หมุดคณะราษฎรนั้นสำคัญไฉน : ตอนนี้สิ่งที่คนรักประชาธิปไตยและความยุติธรรมรอคอยคือ “วันชุลมุน”

จะชุลมุนยังไงอย่างไรนั้น....ใครที่ติดตามข่าวขบวนการกู้ชาติก็พอจะรู้...เขาเซ็ท D-Day ไว้วันไหน...

กว่าจะถึงวันนั้น...ก็ยังอีกนาน....ทั้งฝ่ายเผด็จการและฝ่ายประชาชนที่รักประชาธิปไตยที่รักความยุติธรรม...ต่างก็จะเตรียมความพร้อมที่จะเผด็จศึกอีกฝ่ายให้ราบคาบ....

ถ้าประฃาชนเป็นฝ่ายชนะประเทศก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตยอย่างถาวร...

แต่ถ้าเผด็จการชนะ..มันก็ระงับศึกได้ระยะหนึ่ง...แต่ความสงบสุขมันจะไม่สามารถเกิดขึ้น

ได้..นอกจาก...นอกจาก...ประชาชนยอมที่จะยอมไปอยู่ใต้ระบอบทาส...

แล้วท่านจะเลือกอยู่ฝ่ายไหน....


เชิญอ่านข่าวครับ :


หมุดคณะราษฏรถูกรื้อถอน พบหมุดใหม่ “ประชาชนสุขสันต์หน้าใส” มาฝังแทนที่
Fri, 2017-04-14 17:13


หมุดคณะราษฎรหายไป พบหมุดใหม่ เขียนว่า “ประชาชนสุขสันต์หน้าใส-ความนับถือรักใคร่ในพระรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดีในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องทำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง” มาฝังแทนที่ ไร้คำว่า “ประชาธิปไตย”

[Image: 33215992393_42774c4d1d.jpg]

ภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ หมุดคณะราษฎร

[Image: 33215992393_42774c4d1d.jpg]

ภาพในมุมใกล้เคียงกันก่อนที่จะมีการร้อถอดหมุดคณะราฎรออก

14 เม.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ที่ตั้งของหมุดคณะราษฎร ซึ่งเป็นหมุดกลมสีทองเหลือง ฝังลงบนพื้น กลางถนน ระหว่างฐานของพระบรมรูปทรงม้าและประตูทางเข้า สนามเสือป่า ที่ตั้งกองบัญชาการทหารสูงสุดในอดีต เพื่อเป็นที่ระลึกถึงจุดที่ พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้าคณะราษฎร ประกาศเปลี่ยนระบบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย และอ่าน "ประกาศคณะราษฎร" ฉบับแรก เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ได้หายไป โดยข้อความในหมุดคณะราษฎรที่หายไปนั้นได้เขียนข้อความไว้ว่า "24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง ณ ที่นี้ คณะะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญเพื่อความเจริญของชาติ"

ขณะที่ได้มีหมุดใหม่มาแทนที่ โดยในหมุดดังกล่าวได้เขียนข้อความว่า “ขอให้ประเทศสยามจงเจริญยั่งยืนตลอดไป ประชาชนสุขสันต์หน้าใส เพื่อเป็นพลังของแผ่นดิน” และ “ความนับถือรักใคร่ในพระรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดีในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องคำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม สำหรับข้อความในวงขอบนอกที่เขียนว่า "ความนับถือรักใคร่ในพระรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดี ในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องทำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง" ตรงกับข้อความในพระราชลัญจกรประจำเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ในสมัยรัชกาลที่ 5

[Image: 33643373210_f71fff3410.jpg]

พระราชลัญจกรประจำเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ม.จ.ก.
ซึ่งในพระราชลัญจกรนั้นบริเวณขอบจักรมีอักษรเป็นคาถาภาษิตสำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ คือ "ติรตเนสกรฏฺเฐจ สมฺพํเสจมมายนํ สกราโชชุจิตฺตญฺจ สกรฏฺฐาภิวัฑฺฒนํ" ซึ่งแปลว่า "ความนับถือรักใคร่ในพระรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดี ในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องทำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง"

อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานว่าหน่วยงานใดเป็นผู้รื้อถอดหมุดคณะราษฎรออก และนำหมุดใหม่มาแทนที

