ลุกลาม !!! กลายเป็นศาลจิงโจ้

ลุกลาม !!! กลายเป็นศาลจิงโจ้

23 องค์กรนักศึกษา มหา’ลัยทั่วประเทศ ยก 5 เหตุผลวิชาการ ไม่เห็นด้วยคำวินิจฉัยศาลรธน.

23 องค์กรนักศึกษา มหา'ลัยทั่วประเทศ ยก 5 เหตุผลวิชาการ ไม่เห็นด้วยคำวินิจฉัยศาลรธน. (matichon.co.th)

23 องค์กรนักศึกษา มหา’ลัยทั่วประเทศ ยก 5 เหตุผลวิชาการ ไม่เห็นด้วยคำวินิจฉัยศาลรธน. ยืนยัน 10 ข้อเสนอ จะทำให้สถาบันยืนยงสถาพร เคียงคู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างสง่างาม

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่แถลงการณ์ร่วม 23 องค์กรนิสิต นักศึกษา เรื่อง ปฏิเสธคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ โดยระบุช่วงหนึ่งว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้อ่านคำวินิจฉัยคำร้องของ คุณณฐพร โตประยูร ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 กรณีการปราศรัยการชุมนุมทางการเมืองในปลายปี พ.ศ.2563 ของผู้ถูกร้องทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ คุณอานนท์ นำภา, คุณภาณุพงศ์ จาดนอก และคุณปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ว่าเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัย ระบุว่า “การชุมนุมและ การปราศรัยของผู้ถูกร้องทั้งสามมีเจตนาทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์โดยชัดแจ้ง เป็นการกัดกร่อนบ่อนทำลายการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นการปลุกระดมก่อให้เกิดความวุ่นวายและความรุนแรงในสังคม เป็นการกระทำใดๆ ที่มีเจตนาเพื่อทำลาย หรือเพื่อทำให้สถาบันกษัตริย์ต้องสิ้นสลายไป ไม่ว่าด้วยการพูด การเขียน หรือการกระทำต่างๆ เพื่อให้เกิดผลเป็นการบ่อนทำลาย ด้อยคุณค่า หรือทำให้อ่อนแอลง ย่อมแสดงให้เห็นถึงเจตนาเพื่อล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์

ผู้ถูกร้องทั้งสามใช้สิทธิเสรีภาพแสดงความคิดเห็น โดยไม่สุจริต มีเจตนาซ่อนเร้นเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข มิใช่ปฏิรูป ศาลรัฐธรรมนูญสั่งการให้ผู้ถูกร้องทั้งสาม รวมทั้งกลุ่มองค์กรเครือข่ายเลิกการกระทาดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต” นั้นองค์กรนักศึกษาทั้ง 18 แห่ง ขอปฏิเสธกระบวนการไต่สวนที่ไม่เป็นธรรมและคำวินิจฉัยของศาล โดยขอยืนยันว่า 10 ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ของผู้ถูกร้องทั้งสามนั้น เป็นข้อเสนอที่จะทำให้ สถาบันพระมหากษัตริย์ของราชอาณาจักรไทยคงอยู่สถาพรในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างสง่างาม สมกับพระเกียรติยศที่สมเด็จบูรพกษัตริยาธิราชเจ้าทรงดำรงไว้ตั้งแต่ครั้งอดีต ผู้ถูกร้องทั้งสามและผู้ชุมนุมเพียงหวังให้สถาบัน พระมหากษัตริย์ของเรา ปราศจากมลทินและข้อครหาที่จะทำให้พระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์ เสื่อมเสีย นำมาสู่เหตุผลห้าประการในการขอปฏิเสธกระบวนการไต่สวนและวินิจฉัยของศาล ดังนี้

ประการแรก ผู้ถูกร้องทั้งสามท่านมิได้รับโอกาสขอไต่สวนเพิ่มเติมจากศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อสู้คดีและแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อศาล ด้วยการสั่งงดการไต่สวนโดยอ้างว่าพยาน หลักฐาน ข้อเท็จจริงเพียงพอต่อการวินิจฉัยแล้ว อีกทั้ง ศาลรัฐธรรมนูญยังยกคาร้องขอเบิกตัวคุณอานนท์ นำภา และคุณภาณุพงศ์ จาดนอก ซึ่งขณะนี้ทั้งสองท่าน ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ฉะนั้น จึงมิอาจเรียกได้ว่ากระบวนการไต่สวนในครั้งนี้ เป็นกระบวนการอันสถิตไว้ซึ่งความยุติธรรม

