สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 6 (2 ปี 8 เดือน)

สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 6 (2 ปี 8 เดือน)

ดิฉันขออนุญาตงดใช้ราชาศัพท์ตลอดทั้งกระทู้ หรือถ้าจะใช้ก็จะใช้ให้น้อยที่สุด เพื่อให้ผู้อ่านมีความเข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น
 
จากหญิงสามัญชนคนธรรมดา ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายหญิง
นั่นก็คือ สมเด็จพระบรมราชินี
 
ถ้าไม่โดนลดพระยศลงเหลือแค่ พระวรราชชายา พระองค์จะได้เป็นหญิงสามัญชนคนแรกที่ได้เป็นพระบรมราชินี
 
เพราว่าเมื่อก่อนหน้านั้นตำแหน่งนี้ เป็นของสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี แต่ทว่าสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี เป็น เจ้า ตั้งแต่ประสูติ
 
คือเป็น พระเจ้าลูกเธอในรัชกาลที่ 4 ถือว่าถูกต้องชอบธรรมตามขนบธรรมเนียมในราชสำนักทุกประการ  
 
ตอนที่สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระบรมราชินี (สมเด็จอินทร์) ทรงแท้งพระราชโอรส ซึ่งตอนนั้นเป็นองค์แล้วประมาณ 7 เดือน ซึ่งพระราชโอรสที่ทรงแท้งนั้น รัชกาลที่6 ทรงมีรับสั่งให้ตั้งอยู่บนพานทอง พระองค์ทรงร้องไห้ ความทุกข์ใจแสนสาหัสเหนือคำบรรยาย เพราะว่าทรง รอๆๆ มานานแสนนาน พอได้พระราชโอรสที่จะสืบทอดบัลลังก์ต่อ ก็ต้องมีอันเป็นไป
 
หลังจากนั้นก็มีการประกาศพระบรมราชโองการ ลดพระยศสมเด็จอินทร์เหลือเพียง สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระวรราชชายา เพียงเท่านั้น
 
สมเด็จท่านทรงสูญเสียพระราชโอรสยังไม่พอ ยังต้องมาสูญเสียฐานันดรศักดิ์ ตำแหน่ง พระบรมราชินีอีก
 
ตรงนี้ต้องถือว่าเป็นความวิปโยคอย่างใหญ่หลวง เพราะว่าอย่างน้อย ถ้ายังดำรงตำแหน่ง พระบรมราชินี นั่นหมายความว่า ยังมีเกราะคุ้มกัน ผู้คนก็ยังมีความเกรงใจในฐานะ พระบรมราชินี 
 
แต่ทว่า คำว่า พระวรราชชายา นั้นเป็นตำแหน่งที่ต่ำกว่า พระบรมราชินีมาก 
 
ย่อมแน่นอนว่า การใช้คำราชาศัพท์ การดำรงพระชนม์ชีพในตำแหน่งที่เป็นอยู่ ย่อมได้รับการปฎิบัตรที่ต่างกัน ตามพระยศ
 

11 ความคิดเห็น

 
สิริวรีสุดอาลัย
หลังการเปลี่ยนแปลงแผ่นดินจาก รัชกาลที่6 เข้าสู่รัชกาลที่ 7 
 
สมเด็จอินทร์ทรงเก็บตัวเงียบ แทบจะไม่ออกปรากฏพระองค์สู่งานสังคมต่างๆ
ตรงนี้ในฐานะผู้หญิงเหมือยนกัน ก็ย่อมเข้าใจและเห็นใจผู้หญิงด้วยกันว่า
 
การถูกปลดออกจากตำแหน่ง พระบรมราชินี ย่อมสร้างความอับอาย และ แผลในใจ ให้กับสมเด็จท่าน
 
และเพื่อป้องกันมิให้รัศมีเดิม มาบดบังรัศมีของสมเด็จพระบรมราชินีองค์ใหม่ในเวลานั้น นั่นก็คือ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เป็นการสำคัญด้วย
 
และยิ่งมีข้อเปรียบเทียบที่ว่า สมเด็จพระบรมราชินีองค์ใหม่ เป็น เจ้า แท้ คือเป็น เจ้าแต่แรกประสูติ คือ หม่อมเจ้าหญิง รำไพพรรณี
 
