อยู่อย่างหวาดผวาตลอดอายุขัยที่เหลืออยู่แน่นอน

อยู่อย่างหวาดผวาตลอดอายุขัยที่เหลืออยู่แน่นอน

ชกไม่มีมุม : เมื่อตัวแทนชนชั้นสูง เดินสายในอีสาน

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/blunt-opinion/news_1360030


“วงค์ ตาวัน”

เมื่อพูดถึงขบวนการคนเสื้อเหลือง ย่อมนึกถึงการชุมนุมของชนชั้นกลางในเมืองหลวง และลงเอยคือการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 แล้วถ้าพูดถึงขบวนการนกหวีด ก็ต้องนึกถึงกลุ่มชนชั้นสูง ขุนศึกขุนนาง ไปจนถึงชนชั้นกลางในเมืองหลวง ที่ลงเอยก็คือรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557

ในขณะที่มีคำกล่าวที่พูดกันทั่วไปรู้จักกันดีที่ว่า คนชนบทเลือกรัฐบาล แต่คนกรุงเทพฯ ล้มรัฐบาล

คนชนบทเชื่อในระบบการเลือกตั้ง เพราะทำให้คนยากคนจนมี 1 สิทธิ์ 1 เสียงเท่ากับเศรษฐีมีสตางค์

แต่คนกรุงเทพฯที่ออกมาชัตดาวน์บอกว่า จะปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

พอเขายุบสภาก็ไม่ยอมเลือกตั้ง แถมมีกลุ่มคนคุกคามบีบคอคนที่จะไปเลือกตั้ง!

รวมถึงข้อสังเกตที่ว่า ม็อบคนต่างจังหวัด คือ ม็อบไม่มีเส้น โดนปราบด้วยกระสุนจริงจนตายไป 99 ศพ บัดนี้ยังไม่มีคดีในระบบยุติธรรมไทย

แต่สำหรับม็อบคนเมืองหลวงนั้น ระดับพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตผบ.ตร.และอดีตมท.1 พูดด้วยตัวเองว่า เป็นม็อบมีเส้น

นี่คือความเป็นจริง และเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คนทั่วไป ในเหตุการณ์ที่ผ่านๆ มาตลอดช่วงกว่า 10 ปีมานี้

อดนึกถึงเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ เมื่อมีข่าวว่าตำรวจต้องทุ่มเทกำลังในการดูแลอารักขา แกนนำม็อบตัวแทนชนชั้นสูงและชนชั้นกลางเมืองหลวง ระหว่างออกเดินสายในภาคอีสาน

ความที่แกนนำม็อบดังกล่าวก่อตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ เตรียมตัวเลือกตั้ง ก็ย่อมมีการขยับเขยื้อนความเคลื่อนไหว

แต่ที่หนักใจก็คือ ตำรวจในการดูแลความสงบเรียบร้อย

จริงอยู่ หากประเทศกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตย จะมีการเลือกตั้ง

ย่อมไม่สมควรมีการปิดกั้น ไม่ควรใช้ความรุนแรงเข้าหากันอีก!!

ระบบเลือกตั้ง คือ การเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองต่างความคิดต่างจุดยืน ประกวดประชันแนวทางนโยบาย เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ โดยตัดสินใจในคูหา ไม่ใช่ตัดสินใจด้วยการใช้ความรุนแรง

นี่ถ้าแกนนำม็อบตัวแทนชนชั้นสูงและชนชั้นกลาง ยอมเลือกแนวทางนี้เมื่อปี 2557 ประเทศก็ยังเดินหน้าบนเส้นทางประชาธิปไตย

ความขัดแย้งในวันนั้นก็จะมีทางออกอย่างเปิดกว้าง ตัดสินกันด้วยคะแนนเสียงของประชาชน

แต่นี่ดันเล่นกันทางลัด ชัตดาวน์เพื่อให้เข้าทางตัน และให้รถถังออกมายึดอำนาจ

ล้มรัฐบาล ที่คนส่วนใหญ่ทั้งประเทศเลือกเข้ามา ด้วยการใช้อำนาจนอกระบบ

พอเล่นกันนอกระบบ ไม่ยึดกติกาประชาธิปไตย ก็เลยพูดกันยากเข้าไปใหญ่

ได้แต่หวังว่า เมื่อกลับสู่ประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง ก็ต้องช่วยกันอดทนอดกลั้น

ใช้การตัดสินใจในคูหาเลือกตั้งเป็นเครื่องตัดสินดีที่สุด!

