อย่าเพิ่งเชื่อ "โจน จันใด"

อย่าเพิ่งเชื่อ "โจน จันใด"

7 ความคิดเห็น

           อ.โจน จันใด มีแนวคิดที่แปลกและน่าสนใจยิ่ง นับเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จท่านหนึ่งในชีวิตที่ยากที่ใครจะเลียนแบบได้ง่ายๆ เราอาจชื่นชมชีวิตของท่าน แต่ใช่ว่าจะเป็นแบบอย่างให้คนอื่นเป็นแบบนี้ได้ หรือสมควรทำแบบนี้เป็นแบบอย่างได้

           ผมเพิ่งได้ฟังคลิป "ชีวิต ช่างแสนเรียบง่าย ทำไมเราทำให้มันแสนยาก" โดยอาจารย์โจน จันใด (https://goo.gl/evUvYX) และพบว่ามีคนศรัทธาในแนวคิดของอาจารย์อยู่มากทีเดียว อย่างไรก็ตามผมฟังแล้วคิดว่าเป็นแนวคิดที่อาจไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง จึงขออนุญาตมองต่างมุมเพื่อสังคมอุดมปัญญา

           1. นาทีที่ 0:40 แต่พอ มีโทรทัศน์ เข้ามามีผู้คนมาที่หมู่บ้านพวกเขาบอกว่าเธอยากจนนะ เธอต้องไล่ล่าหาความสำเร็จในชีวิต เธอต้องไปกรุงเทพไปไขว่คว้าหาความสำเร็จในชีวิต

           ข้อโต้แย้ง: การเข้ามาในกรุงเทพมหานครเป็นหนทางสู่ความสำเร็จมาแต่โบราณแล้ว ในสมัยก่อนคนอีสานจะยกฐานะขึ้นได้ต้องรับราชการหรือบวช ซึ่ง อ.โจนก็ทำเช่นนั้น ไม่ใช่เพิ่งเป็นเพราะอิทธิพลของโทรทัศน์

           2. นาทีที่ 1:04 เมื่อผมไปกรุงเทพ มันไม่สนุกเลยคุณจำเป็นต้องเรียน ศึกษาหาความรู้ และต้องทำงานหนักมากมาย คุณจึงจะประสบความสำเร็จ

           ข้อโต้แย้ง: อันนี้เป็นธรรมดาของคนที่ต้องสู้ก่อนจะประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ท่านทำไม่สำเร็จ

           3. นาทีที่ 1:18 ผมทำงานหนักมากแปดชั่วโมงต่อวันเป็นอย่างน้อย . . .

           ข้อโต้แย้ง: 8 ชั่วโมงก็ไม่ได้มากมายอะไร คนที่จะประสบความสำเร็จ อาจต้องทำงานถึง 12-16 ชั่วโมงก็มี ชีวิตความเป็นอยู่ในช่วงตั้งตัวก็มักอัตคัตอยู่แล้ว

           4. นาทีที่ 1:59 ผมพยายามที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย มันยากมาก ที่จะเรียนในมหาวิทยาลัยเพราะมันน่าเบื่อ

           ข้อโต้แย้ง: อ.โจนอาจไม่ประสบความสำเร็จทางการศึกษา จึงรู้สึกน่าเบื่อ เป็นธรรมชาติ

           5. นาทีที่ 2:20 ในมหาวิทยาลัย มันไม่มีความรู้ที่เป็นประโยชน์สำหรับผมเลย ถ้าคุณเรียนเพื่อจะเป็นสถาปนิกหรือวิศวกร. . .คุณต้องทำลายล้างมากขึ้น ยิ่งคนพวกนี้ทำงานมากขึ้นเท่าไหร่ ภูเขาก็จะถูกทำลายมากขึ้น

           ข้อโต้แย้ง: อ.โจนไม่ประสบความสำเร็จในการศึกษา ก็ไม่ควรดูแคลนวิชาชีพอื่น

           6. นาทีที่ 2:43 ถ้าเราไปที่คณะเกษตรศาสตร์. . .มันหมายความว่าเรากำลังเรียนรู้การใช้ยาพิษเพื่อทำให้ผืนดินและแม่น้ำเป็นพิษ