ขณะที่ สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี มิใช่ เจ้า แท้ เพราะชาติกำเนิดเป็นเพียงสามัญชน ซึ่งผู้คนในราชสำนัก ถือว่า เป็น เจ้าเทียม
 
ตรงนี้ถึงกับมีเจ้านายบางพระองค์ในยุคสมัยนั้นออกปากว่า ไม่รู้จะกราบลงรึเปล่า เพราะเป็นสามัญชนมาก่อน (เรื่องเกิดเมื่อตอนที่สมเด็จอินทร์ ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระพระบรมราชินีใหม่ๆ )
 
สิริวรีสุดอาลัย
อีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันอยากจะพูดก็คือ
 
เรื่องที่สมเด็จอินทร์ทรงแท้งพระราชโอรสนั้น มีข่าวลือจากวงในว่า เป็นการวางยาพระราชโอรสในพระครรภ์
 
เพราะว่าไม่ต้องการให้สายเลือดที่มีแม่เป็นสามัญชน ได้ขึ้นนั่งราชบัลลังก์ เป็นพระมหากษัตริย์ได้
 
ในราชสำนักสมัยก่อน เคร่งครัดในขนบธรรมเนียมโบราชประเพณีมาก เรื่องที่ว่า พระมหากษัตริย์นั้น เปรียบเสมือน สมมุติเทพ จะต้องเป็นอุภโตสุชาติ สายเลือดสีน้ำเงิน ต้องบริสุทธ์เท่านั้น จึงจะได้ขึ้นนั่งราชบัลลังก์
 
นั่นหมายความว่า ธรรมเนียมที่ปฎิบัตรสืบทอดต่อมาก็คือ คนที่จะได้ขึ้นนั่งบัลลังก์ จะต้องมีแม่เป็นเจ้า แม่จะเป็นสามัญชนไม่ได้ เพราะนั่นจะเป็นการผิดกฏในราชสำนัก 
 
จึงเป็นที่มาของการกำจัดพระโอรสในครรภ์ของสมเด็จอินทร์ ซึ่งตอนหลังสมเด็จอินทร์ก็ทรงลำดับเหตุการณ์ได้ว่า มีคนนำ โสม มาถวายให้ท่านทรงดื่ม หลังจากนั้นไม่นาน พระโอรสก็ทรงแท้ง
 
ไม่รู้ว่าในโสมนั่น มียาบางอย่างที่สามารถทำลายเด็กในครรภ์ด้วยหรือไม่ และถึงแม้นจะรู้ว่าจริง สมเด็จท่านก็ทรงทำอะไรไม่ได้แล้ว
 
เพราะว่าในเวลานั้นก็มิทรงมีอำนาจใดๆเหมือนตอนที่เป็น พระบรมราชินี สมเด็จท่านก็ทรงปลงว่า เป็นกรรมเก่าของพระองค์ และหากใครมีส่วนรู้เห็นในการทำลายพระโอรสครั้งนั้น ก็ย่อมได้รับผลกรรมตามมาเอง  
 
ตรงนี้ไม่ใช่ว่า จะเป็นไปไม่ได้นะคะ ดิฉันคิดว่าเป็นไปได้ และเป็นไปได้สูงด้วยว่า มีการวางแผนฆ่าพระโอรสในครรภ์ของสมเด็จอินทร์ เพราะไม่ต้องการให้สายเลือดสามัญชน ขึ้นมานั่งบนราชบัลลังก์ได้
 
เพราะนั่นหมายความว่า สมเด็จอินทร์จะต้องกลายเป็น สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง หากพระราชโอรสได้ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 7 ต่อจากรัลกาลที่ 6 ผู้เป็นสมเด็จพ่อ และจะยิ่งทำให้อำนาจของสมเด็จอินทร์ พระบิดาของสมเด็จอินทร์ ซึ่งเป็นเพียงขุนนาง มิใช่เจ้า และบรรดาเครือญาติของสมเด็จอินทร์ทั้งหลายที่เป็นสามัญชน เข้ามามีอำนาจบทบาทในราชสำนักมากยิ่งขึ้น
 
ซึ่งตรงนี้ฝ่ายเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง ฝ่ายเจ้า จะเป็นฝ่ายสูญเสียอำนาจ และ ผลประโยชน์ 
 