**************************

**************************


ทิ้งหมัดเข้ามุม : ชีวิตที่หวาดผวา

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/relevant/news_1360164


“รุก กลางกระดาน”

ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง สำหรับเอกสารของสภ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เรื่องการสั่งจัดกำลังอารักขา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย

ที่เดินทางไปสำรวจรับฟังโครงการพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ และโรงสีไฟฟ้าชีวมวล ในพื้นที่ อ.สุวรรณภูมิ

มีการแบ่งกำลังอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องรถนำขบวนประจำแต่ละจุด เพื่อให้การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด

แม้จะสงสัยว่าในขณะที่คสช.ยังไม่ได้ปลดล็อกทางการเมือง การเดินสายเพื่อทำกิจกรรมเช่นนี้จะเข้าข่ายความผิด หรือไม่

แต่หากพิจารณาจากความแนบแน่นสนิทสนมกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ตามที่นาย สุเทพเคยกล่าวอ้างไว้ในที่สาธารณะ ต่างกรรมต่างวาระ

แน่นอนว่าการทำกิจกรรมครั้งนี้คงไม่เกิดปัญหาใดๆ

นอกจากนี้แม้การวิจารณ์เรื่องการจัดกำลังอารักขาจะมีมาก แต่ก็พอเข้าใจได้ถึงความกดดันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เพราะหากดูพฤติกรรมในอดีต ก็ ไม่แปลกใจที่จะสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งไม่เฉพาะในภาคอีสาน

ไม่ว่าจะเรื่องที่นายสุเทพ ดำรงตำแหน่ง ผอ.ศอฉ.ในช่วงปี 2553 ที่สลายการชุมนุมจนมีคนตายกลางเมืองกว่า 99 ศพ

การสนับสนุนขับไล่รัฐบาลที่มา จากการเลือกตั้ง โดยใช้วิธีขนคนลงมา บนถนน 

ปิดสถานที่ราชการ เกิดเหตุการณ์มือปืนยิงถล่มคนกลางสี่แยก ก่อเป็นเงื่อนไขให้เกิดการปฏิวัติ

จนเกิดรัฐบาลคสช.ทำงานมา 4 ปี มีคนถูกดำเนินคดีจากความเห็นต่างจำนวนมาก จนถึงขณะนี้ก็ยังมีคนถูกจับกุมคุมขังอยู่

หากตำรวจดูแลไม่ดี แล้วมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ก็เป็นเรื่องวุ่นวายขึ้นมาอีก

และแน่นอนว่าในอนาคต กลุ่มคนเหล่านี้ก็ต้องใช้ชีวิตแบบนี้ ต้องมีคนคอยดูแลอารักขา หมดโอกาสจะเดินถนนคนเดียวอย่างอิสระเสรี

หากยังไม่ลดละเลิกพฤติกรรม ทำนองนี้

ก็คงต้องอยู่อย่างหวาดผวาตลอดอายุขัยที่เหลืออยู่แน่นอน

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0

1 ความคิดเห็น

 
ICT

ชูวิทย์ ได้รับอิสรภาพ หลังถูกจำคุก 1 เดือน เผยประสบการณ์เจอ พุทธะอิสระ

https://hilight.kapook.com/view/175487

 

          ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ออกจากเรือนจำหลังถูกจำคุก 1 เดือน รับอยากกลับไปทำงานสื่อต่อ เผยเจออดีตพุทธะอิสระ แต่อีกฝั่งหลบหน้า
 

          เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ นักจัดรายการ และอดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เนื่องจากครบกำหนดคุมขังตามโทษจำคุก 1 เดือน ในคดีแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

          นายชูวิทย์ กล่าวว่า เหมือนได้มาพักร้อนเดือนหนึ่ง เข้าออกรอบนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว คิดถึงแฟนข่าว จากนี้ก็จะกลับไปสานงานต่อเหมือนเดิม ในครั้งนี้ถือว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กรมราชทัณฑ์เปลี่ยนไปในทางที่ดี ไม่มีอะไรให้ตนต้องแฉ ขอขอบคุณหลายคน ขอบคุณอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ออกมาก็หวังจะทำหน้าที่สื่อต่อไป เสียดายที่ไม่ได้ไปที่เชียงราย แต่ก็ติดตามข่าวอยู่ตลอด

          เมื่อถูกถามว่าเจออดีตพุทธะอิสระหรือไม่ นายชูวิทย์ เล่าอีกว่า เจอหมด บอกพุทธะว่าไม่ต้องห่วงตน เพราะเจอหน้าตนก็รีบหลบ ไม่สบายก็ไปหาหมอที่โรงพยาบาล นอกจากนี้ยังเจอกับเจ้าคุณในเรือนจำด้วย ซึ่งเรื่องการเข้าเรือนจำนั้นทุกอย่างก็ต้องละวางไว้หน้าเรือนจำ ดังนั้นพระเจ้าคุณก็ยังคิดว่าตนเองเป็นเจ้าคุณอยู่ นิมนต์ไหว้ก็ไม่ไหว้ตอบ

 

 
บุคคลที่เกี่ยวข้อง
  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0