ด้านมติชนออนไลน์ ได้สอบถามไปยังนายบันลือ สุขใส ผู้อำนวยการเขตดุสิต เปิดเผยว่า ทางเขตฯได้ทราบว่ามีการเปลี่ยนหมุดคณะราษฎรแล้ว แต่ทางเขตฯไม่ได้เป็นผู้เปลี่ยน ซึ่งขณะนี้ทางเขตกำลังรอรายละเอียดและข้อมูลที่ชัดเจนอยู่ว่าหน่วยงานใดเป็นผู้เปลี่ยนหมุดพร้อมข้อความดังกล่าว และหากทราบรายละเอียดที่ชัดเจนแล้ว ทางเขตจะได้แจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป

ขณะที่นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว กรมศิลป์ฯไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และหากมีการเปลี่ยนแปลงข้อความในหมุดดังกล่าวจริงก็ไม่ต้องแจ้งให้กรมศิลป์ฯรับทราบ เพราะไม่ใช่พื้นที่ที่กรมศิลป์ดูแล ทางกรมศิลป์ดูแลเฉพาะองค์อนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้าเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นไม่ได้อยู่ในความดูแลของกรมศิลป์ ส่วนบริเวณหมุดอยู่ในความดูแลของหน่วยงานใดนั้น ตนไม่ทราบ


[Image: 33185406634_fe0dd37a87.jpg]

[Image: 33643030810_82cf65ee0f.jpg]


สำหรับหมุดของคณะราษฎรนั้น ได้มีการคาดว่า หมุดทองเหลือง หรือ "งานศิลปกรรมชิ้นแรกๆ ในยุคแห่งคณะราษฎร" นี้ น่าจะจัดทำขึ้นราวปี พ.ศ.2484 ที่รัฐบาลได้ประกาศให้วันที่ 24 มิถุนายน ของทุกปี เป็น "วันชาติ" นับแต่นั้นมา ก่อนที่วันชาติถูกเปลี่ยนไปเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ เมื่อปี พ.ศ. 2503 ในสมัยการปกครองของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์

โดยหมุดดังกล่าวเริ่มกลับมามีบทบาทโดยเฉพาะเป็นสถานที่จัดงานรำลึกเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยในวันที่ 24 มิ.ย. ของทุกปีช่วงวิกฤติการเมืองปัจจุบันจะมีการจัดงานรำลึกบริเวณดังกล่าว และมีการแสดงออกทางการเมืองบริเวณนั้นด้วย

อย่างไรก็ตามมีผู้พยายามทำลายหมุดดังกล่าวมาโดยตลอด เช่น มีการนำวัสดุสีดำมาลาดทับ การนำของแข็งมาขีดจนเป็นรอยจำนวนมาก รวมทั้งการปฏิบัติการเชิงสัญลักษณ์ เช่น นำพระมาสวดทำพิธีสะกด โดยเมื่อต้นปี 2558 สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด ได้โพสต์ภาพชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังทำพิธีกับหมุดคณะราษฎร ที่ฝังไว้กับถนนหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม โดยนายสมบัติเผยว่าเป็นการทำพิธีถอนหมุดออก แต่เป็นเพียงแค่การทำพิธีตามความเชื่อเท่านั้น

[Image: 30617093571_d2af64b834.jpg]

ภาพ ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังทำพิธีกับหมุดคณะราษฎร

ขณะที่เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2559 เทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ โพสต์ภาพหมุดปฏิวัติ 2475/หมุดคณะราษฎร ผ่านเฟซบุ๊ก 'Thepmontri Limpaphayorm' และพิมพ์ข้อความว่า "ประกาศหาเจ้าของ ถ้าไม่มาขุดเอาไป ภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2559 ผมกับเพื่อนๆ ถือว่าไม่มีเจ้าของ จะไปเอาออกหรือทำให้หมดสภาพเอง ถ้ายังอยากเก็บรักษาไว้ รีบขุดออกไปเสียให้พ้น"

