ส่องนโยบาย “ญี่ปุ่น” เลิกงานเร็วขึ้นวันศุกร์สิ้นเดือน หวังลดเครียดกระตุ้นจับจ่าย แต่ไม่มีใครสนใจ ถ้าเป็นที่ไทย .........55555

ส่องนโยบาย “ญี่ปุ่น” เลิกงานเร็วขึ้นวันศุกร์สิ้นเดือน หวังลดเครียดกระตุ้นจับจ่าย แต่ไม่มีใครสนใจ ถ้าเป็นที่ไทย .........55555

5 ความคิดเห็น

ส่องนโยบาย “ญี่ปุ่น” เลิกงานเร็วขึ้นวันศุกร์สิ้นเดือน หวังลดเครียดกระตุ้นจับจ่าย แต่ไม่มีใครสนใจ ถ้าเป็นที่ไทย อาจจะได้รับเสียงตอบรับดีก็ได้?

 

ศุกร์ที่ 4 สิงหาคม 2560 เวลา 10.00 น.

“แฟนเดลินิวส์ออนไลน์” คนไหน? ถ้าหากชอบและติดตามข่าวสารของประเทศญี่ปุ่น ก็คงเคยได้ยินแคมเปญ “พรีเมียม ฟรายเดย์” (Premium Friday) ที่รัฐบาลญี่ปุ่นส่งเสริมให้คนเลิกงานเร็วขึ้นในวันศุกร์ ลดความระห่ำของคนบ้างาน ให้ได้ออกไปเดินเที่ยว ช้อปปิ้ง ไปดูแลลูกหรือไปทำกิจกรรมอื่นบ้าง นอกจากทำแต่งานๆๆๆๆๆ

แต่เชื่อหรือไม่ว่า...นโยบายนี้กลับไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เพราะคนไม่ยอมหยุดทำงานเร็วกว่าเดิมกัน...ก็แหม่ ถ้าเป็นที่ไทย คงได้รับเสียงตอบรับที่ดีแน่นอน

นโยบาย “พรีเมียม ฟรายเดย์” คือ นโยบายให้พนักงานบริษัทเลิกงานเร็วขึ้นในวันศุกร์ เดือนละ 1 ครั้ง เป็นนโยบายล่าสุดที่รัฐบาลเอาออกมาใช้ เพื่อจัดการปัญหาเรื้อรัง 2 ปัญหาใหญ่ของประเทศ ได้แก่ ผู้บริโภคขี้เกียจใช้เงิน และคนบ้างานทำงานกันไม่ลืมหูลืมตาจนเครียด

นโยบายให้เลิกงานเร็วขึ้นที่เริ่มไปเมื่อช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา พวกบริษัทเล็กๆ ก็บ่นอุบว่า ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังจนสามารถให้พนักงานทำงานน้อยลง เลิกงานได้เร็วขึ้นหรอกนะ และตัวคนทำงานเองก็ไม่ได้อยากจะใช้เงินขนาดนั้น อยากออมเงินไว้มากกว่า รัฐบาลญี่ปุ่นออกนโยบายนี้มา ก็เพราะอยากจะพัฒนาสมดุลการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่น ลดความเครียดจากการทำงาน

ที่สำคัญรัฐคิดว่าถ้าเพิ่มเวลาว่างให้ประชาชน จะสามารถกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ ส่งเสริมให้ผู้คนออกไปกินข้าวนอกบ้านหรือออกเดทกันมากขึ้น เพราะญี่ปุ่นกำลังเป็นประเทศที่อัตราการเกิดของเด็กน้อยลงเรื่อยๆ

ตอนนี้ “พรีเมี่ยม ฟรายเดย์” ดำเนินมาได้ 6 เดือน ด้วยระยะเวลาแค่นี้จึงยังตัดสินไม่ได้ว่าดีจริงหรือเปล่า? แน่นอนว่า พวกนักวิจารณ์ออกมาพูดว่า นโยบายนี้แก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมการทำงานทุกอย่างไม่ได้หรอก

“รศ.ดร.มาโกโตะ วาตานาเบะ” จากมหาวิทยาลัย Hokkaido Bunkyo กล่าวว่า จุดประสงค์ของนโยบายดีแล้ว แต่ในทางปฏิบัติ การเลิกงานเร็วขึ้นแค่ไม่กี่ชั่วโมงเดือนละครั้ง มันไม่ทำให้ไปถึงฝั่งฝันที่รัฐหวังไว้ ถ้าจะให้ได้ผลอย่างชัดเจนก็ต้องปฏิรูปกันจริงจังกว่านี้

เช่น สร้างความเท่าเทียมในการทำงาน โดยเฉพาะกับผู้หญิงต้องให้โอกาสพวกเธอได้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานไปพร้อมๆ กับสามารถที่จะมีลูกได้ นโยบายพรีเมี่ยม ฟรายเดย์เอามาทำในเมืองยังไม่ได้ผล ไม่ต้องพูดถึงในต่างจังหวัดที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสู้เมืองไม่ได้