ประการที่สอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น ยึดถือหลักการที่สาคัญที่สุด ประการหนึ่ง คือ The king can do no wrong พระมหากษัตริย์จะทรงกระทำผิดมิได้ พระองค์จะทรงมีพระราชอำนาจในการกระทำอันใดจำกัดเท่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เนื่องจากพระมหากษัตริย์จะต้องทรงดำรงพระองค์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและดำรงพระราชสถานะเป็นประมุขของประเทศ ดังนั้น การวิพากษ์วิจารณ์ จุดมุ่งหมายมิใช่เพื่อหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  หากแต่เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและถกเถียงถึงมูลเหตุ ช่วยส่งเสริมให้สถาบันพระมหากษัตริย์ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยธำรงไว้อย่างมั่นคง และสมพระเกียรติยศ

ประการที่สาม ถ้อยวลีของคำว่า “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ในประเทศไทยนั้น ถูกปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492 อันเป็นผลพวงมาจากการรัฐประหารปี พ.ศ. 2490 ดังนั้น เหตุผลการวินิจฉัยของศาลที่อ้างว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 ได้บัญญัติ ให้เรียกระบอบการปกครองว่า “เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” จึงไม่อาจเชื่อถือได้

ประการที่สี่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของ ปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด เพียงแต่ผู้ใช้อำนาจนั้นคือ พระมหากษัตริย์ ผ่านกลไกภายใต้รัฐธรรมนูญ มิได้สะท้อนว่าอำนาจ อธิปไตยเป็นของพระมหากษัตริย์ ดังนั้น เหตุผลการวินิจฉัยของศาลที่อ้างถึงประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของไทยตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัยจึงไม่สมเหตุสมผล

ประการสุดท้าย การเคลื่อนไหวทางการเมืองและการชุมนุมของผู้ถูกร้องและประชาชนชาวไทยในช่วงเวลาที่ผ่านมา เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมอันได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ปราศจากเจตนาที่จะล้มล้างการปกครองของประเทศ มิใช่เป็นการกระทำอันก่อให้เกิดการรัฐประหาร เฉกเช่นในอดีตที่ผ่านมา

กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อเยาวชน ภาคเหนือตอนล่าง
กลุ่มนิสิต พรรคชาวดิน
คณะกรรมการกลางบริหาร องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (10 ตําแหน่ง)
แนวร่วมนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามเพื่อประชาธิปไตย
พรรคก้าวใหม่
พรรคโดมปฏิวัติ
พรรคป๋วยก้าวหน้า
พรรคเสรีธรรมศาสตร์
พรรคแสงโดม
สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
สภานักศึกษา องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี
สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สโมสรนักศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
สโมสรนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร
องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
องค์การบริหาร องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
องค์การบริหาร องค์การนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2

18 ความเห็น

 
ICT
ยุบ พรรคการเมือง กำจัด เพื่อไทย ก้าวไกล อาวุธลับ ที่ ‘ไม่’ ลับ

ยุบ พรรคการเมือง กำจัด เพื่อไทย ก้าวไกล อาวุธลับ ที่ ‘ไม่’ ลับ (matichon.co.th)

คอลัมน์หน้า 3 : ยุบ พรรคการเมือง กำจัด เพื่อไทย ก้าวไกล อาวุธลับ ที่ ‘ไม่’ ลับ

หากติดตามการเคลื่อนไหวไม่ว่า นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ไม่ว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา ในบทบาทของ
“นักร้อง” ทางการเมือง

ก็สัมผัสได้ใน “ฝัน” อันดำรงอยู่

เป็นความฝันอันมาจาก “ภายใน” ของรัฐบาล ทั้งที่เป็นพรรคพลังประชารัฐ ทั้งที่เป็นพรรคภูมิใจไทย
ทั้งที่เป็นพรรคประชาธิปัตย์

ต้องการให้เกิด “ไทยรักษาชาติ” เกิด “อนาคตใหม่” ขึ้นอีก

เพราะว่าเป้าหมายของประดา “นักร้อง” ทั้งหลาย ล้วนมุ่งหน้าสาดน้ำร้อน สาดน้ำเย็นเข้าใส่หากมิใช่ “เพื่อไทย” ก็ต้องเป็น “ก้าวไกล”

อยากให้ “ก้าวไกล” เป็นเหมือน “อนาคตใหม่”

ขณะเดียวกัน อยากให้ชะตากรรมของ “เพื่อไทย” ก้าวไปตามรอยของ ไทยรักไทย พลังประชาชน และไทยรักษาชาติ

ความคิด “ยุบพรรค” จึงยังเป็น “ฝัน” บรรเจิด

อย่าได้แปลกใจหากคล้อยหลังการปรับโครงสร้างของพรรคเพื่อไทยปรากฏขึ้นอย่างมากด้วยสีสันในการประชุมใหญ่ที่จังหวัดขอนแก่น

