หากดัง”แก๊ก”นั่นคือ ท่อ หากดัง”ปัง”คือระเบิด

9.00 INDEX : เมื่อ “ท่อพีวีซี” แตกส่งเสียงดัง “ปัง” หน้าโรงละคร จึงต้องเป็น”ระเบิด”

https://www.matichon.co.th/news/560497

การออกมาพูดเรื่อง”ระเบิด“ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

        สะท้อนถึงลักษณะ AB-แอ็บนอร์มัล

        เป็นอันว่าบทสรุปว่า เพราะลมแรงทำให้ป้ายโฆษณาแกว่งไปกระทบกระทั่ง “ท่อพีวีซี” แตก

        ต้อง “ชิดซ้าย” หลบหายไปโดยอัตโนมัติ

        ยิ่งเมื่อ รองศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ออกมาตั้งคำถามว่าเสียงดังอย่างไร

        หากดัง”แก๊ก”นั่นคือ ท่อ หากดัง”ปัง”คือระเบิด

        ทุกอย่างจึงดำเนินไปตามบทสรุปของ อังเดร มัลโรซ์ ที่ว่าต้องมีการเปรียบเทียบกับสิ่ง”ต่าง”จึงจะสามารถจำแนกได้

        เป็นไปตาม”แนว”ที่ พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ระบุ

 

เมื่อทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประสานเสียงกัน

        จึงมีการเคลื่อนไหวจาก พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด

        จึงมีการเคลื่อนไหวจาก พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ จึงมีการเคลื่อนไหวจาก พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์

 

        รวมศูนย์ไปยัง “ระเบิด”

        ขณะเดียวกัน การออกโรงของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ยิ่งเท่ากับเป็น “สัญญาณ”

        สัญญาณ 1 ระเบิด คือ แนวโน้ม

        สัญญาณ 1 คือคำสั่งการโดยตรงไปยัง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.

        เน้น “ภาพ” จาก “ซีซีทีวี”

 

พลันที่ “วัตถุพยาน” ชี้แนวโน้มความสัมพันธ์ระหว่างระเบิด 2 ระเบิด

        คือ ระเบิดบริเวณหน้ากองสลากเก่า วันที่ 5 เมษายน

        ยิ่งทำให้กรณี “ท่อพีวีซี” แตกหน้าโรงละครแห่งชาติ วันที่ 15 พฤษภาคม มากความหมาย เพราะว่าเป็น “ไอซี ไทเมอร์”เหมือนกัน เพราะว่าจากหน้ากองสลากเก่า วันที่ 5 เมษายน มาถึง หน้า โรงละครแห่งชาติ วันที่ 15 พฤษภาคม

        1 วันประกาศรัฐธรรมนูญ 1 ใกล้ครบ 3 ปีรัฐประหาร

        ทั้ง ทหาร ตำรวจ และกทม.จึงต้อง”ตื่นตัว”

 

คอลัมน์ ข่าวข้นคนเข้ม : คุณหญิงสุดารัตน์ ยันอยู่บนตำแหน่งแม่งาน เพื่อไทย แว่วว่า เตรียมเป็นฝ่ายค้านเต็มที่ ถึงจะมาที่ 1 เลือกตั้ง

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/in-the-news/news_350230

คอลัมน์ ข่าวข้นคนเข้ม

พญาไม้ pradej@hotmail.com

หนังสือพิมพ์ ข่าวสด ฉบับประจำวันพุธที่ 17 เดือนพฤษภา คม พุทธศักราช 2560 แรม 7 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา…

เข้าฤดูฝนเต็มตัวประเทศไทย ฝันใหม่ ของไทยในไร่ในนา สิ้นฝนข้างหน้า พืชผล จะถูกหรือแพง ถ้าแพงก็รอดตาย แต่ถ้าเป็นอย่างปีนี้ เรียกว่า คนจน ยังหรูไป…

ไม่ต้อง ประชานิยม แบบสอนคนให้งอมืองอเท้า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีคนจนในมือ รัฐบาล จัดที่จัดทางให้เขาปลูกไม้ผลยืนต้น จัดน้ำจัดปุ๋ยจัดกล้าให้เขาดูแล แค่ 3 ปีข้างหน้า ฐานะก็เปลี่ยน ทุเรียน-กล้วย-ลำไย คนจีนพันล้านต้องการไม่รู้จบ มีเท่าไหร่ก็ขายหมด…

