิบอกให้
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
ICT
 
19.05 น.
ยกเลิก ม.112
ตัวเลขผู้ให้ชื่อ 220,555
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
619

เอิ๊ก ๆๆๆๆ ช่วยกันยืนในโรง

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    1
 
ICT
อนุทินอยากไปประชุมองค์การอนามัยโลก แต่เข้าสวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้ เพราะฉีด sinovac
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และ ข้อความ
 
 
 
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    1
 
ICT
 
ICT
 
 
มึงยิ่งกด
กูยิ่งเกลียด!
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
ICT

อาจเป็นงานศิลปะรูป 1 คน

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไม่มีผลผูกพันกับแนวร่วมเยาวชนปลดแอกและองค์กรประชาชน
(กฏหมายว่าไว้ชัดๆ )
..........................................................................
มาตรา 211 วรรคสาม ของรัฐธรรมสูญ2560 กล่าวว่า
“คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระและหน่วยงานของรัฐ”
กล่าวได้ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจึงย่อมไม่มีผลผูกพันใดๆกับการเคลื่อนไหวการตัดสินใจของคณะแนวร่วมเยาวชนปลดแอกและองค์กรประชาชนทั่วไป
เมื่อเราอยู่ในประเทศ Rule of law (นิติรัฐ)
“ถ้าหากท่านไม่เชื่อกฎหมายแล้วจะไปเชื่อ”หมา”ที่ไหนละครับ”
ขุนจัน พันนา
ขออนุญาตเจ้าของภาพเปลือยนี้เพื่อใช้แทนคำจำกัดความ”ศาล”

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT

 

5 ชม.  · 
 
“ ชีวิต ” สอนให้รู้จัก...
“ ความไม่แน่นอน ” ของชีวิต
สอนให้รู้ว่า ...
มี “ ความสุข ” ...
ก็ต้อง..มี “ ความทุกข์ ”
สอนให้มีสติ ...
กับสิ่งที่ทำอยู่..ใน “ ปัจจุบัน ”
สอนให้รู้จักรอ ...
เพราะไม่มีอะไร..ได้ดั่งใจทุกอย่าง
อย่า.. “ กังวล ”
กับอะไรๆ ..ที่ยังมาไม่ถึง
มองวันนี้ .. ทำวันนี้
มี “ ความสุข ” กับทุกวินาที
ที่ยัง “ หายใจ ” อยู่ดีกว่า
“ เวลามีค่า ” และมีพอเสมอ
สำหรับ..“ ความสุข ”..
♡ “ กำ ลัง ใจ ที่ ดี ” ♡
อยู่ที่ “ ใจที่เข้มแข็งนะ ”
อักษร " คอย ออกเสียง

อาจเป็นภาพวาดรูป 1 คน และ กำลังยืน

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT
จะยืนเพื่ออะไรว่ะ กรุไม่เข้าใจครับ ไอ้susเสียเงินเข้าไปดูหนังจะให้กรุยืน ยืนหาพ่องงมรึงดิ
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และ ข้อความ
 
 
 
 
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
ICT
อาจเป็นรูปภาพของ 4 คน, ไฟ, กลางแจ้ง และ ข้อความ
 
 

 