ข่าวลือตรงนี้ น่าจะเป็นเรื่องจริง        
 
 

 
3 ส

ติดตามครับ

 
สิริวรีสุดอาลัย

พอดีคุณZodiac28 แกเข้ามาแย้งนิดนึงที่เวปพันทิพ ดิฉันก็เลยเอามาลงให้ดูในนี้

จะได้เป็นความรู้ติดตัวกันสำหรับสมาชิกประชาทอล์ค 

พระมหากษัตริย์นั้น เปรียบเสมือน สมมุติเทพ จะต้องเป็นอุภโตสุชาติ สายเลือดสีน้ำเงิน ต้องบริสุทธ์เท่านั้น จึงจะได้ขึ้นนั่งราชบัลลังก์ 
.
.
.
ไม่ครับ     มารดาของรัชกาลที่ 3 ก็มิใช่เจ้ามาก่อน

.

.

.

ถูกต้องค่ะ พระมารดาของรัชกาลที่3 เป็นสามัญชนมาก่อน นั่นก็คือ เจ้าจอมมารดาเรียม ซึ่งจริงๆแล้ว ก็ไม่มีสิทธิ์ขึ้นนั่งราชบัลลังก์
 
เพราะว่า เจ้านายองค์ไหนที่จะขึ้นได้ต้องมีพระมารดาเป็นเจ้า หรือ พระอัครมเหสี ซึ่งในเวลานั้น เจ้าฟ้ามงกุฎ ควรจะต้องได้ขึ้น เพราะว่าเป็นพระราชโอรสของพระอัครมเหสี นั่นก็คือ เจ้าฟ้าบุญรอด หรือ สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี 
 
แต่ทว่า พระองค์เจ้าทับ ทำการรัฐประหาร เพราะถือว่าพระองค์มีอำนาจมากที่สุดในเวลานั้น และบรรดาขุนนางอำมาตย์ชั้นผู้ใหญ่ และฝ่ายทหาร ก็สนับสนุนพระองค์ท่าน
 
ภาษาชาวบ้าน เรียกว่า ปล้นราชบัลลังก์ ไปแบบหน้าตาเฉย 
แถมมีการเรียก เจ้าฟ้ามงกุฎมาเข้าเฝ้า คือถ้าพูดภาษานักเลง ก็คือ จะเอาไง จะยอมหรือไม่ยอม
 
เจ้าฟ้ามงกุฎ ถึงกับ ฉี่ราด กลางท้องพระโรง เพราะกลัวอำนาจของ พระองค์เจ้าทับมาก ซึ่งต่อมาก็คือ รัชกาลที่3 
 
และความกลัวเป็นเหตุสำคัญ ที่ทำให้เจ้าฟ้ามงกุฎต้องหนีไปบวช
 
ซึ่งจริงๆแล้ว พระองค์เจ้าทับ ไม่มีสิทธิ์ขึ้นนั่งราชบัลลังก์ เพราะว่าอย่างที่บอกตามขนบธรรมเนียมโบราณราชประเพณีนั้น ต้องมีแม่เป็น เจ้า หรือ พระอัครมเหสีเท่านั้น 
 
พระองค์เจ้าทับ ทำการรัฐประหาร ช่วงชิงราชบัลลังก์ จากเจ้าฟ้ามงกุฎไป
 
อย่างไรก็ตาม
 
ก็ต้องยกย่องตอนจบว่า พระองค์ท่านก็รู้องค์ดีว่า ตัวท่านไปแย่งราชบัลลังก์มา สุดท้ายก่อนสวรรคต ก็คงจะคิดได้ว่า อะไร ถูก อะไร ผิด ก็เลยไม่ได้แต่งตั้งพระโอรสของท่าน ขึ้นนั่งบัลลังก์ต่อ 
 
พอรัชกาลที่ 3 สวรรคต พวกขุนนางตระกูลบุนนาค ที่มีอำนาจมากในช่วงเวลานั้น ก็ไปอัญเชิญเจ้าฟ้ามงกุฎขึ้นเป็นรัชกาลที่ 4
 