โดยคนหนุ่มสาวมีแนวโน้มที่จะออมเงินมากกว่าชอบเอาออกมาใช้ เพราะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ค่าจ้างที่ไม่ค่อยได้ปรับขึ้นมานาน ทำให้ผู้คนกังวลเรื่องงานของตัวเองอยู่ตลอด และใช้เงินอย่างระมัดระวัง

หลังจากรัฐประกาศส่งเสริมนโยบายนี้ พวกร้านค้าปลีกทั้งหลาย ห้างสรรพสินค้าและสวนสนุกพากันบอกว่า ผู้คนไม่เห็นจะจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นสักเท่าไร แม้ว่าผู้ประกอบการทางฝั่งร้านอาหารจะพูดในทางกลับกันว่า พวกเขามีลูกค้าเพิ่มขึ้น

อีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้นโยบายนี้ ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร นักวิจารณ์บอกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะช่วงเวลาที่ให้เลิกงานเร็วนั้น แต่ดันกำหนดไว้เป็นวันศุกร์สุดท้ายของเดือน และเมื่อนึกถึงสิ้นเดือน ทุกบริษัทต้องรีบปิดงบหรือปิดดีลธุรกิจ แล้วพนักงานที่ไหนจะกล้าออกเร็วในเมื่องานล้นมือ พวกเขาพร้อมใจกันอยู่ทำงานต่ออยู่แล้ว

ปัจจุบัน กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ตอนนี้มีบริษัททั้งสิ้นราว 500 แห่งเท่านั้นที่ตกลงเข้าร่วมแคมเปญ “พรีเมียม ฟรายเดย์” ส่วนใหญ่เป็นบริษัทใหญ่ๆ ที่มีงบประมานมากพอที่จะทนเผชิญกับช่วงเวลาทำงานที่ลดลงของพนักงานได้ ส่วนบริษัทเล็กๆ ก็ยังคงเสียงแข็ง ให้พนักงานเลิกเร็วขึ้นไม่ได้

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส “มาร์ติน สคุลซ์” จากสถาบันวิจัยฟูจิ กล่าวว่า อย่างไรเสียนโยบายนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี พนักงานและบริษัทจะค่อยๆ ตอบรับ และมีทัศนคติในการทำงานที่เปลี่ยนไป

จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข บ่งชี้ว่าโดยปกติคนญี่ปุ่นจะหยุดงานเพียงปีละ 8.8 วันโดยเฉลี่ย (สถิติในปี 2558) คือใช้วันหยุดแค่ครึ่งเดียวจากโควต้าที่ตนเองสามารถหยุดได้ เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆ อย่างฮ่องกง ซึ่งพนักงานมักใช้วันหยุดเต็มอัตรา 100% หรือสิงคโปร์ที่ใช้วันหยุด 78%

แถมในญี่ปุ่นเด็กที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ๆ ก็จะกลับบ้านกันค่ำมืด แม้ว่าอันที่จริงงานในบริษัทจะไม่ได้มีอะไรมากมายต้องทำ แต่เพราะทำตามวัฒนธรรมการทำงาน ห้ามกลับบ้านก่อนเจ้านาย เพื่อยืนยันความซื่อสัตย์ของตัวเอง

คนญี่ปุ่นนี่ขึ้นชื่อมากเรื่อง บ้างาน ขนาดมีวันหยุดให้ยังไม่ใช้แต่ขอทำงานต่อ...สุดยอดจริงๆ ถ้าเป็นที่ไทยนี่อาจจะแบบว่า ทำไมให้แค่วันศุกร์? ขออีกได้ไหม? จะได้กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยไงล่ะ!!

..........................................

คอลัมน์ : มุดรั้วบ้านเพื่อน

โดย “หมวยเล็ก”

ขอบคุณข้อมูลจาก scmp.com , Theguardian... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/589443

+1
43
 
5 ความคิดเห็น
Prem
Prem
04 ส.ค. 2017 - 11:39

....ที่เมืองไทยมีมานาแล้ว....แต่มีเฉพาะทหาร....บ่ายวันพุธ...เล่นกีฬา ต่างๆ เข่น ยกแก้ว...ตีกอล์ฟ....ตีหม้อ...เป็นต้น

+
30
deeppurpleinrock
deeppurpleinrock
07 ส.ค. 2017 - 20:42

แต่เมืองไทยมีวันศุกร์แห่งชาติมานานแล้ว

ถึงวันศุกร์ มันกลับกันตั้งแต่เที่ยง

คนที่ไม่มีบ้านตจว. มันก็ค่อยๆทยอยกันหนี

(หมายถึงข้าราชการนะ...)

+
23
Loading...