สายตาก็จ้องมองไปยัง “ผู้อำนวยการพรรค”

ยิ่งรู้ว่า นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี จากกลุ่ม “แคร์ คิด เคลื่อน ไทย” คือผู้มีบทบาทเป็นอย่างสูงในการเสนอโครงสร้างใหม่ที่เยาวเรศรุ่นเจริญศรี

กวาดต้อน “เบบี้บูมเมอร์” ไปอยู่บน “แทน”

ไม่ว่า นายเสนาะ เทียนทอง ไม่ว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ล้วนดำรงอยู่ในชุดของคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง

ยิ่งทำให้พยายามหาจุดอ่อนจาก

“ผู้อำนวยการพรรค”

เมื่อตระหนักว่า นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เคยต้องโทษทางการเมืองและถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลายาวนานถึง 10 ปี

จึงประเมินว่าน่าจะเป็น “จุดอ่อน” ในการเข้า “โจมตี”

สภาพการณ์ที่พรรคเพื่อไทยกำลังประสบจึงแทบไม่แตกต่างไปจากสภาพการณ์ที่พรรคก้าวไกลถูกกระหน่ำฟาดอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะจาก “พลังประชารัฐ” ไม่ว่าจะจาก “ไอโอ”

พยายามลากโยงการเคลื่อนไหวของเยาวรุ่น รุ่นใหม่ใน “คณะราษฎร” ประเภททะลุฟ้า ทะลุแก๊ซ ให้เป็นเรื่องเดียวกันกับ “ก้าวไกล”

ถึงขั้นกระหน่ำด้วยกระบองยักษ์ “ล้มล้าง” เข้าไป

โทษานุโทษของพรรคก้าวไกลจึงถูกจัดระเบียบให้ละม้ายเหมือนกับกรณีของพรรคไทยรักษาชาติอย่างชนิดก้าวต่อก้าว

ยิ่ง “เพื่อไทย” และ “ก้าวไกล” มีคะแนนและความนิยม

ยิ่งทำให้กระบอกตาของนักการเมือง “เฒ่า” ทั้งหลาย ไม่ว่าในพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าในพรรคประชาธิปัตย์กระบอกตาร้อนผ่าว

และเร่งวันเร่งคืนให้มีการยุบพรรคตามมา

หากย้อนกลับไปศึกษาบทเรียนจากการยุบพรรคไทยรักไทย หากย้อนกลับไปศึกษาบทเรียนจากการยุบพรรคอนาคตใหม่

แล้วเกิด “เพื่อไทย” และ “ก้าวไกล” ตามมา

สะท้อนให้เห็นว่า บทเรียนเหลานี้แทบมิได้มีความหมายอะไรเลยกับ “เฒ่า” ซึ่งคิดว่ามีความจัดเจนและคร่ำหวอดในทางการเมือง

 

 

ยังคิดว่า “การยุบพรรค” จะยังเป็น “อาวุธ” สุดวิเศษ

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
‘ณัฐวุฒิ’ ฉายภาพประเทศยังวิกฤตขัดแย้ง-สถานการณ์ยิ่งละเอียดอ่อน

'ณัฐวุฒิ' ฉายภาพประเทศยังวิกฤตขัดแย้ง-สถานการณ์ยิ่งละเอียดอ่อน (matichon.co.th)

วันที่ 11 พ.ย. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเกิดข้อถกเถียงทั้งในทางหลักการและข้อกฎหมายในวงกว้าง แม้การมีผลผูกพันทุกองค์กรทำให้ประเมินสถานการณ์กันไปต่างๆ แต่ภาพใหญ่ที่มองเห็นคือประเทศยังอยู่ในวิกฤตความขัดแย้ง และสถานการณ์จะยิ่งแหลมคมละเอียดอ่อน

ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าความเคลื่อนไหวของคนหนุ่มสาวไม่มีเจตนาล้มล้างสถาบัน จุดยืนส่วนตัวก็ประกาศชัดว่าความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติของทุกสังคม ปลายทางคือทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างถูกหลัก ถูกที่ ถูกทาง ไม่ต้องทำลายล้างกัน

ที่ห่วงใยคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นและผลกระทบหลังจากนี้ ในความขัดแย้งยาวนานต่อเนื่องและมีพัฒนาการเป็นการต่อสู้ของยุคสมัย การหยุดยั้งเด็ดขาดต่อพลังที่กำลังเติบโตด้วยอำนาจตุลาการเช่นนี้ จะส่งผลให้ทุกอย่างสงบราบเรียบ หรือเกิดกลายเป็นสถานการณ์ใหม่ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