เพราะว่ามีเหตุผลทางการเมือง และผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง และจะได้อ้างได้ว่า คืนความชอบธรรมให้กับเจ้าฟ้ามงกุฎ
 
จริงๆก็ไม่ได้คืนความชอบธรรมอะไรหรอก หากแต่เป็นเพียง เหตุผลทางการเมือง ที่ประจวบเหมาะพอดี ทุกยุค ทุกสมัย เป็นเหมือนกันหมด ต้องมีเหตุผลทางการเมือง เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ 

 
สิริวรีสุดอาลัย
มาเข้าเรื่องสมเด็จอินทร์ต่อ ทีนี้พอผ่านมาในช่วง รัชกาลที่ 4 และ 5 เจ้านายที่ได้ขึ้นนั่งราชบัลลังก์ ก็ถือว่ามีความชอบธรรมทุกประการ เพราะพระมารดาของเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ (รัชกาลที่ 5 ) ก็เป็นเจ้า พอมาถึงรัชกาลที่ 6 พระมารดาก็เป็นเจ้า เป็นถึงลูกหลวง แถมเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถด้วย 
 
เพราะฉะนั้น กษัตริย์องค์ต่อไป ก็ควรต้องเป็น อุภโตสุชาติ สายเลือดน้ำเงินบริสุทธิ์ ตามรัชกาลที่ 4 5 6 
 
และก็ไม่ต้องมาพูดถึงรัชกาลที่ 3 อีกต่อไปในประเด็นนี้ เพราะมันคนละบริบท คนละยุคสมัยกัน เพราะมันข้ามมา สามแผ่นดินแล้ว อีกอย่างนะคะ รู้ทั้งรู้ว่า รัชกาลที่ 3 ทำผิดขนบธรรมเนียมโบราชประเพณีในการขึ้นนั่งราชบัลลังก์ ก็ยังเอามาอ้างกันอีก  
 
และยิ่งไปกว่านั่น ในสมัยรัชกาลที่ 5 ก็ชัดเจนว่า คนที่มีสิทธ์ขึ้นนั่งราชบัลลังก์ จะต้องมีแม่เป็นเจ้า แม่จะเป็นสามัญชนไม่ได้
 
จึงเป็นที่มาของการรังเกียจ สมเด็จอินทร์ ที่ไม่ใช่เจ้าตั้งแต่เกิด
 
ดิฉันไม่ได้บอกว่า ผิด หรือ ถูก ในการเชื่อแบบนั้น แต่ดิฉันพูดถึง กฏ ขนบธรรมเนียม ในราชสำนัก ในยุค สมัยนั้น 
 
พูดก็พูดนะคะ บาป บุญ 
 
ถ้าข่าวลือการวางยาพระโอรสในครรภ์ของสมเด็จอินทร์เป็นเรื่องจริง ก็ต้องถือว่า เวรกรรมมีจริง เห็นทันตาไม่ต้องรอชาติหน้า 
 
หลังจากเราได้ เจ้าฟ้าประชาธิปก ที่เป็นอุภโตสุชาติ ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 7 
บรรดาฝ่ายเจ้า เชื้อพระวงศ์ดีใจกันถ้วยหน้า เพราะว่า เหมาะสมทุกประการ
 
สายเลือดสีน้ำเงินเข้มข้นทุกหยาดหยด เป็นถึงพระราชโอรสรัชกาลที่ 5 ที่ประสูติแต่ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ย่อมต้องดีกว่า พระโอรสของ สมเด็จอินทร์ เป็นแน่แท้ เพราะนั่น มิใช่สายเลือดน้ำเงินแท้ 
 
หลังจากนั้นเป็นไงคะ มีการปฎิวัติครั้งใหญ่ในสยาม พวกคณะราษฎร์เข้ามาทำการปฎิวัตยึดอำนาจจากรัชกาลที่ 7 และฝ่ายเจ้า ฝ่ายเชื้อพระวงศ์เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ต้องลี้ภัยการเมืองไปอยู่ต่างแดน บางองค์ก็ไปสิ้นพระชนม์ที่นั่น 
 
สุดท้ายอำนาจเกือบทุกอย่างตกอยู่ในมือ คณะราษฎร์ พวกเขาจะโค่นล้มราชวงศ์จักรี ยังได้เลยในช่วงเวลานั้น
 
