อย่างนี้ประธานยุทธศาสตร์เช่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะหาทางออกอย่างไร

อย่างนี้ประธานยุทธศาสตร์เช่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะหาทางออกอย่างไร

09.00 : INDEX จากกรณี “ชวน” ประธานสภา ถึง “อภิสิทธิ์” กุมกรรมาธิการ

ประเด็นของตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ก็เช่นเดียวกับประเด็นตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เสนอชื่อ นายชวน หลีกภัย ขึ้นมาคำถามก็คือ พรรคพลังประชารัฐจะเอาใครมาสู้

 

จำเป็นอยู่เองที่ นายสุชาติ ตันเจริญ จะต้องถอย

ต่อตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาวิธีการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เมื่อพรรคประชาธิปัตย์มีมติส่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามา

ถามว่าพรรคพลังประชารัฐจะดัน นายวิรัช รัตนเศรษฐ จะดัน นายวิเชียร ชวลิต เข้าไปต่อกรหรือ

ในที่สุดก็ต้องทำแบบ นายสุชาติ ตันเจริญ เคยทำมาแล้ว

หากเริ่มต้นจากจำนวน 49 กรรมาธิการซึ่งประกอบด้วย ครม. 12 พรรคร่วมรัฐบาล 18 พรรคฝ่ายค้าน 19 ฝ่ายของรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลก็กุมเอาไว้แล้วถึง 30

19 เสียงของพรรคร่วมฝ่ายค้านแทบไม่มีความหมายอะไรเลย จึงขึ้นอยู่กับว่า 30 เสียงของฝ่ายรัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร

การยืนกรานของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายวิรัช รัตนเศรษฐ เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์มีมติผลักดัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามาพรรคพลังประชารัฐจะทำอย่างไร เพราะคะแนนของพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ก็มีความหมาย

ปมเงื่อนมิได้อยู่ที่ความเป็นพรรคพลังประชารัฐ หากแต่อยู่ที่ว่าจะเอาใครมาต่อกรกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มากกว่า

ต้องยอมรับว่าจังหวะก้าวในกระบวนการรัฐสภาพรรคประชาธิปัตย์มากด้วยคม มากด้วยเขี้ยว

เขี้ยวระดับ นายชวน หลีกภัย ก็แตกลายงาอยู่แล้ว

เมื่อประสานเข้ากับเขี้ยวระดับ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และระดับ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เข้าไปอีก

อย่าว่าแต่นักการเมือง”น้ำดี”อย่าง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อย่าง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จะกล้าต่อกร แม้กระทั่งคนรุ่นใหม่อย่าง นาย ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ก็ต้องถอย

อย่างนี้ประธานยุทธศาสตร์เช่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะหาทางออกอย่างไร

 
.........
.................
..................................
“ชวน” ชี้ “สุชาติ” เหมาะไม่เหมาะนั่งปธ.ศึกษาแก้รธน. กมธ.เลือกเอง

“ชวน” ชี้ “สุชาติ” เหมาะไม่เหมาะนั่งปธ.ศึกษาแก้รธน.  กมธ.เลือกเอง ยันช่วงสภาฯหารือต้องเป็นความเดือดร้อนประชาชน

เมื่อวันที่ 7 พ.ย.เวลา 08.15 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับกรณีที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ใช้เวทีหารือของสภาผู้แทนราษฎร ขอเปลี่ยนเพลงชาติไทย ระบุเพียงสั้นๆว่าปกติช่วงที่เปิดให้ ส.ส.หารือ ก็ตั้งใจให้ ส.ส.ปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความคิดของแต่ละคน ซึ่งโดยทั่วไปส่วนใหญ่สมาชิกสภาฯ ก็เอาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาพูด ขออย่านำข้อยกเว้นของบางคนมาลบโอกาสการปรึกษาหารือของสมาชิก


 
ADVERTISEMENT

นายชวน ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคพลังประชารัฐเตรียมเสนอชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เข้าชิงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการศึกษาพิจารณาศึกษาแก้ไขรัฐธรรรมนูญ หลังพรรคประชาธิปัตย์ เสนอชื่อนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ ฯ ว่านายสุชาติ ถือเป็นคนที่มีความสามารถคนหนึ่ง แต่ปกติเมื่อมีการตั้งคณะกรรมาธิการในญัตติใด เมื่อต้ังเสร็จแล้วกรรมาธิการเหล่านั้น จะเป็นผู้เลือกประธาน ซึ่งไม่ได้เลือกในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อถามว่าประธานคณะกรรมาธิการต้องเป็นส.ส.หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า แล้วแต่กรณี ขึ้นอยู่กับกรรมาธิการ อย่างไรก็ตามไม่ขอตอบว่ารองประธานสภาฯจะเป็นประธานคณะกรรมาธิการได้หรือไม่