ตามกฎหมายที่มีอยู่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นข้อยุติ แต่ในทางการเมืองยังเป็นเรื่องยาว ฝ่ายผู้มีอำนาจควรแสดงความจริงใจต่อการแก้ปัญหา ถ้ากำลังคิดต้องหยุดคิดซ้ำเติมเด็กจากเรื่องนี้ ในทางกลับกันน่าจะถึงเวลาที่ต้องเปิดใจ เปิดพื้นที่พูดคุยกันอย่างจริงจังเพื่อหาจุดลงตัวในการอยู่ร่วมกัน

คนหนุ่มสาวอยู่ในสถานการณ์บอบช้ำและยากลำบาก คนเป็นผู้ใหญ่ไม่ควรออกลายของผู้ล่า กระหยิ่มใจจะไล่บี้คนรุ่นนี้ซึ่งจะเติบโตเป็นอนาคตของชาติให้แหลกยับ

ถ้าลูกทำสิ่งที่พวกเขาคิดด้วยพลังบริสุทธิ์ แม้วันนี้ถูกตัดสินว่าผิดแต่ไม่แน่ว่าจะถูกให้ความหมายใหม่ในวันต่อไป คนเป็นพ่อแม่ต้องคิดช่วยลูก ร่วมแก้ปัญหากับลูกไม่ใช่คิดจะตีซ้ำ

ที่ประกาศจะยื่นเรื่องนั่นนี่ต่อควรเพลาลงบ้าง การแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มก็ควรชะลอก่อน ที่เด็กโดนกันอยู่ก็หนักหนาเกินพอแล้ว และควรหาทางเอาพวกเขาออกจากคุกโดยเร็วที่สุด อย่าคิดว่านี่เป็นชัยชนะเพราะหนุ่มสาวเหลือเวลาเห็นโลกยาวกว่า เราไม่มีทางรู้ได้ว่าถึงวันนั้นจะเป็นอย่างไร

รัฐบาลจากการทำรัฐประหารล้มล้างการปกครองและสืบทอดอำนาจจนปัจจุบันควรแสดงสำนึก คำวินิจฉัยต่อคนหนุ่มสาวเรื่องนี้แท้จริงควรเป็นของใคร

ขบวนการคนหนุ่มสาวมีโจทย์ใหญ่และยาก รู้ว่าหัวใจยังต่อสู้แต่คงต้องคิดและประเมินสถานการณ์โดยละเอียดรัดกุม สรุปและถอดบทเรียนที่ผ่านมา ความเจ็บปวดโกรธเกรี้ยวไม่ใช่เข็มทิศ

ส่วนศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์อีกบรรทัด เพราะบทบาทและคำวินิจฉัยที่ผ่านมามีนัยสำคัญอย่างต่อเนื่อง การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ใช้กฎหมายย้อนหลังตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ปลดนายกฯสมัครจากรายการทำอาหาร ฯลฯ

 

น่าประหลาดที่ยิ่งวินิจฉัยความขัดแย้งก็ยิ่งลุกลามบานปลาย ทั้งที่ใครๆ ก็ทราบว่าเป็นความยุติธรรมแท้ๆ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    1
 
ICT

ชาวเน็ตแห่หนุน ‘ณวัฒน์’โพสต์จะรับคำท้า ‘ปารีณา’ลงสมัครส.ส.ราชบุรีสมัยหน้า!

ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์สนับสนุน “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ปมโพสต์จะรับคำท้า “ปารีณา ไกรคุปต์” ลองลงสมัครผู้แทนราษฎรราชบุรีสมัยหน้า

11 พฤศจิกายน 2564

13:00 น.

ทั่วไทย-กทม.

จากกรณี เมื่อช่วงกลางเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ออกมาโพสต์ข้อความกล่าวถึง นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล พิธีกรชื่อดังและผู้ก่อตั้งเวทีการประกวดระดับนานาชาติ มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ท้าให้ลงสมัครเป็นนายกฯ หรือ มาแข่งสมัครกับตนเอง ท้าเลยว่าได้คะแนนไม่เกิน 300 แน่นอน พร้อมบอกอีกว่า “ณวัฒน์ถ้ากลับมาราชบุรี นอกจากจะไม่มีใครขอถ่ายรูปแล้ว อาจเจอปาไข่ รองเท้า หรือขี้ใส่ปาก” เช่นกัน จนกลายเป็นประเด็นดุเดือดที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ไม่น้อยนั้น

 