แต่เขาเลือกที่จะทำการที่ เจ็บปวด เจ็บแสบ ไปยิ่งกว่านั้น
 
ปวดแสบปวดร้อน ยิ่งกว่า แหวะเนื้อ แล้วเอาเกลือทา ด้วยการไปเอา พระองค์เจ้าอานันทมหิดล ขึ้นมาเป็นพระมหากษัตริย์
 
ทำเอาเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง แทบจะกระอักเลือดตาย 
 
จะไม่ตายยังไงคะ ก็เพราะว่า  พระมารดาของพระองค์เจ้าอานันทมหิดล เป็นสามัญชน ยิ่งกว่าสมเด็จอินทร์อีก
 
หม่อมสังวาลย์ ในเวลานั้น ก็ยังมิได้รับการสถาปนาให้เป็นเจ้า ขณะที่สมเด็จอินทร์ได้รับการสถาปนาเป็น เจ้า เป็นถึงพระบรมราชินีเรียบร้อยแล้ว ถ้าพระโอรสประสูติออกมา ก็ถือว่าเป็นลูกของ พระราชินี  
 
 
หม่อมสังวาลย์ ชาติกำเนิด ก็ยังเทียบ สมเด็จอินทร์ไม่ได้ด้วยซ้ำ อย่างสมเด็จอินทร์ หรือ คุณประไพ สุจริตกุล ถึงไงก็เป็นลูกของเจ้าพระยาสุรรมมนตรี สุจริตกุล ซึ่งก็เป็นลูกพี่ลูกน้อง กับ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีพระบรมราชินีนาถ ถึงจะเป็นสามัญชน แต่ก็มาจากตระกูลขุนนาง ที่มีชาติมีตระกูล มิใช่ลูกชาวบ้าน ตาสี ตาสาธรรมดา และยังเป็นพระญาติกับ สมเด็จพระอัครมเหสีของรัชกาลที่ 5 อีกถึง 3 พระองค์ 
 
ขณะที่ หม่อมสังวาลย์ ในเวลานั้น
 
ชาติกำเนิด คือ เด็กหญิงสังวาลย์ เด็กหญิงชาวบ้านธรรมดาๆ ลูกของ นายชู กับ นางคำ  
ไม่ได้มาจากตระกูลขุนนางใดๆเลย เด็กหญิงสังวาลย์ เข้ามาเป็น นางข้าหลวงชั้นสอง ถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็คือ เป็นคนรับใช้ในวัง 
 
คณะราษฎร์ก็รู้ ทำไมจะไม่รู้ว่า พวกเจ้า พวกเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง ไม่ชอบหม่อมสังวาลย์ เพราะรังเกียจ ที่เป็นสามัญชน 
 
ตอนที่คุณสังวาลย์ จะแต่งงานกับเจ้าฟ้ามหิดล พวกชื้อพระวงศ์ชั้นสูงก็คัดค้านเต็มที่ เพราะต้องการให้เจ้าฟ้ามหิดล แต่งงานกับ เจ้า ใน ราชวงศ์จักรีด้วยกัน หาใช่ สามัญชนไม่
 
รังเกียจสามัญชน กันนักใช่ไหม ?
 
ดูถูกสามัญชนกันนักใช่ไหม ว่าต่ำต้อย ?
 
ฝ่ายเจ้า เป็นฝ่าย สูงส่งนักใช้ไหม  ?
 
งั้นดีเลย กูจะให้ สามัญชน อดีต นางข้าหลวง ที่ฝ่ายเจ้า รังเกียจกันนักหนา  ขึ้นมาเป็น พระบรมราชชนนี เป็นแม่ของกษัตริย์เลย 
 
พอทีนี้แหล่ะค่ะ เชื้อพระวงศ์ชั้นสูงทั้งหลาย ก็แทบจะพากันกระอักเลือดตาย เพราะว่าต้องมากราบแทบเท้า สามัญชน 
 
เวรกรรมทันตาเห็น 
 
ไม่ต้องรอชาติหน้าหรอกค่ะเวรกรรม ชาตินี้ก็เห็นๆกันแล้วค่ะ 
 
เวรกรรมมันไม่ไปไหนหรอกค่ะ มันก็วนเวียนอยู่รอบๆนั่นแหล่ะ
 
markpakma

ทำให้ผมนึกถึงพระเจ้าตาก

 
Gunfire

น่าจะมีรูปวังที่ริมคลองบางหลวง(ถ้าจำไม่ผิด)หรือซอยวัดนวลนรดิศให้ดูบ้าง เพราะผมเคยเห็นตอนเด็ก อยากระลึกความหลังเก่าๆนิดหน่อย

 
สิริวรีสุดอาลัย

ใช่วังนี้รึป่าวคะ ไปเห็นใน facebook มา

https://www.facebook.com/nualalumni/posts/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0...

