อยู่ยาก ? ถ้าคิดไม่เป็น ก็โง่เหมือนๆกัน

อยู่ยาก ? ถ้าคิดไม่เป็น ก็โง่เหมือนๆกัน

https://www.thairath.co.th/news/politic/2061377

ผ่านแบเบอร์

2 เม.ย. 2564 05:07 น.

ไม่มีใครหยั่งรู้ว่าปลาทูในอ่าวไทยมีกี่ตัว เพราะเราไม่มีเครื่องมือที่จะนับจำนวนปลาทูที่ถูกต้องแท้จริง

แต่ในระบอบประชาธิปไตย การทำประชามติคือเครื่องมือนับความเห็นประชาชนทั่วประเทศได้อย่างถูกต้องแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์!!

วัดได้เป๊ะๆว่า ประชาชนกี่คนต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ? 

ประชาชนกี่คนไม่ต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ?

วัดได้ถึงรายละเอียดว่า ประชาชนกี่คนต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ?

ประชาชนกี่คนต้องการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา?

และประชาชนกี่คนต้องการให้รัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจเผด็จการอยู่ต่อไปชั่วนิจนิรันดร??

ในสังคมประชาธิปไตยประชาชนทุกคนมีหนึ่งเสียงเท่ากัน การลงประชามติเท่านั้นที่จะชี้ขาดปัญหาขัดแย้งได้อย่างยุติธรรม

ร่าง พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติ เพื่อจัดให้ประชาชนลงประชามติ และรับรองผลประชามติ จึงต้องคลอดออกมาประกาศใช้โดยเร็ว!!

ต้องเร็ว...เพราะร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้คลอดช้าเกินกำหนดมาแล้ว 2 ปี

ต้องเร็วจี๋ เพราะศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้ต้องทำประชามติถามความเห็นประชาชน ก่อนเริ่มการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ถ้าร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ โดนคว่ำกลางสภาฯ

เท่ากับ ส.ส. และ ส.ว.ร่วมกันขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญและจงใจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ!!

ด้วยเหตุนี้ “แม่ลูกจันทร์” จึงมีความมั่นใจอย่างมากว่า ร่าง พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติที่ยังค้างลำกล้องอยู่ในที่ประชุมร่วม ส.ส.-ส.ว.จะต้องพิจารณาต่อให้จบในการประชุมรัฐสภานัดพิเศษกลางสัปดาห์หน้า จะ “ผ่านความเห็นชอบ” จากที่ประชุมร่วม ส.ส.-ส.ว. อย่างแน่นอน!!

แม้ใจจริงส่วนลึก ส.ว.ลากตั้งกว่าครึ่ง ไม่อยากโหวตผ่านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้คลอดออกมาเป็นตัว

เพราะมีการเพิ่มประเด็นสำคัญเกินจากร่างเดิมของรัฐบาล คือ...

การเพิ่มอำนาจให้ประชาชนสามารถเข้าชื่อแจ้ง ครม.ให้จัดออกเสียงประชามติในประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบต่อประชาชนโดยรวม

การเพิ่มเงื่อนไขให้ประชาชนเข้าชื่อกันให้รัฐบาลทำประชามติได้อีกทาง เท่ากับเปิดช่องให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจในปัญหาขัดแย้งต่างๆทางการเมือง

ไม่ใช่ประเคนอำนาจให้ ครม. มีสิทธิ์ขาดในการทำประชามติฝ่ายเดียว

นี่คือเงื่อนไขใหม่ที่ใส่เพิ่มเข้าไปจากร่างเดิมของรัฐบาล

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าครั้งที่แล้ว ส.ว.ลากตั้ง ร่วมมือกับ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ล้มร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ก่อนเข้าเส้นชัยแค่ก้าวเดียว

แต่ครั้งนี้ ส.ว.ลากตั้ง และ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จะไม่กล้าโหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ. ประชามติ ซ้ำแผลเดิมแน่นอน

เพราะถ้าขืนโหวตคว่ำ เท่ากับ ร่วมกันขัดขวางประชาชน ไม่ให้สามารถเข้าชื่อกันให้ ครม.จัดออก เสียงประชามติโดยตรง

กินเงินเดือนประชาชน ดันทรยศประชาชน อยู่ยากนะโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1

7 ความเห็น

 
ICT

https://www.thairath.co.th/news/society/2061532

คนตัดฟืนปริญญากับลาฉลาด

2 เม.ย. 2564 05:01 น.