           ข้อโต้แย้ง: อ.โจนไม่พึงตีขลุมหรือมองอะไรแคบๆ เฉพาะจุดแค่นี้

           7. นาทีที่ 3:12 ผมคิดถึงสมัยเมื่อตอนเป็นเด็ก ไม่มีใครต้องทำงานวันละแปดชั่วโมง ทุกคนทำงานแค่สองชั่วโมง ปีละแค่สองเดือน ปลูกข้าวเดือนนึง และเก็บเกี่ยวข้าวอีกเดือนนึง ที่เหลือคือเวลาว่างสิบเดือน

           ข้อโต้แย้ง: วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมนี้ก็เหมือนกันทุกที่ทั่วประเทศ ไม่เฉพาะที่อีสาน แต่หากคิดแบบเด็กที่ไม่ต้องรับผิดชอบก็คงสนุก แต่ผู้ใหญ่ก็คงไม่สนุกกับชีวิตที่แร้นแค้นเช่นนี้ เขาจึงดิ้นรนเข้าเมืองมาก่อนมีโทรทัศน์นานแล้ว

           8. นาทีที่ 3:33 เป็นเพราะพวกเขามีเวลาว่างกันมากมายในเวลากลางวัน ทุกคนสามารถงีบหลับกันได้ แม้ในปัจจุบันในประเทศลาว

           ข้อโต้แย้ง: อ.โจนคงเข้าใจผิด การนอนกลางวันอย่างเป็นจริงเป็นจังเกิดขึ้นเพราะฝรั่งเศสมาปกครองอินโดจีน ดังนั้นชาวลาวและเวียดนามจึงมีนอนกลางวัน แต่สำหรับไทยนั้น ไม่มีระบบนอนกลางวัน

           9. นาทีที่ 4:02 เมื่อพวกเขามีเวลามากพอสำหรับตัวเอง. . .พวกเขาจึงแสดงออกถึงความสวยงามเหล่านั้นออกมาในแบบที่หลากหลายบ้างก็แกะสลัก. . .พวกเขาสานตะกร้าอย่างประณีตสวยงาม

           ข้อโต้แย้ง: ความจริง ศิลปของชาวบ้านแค่พื้นๆ การสร้างบ้านในสมัยโบราณก็ไม่ซับซ้อนอะไร บ้านทรงไทยวิจิตรพิสดารพร้อมแกะสลักลวดลายฉลุเฉลาสวยงามมักมาจากช่างของขุนนางหรือพ่อค้า ไม่ใช่ชาวบ้านทั่วไป

           10. นาทีที่ 4:51 เมื่อผมกลับบ้าน ผมเริ่มใช้ชีวิตเหมือนอย่างที่ผมจำได้ เหมือนเมื่อตอนที่ผมเป็นเด็ก

           ข้อโต้แย้ง: ท่านเคยบอกว่าแรกๆ ก็ยังเทียวไปเทียวมา ไม่ได้อยู่ตัว แต่ที่ได้ดีคงเป็นเพราะ อ.โจน (โชคดี) ได้ภริยา NGO ชาวอเมริกัน และไปอยู่อเมริกามา 2 ปี จนได้ภาษา ได้แนวคิดการสร้างบ้านดินมาเผยแพร่ต่างหาก

           11. นาทีที่ 4.58: ผมเริ่มทำงานปีละสองเดือน ผมได้ผลผลิตเป็นข้าวสี่ตัน. . .สามารถขายข้าวบางส่วนได้ ผมทำบ่อปลา. . .ทำสวนเล็กๆ. . .ผมใช้เวลาวันละ 15 นาที ดูแลสวน. . .เราสามารถสร้างรายได้ได้อีกด้วย

           ข้อโต้แย้ง: ถ้าทุกคนมีที่มีนาทำแบบนี้ได้ ก็คงดี แต่ความจริงคือ ไม่มี เขาจึงต้องมาหากินในเมือง ท่านทำได้เพราะโชคช่วย มีที่ทาง ท่านยังย้ายจากอีสานไปภาคเหนือเพราะดินที่นั่นดีกว่า

           12. นาทีที่ 5:46 . . .ทำไมผมจึงไปอยู่ที่กรูงเทพ เป็นเวลาถึงเจ็ดปี ทำงานอย่างหนัก แต่ไม่เคยกินอิ่ม . . .