สำหรับ ไม้ใหญ่ ไม้ผลเลี้ยงง่าย ตายยาก ลำบากชั่วครู่ แต่อยู่ยาวชั่วชีวิต จะปฏิรูปประเทศไทย มันต้องรู้จริง…

ว่างงานมา 3 ปี ปู่เหนาะ-เสนาะ เทียนทอง หันไปเอาดีทาง พืชผลไม้ วันนี้มีลำไย 4 หมื่นต้น ท้องแรกจะคลอดปีนี้ น่าจะมีใกล้ร้อยล้าน หลังคลอด…

ที่จังหวัด กาญจนบุรี มีปลูกลำไย 300 ต้น ได้มา 7 แสน ต่อปี ลาทีความจน …

แวบเข้า ถนนการเมือง เดินเครื่องเกือบเต็มสูบ ทุกพรรค เพราะเชื่อว่า เลือกตั้ง เกิดได้ทุกเวลา รัฐบาล จะถูกถอนขนไปเรื่อยๆ เพราะตำหนิรัฐบาลคืองานหาเสียง…

ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ยังยันอยู่บนตำแหน่งแม่งาน เพื่อไทย แว่วว่า เตรียมตัวเป็น ฝ่ายค้าน เต็มที่ ถึงจะมาที่ 1 เลือกตั้ง… ส่วน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับดาบ หัวหน้าพรรค ที่ ชวน หลีกภัย ยังมอบให้ วันนี้เริ่มปัดกวาด เรื่องของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร นั้น จุติ ไกรฤกษ์ กับ องอาจ คล้ามไพบูลย์ ยืนยันพรรคไม่เกี่ยว…

เริ่มทาบทามหาเก้าอี้ใส่ พรรคภูมิใจไทย ของ อนุทิน ชาญวีรกูล พรรคที่ตลาดเชื่อว่าน่าจะเป็น รัฐบาล ในทุกๆ มิติของ การเมือง ข้างหน้า…

 

ยังไม่ตั้ง พรรค ยังรักษาตัว เพราะ ใจสู้ แต่สังขารไม่สู้ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ แต่เลิกเล่นการเมือง ยังไม่เคยเอ่ยกับใคร…

สงครามใต้สะดือ แม่ฮ่องสอน ยังไม่ไปไหน ทั้ง แม่ฮ่องสอน กับ นนทบุรี ยังโบ้ยโยนกันไปโยนกันมา แต่อาการของ ผู้ว่าฯ สืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ น่าจะดีขึ้น…

ขี่มอเตอร์ไซค์ หมาตัดหน้าล้ม แล้วยังหวนมากัดเหวอะหวะ ถ้า ผจญ เวียงเจริญ มีไม้ตีหมาตาย คงเป็นคดีมีคุกแถม แผ่นดินของคุณหมาจริงๆ…

บ้าจนได้ ทรัมป์ เดอะ เพรสซิเดนต์ ลงนามปลด หัวหน้าเอฟบีไอ งานนี้น่าจะเป็นจุดสิ้นสุดของ เก้าอี้ จากนี้ไม่นาน…

นี่ก็ยังวุ่นฝุ่นตลบ คิง เพาเวอร์ กับ ล็อตเต้ ที่มี บิ๊กๆ ต่างหนุนหลัง “พญาไม้” ทายจากมุมน้ำเงิน ฝ่ายหลัง ยังห่างชั้นหลายขุม อ้าปากก็เห็น ลิ้นไก่ สุวรรณภูมิเฟส 2 ต้องมี ดิวตี้ฟรี เจ้าเดียวเท่านั้น เพราะถ้าเครื่องบินจอดไม่เท่ากันกลัวถูกฟ้อง…

 


6ความคิดเห็น
  • ICT

    17 พ.ค. 2017 - 10:36

    คอลัมน์ ชกไม่มีมุม : 17 พฤษภาฯ

    https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/blunt-opinion/news_350098

    คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

    วงค์ ตาวัน

    ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ต้องถือว่า 17 พฤษภาคม 2535 เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง โดย เมื่อ 25 ปีที่แล้ว ในวันนี้เป็นวันเริ่มมีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารของรัฐบาลรสช. กับประชาชนที่ชุมนุมต่อต้านพล.อ.สุจินดา คราประยูร นายกรัฐมนตรี

    อันที่จริงการชุมนุมต่อต้านนายกฯที่มาอย่างไม่ชอบธรรม เมื่อปี 2535 นั้น เริ่มต้นตั้งแต่เดือนเมษายน และยืดเยื้อเป็นลำดับ