 

เมื่อราวสามสิบปีที่แล้ว ผมเริ่มรู้สึกตัวเองว่า สื่อสารกับบัณฑิตวิชาหนังสือพิมพ์ไม่รู้เรื่อง เมื่อเธอทำหน้างง เพราะสงสัย คำว่า“ม้าอารี” คืออะไร

และก็เดาได้ต่อ ถ้าคุยถึงเจ้าลาโง่ อยากเสียงเพราะเหมือนจิ้งหรีด จึงตั้งหน้าเลียน้ำค้างเป็นอาหารจนหิวตาย หรือคุยถึงคนตัดฟืนซื่อ ที่ได้ขวานทองแถมจากเทพารักษ์ เธอก็คงงงต่ออีก

ช่องว่างของการสื่อกันไม่รู้เรื่อง ก็เพราะเป็นเด็กนักเรียนคนละสมัย รุ่นผมอ่านเล่มนิทานอีสป แต่รุ่นเธอไม่ได้อ่าน ไม่ใช่ปัญหาใครโง่กว่าใคร

แต่ถ้าบังเอิญผมได้คุยกับ เด็กรุ่นลูก อาจารย์ เสฐียรพงษ์ วรรณปก ผู้ใหญ่รุ่นผม อาจเหลอหลา

เด็กรุ่นนี้ ไปไกลกว่า เพราะมีพ่อที่มีภูมิระดับราชบัณฑิตเล่านิทานเรื่องเดียวกัน สองเวอร์ชัน ให้ฟังก่อนนอน

ในหนังสือเล่ม “สวนทางนิพพาน” (สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ.2557) อาจารย์เสฐียรพงษ์ เกริ่นนำว่า ความจริงไม่ว่าคนหรือสัตว์ชนิดไหน ถ้าคิดไม่เป็นก็โง่เหมือนๆกัน

เพียงแต่โบราณท่านชอบยกสัตว์ชนิดไหน ก็มักยกสัตว์ชนิดนั้น เล่าเป็นเยี่ยงอย่างแค่นั้นเอง

อาจารย์เสฐียรพงษ์เล่าว่า เมื่อลูกชายยังเล็กๆท่านเล่านิทานเรื่องลาโง่ และคนตัดฟืนให้ฟังทุกคืนก่อนนอน จบเวอร์ชันนิทานอีสปแล้ว ท่านก็เล่าเวอร์ชันสอง เรื่องลาฉลาด และเรื่องคนตัดฟืนฉลาดต่อ

นิทานเรื่องลาฉลาด ท่านเล่าว่า มีลาตัวหนึ่งกินหญ้าชายป่า ได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องไพเราะจับใจ จึงเข้าไปถามว่า เจ้ากินอะไรจึงเสียงไพเราะอย่างนี้

“ข้ากินแต่น้ำค้าง” จิ้งหรีดพูดจบ ลาก็กระทืบจิ้งหรีดแบนแต๊ดแต๋ แล้วคำราม “นี่แน่ะ! มึงจะมาหลอกกู เหมือนจิ้งหรีดตัวในนิทานอีสปหรือ?”

นิทานเรื่องคนตัดฟืนฉลาด...ชายคนหนึ่งตัดฟืนอยู่ริมคลองลึก พลาดทำขวานตกลงไปในน้ำ เขาว่ายน้ำไม่เป็น จึงยืนร้องไห้อยู่ เทพารักษ์สงสาร จึงปรากฏกายอาสาลงไปงมให้

ก่อนลงน้ำเทพารักษ์ถอดเครื่องทรง เป็นถนิมพิมพาภรณ์มีราคากองไว้ เมื่อดำลงแล้วโผล่ขึ้นมา ชูขวานเงินถามคนตัดฟืนว่า “ นี่ขวานของท่านใช่ไหม?” “ไม่ใช่” คนตัดฟืนตอบ “ขวานของข้าเป็นขวานเหล็ก”

เทพารักษ์วางขวานเงินไว้ แล้วดำลงไปอีก โผล่ขึ้นมาคราวนี้ ชูขวานทอง “นี่ขวานของท่านหรือเปล่า?” “ไม่ใช่” ตนตัดฟืนตอบเหมือนเดิม “ขวานของข้าเป็นขวานเหล็ก”

เทพารักษ์วางขวานทองไว้ แล้วดำลงไปเป็นครั้งที่สาม ครั้งนี้ได้ขวานเหล็ก

ถามคำเดิม “ขวานของท่านหรือเปล่า?”