"สิ่งที่ท่านจะได้คือไฟโลกันต์แห่งการต่อสู้" 23 องค์กรนิสิตฯ ปฏิเสธคำวินิจฉัยศาล รธน.
วันนี้เพจเฟซบุ๊ก สภานักศึกษา มหาวิทยลัยธรรมศาสตร์ ได้เผยแพร่ แถลงการณ์ร่วมของ 23 องค์กรนิสิต นักศึกษา เรื่องปฏิเสธคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีเนื้อหาดังนี้
ตามที่ปรากฏว่าวันที่ 10 พ.ย. 2564 เวลา 15.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วย 1.วรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ 2.ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 3.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4.ปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5.อุดม สิทธิวิรัชธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 6.วิรุฬ แสงเทียน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 7.จิรนิติ หะวานนท์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 8.นภดล เทพพิทักษ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ 9.บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ได้อ่านคำวินิจฉัยคำร้องของ คุณณฐพร โตประยูรที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 กรณีการปราศรัยชุมนุมทางการเมืองเมื่อปลายปี 2563 ของผู้ถูกร้องทั้งสามได้แก่ อานนท์ นำภา ภาณุพงศ์ จาดนอก และ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ว่าเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยระบุว่า “การชุมนุมและการปราศรัยของผู้ถูกร้องทั้งสามมีเจตนาทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์โดยชัดแจ้ง เป็นการซัดกร่อนบ่อนทำลายการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นการปลุกระดมก่อให้เกิดความวุ่นวายและความรุนแรงในสังคม เป็นการกระทำใดๆ ที่มีเจตนาเพื่อทำลาย หรือเพื่อทำให้สถาบันกษัตริย์ต้องสิ้นสลายไป และมีการใช้สิทธิเสรีภาพแสดงความคิดเห็นโดยไม่สุจริต มีเจตนาซ่อนเร้นเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขมิใช่ปฏิรูป ศาลรัฐธรรมนูญสั่งการให้ผู้ถูกร้องทั้งสาม รวมทั้งกลุ่มองค์กรเครือข่ายเลิกการกระทำดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต” นั้น
องค์กรนักศึกษาทั้ง 23 แห่ง ขอปฏิเสธกระบวนการไต่สวนที่ไม่เป็นธรรมและคำวินิจฉัยของศาล โดยขอยืนยันว่า 10 ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ของผู้ถูกร้องทั้งสามนั้น เป็นข้อเสนอที่จะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ของราชอาณาจักรไทยคงอยู่สถาพรในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างสง่างามสมกับพระเกียรติยศที่สมเด็จบูรพกษัตริยาธิราชเจ้าทรงดำรงไว้ตั้งแต่ครั้นอดีต ผู้ถูกร้องทั้งสามและผู้ชุมนุมเพียงหวังให้สถาบันพระมหากษัตริย์ปราศจากมลทินและข้อครหาที่จะทำให้พระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เสื่อมเสีย
สำหรับเหตุผล 5 ประการ ในการขอปฏิเสธกระบวนการไต่สวน ได้แก่
1. ผู้ถูกร้องทั้ง 3 มิได้รับโอกาสขอไต่สวนเพิ่มเติมจากศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อสู้คดีและแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อศาล ด้วยการสั่งงดการไต่สวนโดยอ้างว่าพยาน หลักฐาน ข้อเท็จจริงเพียงพอต่อการวินิจฉัยแล้ว อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญยังยกคำร้องขอเบิกตัวคุณอานนท์ นำภา และคุณภาณุพงศ์ จาดนอก ซึ่งขณะนี้ทั้งสองท่านยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ฉะนั้นจึงมิอาจเรียกได้ว่ากระบวนการไต่สวนในครั้งนี้เป็นกระบวนการอันสถิตไว้ซึ่งความยุติธรรม
2. ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น ยึดถือหลักการที่สำคัญที่สุดประการหนึ่ง คือ The king can do no wrong พระมหากษัตริย์จะทรงกระทำผิดมิได้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกการกระทำของพระมหากษัตริย์ถูกต้องเสมอ เพราะพระองค์จะทรงมีพระราชอำนาจในการกระทำอันใดจำกัดเท่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เนื่องจากพระมหากษัตริย์จะต้องทรงดำรงพระองค์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและดำรงพระราชสถานะเป็นประมุขของประเทศ ดังนั้นการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ จุดมุ่งหมายมิใช่เพื่อหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์ หากแต่เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและถกเถียงถึงมูลเหตุแห่งการเสื่อมพระเกียรติ และช่วยส่งเสริมให้สถาบันพระมหากษัตริย์ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยธำรงไว้อย่างมั่นคงและสมพระเกียรติยศ
3. ถ้อยวลีของคำว่า ‘ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข’ ในประเทศไทยนั้น ถูกปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2492 อันเป็นผลพวงมาจากการรัฐประหารปี 2490 ดังนั้น เหตุผลการวินิจฉัยของศาลที่อ้างว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2475 ได้บัญญัติให้เรียกระบอบการปกครองว่า ‘เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข’ จึงไม่อาจเชื่อถือได้
4. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด เพียงแต่ผู้ใช้อำนาจนั้นคือพระมหากษัตริย์ ผ่านกลไกภายใต้รัฐธรรมนูญ มิได้สะท้อนว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของพระมหากษัตริย์ ดังนั้นเหตุผลการวินิจฉัยของศาลที่อ้างถึงประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของไทยตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัยจึงไม่สมเหตุสมผล
5. การเคลื่อนไหวทางการเมืองและการชุมนุมของผู้ถูกร้องและประชาชนชาวไทยในช่วงเวลาที่ผ่านมา เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมอันได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ปราศจากเจตนาที่จะล้มล้างการปกครองของประเทศ มิใช่เป็นการกระทำอันก่อให้เกิดการรัฐประหารเฉกเช่นในอดีตที่ผ่านมา
ฉะนั้นการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เป็นการด้อยค่าสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และทำให้ประชาชนหมดสิ้นศรัทธาที่มีต่ออำนาจตุลาการและวงการนิติศาสตร์ประเทศไทย
เมื่อลมวสันตฤดูแห่งการเปลี่ยนแปลงได้พัดพามาสู่ดินแดนสุวรรณภูมิแห่งนี้แล้ว ท่านมิอาจสร้างกำแพงขวางกั้นลม มิเช่นนั้นกระแสลมนี้จะทวีความรุนแรงเป็นพายุที่พัดพาเศษซากศักดินาล้าหลังคร่ำครึให้พากันพังทลายลงไปทั้งระบบเมื่อเลือดราษฎรที่ถวิลหาประชาธิปไตย ถูกทำให้หลั่งลงบนผืนแผ่นดินนี้ สิ่งที่ท่านได้กลับมาจะมีเพียงสิ่งเดียว คือไฟโลกันตร์แห่งการต่อสู้ของพี่น้องประชาชน จะลุกโชนขึ้นอย่างควบคุมมิได้ และสุดท้ายประชาชนจะเป็นสถาบันเดียวที่คงอยู่สถาพรในแผ่นดินนี้ชั่วกัลปาวสาน
อ่านบนเว็บไซต์ : https://www.voicetv.co.th/read/C4YgAfvsL