ล่าสุด นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ได้ออกมาแชร์ข่าว หลังศาลฎีกามีมติ เสียงข้างมาก สั่ง ปารีณา หยุดปฏิบัติหน้าที่กรรมาธิการวิสามัญงบประมาณปี 2565 เนื่องจากการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 เป็นหน้าที่ของสภาฯ การทำหน้าที่กรรมาธิการวิสามัญ จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างหนึ่งของ ส.ส. ดังนั้น เมื่อผู้คัดค้านยังเป็น ส.ส. แต่อยู่ระหว่างหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่อาจปฏิบัติหน้าที่กรรมาธิการได้

 

โดยได้ระบุแคปชั่นด้วยว่า “อ่านเหตุผลของการรุกป่าแล้วน่าเห็นใจ หรือสมัยหน้าผมจะลองลงสมัครผู้แทนราษฎรราชบุรีเพราะมีคนเคยท้าผมไว้ ถ้าผมลงจะมีใครเลือกผมมั้ยครับขอเสียงหน่อย เครดิตตามในภาพ”

งานนี้หลังจาก นายณวัฒน์โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กไปได้ไม่นาน ต่างก็มีช่าวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น พร้อมทั้งพิมพ์คอมเมนต์สนับสนุนให้นายณวัฒน์ลงสมัครผู้แทนราษฎรราชบุรีกันเป็นจำนวนมาก..

 

ขอบคุณภาพประกอบ : ณวัฒน์ อิสรไกรศีล – Mr.Nawat Itsaragrisil

... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/465326/

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT
Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์) ได้เพิ่มรูปภาพใหม่
1 ชม.  · 
 
ศาลรัฐธรรมนูญถูกแฮกเว็บไซด์ เปลี่ยนหน้าแรกเป็นเพลง Guillotine (It goes Yah)
11 พ.ย. - ศาลรัฐธรรมนูญถูกแฮกเว็บไซด์ www.constitutionalcourt.or.th โดนแฮกเกอร์เข้าไปเปลี่ยนหน้าแรกเป็นเพลงกิโยติน หรือ Guillotine (It goes Yah) ของแร็ปเปอร์ที่ชื่อว่า Death Grips นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนชื่อเว็บไซต์เป็น Kangaroo Court (ศาลเตี้ย) ด้วย
ไม่มีแฮกเกอร์กลุ่มไหนแถลงว่าเป็นผู้ก่อเหตุ และมีวัตถุประสงค์อย่างไร
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำพิพากษาโดยไม่มีการไต่สวนรุ้ง - อานนท์ - ไมค์ และตัดสินว่าคำปราศรัย 10 ข้อเพื่อปฏิรูปสถาบัน คือการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมสั่งให้ทั้งสามคน รวมทั้งองค์กรเครือข่าย ยุติการกระทำดังกล่าวที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
หมายเหตุ - ภาพประกอบจากมิวสิควีดีโอบนเว็บศาลรัฐธรรมนูญ
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน
 
 
 
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT
00 MCOT HD 30 TMS 16 TNN TNN รุกต่อ! ยุบ "ก้าวไกล""
 
มึงเอาไปพรรคเดียวเลยใหม....ไม่ต้องมีละพรรคเห็นต่าง....สรุปว่าประเทศนี้ปกครองด้วยระบอบอะไรครับ..อ้างประชาธิปไตย อ้างรัฐธรรมนูญ #แต่การกระทำพฤติกรรมกระกระทำและปัจเจกต่างๆตั้งแต่พวกนี้เข้ามามันคือการล้มล้าง แบบค่อยๆล้างไปทีละขั้นไปทีละตอน ใช่ใหม ถ้าผมพูดไม่จริงเถียงผมมาครับ...ไม่ใหวแล้ว พวกมึงบีบให้คนไม่มีทางเลือกเลยเลวนรก
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    1
 
ICT
ข้อมูลความรู้ว่าด้วย "ศาลจิ้งโจ้"
อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า "WAy brief. รู้จัก Kangaroo Court 'soeจoงโ้' ที่ความยุติธรรมกระโดดไปมา"
 