คราวนี้ ไม่มีเสียงตอบ ชายตัดฟืนหายไป พร้อมขวานเงินขวานทอง และเครื่่องถนิมพิมพาภรณ์ของเทพารักษ์ ที่กองไว้ด้วยกัน

อาจารย์เสฐียรพงษ์บอกว่า แรกๆลูกก็ฟังนิทานทั้งสองเวอร์ชัน แต่ต่อมา ก็เรียกร้องฟัง แต่เวอร์ชันหลัง

ท่านจึงตั้งชื่อนิทานสองเรื่องนี้ว่า คนตัดฟืนปริญญา กับลาฉลาด

นิทานสองเรื่องนี้ อาจารย์เสฐียรพงษ์ตั้งใจสอนลูกให้รู้ว่า ไม่ว่าสัตว์ ไม่ว่าคน กระทั่งเทวดา ย่อมมีทั้งดีและเลว มีทั้งฉลาดและโง่ ลาฉลาดก็มี คนมีการศึกษาต่ำฉลาดก็มี คนโง่ก็ต้องฝึกฝนวิธีคิดให้เป็นคนฉลาดให้ได้

ไม่อย่างนั้น ก็เอาตัวไม่รอด

ผมไม่เคยถาม แต่พอเดาได้ เด็กรุ่นลูกอาจารย์ โตขึ้นจะฉลาดรอบรู้สักแค่ไหน และเชื่อได้ เป็นผู้ใหญ่ที่อ่อนน้อมถ่อมตน รู้กาลรู้สัณฐาน รู้ประมาณ

ไม่ไปไกลเหมือนเด็กรุ่นล่า ที่โตมากับกระแสโซเชียลฯ ซึ่งวันนี้ ไม่ว่าใครหน้าไหน ก็ยั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่

ถ้าฉวยพลาดพลั้ง เป็นเรื่องในศาล เด็กรุ่นผมท่องจำอาขยานบท รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี น่าเวทนา เด็กรุ่นใหม่รู้วิชา แต่เอาตัวรอดไม่เป็น.

กิเลน ประลองเชิง

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
วันนี้จะมีการเปิดตัวกลุ่ม OctDem หรือกลุ่มคนเดือนตุลา และจะมีกิจกรรมแรกคือการเดินไปยื่นหนังสือต่อประธานศาลฎีกาเพื่อเรียกหาหลักนิติธรรม
ขอเล่าที่มาที่ไปสักหน่อยครับ
◦ ก็หารือกันว่าเรามีประสบการณ์ในการเป็นผู้เห็นต่างที่ถูกกระทำอย่างโหดร้ายจนกลายเป็นความขัดแย้งแตกแยกและความสูญเสียครั้งใหญ่ วิกฤตในครั้งนั้นไม่ได้คลี่คลายไป ด้วยการทำลายล้างผู้เห็นต่างให้หมดสิ้น แต่เป็นเพราะการเปิดโอกาสให้ผู้ที่เห็นต่างกันสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้
เมื่อเห็นนักศึกษาเยาวชนที่เคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้กำลังถูกคุกคามทำร้ายและไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงคิดกันว่าเราควรจะใช้ประสบการณ์และบทเรียนทางประวัติศาสตร์ให้เป็นประโยชน์ ไม่ให้สังคมต้องแตกแยกและสูญเสียเหมือนในอดีต
เฉพาะหน้าที่เราต้องทำก่อนก็คือการส่งเสียงให้ผู้มีอำนาจหยุดการคุกคามทำร้ายนักศึกษาเยาวชน หยุดการบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่ยุติธรรมและหันมายึดหลักนิติธรรมอย่างอารยะประเทศ
เรื่องที่เป็นรูปธรรมเร่งด่วนที่สุดคือการเรียกร้องให้ประกันตัวนักศึกษาเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีอยู่เพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสสู้คดีอย่างยุติธรรม หลังจากนั้นก็คงต้องมาคิดกันต่อไปว่าจะทำอะไรได้อีกบ้างตามวัตถุประสงค์ของการตั้งกลุ่มขึ้นมา
อยากจะย้ำว่าผู้มีอำนาจจะโหดเห้ยมกับเยาวชนนักเรียนนักศึกษาอย่างที่เป็นอยู่นี้ไม่ได้ ความยุติธรรมต้องมี หากไร้หลักนิติธรรมอย่างที่ทำกันอยู่ ก็มีแต่จะสูญเสียกันทุกฝ่ายทั้งประเทศ
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
วานนี้ หลังเลิกจากศาลอาญาคดี ม.110 เดินเท้ากับพี่นักข่าวอีกคนไป เมเจอร์รัชโยธิน บอกพี่เขาว่าจะไปดูหนัง
#เอหิปัสสิโก สารคดีว่าด้วยธรรมกาย ในฐานะร่วมสมัยอยู่ในบางเหตุการณ์ด้วย
การโอบล้อมเข้าสู่กึ่งกลางธรรมกาย ของอำนาจรัศมีจากรัฐ เพื่อตัดแสงอันเป็นหนึ่งเดียวกันของดวงตะวันแห่งพุทธบุตร ภายใต้รหัส 072 นั้น เป็นเรื่องน่าสนใจมาก
เพราะการตั้งท่า “ล้ม” ธรรมกาย มีมาแสนนาน แต่กิ่งก้านธรรมกายก็ขยายแตกใบ จนยากจะโค่น
เหตุการณ์ตามหา พระธัมมชโย เพื่อปิดเกม จึงดำเนินมาถึงจุดที่สาธุชน มิอาจทน ตั้งแนวเผชิญหน้ารัฐและตำรวจ ทหาร
สารคดีพาไปพบเจอขั้วบวก ขั้วลบ ขั้วที่เราอาจไม่เคยเห็น และขั้วความจริงที่ถือไว้โดยฝั่งไหน
ดูแล้วสนุก คุณจะเจอผู้ประกาศข่าวเยอะมากในเรื่องนี้
ขอเชิญชวนให้ทุกท่าน #จงมาดูเถิด ตามความหมายของคำว่า เอหิปัสสิโก เข้าโรง 6 เมษายนนี้
 