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
 
ICT
 
ระบอบเผด็จการในกะลาแลนด์ถึงจุดตกต่ำสุด ๆ รอวันล่มสลายในอีกไม่ช้า ถ้าดรทักษิณฉลาดก็ควรจะร่วมมือกับพรรคก้าวไกลและนักศึกษาประชาชนล้างระบอบเผด็จการให้สิ้นเพราะเมื่อประเทศมีการปกครองป็นระบอบประชาธิปไตยแล้วก็จะกลับเมืองไทยได้อย่างปลอดภัย นอกจากนั้นยังสามารถกู้หน้าล้างแค้นให้พี่น้องชาวเสื้อแดงที่ถูกฆ่าตายได้อีกด้วย
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
ICT
เมื่อวานนี้ เวลา 19:00 น.  · 
 
โรงเรียนแมวๆ by Sa-ard สะอาด : ช่วยกันเถอะนะ สงสารชาวนา...
.
อาจเป็นการ์ตูนรูป ข้อความพูดว่า "สะอาด โรงเรียนแมวๆ มากินข้าวให้หมดจาน กันเถอะนะลูก สงสารชาวนา มาช่วยกันไล่รัฐูบาลชุดนี้ กันเถอะนะแม่ สงสารชาวนา"
 
 
 
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
 
ICT
มันเห้ยมานานแล้วแหละไอ้แก่นรกตัวนี้
 
 
 
 
 
 
 