รู้จัก Kangaroo Court
‘ศาลจิงโจ้’ ที่ความยุติธรรมกระโดดไปมา
‘kangaroo court’ หรือ แปลตรงตัวก็คือศาลจิงโจ้ ไม่ใช่การพิจารณาคดีข้อพิพาทระหว่างจิงโจ้แต่อย่างใด หากแต่คือ ‘ศาลเถื่อน’ อันหมายถึงศาลที่ไม่ดำเนินการพิจารณาคดีโดยคำนึงถึงหลักกฎหมายหรือหลักความยุติธรรม ส่วนใหญ่จะเป็นการตั้งขึ้นมาทำงานเฉพาะกิจ
สำหรับตุลาการของศาลประเภทนี้จะถูกเรียกว่า ‘mock justice’ แปลให้วัยรุ่นอาจจะเรียกว่า ‘คอสเพลย์ตุลาการ’
แล้วทำไมถึงต้องเรียกว่าศาลจิงโจ้?
มีข้อสันนิษฐานหลากหลายคำอธิบาย เช่น เกิดจากข้อพิพาทในการขุดทองที่มลรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 1849 โดยมีชาวออสเตรเลียจำนวนมากมาทำงานที่เหมือง จนนำมาสู่การเร่งรีบตัดสินคดีโดยมีเป้าหมายเพื่อจัดการปัญหาข้อเรียกร้องของคนงาน
อีกข้อสันนิษฐานหนึ่งคือ จิงโจ้มีพฤติกรรมกระโดดไปกระโดดมานั้น ให้นัยยะไปถึงการกระโดดย้ายข้างได้เรื่อยๆ หรือกระโดดข้ามหลักการหรือหลักฐานต่างๆ ได้ เป็นกระบวนการพิจารณาที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เช่น สั่งขังจำเลยที่ยังไม่ถูกตัดสินว่ามีความผิด เป็นต้น
ความเป็นไปได้อีกประการคือ สมมุติฐานที่ว่าวลีนี้อาจหมายถึงกระเป๋าของจิงโจ้ ซึ่งหมายความว่าศาลอยู่ในกระเป๋าของใครบางคนที่คอยบงการ
อย่างไรก็ตามยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าคำคำนี้เริ่มใช้ขึ้นเมื่อใด คนทั่วไปมักเชื่อว่ามาจากศาลอาญาในดินแดนอาณานิคมของอังกฤษอย่างออสเตรเลีย กระนั้นในพจนานุกรมอ็อกซ์ฟอร์ดได้อ้างถึงการปรากฏครั้งแรกของคำจาก Philip Paxton สิ่งพิมพ์ท้องถิ่นของมลรัฐเท็กซัส สหรัฐ ในปี 1853
ดูเหมือนว่าศาลจิงโจ้นี้จะถูกใช้อย่างมากในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 โดยเฉพาะในกรณีที่ศาลกลายเป็นเครื่องมือการปกครองของรัฐบาลนาซี ในเยอรมนี และกรณีของสตาลิน ในโซเวียต
กระนั้นในช่วงหลังคำนี้ถูกนำมาใช้กับเรียกศาลที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมาถาวรก็ได้ แต่คุณสมบัติดีเด่นไม่แพ้กันคือไม่สนใจหลักกฎหมายหรือจรรยาบรรณวิชาชีพใดๆ และที่สำคัญมีการตั้งธงการตัดสินเอาไว้ล่วงหน้า เราอาจจะเห็นได้จากทิศทางของรัฐบาลอำนาจนิยมในหลายประเทศ รัฐบาลเหลานี้มักใช้อำนาจกดขี่ผ่านกฎหมาย โดยมีศาลทำหน้าที่ไล่ล่ากำจัดศัตรูทางการเมืองและรักษาตำแหน่งของพวกพ้องตนเอง
ถ้าจิงโจ้เป็นอุปมาที่น่ารักไป อาจใช้คำว่า ‘นิติสงคราม’
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT
 
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และ ข้อความพูดว่า "เค้าไม่ได้สอนให้เรารักกัน เค้าสอนให้คนที่รักเค้า เป็นศัตรูกับคนที่ ไม่ได้รักเค้าต่างหาก ไฟกัส จิระกุล ดารานักแสดงชื่อดัง โพสต์ไอจี ระบุข้อคิดจากซีรีส์เรื่องหนี 24 ตุลาคม 2563 การพอน์ไทย คนเห็นต่างคือผิด ต่าง คนที่เห็นด้วยกับเค้า ที่เห็น เค้า คือ"สลิ่ม"เท่านั้นที่ ไม่ผิด.นี่คือประเทศ กะลาแลนด์."
 
. มีคำสอนว่าอะไรที่เริ่มมาจากบาป แล้วหวังให้จบสวัสดีมีบุญเป็นกำไร ไม่มีในโลก ถ้าเขาเหลานั้นยังประพฤติอยู่ในสันดานเดิม ไม่ละชั่วแล้วประพฤติดีฯ
คนชั่วทำความดีได้ยาก คนชั่วทำความชั่วได้ง่ายกว่า
คนดีทำความชั่วได้ยาก คนดีทำความดีได้ง่ายกว่า.
(พุทธพจน์)
คนชั่วหยิ่งยะโส ไม่เชื่อกรรมไม่เชื่อผลของกรรม ยกตนเสมอคำสอน เห็นอำนาจตนเหนือกว่ากฎแห่งกรรม ทำไปตามความเชื่อตน เดินทวนกระแสบาปวันแล้ววันเล่า ความชั่วมีโคนเป็นพิษปลายหวาน ความว่า ชั่วเริ่มมาจากการทำลายคุณความดี ยิ่งทำก็ยิ่งด้านไร้ความละอาย เพลินความชั่วเฉลิมฉลองว่านี่คือชัยชนะ นั่นแหละคือปลายหวาน ?
ชั่ว ! โคนเป็นพิษปลายหวาน!
ขอบคุณกับภาพครับ
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT
 