 
สิริวรีสุดอาลัย

เมื่อวานมีสมาชิกบางท่านที่เวปพันทิพถามมา

ก่อนที่กระทู้จะโดนลบและดิฉันถูกแบนไม่สามารถเขียนได้อีก ในนามแฝงหมายเลขหนึ่ง

ดิฉันจึงจะมาขอตอบที่นี่ และได้แจ้งไปแล้วว่า ถ้าใครต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นก็ขอให้มาที่นี่

เพราะเวปพันทิพห้องสมุด ดูแล้วไม่มีทางผ่าน conservative เกินไป

สมัครใหม่ไปก็เท่านั้น คงจะโดนแบนไปเรื่อยๆ เสียเวลาเปล่าโดยไม่มีประโยชน์อันใด 

เพราะดิฉันยังมีอักหลายเรื่องที่ต้องการจะพูด จะเขียน

 

ถ้าใครต้องการแย้งในประเด็นไหน ก็เชิญแย้งได้เลย พร้อมเหตุผลประกอบ 

 

คำถามเมื่อวานก็คือ 

 

ถ้าพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ 6 มีพระประสูติกาล เป็นพระราชโอรส จะเกิดอะไรขึ้น

 

ก่อนอื่นต้องบอกว่า พระนางเจ้าสุวัทนา พระวราชเทวี อดีตเป็นสามัญชนเหมือนสมเด็จอินทร์ แต่ทางราชสำนักดูเหมือนจะรังเกียจมากกว่าสมเด็จอินทร์ด้วยซ้ำ เพราะประวัติชาติกำเนิด ถือว่า ต่ำต้อยมาก ในสายตาของเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงในราชสำนัก 

 

มาดูประวัติคร่าวๆของพระนางก่อน 

 

พระนางเจ้าสุวัทนา ประสูติเป็นสามัญชน ชื่อว่า เครือแก้ว อภัยวงศ์ 

มารดา คือ คุณเล็ก บุนนาค ที่แอบได้เสียกับ พระยาอภัยภูเบศร (เลื่อม อภัยวงศ์)

จนคุณเล็กตั้งครรภ์ บิดาของพระยาอภัยภูเบศร ก็บังคับให้ลูกชายแต่งงานใหม่

กับผู้หญิงที่บิดามองว่า สมน้ำสมเนื้อกัน

และคุณเล็กก็โดนทิ้งขว้าง จนทำให้เธอต้องหนีมาอยู่กับแม่ ทั้งที่ตอนนั้นกำลังอุ้มท้องอยู่ 

 

คุณเล็กให้กำเนิด เด็กหญิง เครือแก้ว อภัยวงศ์ ก็มาแต่งงานใหม่

มีลูกกับสามีใหม่อีกหลายคน ส่วนพ่อก็ตามที่บอกว่าไปแต่งงานใหม่ และมีลูกใหม่

 

ตอนหลัง คุณเครือแก้ว หรือ คุณติ๋ว ก็ได้มีโอกาสเข้ามาในราชสำนัก

และถวายตัวเป็นนางสนม ในรัชกาลที่6 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าจอมก่อน

รัชกาลที่ 6 เปลี่ยนชื่อจาก เครือแก้ว เป็นสุวัทนา  ซึ่งก็คือ จ้าจอมสุวัทนา 

จนกระทั่งเจ้าจอมตั้งพระครรภ์ จึงได้รับการสถาปนา ให้เป็นเจ้า คือ 

พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี 

 