เผยโฉมหน้า ชายผู้ฟ้องศาลขี้ข้า กรณี ปฏิรูป=ล้มล้าง
เดาไม่ยาก ที่แท้คือ 18มงกุฎในคราบ สลิ่มผู้จงรักภักดี นาย "ณฐพร โตประยูร"
พอส่องประวัติดีๆ หนีไม่พ้นการเคยฉ้อโกงเงิน (2คดีหลักๆ) แถมอดีตเคยทำงานให้กระทรวงกลาโหม
นักฟ้องร้องในตำนานคนนี้เคยมีผลงานมากมาย 1 ในนั้นคือการฟ้องพรรคอนาคตใหม่ เคยอ้าง ธนาธร-ปิยบุตร ล้มล้างการปกครองมาแล้ว
ล่าสุดก็ทำผลงาน เป็นคนยื่นคำร้องให้ศาลขี้ข้าช่วยตัดสินว่าการที่คนออกมาประท้วงเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันอย่างสันติ มันคือการล้มล้างระบบการปกครอง
เข้าทางศาลขี้ข้า ที่รีบทำงานอย่างไว เพราะศาลนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อมีหน้าที่เป็นแขนขารับใช้สถาบันกษัตริย์อยู่แล้ว...
การตัดสินเมื่อวานของศาลขี้ข้า เพื่อรับใช้กษัตริย์ที่ตอนนี้บินไปเสวยสุขอยู่ที่เยอรมัน คือการแสดงออกให้เห็นชัดๆว่า พวกมันไม่แยแสและไม่เคยต้องการที่จะปฏิรูปตามที่ประชาชนประท้วงเรียกร้อง
เครดิต: ข่าวคำตัดสินของศาลขี้ข้า www.bbc.com/thai/thailand-59217832.amp
ประวัติ นาย "ณฐพร โตประยูร" จาก https://twitter.com/pprp.../status/1152174967624044544...

 

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT
จดหมายเปิดผนึก ของ อานนท์ นำภา
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และ กำลังยืน
 
จดหมายเปิดผนึกถึง บรรดาพี่น้องกบฏทั้งหลาย
.
วันนี้พวกเขาได้ใส่ร้ายและพิพากษาให้เราเป็นกบฏโดยสมบูรณ์แบบแล้ว เท่ากับขณะนี้มีกบฏเกิดขึ้นในประเทศไทยนับแสนคน ทั้งที่ความจริงพวกเราเพียงแค่อยากเปลี่ยนแปลงสังคมให้มีเสรีภาพ มีความเสมอภาค และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น
.
ทุกข้อเสนอล้วนแต่มุ่งหมายให้ประเทศและสถาบันอยู่ในร่องในรอย ปกครองด้วยรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย หากจะเรียกเราว่าเป็น ”กบฏ” ก็คงเป็นเพราะเราต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่ถูกสถาปนาขึ้นมาใหม่ คือระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ซ่อนรูป กลับไปเป็นระบอบประชาธิปไตยมีสถาบันกษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญหรือที่เราเรียกกันใหม่ว่า ”ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข”
.
ความจริงศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริงหลายอย่าง ซึ่งคงมีนักวิชาการออกมาแสดงความคิดเห็นต่อไป และหากเกิดความเปลี่ยนแปลงใดๆกับประเทศนี้ ก็ถือว่าศาลรัฐธรรมนูญเป็นส่วนหนึ่งของเชื้อไฟที่ทำให้เกิดขึ้น
.
ผมภูมิใจที่ได้ร่วมต่อสู้กับพี่น้องทุกคนตั้งแต่วันแรกๆจนถึงวันที่ผมอยู่อยู่ในคุก ความตั้งใจเดิมเป็นเช่นไรก็ยังคงเป็นเช่นนั้นและหากมีผู้ใดบังอาจจะหมุนเข็มนาฬิกาให้ประเทศไทยกลับไปปกครองด้วยระบอบที่ผู้หนึ่งผู้ใดมีสิทธิ์ขาดในการปกครอง ไม่ฟังเสียงของราษฎร ริดรอนสิทธิ เสรีภาพ ผมเองยินดีประกาศตนเป็นกบฏต่อระบอบนั้น ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า
.
อานนท์ นำภา
แดน 4 เรือนจำพิเศษกรุงเทพ
11 พฤศจิกายน 2564
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    3
 