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
"แอ๊ด คาราบาว" โดนด่าหมดสภาพ ปราชญ์กะเหรี่ยงจวกแต่งตัวแบบกะเหรี่ยง แต่ตัวจริงอุ้มข้าราชการฆ่ากะเหรี่ยง-เผาบ้านปูคออี้-หุบปากเงียบตอนกะเหรี่ยงชุมนุมหน้าทำเนียบ เป็นได้แค่อดีตศิลปินเพื่อชีวิตที่หัวหดตอนคนยุคนี้สู้ เทียบไม่ได้กับไททศมิตร, เอ้ เดอะวอยซ์, สุเทพวงโฮป หรือสุกัญญา มิเกล
 
Overview-แอ๊ดหมดสภาพ ปราชญ์กะเหรี่ยงจวกแต่งกะเหรี่ยงอุ้มคนฆ่ากะเหรี่ยง เพื่อชีวิตหัวหดตอนค
 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT

อาจเป็นรูปภาพของ 4 คน และข้อความ

อาจารย์พวงทอง ร่วมยืน-หยุดขังหน้าศาลฎีกา ชี้ ภาวะสองมาตรฐานที่เกิดขึ้น ผู้มีอำนาจในกระบวนการยุติธรรมรับรู้ แต่ทำไมเป็นไม่รู้ไม่เห็น
วันนี้ (31 มี.ค.) เวลา 17.00-18.52 น. ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นัดหมายทำกิจกรรม "ยืน หยุด ขัง 112 นาที" ต่อเนื่องเป็นวันที่ 10 เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยนักโทษการเมือง
ในวันนี้มีผู้ทำกิจกรรมมากกว่า 35 คน นำโดย นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ บิดานายสมาพันธ์ ศรีเทพ หรือน้องเฌอ ผู้ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการสลายการชุมนุมเสื้อแดง เมื่อปี 2553, นายบารมี ชัยรัตน์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน, รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , สุเทพ สุริยะมงคล อดีตนักศึกษาเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 , ‘ทาทา ศิษย์สุรชัย’ นักกิจกรรมด้านความหลากหลายทางเพศ และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างเป็นประจำ
บรรยากาศการชุมนุมผู้ชุมนุมแต่ละคนมีการถือป้ายข้อความว่าปล่อยเพื่อนเรา ‘Free our friends’, ‘ปล่อยเพื่อนเรา’ นำมาแขวนคอ บางรายถือภาพ ของกลุ่มผู้ต้องขัง ได้แก่ เพนกวิน หรือ พริษฐ์ ชิวารักษ์, แอมมี่ หรือนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์, โตโต้ หรือนายปิยรัฐ จงเทพ,นายอานนท์ นำภา เป็นต้น
เมื่อถึงเวลา 18.52 น. ผู้ชุมนุมได้ชู 3 นิ้วและตะโกนคำว่าปล่อยเพื่อนเรา 3 ครั้งเป็นอันสิ้นสุดกิจกรรม
จากนั้นสำนักข่าวราษฎรได้มีโอกาสสัมภาษณ์อาจารย์พวงทอง ภวัครพันธุ์ ซึ่งได้มีโอกาสมาเข้าร่วมกิจกรรมเป็นวันแรก อาจารย์พวงทองได้เปิดเผยว่า
วันนี้ตนได้มายืน 112 นาที หน้าศาลฎีกา เพื่อแสดงการเรียกร้องให้มีการประกันผู้ต้องหาทางการเมือง เรียกร้องให้มีการปล่อยเพื่อนเรา
ตนได้มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้เป็นวันแรก ซึ่งทำมากัน 10 วันแรก มีคนมาร่วมากขึ้นเรื่อย ๆ