           ข้อโต้แย้ง: อ.โจนไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็มีผู้ประสบความสำเร็จหลายรายที่น่ายกย่องเช่น อดีตสาวโรงงาน https://goo.gl/oT7oqX) และเด็กชาวม้ง https://goo.gl/TqKS4R) ก็เรียนนิติศาสตร์เหมือนท่านและประสบความสำเร็จเป็นผู้พิพากษาในเวลาต่อมา

           13. นาทีที่ 6:09 คนที่ฉลาดกว่าผม คนที่สอบได้ที่หนึ่งของชั้นทุกปี พวกเขาได้ทำงานดีๆ แต่เขาต้องทำงานมากกว่า 30 ปี จึงจะมีบ้านได้

           ข้อโต้แย้ง: อันนี้เป็นความเข้าใจผิดของ อ.โจน คนไทยมีระดับความสามารถในการซื้อบ้านสูง อาจกล่าวได้ว่าคนส่วนใหญ่มีความสามารถในการซื้อบ้านในตลาดเปิดได้ https://goo.gl/TQ4RWx) การผ่อน 30 ปีมีเป็นส่วนน้อย

           14. นาทีที่ 6:34 แต่เมื่อผมได้เริ่มต้นทำบ้านดิน มันช่างแสนง่ายดาย ผมใช้เวลาวันละสองชั่วโมงจากตีห้า ถึงเจ็ดโมงเช้าสองชั่วโมงต่อวัน ภายในสามเดือนผมได้บ้านหนึ่งหลัง

           ข้อโต้แย้ง: การสร้างบ้านดิน ใครๆ ก็ทำได้ (อ.โจนเคยบอกว่าเด็กอายุ 9 ขวบยังสร้างได้) แต่ประเด็นที่ อ.โจนไม่ได้คิดก็คือที่ดิน ใช่ว่าใครๆ จะไปสร้างในพื้นที่ป่าเขาในภาคเหนือได้เช่น อ.โจน

           15. นาทีที่ 7:16 และผมยังคงสร้างบ้านทุก ๆ ปี อย่างน้อยปีละหนึ่งหลัง. . .

           ข้อโต้แย้ง: อ.โจนพูดอันนี้ในปี 2554 แต่ไม่นานก็เปลี่ยนจาก "โจน บ้านดิน" ไปเล่นเรื่องเก็บเมล็ดพันธุ์แทน

           16. นาทีที่ 9:25 สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ก็คือเมื่อผมซื้ออะไรสักอย่างและผมจะคิดว่าผมซื้อเพราะชอบมัน หรือผมซื้อเพราะผมต้องการมัน ฉะนั้น ถ้าผมซื้อเพราะผมชอบ นั่นแสดงว่าผิดแล้ว

           ข้อโต้แย้ง: รัก โลภ โกรธ หลงเป็นเรื่องปกติ ที่ อ.โจนมีภริยา ไม่ใช่เพราะชอบดอกหรือ

           17. นาทีที่ 10:12 ผมได้เรียนรู้วิธีการใช้น้ำเพื่อบำบัดตัวเอง วิธีการใช้ดินเพื่อรักษาตัวเอง ผมเรียนรู้วิธีที่จะใช้ความรู้พื้นฐานในการรักษาตัวเอง

           ข้อโต้แย้ง: คนที่รู้จักรักษาสุขภาพให้แข็งแรงที่อยู่ในเมือง ก็สามารถบำบัดตัวเองไม่ให้ป่วยเป็นปีๆ เหมือนกัน

           18 นาทีที่ 12:35 ปัจจัยสี่: อาหาร ที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า และยารักษาโรค จะต้องถูกและง่าย สำหรับทุกคน นั่นคือความเจริญ

           ข้อโต้แย้ง: ที่อยู่อาศัยนั้น ตัวบ้านดินสร้างง่าย แต่ที่ดินก็ต้องซื้อ ถ้าไปบุกรุกของส่วนรวม คงไม่แฟร์สำหรับคนอื่น เสื้อผ้าทอเองคุ้มกว่าจริงหรือ ถ้าจริง คงทอกันทั่วประเทศแล้ว ยารักษาโรคพื้นๆ แทบไม่ต้องมีสำหรับโรคพื้นๆ แต่โรคอื่นล่ะ หาไม่คงไม่ต้องมีหมอ