ICT
 

ในวันที่ก้าวไกลและเด็กๆ
เจอข้อหา
“ล้มล้างการปกครอง”
เราจะได้เห็นมิตรแท้ทางการเมืองไม่ต้องมโนอีกต่อไป
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT
วิธีแก้ปัญหา "ตุลาการภิวัฒน์" เพื่อป้องกัน Kangaroo Court
อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป และ ข้อความ
 
 

 

10 ชม.  · 
วิธีแก้ปัญหา "ตุลาการภิวัฒน์" ตาร่างรัฐธรรมนูญมฉบับรื้อระบอบประยุทธ์
.
ในรอบทศวรรษการเมืองไทย "ตุลาการภิวัฒน์" คือ ส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางการเมือง กล่าวคือ เมื่อศาลที่ควรจะทำหน้าที่ในการยุติข้อพิพาทได้ขยายบทบาทของตัวเองเข้ามาเป็นผู้ที่มีบทบาททางการเมืองจนท้ายที่สุดได้นำไปสู่ข้อพิพาทหรือความขัดแย้งอย่างต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งหนึ่งในสถาบันตุลาการที่มีบทบาทเช่นนั้น คือ ศาลรัฐธรรมนูญ
.
ถ้าย้อนดูตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา จะเห็นว่า การตัดสินพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญได้นำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าเป็นการวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเพื่อใช้เป็นเหตุในการทำรัฐประหาร หรือ การยุบพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกเป็นรัฐบาล รวมถึงการปลดนายกรัฐมนตรีอีกอย่างน้อย 2 คน จนทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองมีลักษณะบานปลาย
.
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการรัฐประหารในปี 2557 ศาลรัฐธรรมนูญที่มาจากการสรรหาและคัดเลือกจากระบอบของคณะรัฐประหาร หรือ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีบทบาทสำคัญในการเป็นเกราะคุ้มกันให้กับคณะรัฐประหาร และในขณะเดียวกันก็เป็นดาบไว้ค่อยห้ำหั่นศัตรูทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการยุบพรรคไทยรักษาชาติ หรือ การยุบพรรคอนาคตใหม่ก็ตาม
.
ที่ผ่านมา ภาคประชาชนมีความพยายามจะจัดการกับปัญหาตุลาการภิวัฒน์และการแทรงแซงความเป็นอิสระของศาลรัฐธรรมนูญด้วยการเสนอร่างรัฐธรรมนูญให้ "เซ็ตซีโร่องค์กรอิสระ" หรือทำการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใหม่แบบยกชุดไปแล้วหนึ่งครั้ง แต่ผลคือร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวถูกตีตกไป จนกระทั่ง มีการเข้าชื่อเพื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญใหม่อีกครั้ง ที่เรียกกันว่า "ร่างรื้อระบอบประยุทธ์" ที่นำโดยกลุุ่ม Resolution ที่มาพร้อมกับข้อเสนอในการจัดการกับสิ่งที่เรียกว่า "ตุลาการภิวัฒน์"
.
อ่านรายละเอียดต่อได้ที่ https://ilaw.or.th/node/6014
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
ผมไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญตลอดไป
1.ระบอบการปกครองไทยในปัจจุบัน คือระบอบประชาธิปไตย และทั่วโลกที่ปกครองระบอบนี้ ที่มีพระมหากษัตริย์ หรือจักรพรรดิ์ ก็ไม่เห็นประเทศในระบุ แต่ไทยจะระบุเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็ไม่เป็นไรเป็นการถวายพระเกียรติยศให้พระองค์