สำหรับการร่วมกิจกรรมครั้งแรกนั้น ตนรู้สึกว่าเรามาเป็นจุดเล็กๆ ที่ประชาชนอย่างเราจะทำได้ เพื่อสะท้อนเสียงไปยังผู้มีอำนาจ ผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมว่า ประชาชนรู้สึกและคิดเห็นอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นในกระบวนการยุติธรรม
สำหรับการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ มีประเด็นเรียกร้องให้ปล่อยเพื่อนเราเป็นประเด็นหลัก คือ เรียกร้องให้มีการประกัน ซึ่งสิ่งเหลานี้เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ประชาชนครึ่งค่อนประเทศรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ยุติธรรม นักโทษการเมืองยังไม่ถูกตัดสินว่าทำผิด และข้อสำคัญเขาไม่ได้อาชญากรรมร้ายแรงที่ส่งผลต่อความไม่ปลอดภัยในชีวิตของคนอื่น สิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่แสดงความเห็นทางการเมืองแค่นั้นเอง แต่ถูกลงโทษอย่างหนัก หลายคนในขณะนี้ประท้วงอดอาหารในเรือนจำซึ่งน่าเป็นห่วงมาก สิ่งที่เขาประท้วงคือประท้วงต่อความอยุติธรรมที่เขาได้รับ ฉะนั้นการมายืนเรียกร้องให้ปล่อยเพื่อนเรา สะท้อนความรู้สึกของประชาชนว่ามีประเทศนี้มีปัญหาในทุกระบบ รวมถึงระบบความยุติธรรม ซึ่งคนในระบบยุติธรรมก็รู้ด้วยว่าคนรู้สึกอย่างไร นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ที่คนรู้สึกว่าความยุติธรรมเป็นเรื่องที่ประชาชนไม่สามารถเรียกร้องได้ให้กับประชาชนที่มีความคิดแตกต่างจากรัฐ ภาวะสองมาตรฐานถูกวิจารณ์มานานแล้ว อย่างน้อย 10 ปี ตั้งแต่การรัฐประหาร 2549 แต่ดูเหมือนว่าไม่ได้ส่งผลอะไรต่อผู้มีอำนาจในกระบวนการยุติธรรม ดิฉันเชื่อว่าเขารับรู้แต่ทำเหมือนไม่ได้ยิน ไม่เห็น อาจารย์พวงทอง ทิ้งท้าย
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ Charnvit Kasetsiri

และ

Charnvit Kasetsiri

ได้แชร์โพสต์

#พม่า ต้องฆ่ากันตายเกือบ 600 ถึงเป็นข่าวดังไปทั่วโลก #ไทย ฟ้องคดีอาญาเกือบ 600 คดี กับปชช.ที่ต้องการตรวจสอบการใช้เงินของกษัตริย์ ในจำนวนนี้เป็นเยาวชนกว่า 20 คน 12 จาก 19 แกนนำที่ถูกขังมา 50+ วัน เจอ #มาตรา112 รวมทั้งเยาวชนที่ใส่เสื้อครอปทอป เพนกวิน+รุ้ง + คนอื่น ประกาศอดอาหารไม่ยอมรับระบบอยุติธรรม เพื่อนบอกเพนกวินไม่เหมือนเดิม ไม่ร้องรำทำเพลง ไม่เจ้าบทเจ้ากลอนเหมือนก่อน ส่วนคุณแม่คิดถึงความเป็นหนอนหนังสือของหนุ่มวัยแค่ 22 ปี ใช้เวลาทั้งวันในร้านหนังสือ จับเขาขังทำห่าไร ไอ้ห่าลาก
อ.
Tyrell Haberkorn

ที่เมดิสันบอกว่า รัฐไทยทำให้ต้นทุนของการแสดงความเห็นต่างสูงมาก โดยเฉพาะในคดี112 หลังหยุดใช้ไป 2 ปีผ่านไปแค่ 2-3 เดือน มีคนถูกแจ้งความหมิ่นประมาทกษัตริย์แล้ว 79 คน

ในสายตาคนต่างชาติ มันชัดซะยิ่งกว่าชัดกว่าต้องมีอะไรที่ไม่ปรกติกับ #สถาบันกษัตริย์ แต่เราเอาตีนเหยียบมันไว้เท่านั้นเอง
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
3 ส

ปล่อยพวกเรา

สู้

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1