           19. นาทีที่13:32 เป็นคนปกติธรรมดาเท่าเทียมกับเหล่าบรรดาสัตว์โลกทั้งหลาย นกน้อยทำรัง เพียงหนึ่งวันหรือสองวัน เจ้าหนูขุดรูเพียงแค่คืนเดียว

           ข้อโต้แย้ง: คนไม่ใช่เดรัจฉาน ไม่ใช่อยู่ในยุคสังคมบุพกาล มนุษย์โครมันยองจึงจะอยู่แบบนั้นได้

           20. นาทีที่ 14:14 แต่ผู้คนมองว่าผมเป็นคนผิดปกติ คนที่บ้าบอคนหนึ่ง แต่ผมไม่สนใจหรอกนะ เพราะมันไม่ใช่ความผิดของผม มันเป็นความผิดของพวกเขา

           ข้อโต้แย้ง: ความจริงไม่มีใครผิด เป็นสิทธิของทุกคน อ.โจนก็มองเขาผิดปกติไม่ได้ อ.โจนอยากเป็น "ฮิปปี้" (https://goo.gl/73KBVx) ก็เป็นเรื่องของท่านเอง

           โดยสรุปแล้ว ชีวิต อ.โจน เปลี่ยนจากผู้ไม่ประสบความสำเร็จทางการศึกษาได้ ก็เพราะได้ภริยาชาวอเมริกัน ได้ไปอยู่อเมริกา ไปเห็นการทำบ้านดินมา แล้วมาทำเมืองไทยในยุคที่ "เสมสิกขาลัย" กำลังส่งเสริมการทำบ้านดิน แต่วันนี้ ท่านไม่ได้อยู่แบบสมถะเดิมๆ แล้ว ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรทั่วโลก คงได้ทั้งเงิน ทั้งกล่อง มีความสุขในการเดินทางที่คนอื่นไม่ได้รับ แถมยังได้แรงงานที่ไม่ต้องจ้างมาช่วยงานอีกมากมาย จริงหรือไม่ ลองพิจารณาดูครับ

ที่มา: https://goo.gl/qgggsH

+1
51
 
7 ความคิดเห็น
สีดอ
สีดอ
10 ม.ค. 2018 - 20:29

 คนเพ้อเจ้อครับ  ต้องดูไปนานๆๆ  เดี๋ยวก็จะเป็นอย่างไอ้แอ๊ด  คารบาว  เลียส้นตีนทุกคนที่มีอำนาจได้ เพื่อเงิน เงิน ครับ  คือความจริงของคนขี้เหม็น  

+
40
เฮียวู้
เฮียวู้
11 ม.ค. 2018 - 11:44

อีกพวกนึงเลยก็พวกการเกษตรเฟซบุ้ค ชีวิตพอเพียงสร้างภาพ ขายหลักสูตรการเรียนรู้ หรือไม่ก็รับจ้างเป็นวิทยากร

+
35
619
619
11 ม.ค. 2018 - 11:48

ไอ้วู้บอร์ดตาย่านไปถึงไหนแล้วว่ะ

จะรบกันวันสองวันนี้แล้ว ยังไม่ได้ฤกษ์เปิดอีกไง 

+
37
ปลาไหลตัวพ่อ
ปลาไหลตัวพ่อ
11 ม.ค. 2018 - 12:32

โจน จันใด  ถ้าอาแป๊ะข้างบ้านผมเรียกนายคนนี้ ก็กลายเป็น จง จังไร

+
34
John nonlen
John nonlen
11 ม.ค. 2018 - 22:03

ตำราที่ว่าตื่นเข้ามาให้ดื่มน้ำ4-5แก้ว ตายกันมาเยอะครับ หัวใจและไตทำงานหนัก

เห็นเขาคนนี้ออกโทรทัศน์เที่ยวแนะนำโดยเอาตัวเองเป็นมาตรฐาน

น่าวิตกครับ

+
43
Loading...
Loading...