แต่หลักการคือหลักการ 1.อำนาจอธิปไตย เป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ทั่วโลกก็ยอมรับข้อนี้ ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยไม่ว่าประชาธิปไตยแบบ ประธานาธิบดี แบบ มีสถาบันกษัตริย์
2.ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยและมีสถาบันกษัตริย์ ทรงอยู่เหนือการเมือง พระมากษัตริย์ ทรงใช้อำนาจบริหารผ่านรัฐบาล อำนาจนิติบัญญัติทางรัฐสภา อำนาจตุลาการทางศาล เพราะฉะนั้นการล้มการปกครอง ก็หมายถึง การทำให้ อำนาจบริหารไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ เช่น กลุ่มพันธมิตร กลุ่ม กปปส ทำให้ รัฐบาลสมัยนั้น บริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ ทำให้อำนาจนิติบัญญัติ รัฐสภาทำงานไม่ได้ อำนาจตุลาการตัดสินคดีไม่ได้ อำนาจเหลานี้ สำคัญถ้าไม่สามารถทำงานได้ ก็เดือดร้อน แต่ตามหลักที่ว่า พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนี้ทาง รัฐบาล รัฐสภา ศาล แล้ว พระองค์ไม่ทรงเกี่ยวข้องด้วย อยู่เหนือการเมือง ถามว่าเมื่อมีบุคคลกลุ่มคน ละเมิดสถาบัน รัฐก็ยังคงทำงานได้ จับกุมผู้ละเมิด ศาลก็ยังตัดสินได้ เมื่ออำนาจทั้ง 3 ยังปฎิบัติหน้าที่ได้ ไฉนจึงถือเป็นการล้มการปกครอง การปกครองยังคงดำเนินการได้ต่อไป แต่เป็นการละเมิดสถาบัน มีกฏหมายกำหนดโทษไว้แล้ว การวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานใหม่ นอกจากทำให้อำนาจ บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ทำงานไม่ได้ รัฐธรรมนูญถูกยกเลิก ซึ่งมีโทษทางอาญา และไม่เคยดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลผู้ก่อการได้ ยังเพิ่มการละเมิดสถาบันเป็นการล้มล้างการปกครองด้วย.มันถูกต้องใช่ไหม เพราะพระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง ท่านลองคิดนะ ในปี 2590 หรืออีก 26 ปี ข้างหน้า ยุค ผู้เกิดตั้งแต่ปี 2475 ถึง 2530 จะเหลือบนพื้นที่ประเทศไทยไหม เด็ก ปี 2530 ก็อายุ 60 ปี ถึงตอนนั้นเขาเกษียณแล้ว เป็นอันว่า ยุคผมและท่าน และเด็กปี 2530 ที่ไม่พัฒนา คือไดโนเสาร์ รุ่นสุดท้ายในประเทศไทย ท่านจะไปอะไรหนักหนา เตรียมตัวให้พร้อมเป็นปุ๋ยใส้เดือนได้แล้ว เด็กปี 2540 คือ เด็กยุคใหม่ พวกเขาคือ homo sapiens
ที่แท้จริงครองแผ่นดินประเทศไทย จะไปทำร้ายเขาทำไม สุดท้าย นายประยุทธ์ ท่านก็ประกาศให้ประชาชนทราบเลย ต่อไปนี้ ให้เคารพสถาบันกษัตริย์ ล่วงละเมิดมีความผิดตาม กฏหมายอาญา แล้ว ยังเป็นผู้ล้มล้างการปกครอง ถ้าเป็น สส ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถูกถอดถอน ผิดประมวลจริยธรรมอย่างร้ายแรง เป็นข้าราชการก็ผิดประมวลจริยธรรม เอาให้ชัด เป็นนักเรียน นิสิตนักศึกษา ก็ถูกลบชื่อออกจากสถาบัน เอาให้ชัด ส่วนการปกครองจะเป็นแบบไทยๆ ประชาธิปไตยกึ่งราชาธิบไตย อันนี้ผมไม่ทราบ.ไปคิดเอาเอง ผมไม่เกี่ยว ถ้าหลักการอย่างนี้ ก็ต้องแบบนี้ ต่อไปใครเอาสถาบันมาพูดถึงโดยมิยังควร ถ้าเป็นอาจารย์นักวิชาการ ก็ต้องถูกไล่ออก ล้มล้างการปกครอง ผิดตามประมวลจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามนี้นะผมจะดูว่าทำได้ไหม
  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
เพียงกลิ่นอำนาจ ใช่เลย