38 10/11/2564 BE Twitter for iPhone"
 
อ.ประจักษ์ พูดได้ถูกต้องที่สุดครับ
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT
 
 
Kangaroo Court
ศาลที่ละเลย หรือบิดเบือนหลักการทางกฎหมาย และความยุติธรรม ดังนั้นจึงได้ชื่อว่า Mock Justice ( ยุติธรรมกำมะลอ )
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
 
เหมือนเขาจะบอกเราว่า การเปลี่ยนแปลงโดยสันติวิธีจะทำไม่ได้ แต่จะต้องยกพวกถือปืนมาเหมือนทหารเท่านั้นจึงจะเปลี่ยนได้
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
 
 
 
ถ้าไม่สู้ก็ไม่ต้องมีพรรคเรา
"ก้าวไกล"แถลงจุดยืน
ส่อโดนยุบหลังคำวินิจฉัย เราจะเคียงข้างกันในวันที่เราแทบล้มทั้งยืน #ขอบคุณพรรคก้าวไกลเลือกข้างยืนข้างประชาชน
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
 
ร่ำเรียนมา ปฎิรูป คือ การปรับ การเปลี่ยน การแก้ไขให้ดีขี้น ไฉน.? กลายเป็นล้มล้าง งง..ดิ
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
อ่างขาง

ประเทศนี้มีศาลด้วย หรือ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
ICT
ไอ้เทือกนี่เอง..ที่ล้มล้างประชาธิปไตย..ก่อนเลือกตั้ง!
ปฎิรูปก่อนเลือกตั้ง = ล้มล้างประชาธิปไตย..ก่อนเลือกตั้ง!!
ควายแก่9ตัว..อย่าเงียบสิ!!
อาจเป็นรูปภาพของ 8 คน และ ข้อความพูดว่า "SMOK METS ย้ำบ ย้ำปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ฏิรูป ก่อน เลือก ตั้ง "เข้าใจแล้ว ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งตอนนั้น เขาหมายถึง ล้มล้างประชาธิปไตย ก่อนเลือกตั้ง สับสนอยู่นานเลย" ปราบดา หยุน นักแสดง ผู้กำ กับภา พฤศจิกายน2564 พฤศจิกาย 2564 รเนอบไทย"
 
 
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
 
ประธานศาลฎีกา ผู้พิพากษาศาลฎีกา อธิบดีทุกศาล ต้องรับรองแต่งตั้งโดยสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากเลือกตั้ง ก่อนปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาทุกคน ต้องให้คำปฏิญานตนต่อสภาว่า ประชาชนคือสิ่งสำคัญสูงสุด จะตัดสินอย่างนิติรัฐของโลกศิวิลัยประชาธิปไตย : Our Dream
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
อ่าน: ศาลไทย มันเปนอาชีพที่ทำรายได้ และร่ำรวย