 
..........
..................
..................................
“1 ปี ทษช.” แกนนำโพสต์รำลึกครบรอบก่อตั้งพรรค พร้อมติดแฮชแท็ก #โอกาสคืออนาคต
https://www.matichon.co.th/politics/news_1743316

“1 ปี ทษช.” แกนนำโพสต์ครบรอบก่อตั้งพรรค พร้อมติดแฮชแท็ก #โอกาสคืออนาคต

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสเฟซบุ๊กในโอกาสครบรอบ 1 ปีการก่อตั้งพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โดยเนื้อหาระบุว่า ที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยเป็น 1 ใน 5 เสือของอาเซียน เป็นแหล่งผลิตอาหารของโลก มีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรม แต่ศักยภาพเหล่านี้ถูกละเลย หากเข้าใจและเข้าถึงเทคโนโลยี ปรับตัวให้อยู่รอดได้ในยุคเศรษฐกิจสมัยใหม่ แม้จะอยู่ในวิกฤตควรเปลี่ยนเป็นโอกาสโดยเร็ว


 
ADVERTISEMENT

“ผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากจน อยากขอรับความช่วยเหลือจากคนอื่นหรือภาครัฐหากมีความพร้อมที่จะช่วยเหลือตัวเอง ความจนไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่เป็นเรื่องของการขาดโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม” ร.ท.ปรีชาพล กล่าว

ด้านนายฤภพ ชินวัตร อดีตรองหัวหน้าพรรคทษช. โพสข้อความว่า หนึ่งปีที่ผ่านมายังคงมีความคิดที่จะพัฒนาประเทศด้วยเทคโนโลยี และอยากเห็นประเทศไทยทัดเทียมกับประเทศมหาอำนาจ แม้ไทยยังขาดโอกาส แต่สามารถสร้างโอกาสขึ้นมาเองได้ โดยเชิ่อว่าหากทำเทคโนโลยีให้ง่ายขึ้น สามารถนำมาปรับใช้กับภาคเกษตรและอุตสาหกรรม จะช่วยให้ประเทศไทยพัฒนามากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ขณะที่นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคทษช. ได้โพสเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาแสดงความเป็นห่วงภาคธุรกิจไทย ที่ปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดจากเทคโนโลยีและการศึกษาที่เปลี่ยนไป หากนำเอาเอกลักษณ์ความเป็นไทย ใช้องค์ความรู้ที่สร้างสรรค์และนวัตกรรมสมัยใหม่มาปรับกระบวนการผลิต จะสามารถสร้างแบรนด์ไทย พัฒนาไปสู่แบรนด์โลกได้

ส่วน น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ อดีตนายทะเบียนพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสข้อความเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า 1 ปีที่ผ่านมาปัญหาต่างๆของประเทศถูกมองข้าม ทั้งภาวะเศรษฐกิจ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ภาคการท่องเที่ยวหดตัว การจ้างงานลดลงและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง แม้จะไม่ได้มีโอกาสเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาประเทศในฐานะนักการเมือง แต่ยังต้องการพัฒนาโอกาสให้กับผู้คนที่มีศักยภาพซ่อนเร้น แต่ขาดโอกาสเชื่อมโยงแหล่งความรู้ แหล่งทุน เทคโนโลยี และตลาดโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการโพสเฟซบุ๊กของอดีตกรรมการบริหารบริหารพรรคทษช. ครั้งนี้ ทุกคนได้พร้อมใจกันติด #โอกาสคืออนาคต ด้วย

 
 
  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    2
คุณรู้สึก หลงรัก

2 ความคิดเห็น

 
markpakma

มันจะแก้แบบไหนได้ ฝ่ายสนับสนุนมี 30 ฝ่ายอยากจะให้แก้มีแค่ 19

เหลือทางเลือกเดียว ... ลงถนนกันอีกแล้ว  กติกาโจรมันก็เขียนเพื่อโจรวันยังค่ำ

ศึกษาไปพอเอาเข้าจริงไม่ผ่านสว. 1 ใน 3  หรือ 84 เสียง  วันเลือกตู่มันลง 250 เสียง

ครบ 100% แล้วจะเอาเสียงสว.ที่ไหนมาล้มรธน.ตู่ตั้ง 84 เสียง

เสียเวลาเปลืองแอร์เปล่าๆบทสรุปไม่ต้องซตพ.ก็เห็นกันอยู่ชัด

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ทษช.\**Announce*01**

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    0