โดย ก่อนหน้านั้น เทพมนตรี โพสต์ถามผ่านเฟซบุ๊กดังกล่าวด้วยว่า มีคนมาขอความเห็นตนว่า ตั้งแต่คณะราษฎรปฏิวัติ 2475 มาถึงปัจจุบัน ก็เป็นเวลาประมาณ 85 ปีแล้ว เราได้นักการเมือง รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ที่โกงกินบ้านเมืองมามากมาย สมควรที่จะถอนหมุดอันนี้ออกหรือไม่ มีคนพูดกันว่าหมุดอันนี้เป็นความอัปยศของระบอบประชาธิปไตยก็มี คิดเห็นประการใดบ้าง

[Image: Mod.jpg]


https://prachatai.com/journal/2017/04/71034

 

http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=6489

 


13ความคิดเห็น
  • mangsab

    15 เม.ย. 2017 - 11:52

    นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว กรมศิลป์ฯไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และหากมีการเปลี่ยนแปลงข้อความในหมุดดังกล่าวจริงก็ไม่ต้องแจ้งให้กรมศิลป์ฯรับทราบ เพราะไม่ใช่พื้นที่ที่กรมศิลป์ดูแล ทางกรมศิลป์ดูแลเฉพาะองค์อนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้าเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นไม่ได้อยู่ในความดูแลของกรมศิลป์ ส่วนบริเวณหมุดอยู่ในความดูแลของหน่วยงานใดนั้น ตนไม่ทราบ

    ตอบแบบนี้ได้ไงเนียะ....อธิบดีอ่านดู

    “โบราณวัตถุ” หมายความว่า สังหาริมทรัพย์ที่เป็นของโบราณ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์หรือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือที่เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของโบราณสถาน ซากมนุษย์หรือซากสัตว์ ซึ่งโดยอายุหรือโดยลักษณะแห่งการประดิษฐ์หรือโดยหลักฐานเกี่ยวกับประวัติของสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นประโยชน์ในทางศิลป ประวัติศาสตร์หรือโบราณคดี

    มาตรา ๑๘ โบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน และอยู่ในความดูแลรักษาของกรมศิลปากรจะโอนกันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมาย แต่ถ้าโบราณวัตถุและศิลปวัตถุใดมีเหมือนกันอยู่มากเกินต้องการอธิบดีจะอนุญาตให้โอนโดยวิธีขายหรือแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์แห่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หรือให้เป็นรางวัลหรือเป็นค่าแรงงานแก่ผู้ขุดค้นก็ได้ ทั้งนี้ตามระเบียบที่อธิบดีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบก

    ผู้ใดเก็บได้ซึ่งโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ซ่อนหรือฝังหรือทอดทิ้งโดยพฤติการณ์ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถอ้างว่าเป็นเจ้าของได้ และเบียดบังเอาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุนั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินเจ็ดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
     
    มาตรา ๓๑ ทวิ ผู้ใดซ่อนเร้น จำหน่าย เอาไปเสีย หรือรับซื้อรับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ๆ ซึ่งโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุอันได้มาโดยการกระทำความผิดตามมาตรา ๓๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

     

    ถ้าการกระทำผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทำไปเพื่อการค้า ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินเจ็ดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
     

     

     

     

  • akausa

    15 เม.ย. 2017 - 12:44

    อธิบดีมันก็คงคิดที่จะปัดสวะให้พ้นตัว.....

  • akausa

    15 เม.ย. 2017 - 13:03

    ย้อนรอยเกาะรัตนโกสินทร์ หมุดประชาธิปไตยของคณะราษฎร พระบรมรูปทรงม้า พระที่นั่งอนันตสมาคม รัฐสภา

  • yellow

    15 เม.ย. 2017 - 15:29

    บอกเรืองไกรช่วยเอา มาตรา 157 .แจกอธิบดีกรมศิลป์หน่อย นายนี่ลุกมาจากนครศรีฯ เหมือนกันนะ

  • Zamson

    15 เม.ย. 2017 - 17:21

    วุ่นวายฉิปโป๋งบ้านเมืองนี้ ต้องยิงไม่นับเม็ด
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .ด้วยบีบีกัน

  • Jking

    15 เม.ย. 2017 - 19:38

    เอาของเรากลับไปไว้ที่เดิมซะ สาสส

     

  • big60

    15 เม.ย. 2017 - 22:16

    บางคน ทำบางอย่างลงไป เพราะคิดว่ามันสร้างสรรค์ โดยไม่ยอมมองอะไรตามความเป็นจริง แต่ตั้งตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล กำหนดเอาเองว่า ที่คิดถูกต้องทั้งหมด โลกทั้งหลายจะไปตามที่ข้าคิด แต่ความคิดของเขา มันบังคับผิดถูกตามความเป็นจริงไม่ได้หรอก

    ...