    จนกระทั่งค่ำ 17 พฤษภาคม สถานการณ์ยกระดับ ไปสู่ความรุนแรง เริ่มมีการเผาสถานที่ราชการ และมีการยิงจากเจ้าหน้าที่รัฐ เริ่มนองเลือด

    การปะทะดำเนินไปหลายวัน จนสุดท้ายรัฐบาล สุจินดาจึงยุติบทบาท ยอมลาออก สถานการณ์จึงสงบ

    ภาพรวมของเหตุการณ์นี้เรียกว่าพฤษภาทมิฬ

    เป็นอีกครั้งหนึ่งซึ่งประชาชน 2 มือเปล่า ต่อสู้กับกระสุนจริงของเจ้าหน้าที่รัฐ ตายหมู่กลางเมือง!

    กระนั้นก็ตาม คุณค่าของการต่อสู้ครั้งนั้น นำมา ซึ่งคุณูปการต่อประชาธิปไตยมากมาย

    เริ่มจากการได้รัฐธรรมนูญ ที่กำหนดว่า ต่อไปนี้นายกรัฐมนตรีต้องมาจากผู้ผ่านการเลือกตั้งเท่านั้น

    เหตุเพราะประชาชนมีข้อสรุปแล้วว่า ตราบใดที่เขียนรัฐธรรมนูญเปิดช่องให้คนนอกเข้ามาเป็นนายกฯได้ ตราบนั้นคือการเปิดทางให้อำนาจนอกระบบสามารถแทรกแซงการเมืองได้ตลอดเวลา

    ผลจากการต่อสู้ในปี 2535 ทำให้ได้รัฐธรรมนูญที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจากส.ส.เท่านั้น

     

    ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของนักประชาธิปไตย

    ในการปิดทางนายกฯที่ไม่ได้มาจากอำนาจในมือประชาชน!

    ผลพวงจากการต่อสู้ในปี 2535 ต่อมาคือ การกำหนดให้มีตำรวจปราบจลาจลอย่างเป็นมาตรฐาน

    โดยให้จัดตั้งหน่วยงานด้านนี้ จัดซื้ออุปกรณ์ควบคุม ฝูงชนอย่างจริงจังครั้งใหญ่ มีเพียงโล่กระบอง แก๊สน้ำตา กระสุนยาง ห้ามใช้กระสุนจริง ยกเลิกอำนาจทหารในการควบคุมสถานการณ์การประท้วงการเมือง

    แต่ผ่านไปหลายปี ความเปลี่ยนแปลงแบบถอยหลังย้อนยุคและเลวร้ายก็หวนกลับมาอีก

    ในเดือนพฤษภาคมนี้ เมื่อ 7 ปีที่แล้ว มีการปราบปรามประชาชนที่ชุมนุมการเมือง ด้วยกระสุนจริงอีกครั้ง

    เริ่มปราบตั้งแต่ 10 เมษายน จนถึง 19 พฤษภาคม ในปี 2553

    รัฐบาลอภิสิทธิ์-สุเทพ ตั้งศอฉ.ขึ้นมาควบคุมสถานการณ์ โดยอ้างว่ามีก่อการร้าย ชายชุดดำ จึงอนุญาตให้นำทหารเข้ามาควบคุมสถานการณ์ ใช้กระสุนจริงได้

    ทั้งที่ยกเลิกและห้ามเด็ดขาดไปตั้งแต่ปี 2535 แล้ว

    ลงเอยตายไป 99 ศพ ยังรอความเป็นธรรมกันไม่ สิ้นสุดและไม่เลิกรา

    รวมทั้งรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดในยุคคสช. ก็ถอยหลังกลับไปก่อนปี 2535 ไม่เห็นวีรชนพฤษภาทมิฬอยู่ในสายตา

    เปิดช่องคนนอกไม่ยึดโยงอำนาจประชาชนมาเป็น นายกฯได้อีก!