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน, แว่นกันแดด และ ข้อความพูดว่า "Report "เวลามีข้อพิพาท ขึ้นสู่การพิจารณาคดี ของศาล คนจะสามารถ คาดเดาผลได้ ดูจากที่ว่าคนฟ้องเป็นใคร คนถูกฟ้องเป็นใคร ไม่ได้ถูกพิจารณาจาก สิ่งที่เรียกว่าหลักฐานในคดี ทำให้คนรู้สึกว่าศาล และอำนาจตุลาการในเมืองไทย ไม่ได้เป็นไปตามหลักวิชา หรือหลักการ แต่ขึ้นอยู่กับ อำนาจทางการเมือง" สมชาย ลลป The ThMOMENTUM"

‘ศาลพระภูมิยังศักดิ์สิทธิ์กว่าศาลยุติธรรม’ น่าจะเป็นประโยคเปรียบเปรยความรู้สึกของผู้คนในสังคมไทยที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี เพราะแม้จะเป็นประโยคเชิงเสียดสี แต่ก็สะท้อนได้ว่าภาพลักษณ์ของผู้ที่คอยชั่งตวงความยุติธรรมให้กับสังคมไทยในวันนี้มีปัญหาเช่นไร
.
สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์และหัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เฝ้ามองปรากฏการณ์นี้มายาวนาน เขามองว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมเริ่มดังขึ้น เป็นเพราะผู้คนหรือนักกฎหมายจำนวนมากเริ่มรู้สึกว่า บทบาของฝ่ายตุลาการไม่สู้จะสอดคล้องกับหลักการทางกฎหมาย โดยเฉพาะนับตั้งแต่ คสช. เริ่มมีอำนาจและบทบาทในสังคมไทย
.
ในสังคมประชาธิปไตย โครงสร้างของอำนาจตุลาการควรต้องออกแบบให้เกี่ยวข้องกับประชาชนไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เพียงแต่ในสังคมไทย อำนาจเหลานี้กลับยึดโยงกับอำนาจประชาชนน้อยยิ่ง แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไปรับใช้กลุ่มผู้มีอำนาจทางการเมืองแทน จึงไม่น่าแปลก หากความคลางแคลงใจของประชาชนในการตัดสินพิจารณาคดีจะเพิ่มขึ้น และนำมาซึ่งความไม่พอใจที่มากขึ้น
.
The Momentum ชวนย้อนอ่านบทสัมภาษณ์ ‘สมชาย ปรีชาศิลปกุล’ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในวันที่ความยุติธรรมของกระบวนการศาลในประเทศไทยถูกตั้งคำถามขึ้นมาดังๆ อีกครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยังเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการคำตอบ
.
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ทาง https://themomentum.co/closeup-somchaipreechasinlapakun/
.
  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT

https://www.facebook.com/groups/183728199746045/permalink/618184102967117/

ถ้าผมเป็นประยุทธ์ เมื่อรู้แล้วว่า "ณ วันนี้ลัทธิชาวคลั่งได้กลายมาเป็นคนส่วนน้อยในสังคมไปแล้ว" ก็คงตัดสินใจประกาศยกเลิกการเปิดเพลงสรรเสริญในโรงหนังไปซะเลย.. ไอ้ปัญหา #สลิ่มต้องมายืนเด่โง่ๆอยู่คนเดียว ในโรงหนังให้เป็นที่ขบขันของพวกสามกีบก็จบแล้ว ง่าย ๆ แค่นี้เอง ไม่เห็นต้องไปบิวท์ให้ใครรวบรวมความกล้าหาญที่จะต้องมายืนหวิวอยู่คนเดียวอะไรแบบนั้น อย่างไม่จำเป็นเลย.. แหม.. 555+
อาจเป็นรูปภาพของ 2 คน และ ข้อความพูดว่า "The Politics บิ้๊กตู่ ฝาก วปอ.74 74 ห่วงคนอยากยืนในโรงหนัง แต่ไม่กล้ายืน ขอให้กล้าหาญที่จะยืน"
 
 
 
 

 

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    2