ตอนนั้น พระนางเจ้าสุวัทนา ทรงพระครรภ์แก่ ใกล้มีพระประสูติกาลเต็มที

รัชกาลที่ 6 ก็จวนเจียนสวรรคต

พระองค์ท่านทำพินัยกรรมไว้อย่างชัดเจนว่า ถ้าพระนางเจ้าสุวัทนา

มีพระประสูติกาลเป็น พระราชโอรส ก็ให้พระราชโอรสเป็น พระมหากษัตริย์องค์ค่อไป

โดยให้เจ้าฟ้าประชาธิปก น้องชายแท้ๆของพระองค์ท่าน เป็นผู้สำเร็จราชการ จนกว่าพระโอรสจะบรรลุนิติภาวะ

 

หากเป็นพระราชธิดา ก็ให้น้องชายแท้ๆ คือ เจ้าฟ้าประชาธิปก ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ สืบราชสันตติวงศ์ต่อไป 

ก็อย่างที่ทราบๆกันคือ พระนางเจ้าสุวัทนา ให้ประสูติพระราชธิดา นันก็คือ

เจ้าฟ้าหญิงเพชรรัตน์ราชสุดา สิริโสภาพรรณวดี

ราชบัลลังก์ก็ตกไปเป็นของเจ้าฟ้าประชาธิปก ซึ่งก็คือ รัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว 

ทีนี้ย้อนมาใน คำถามที่ว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพระนางเจ้าสุวัทนา ให้ประสูติพระราชโอรส หมายความว่าหากเจ้าฟ้าเพชรรัตน์เป็นพระโอรสจะเกิดอะไรขึ้น 

ในมุมมองการวิเคราะห์ของดิฉันก็คือ

พระราชโอรสองค์นั้น หรือเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ คงต้องมีอันเป็นไปหลังจากนั้นไม่นาน คงไม่มีทางอยู่มาถึงจนอายุ 85 พรรษา 

เพราะทางราชสำนักที่เต็มไปด้วยขุนนางฝ่ายอนุรักษ์นิยม อภิรัฐมนตรี

ที่แทบไม่มีใครสนับสนุนพระนางเจ้าสุวัทนาเลย

บรรดาเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง ก็รังเกียจ เกลียดชัง ที่พระนางมีชาติกำเนิดที่ต่ำต้อย

ถึงพระนางจะได้รับการสถาปนาเป็นพระวรราชเทวี ก็แทบไม่มีใครยอมรับตำแหน่งนั้น

เขื้อพระวงศ์ชั้นสูงก็ถือองค์ว่า ฉันเป็น เจ้าแท้ ส่วนพระนางเป็นแค่ เจ้า เทียม  

ประวัติกำพืดเดิม ก็โดนขุดรากขึ้นมาด่าประจาน แบบชนิดที่เรียกว่า ไม่มี ชิ้นดี

หลังจากที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ผู้เป็นพระบรมราชสวามี ที่เหมือน ต้นโพธิ์ ต้นไทร เสด็จสวรรคต

ไม่มีใครเกรงใจพระนางอีกต่อไป

โถ่ นางเครือแก้ว อ่ะเหรอ ก็แค่ผู้หญิงไม่มีสกุณรุนชาติ มาจากครอบครัวที่แตกแยก

พ่อไปทาง แม่ไปมาง พ่อก็ไปมีเมียใหม่ แม่ก็ไปมีผัวใหม่ โดนพ่อทิ้งตั้งแต่อยู่ในท้อง

พ่อก็ไม่เคยมาเหลียวแล นางเครือแก้ว ต้องอยู่อย่างตามมีตามเกิดกับยาย เพราะนางเล็กก็ตายตั้งแต่เครือแก้วยังเด็ก 

พระนางโดน กรีดยับ จากเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงในสมัยนั้น

แต่พระนางก็เป็นคนมีความอดทนสูง เป็นคนที่เจียมเนื้อเจียมตัว

ยอมรับสภาพว่า พระนางก็เป็นสามัญชนมาก่อนจริงๆ ไม่เคยตอบโต้อันใด 

บางทีมีเจ้าระดับ หม่อมเจ้า หรือ พระองค์เจ้า มาเยี่ยม เจ้าฟ้าเพชรรัตน์ในตำหนัก

เจ้าองค์นั้นก็จะใช้ สายตา วางอำนาจ ข่มให้พระนางเจ้าสุวัทนา ต้องมา กราบ  แทบพระบาท