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน

สิงสา ราสัตว์แหม่มโพธิ์ดำ-อัปเดตข่าวสาร

สุดยอดคำพิพากษา
ในเมืองนิวยอร์ค เมื่อปี ค.ศ. 1935 มีการพิพากษาคดีหนึ่งในยามหัวค่ำอันหนาวเหน็บของเดือนมกราคม หญิงชราคนหนึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีลักขโมยขนมปังหนึ่งก้อน
หญิงชรามีท่าทีเศร้าหมอง และภายใต้ความเศร้านั้นก็มีความละอายแก่ใจอยู่ด้วย คืนนั้น "ฟิโอเรลโล ลากวาเดีย" ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กในขณะนั้นเป็นผู้พิพากษา
ฟิโอเรลโล ถามหญิงชราว่า “คุณขโมยขนมปังไปจริงหรือ?”
หญิงชราก้มหัวตอบอย่างหดหู่ “ฉันขโมยขนมปังจริงๆ ค่ะท่าน”
ผู้พิพากษาถามต่อว่า “เพราะเหตุใดคุณจึงต้องขโมยขนมปัง คุณไม่มีอะไรจะกินหรือ?”
หญิงชราเงยหน้าขึ้นบอกผู้พิพากษา “ใช่ค่ะ ฉันหิวมาก แต่ฉันไม่ได้ขโมยขนมปังไปเพื่อกินเอง ลูกเขยของฉันทิ้งครอบครัวไป ลูกสาวของฉันล้มป่วย หลานสองคนของฉันไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน ฉันไม่อาจทนเห็นหลานตัวเล็กๆ ทนหิวได้”
ห้องพิจารณาคดีเงียบกริบหลังได้ฟังคำอธิบายของหญิงชรา
ผู้พิพากษากล่าวกับหญิงชราว่า “ทุกคนเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย สำหรับข้อหาขโมยขนมปังคุณเลือกเอาว่าจะจ่ายค่าปรับ 10 เหรียญ หรือติดคุกเป็นเวลา 10 วัน”
หญิงชราตอบ “ท่านผู้พิพากษา ฉันยอมรับโทษในทุกสิ่งที่ฉันทำ หากฉันมีเงิน 10 เหรียญ ฉันจะไม่ขโมยขนมปังหรอก ดังนั้นโปรดจำคุกฉันเถิด แต่สิ่งเดียวที่ฉันห่วงคือใครจะดูแลลูกสาวและหลานของฉันในช่วงเวลาที่ฉันติดคุก”
ผู้พิพากษาหยุดคิดพักหนึ่ง แล้วเขาก็ล้วงกระเป๋าหยิบธนบัตรสิบเหรียญขึ้นมาถือในมือ แล้วกล่าวว่า “ผมจะจ่ายค่าปรับให้คุณสิบเหรียญ คุณกลับบ้านไปได้”
ผู้พิพากษาหันไปพูดกับคนที่มาฟังการพิจารณาคดีในที่นั้นว่า “นอกจากนั้น ผมขอปรับทุกคนในห้องนี้คนละ 50 เซนต์ โทษฐานที่พวกคุณเมินเฉยและไร้น้ำใจในสังคม หญิงชราคนนี้ไม่ควรจะต้องขโมยขนมปังเพื่อประทังชีวิตหลานและคนในครอบครัวหากพวกคุณให้การช่วยเหลือเธอ คุณไบลีฟ โปรดเก็บเงินจากทุกคน คนละ 50 เซนต์ แล้วมอบเงินนั้นให้ผู้ต้องหา”
ทุกคนในที่นั้นรวมไปถึงเจ้าของร้านขนมปังที่ฟ้องร้องนำหญิงชรามาขึ้นศาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้มาฟังการตัดสินรู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการจ่ายค่าปรับคนละ 50 เซนต์ พวกเขายอมรับและยืนขึ้นปรบมือชื่นชมผลการตัดสิน
วันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์ลงข่าวการมอบเงินค่าปรับจำนวน 47.5 เหรียญ ให้กับหญิงชราผู้น่าสงสารเพื่อนำไปซื้ออาหารให้ครอบครัว
ผลการตัดสินคดีของผู้พิพากษากระตุ้นให้ผู้คนในสังคมได้เห็นว่า "ทุกคนมีส่วนร่วมในทุกข์สุขของกันและกัน และหากมีอาชญากรรมเนื่องด้วยเรื่องของปากท้องเช่นนี้เกิดขึ้นในชุมชน นั่นก็หมายถึงเราทุกคนมีส่วนเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด"
เราทุกคนต่างเกี่ยวเนื่องกัน หากคนหนึ่งทุกข์ คนอื่นๆ ก็จะทุกข์ตาม เราจะต้องคอยเป็นหูเป็นตาให้กัน เพื่อมิให้มีใครคนใดคนหนึ่งถูกลืมไปจากสังคม
คำพิพากษา เรียบเรียงมาจากเรื่องเล่าส่วนหนึ่งในชีวิตจริงของ "ฟิโอเรลโล ลากวาเดีย" อดีตนายกเทศมนตรีผู้มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับแห่งมหานครนิวยอร์ก แม้แต่สนามบินลากวาเดีย ก็ยังตั้งชื่อตามชื่อท่าน
Cr:Ammy Chumnankit
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT

อาจเป็นรูปภาพของ 8 คน และ ข้อความ

รวมพลังมวลชนร่วมยืนยัน
ปฏิรูป ไม่ได้แปลว่า ล้มล้าง ⚖
ตุลาการต้องเป็นกลาง อย่าได้ฉีกพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน หนังสือต้นแบบของการศึกษาไทย
เพื่อนเราไม่ได้รัฐประหาร ไม่ใช่กบฎ
ไม่ควรโดนกฎหมายที่มีโทษประหารชีวิต
ณ ศาลอาญารัชดา เวลา 16:00 น.
หากใช้คำว่าปฏิรูปสถาบันไม่ได้
เราจะใช้คำว่าต้องปรับปรุงสถาบันกษัตริย์
เหล่าราษฎรมาทวงคืนอำนาจตุลาการด้วยกัน

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1