     

    ***************************************************************************************************************

     

     

    คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม : 7 ปี 99 ศพ

    https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/relevant/news_350173

    คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

    รุก กลางกระดาน

    ยังคงรอคอยความยุติธรรมอยู่อย่าง ต่อเนื่อง

    สำหรับญาติของเหยื่อเหตุการณ์สลายการชุมนุมของรัฐบาล ในช่วงเดือนเม.ย. – พ.ค.2553

    เหตุการณ์ที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะ ผอ.ศอฉ. สั่งกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้าปฏิบัติการ “ขอคืนพื้นที่” จากประชาชนที่มาเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาและจัดการเลือกตั้ง

    ด้วยข้ออ้างมีผู้ก่อการร้าย ชายชุดดำ เป็นเหตุให้มีเขตใช้กระสุนจริง ส่งผลให้มีประชาชนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว 99 ศพ

    และไม่เพียงแค่กลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง แต่ยังรวมถึงชีวิตของอาสาพยาบาล เด็กนักเรียน หรือกระทั่งผู้บริสุทธิ์อีกหลายชีวิตที่ต้องสังเวยกับเหตุการณ์ดังกล่าว

    รวมถึงอาคารห้างร้าน โรงหนัง ห้างสรรพสินค้า ที่ถูกเผาวอดวาย ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้กระทำกันแน่

    เพราะการลุกไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังแกนนำนปช.ประกาศยุติชุมนุม ถูกคุมขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปแล้ว

    เหลือเพียงเจ้าหน้าที่รัฐที่ตรึงกำลังอยู่รอบพื้นที่

     

    ซึ่งวันที่ 19 พ.ค.นี้ ก็จะครบ 7 ปี ของเหตุการณ์

    แต่ก็ยังไม่มีความจริงใดๆ ปรากฏออกมาสู่สาธารณชนว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวการส่งผลให้เกิดความสูญเสียในครั้งนี้

    และไม่ใช่เพียงชีวิตของชาวบ้านที่ สูญเสียไป แต่ยังมีเจ้าหน้าที่รัฐ อาทิ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ที่ถูกระเบิดสังหารเสียชีวิต บริเวณถนนดินสอ ก็ยังไม่มีความชัดเจน

    นอกจากโยนว่าเป็นฝีมือของชายชุดดำ แต่ชายชุดดำแหวกวงล้อมเจ้าหน้าที่ไป ก่อเหตุได้อย่างไร กลับไม่ปรากฏ

    เรื่องราวเหลานี้จึงกลายเป็นปริศนา ดำมืด ที่รอการคลี่คลายอยู่

    จริงๆ แล้วนอกจากเรื่องคดีความ ที่ควร จะนำคนผิดมาลงโทษแล้ว

    เหตุการณ์นี้ถือเป็นประวัติศาสตร์บทสำคัญหน้าหนึ่งของประเทศไทยเลยด้วยซ้ำ

    จึงควรอย่างยิ่งที่จะต้องชำระสังคายนาให้ชัดเจน

    ให้สังคมได้จดจำประวัติศาสตร์ เพื่อ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียเช่นนี้อีก

  • Bugbunny

    17 พ.ค. 2017 - 10:45

    ท่อ พีวีซี ที่ใช้ตั้งป้ายโฆษณาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น่าจะเกินนิ้วสองนิ้ว

    อานุภาพมันรุนแรงมากขนาดพอแตกออกมาเองนี้คนบาดเจ็บสองคนเลยนะ

    เห็นแถลงแบบนี้ตอนแรกก็เลยกะว่าต่อไปจะไม่ใช้ท่อพีวีซีเป็นท่อประปาแล้ว

    น้ำวิ่งในท่อทั้งวันนี่อันตราย เดี๋ยวเกิดแตกขึ้นมากระเด็นโดนตัวอาจบาดเจ็บได้

    ท่อพีวีซีที่ใช้นี่คงหนักมากแบบท่อประปาเหล็กสมัยก่อนเลย ถึงบาดเจ็บได้

    ถ้าเป็นท่อเหล็กจริง ๆ นี่หลุดออกมาโดนคนสงสัยถึงตายหรือบาดเจ็บสาหัสแน่

  • tongtata

    17 พ.ค. 2017 - 11:24

    ก็ตำรวจไทยเขาว่าท่อนิ่!! . . ขำ

     

  • Bugbunny

    17 พ.ค. 2017 - 11:48

    เห็นท่อพีวีซีในรูปแล้วยิ่งตลกใหญ่

    ท่อไซส์แค่เนี้ยอ่ะนะ แตกแล้วคนบาดเจ็บสองคน

    จะแถลงอะไรก็อย่าไปคิดว่าคนไทยจะโง่เหมือนทหารตำรวจกากของประเทศนี้

  • tongtata

    17 พ.ค. 2017 - 11:28

    อีกคนว่า บ่จ้ายยยยยยยยยยยยยยยย!! . . ขำ  กลัว

  • 3 ส

    17 พ.ค. 2017 - 11:47

    ไอ่อ้วนไอ่ตูบหัวเราะ


Loading...