    กฏของความผิดถูกจริงๆก็คือ ถูกเจริญสงบสุขร่มเย็น ผิดเจ้งล่มจมเดือดร้อน ก็ดูเอาว่า ตั้งแต่เขาก่อการมา มันถูกหรือผิด เจริญร่มเย็น หรือทุกข์เดือดร้อน นั่นแหละตัวตัดสินจริงๆ และถ้ามันผิด ก็ไม่ต้องไปหวังว่ามันจะดีขึ้นได้ ทำยังไงก็ไม่ได้ มันฝืนกฏความเป็นจริง

    ...

    ไม่มีไครยิ่งใหญ่ พอที่จะบังคับกฏของธรรมชาติได้หรอก อดีตก็ไม่มี ปัจจุบันก็ไม่มี อนาคตก็ไม่มี ไครฝืนกฏเพราะความเห็นแก่ตัว ก็ฟันธงได้เลย ไม่ใช่คนดีแน่นอน พาสังคมล่มจมแน่นอน นี่ต่างหาก ความเป็นจริงที่จะเกิดให้เห็นต่อจากนี้ไป ไครก็เปลี่ยนแปลงมันไม่ได้

  • tongtata

    15 เม.ย. 2017 - 22:33

    น่าจะโดนลองดีซะแล้ว . . เฉย

    ใครออกมาโวยวาย ไอ้นั่นแหละต้นเรื่อง!! . .

  • tongtata

    15 เม.ย. 2017 - 22:31

    ล้อเลียนแสบ ๆ . . หัวเราะ

     

  • somanyl

    16 เม.ย. 2017 - 17:47

    นี่คือการปฎิรูป อีกอย่างหนึ่งของคนพวกนี้่

    ปกครองบ้านเมือง ด้วยการงมงายกับไสยศาสตร์

    ทำลายหลักฐานทางประวัติศาสตร์

    เพียงแค่คิดว่า มันคือหนทางไปสวรรค์ของตัวเอง

  • akausa

    16 เม.ย. 2017 - 21:30

    วันชาติไทยที่แท้จริง เดิมประเทศไทยกำหนดให้เป็นวันที่ 24 มิถุนายน ของทุกปี อันเป็นวันรำลึกการเกิดเหตุการณ์ "การอภิวัฒน์สยาม 2475" ซึ่งเป็นวันแห่งการสถานปนาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้ มีการจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นทุกปี ตั้งแต่ปี 2482 และถูกยกเลิกในปี 2503 โดยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

    -
    เพลงวันชาติ 24 มิถุนายน
    คำร้อง - ทำนอง : มนตรี ตราโมท
    ประพันธ์เมื่อ พ.ศ. 2483

    ยี่สิบสี่มิถุนายนมหาศรีสวัสดิ์
    ปฐมฤกษ์ของรัฐธรรมนูญของไทย
    เริ่มระบอบแบบอารยะประชาธิปไตย
    ทั่วราษฎรไทยได้สิทธิเสรี
    สำราญ สำเริง รื่นเริง เต็มที่
    เพราะชาติเรามีเอกราชสมบูรณ์
    ไทยจะคงเป็นไทย ด้วยร่วมใจเทิดไทย ชโย
    ชาติประเทศเหมือนชีวา ราษฎร์ประชาเหมือนร่างกาย
    ถ้าแม้ว่าชีวิตมลาย ร่างกายก็เป็นปฏิกูล
    พวกเราต้องร่วมรัก พิทักษ์ไทยไพบูลย์
    อีกรัฐธรรมนูญ คู่ประเทศของไทย
    เสียกายเสียชนม์ ยอมทนเสียให้
    เสียชาติประเทศไทย อย่ายอมให้เสียเลย
    ไทยจะคงเป็นไทย ด้วยร่วมใจเทิดไทย ชโย


Loading...