ซึ่งอันที่จริงแล้ว เจ้าองค์นั้นตามลำดับโปเจียม จะอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่า

แต่ทว่า ถือองค์ ว่าเป็นเจ้าแท้ แต่แรกประสูติ ขณะที่พระนางเจ้าสุวัทนา เป็นเจ้าเทียม เพราะมีชาติกำเนิดเป็นสามัญชน 

คนในราชสำนักสมัยก่อน จะถือ เรื่อง ชาติกำเนิด เป็นเรื่องที่สำคัญมาก   

พระนางเจ้าสุวัทนา ซึ่งเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน

ก็ต้องยอมไปกราบเท้า เจ้าองค์นั้น เพื่อตัดปัญหา

พวกบรรดาข้าราชบริพารของพระนางเจ้าสุวัทนา ก็น้ำตาไหลไปตามๆกัน

ที่เห็นเจ้านายตัวเองที่มีพระยศสูงกว่า ต้องไปกราบเท้า เจ้า ที่มีพระยศต่ำกว่า  

พระนางเจ้าไม่มีใครเป็นพวก หัวเดียวกระเทียมลีบ ท่ามกลาง ผู้ทรงอำนาจมากมาย ในราชสำนัก

แล้วจะเอาอะไรไปสู้ 

ใครจะมายอมให้อดีตสามัญชน ที่ทางราชสำนักถือว่า ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่มีชาติสกุณ

ขึ้นมาเป็นแม่ของพระมหากษัตริย์ 

ตำแหน่ง สมเด็จพระบรมราชชนนี ถือว่าเป็นตำแหน่งที่ใหญ่มาก ใหญ่กว่าเจ้าฟ้าอีก

ถ้าได้อยู่ในตำแหน่งนั้น อีกหน่อยเมื่อพระโอรสทรงเติบใหญ่ และแต่งงานมีพระโอรสอีก

ก็เป็นอันว่า ฐานอำนาจของพระนางเจ้าสุวัทนา ก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีก

และการสืบราชสันตติวงศ์ ก็จะมาจากสาย สามญชน นั่นก็คือ คุณ เครือแก้ว

หรือ พระนางเจ้าสุวัทนา ซึ่งเรื่องนี้ ทางเจ้าแท้ เชื้อพระวงศ์ชั้นสูง ยอมไม่ได้แน่ 

คำตอบสั้นๆก็คือ ถ้าพระนางเจ้าสุวัทนา มีพระประสูติกาลพระโอรสในเวลานั้น

พระโอรสก็คงโดนปลงพระชนม์แน่นอน 

เรื่องแบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในราชวงศ์อื่นๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ประการใด  

 
สิริวรีสุดอาลัย

เจ้าฟ้าเพชรรัตน์ เจ้าองค์นี้ไงคะที่สิ้นพระชนม์ไปเมื่อปี 2554 หรือ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว

ทุกคนคงยังจำกันได้นะคะ ที่ตอนหลังออกงานจะนั่งอยู่บนรถเข็น ใส่แว่นดำ

และ พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีในรัชกาลที่ 6 ที่หลายท่านอาจจะยังจำกันได้

 
สิริวรีสุดอาลัย

กระทู้นี้คงไม่มีอะไรจะต่อแล้วกระมังคะ ก็คงปล่อยให้ตกไป

กระทู้หน้าอยากจะพูดถึง การเสด็จทิวงคตอย่างมีเงื่อนงำของเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาท 

ที่ว่ามีการโดนวางยาพิษ พระองค์เป็นรัชทายาทหมายเลขหนึ่งในเวลานั้น ของรัชกาลที่ 6

เพราะว่าเป็นน้องชายแท้ๆองค์รอง ต่อจาก รัชกาลที่ 6 

ถ้าไม่โดนวางยาพิษ ก็จะต้องได้ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์องค์ต่อไป

เรื่องผลประโยชน์ การแย่งชิงราชบัลลังก์ ไม่เข้าใครออกใคร

ในเมื่อคนจะขึ้นนั่งราชบัลลังก์ได้ มีเพียงหนึ่งเดียว ก็จำต้องกำจัดทิ้ง ทั้งที่ใจอาจจะไม่อยากทำ