ลิเกคณะนี้เล่นกันแบบนี้มากว่า 60 ปี ชาวบ้านได้แต่ส่ายหน้า ส่วนแนวรบ"พท." จริงใจหรือไก่กา ???

ลิเกคณะนี้เล่นกันแบบนี้มากว่า 60 ปี ชาวบ้านได้แต่ส่ายหน้า ส่วนแนวรบ"พท." จริงใจหรือไก่กา ???

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/in-the-news/news_4878348

ถอนชื่อออกไปนาทีสุดท้ายจนญัตติล่ม ชาวบ้านส่ายหน้าลิเกคณะประชาธิปัตย์

11 ก.ย. 2563 - 00:30 น.
 
 
 

คอลัมน์ ข่าวข้น คนเข้ม

หนังสือพิมพ์ ข่าวสด กี่ขดไส้ สาวสนอง เสนอนอ ฉบับนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 11 เดือนกันยายน พุทธ ศักราช 2563 แรม 9 ค่ำ เดือน 10 ปีชวด

บรรยากาศสภาผู้แทนราษฎร เปิด อภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติ ร้อนแรงไม่แพ้การ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ชาวบ้านชม พรรคฝ่ายค้าน แทบทุกคนทำหน้าที่ได้ดี ตั้งแต่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ นิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ขณะที่ ฝ่ายรัฐบาล ทำน่าเบื่อ ลุกขึ้นมาสกัด ตีรวนด้วยเรื่องไร้สาระ เปะปะไปถึงเสื้อผ้า หน้าผม และการแต่งตัว

แสบสันต์มิใช่ย่อย “น้ำเมืองร้อยเกิน” นักการเมืองสาวไฟแรง จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ร่ายยาวว่าด้วยความผิดพลาด ไม่รู้จริงในการบริหารด้านเศรษฐกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตบท้ายไล่ลงเวที ด้วยการเขียนใบ ลาออกจาก ตำแหน่ง ฝากประธานที่ประชุมไปให้ นายกรัฐมนตรี ลงนาม ขณะที่ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หวดเรื่องการต่อสัมปทานอีก 40 ปี ส่วนขยาย โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เอื้อเอกชน และความไม่ชอบมาพากลของ จีทูจี ในการจัดซื้อ เรือดำน้ำ ของกองทัพเรือ

ลิเกการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ชาวบ้านมองออก รู้ไส้รู้พุงดี ตอนร่วมรัฐบาลก็ทำเท่ เสนอเงื่อนไขให้แก้ รัฐธรรมนูญ แล้วก็ยื่นอย่างเสียมิได้ในนาม พรรคร่วม เพราะสังคมกดดัน สุดท้ายมีบางฝ่ายในพรรคอยากเล่นนอกบท หวังเรียกมาลัยจากแม่ยก แยกไปลงชื่อร่วมกับ พรรคก้าวไกล ยื่นแก้ตัดอำนาจ ส.ว. สุดท้ายก็ ถอนชื่อ ออกไปในนาทีสุดท้ายจนญัตติล่ม ลิเกคณะนี้เล่นกันแบบนี้มากว่า 60 ปี ชาวบ้านได้แต่ส่ายหน้า

ตัดสินใจยื่นลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อ วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกไปทำงานการเมืองร่วมกับชาวบ้าน เตรียมการเลือกตั้งครั้งหน้า เชื่ออีกไม่นานมียุบสภาแน่ๆ ส่งผลให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 2 เลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส. ขับเคลื่อนในสภาแทน

*******

***

**********************

ประเด็นแก้รธน. นายกฯต้องมาจากส.ส.

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/blunt-opinion/news_4878118

11 ก.ย. 2563 - 00:20 น.
 
 
 

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

การแก้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ซึ่งเป็นกระแสที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้ รวมทั้งถ้ายังพยายามยื้อเอาไว้ จากที่จะมีทางลงแบบนิ่มๆ ก็คงจะต้องลงกันแบบหัวทิ่มในที่สุด

เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่ฉุดสังคมไทยให้ถอยหลังไปยาวไกลมากๆ

แทนที่การเมืองจะก้าวหน้า บ้านเมืองจะพัฒนา

แทนที่จะได้คนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาร่วมในการเมือง กลับเอาคนชราๆ อยู่ในกรอบวินัยหน่วยราชการมาทั้งชีวิต มาบริหารบ้านเมือง

อย่างที่ทุกคนเข้าใจดี ต้องมีกองทัพเข้มแข็งมีเกียรติ ศักดิ์ศรี แต่ไม่มีหน้าที่มาบริหารการเมือง ซึ่งต้องเป็นคน คิดใหม่ทันสมัยมากวิสัยทัศน์

มองแค่นี้ก็เข้าใจได้ว่า ทำไมประเทศไทยเราจึง เริ่มล้าหลังเพื่อนบ้านในอาเซียน!!

จุดสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือ วางกลไกกติกา เพื่อล็อกตัวนายกรัฐมนตรีเอาไว้ล่วงหน้า

ประชาชนเข้าคูหากาคะแนนกันแทบตาย ผลเลือกตั้งออกมาเช่นไร ก็ต้องมีเสียง 250 ส.ว.ซึ่งมาจากการแต่งตั้งเองมาชี้ขาด

วันนี้คนรุ่นใหม่จึงฮือกันออกมา เพื่อหวังการเมืองที่พัฒนามีเสรีภาพ นำไปสู่การก้าวกระโดดของประเทศ อันหมายถึงอนาคตข้างหน้าของเยาวชนในวันนี้

อำนาจส.ว.ในการกำหนดนายกฯ จึงตกเป็นเป้าหมายใหญ่เป้าหนึ่ง

ถ้าเราดูพัฒนาการเมืองไทย ด้วยพลังคนวัยหนุ่มสาว 14 ตุลาคม 2516 เบิกม่านประชาธิปไตย

 

ต่อมาในปี 2535 ไล่นายกฯ ที่เป็นผู้นำรัฐประหาร พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญต้องกำหนดคุณสมบัตินายกฯ ว่าต้องมาจากส.ส.

เหตุผลสำคัญที่ต้องการให้รัฐธรรมนูญระบุคุณสมบัตินายกฯให้ชัด เพื่อปิดช่องไม่ให้อำนาจนอกระบบแทรกแซงการเมือง อีกต่อไป

ที่มาของนายกฯ ต้องเชื่อมโยงกับการตัดสินใจของประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ผู้นำกองทัพจะเข้ามาเป็นผู้นำรัฐบาลง่ายดาย จนกลายเป็นสูตรสำเร็จ

หลังการสละชีวิตเลือดเนื้อวีรชนพฤษภาทมิฬ 2535 จึงมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2534 ทันที ให้นายกฯ มาจากสภาผู้แทน ฉบับต่อๆ มา ปี 2540 ปี 2550 ก็เขียนไว้ชัดตามนี้

พัฒนาการเมืองไทยที่ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ มาหักเหในปี 2549 ด้วยความขัดแย้งส่วนตัวแท้ๆ!!

นำมาสู่การปลุกม็อบโค่นล้มกัน และเมื่อฝ่ายหนึ่งมีฐานประชาชนนิยมกว้างขวาง วิธีเดียวที่จะโค่นได้ ก็คือไปพึ่งอำนาจฝ่ายอนุรักษนิยม

เกิดม็อบสวนทางกับการหมุนของโลก ปูทางให้ทหาร ยึดอำนาจ จนเกิดการรัฐประหาร 2549 แล้วมากระทำซ้ำด้วยม็อบนกหวีด ปูทางจนเกิดรัฐประหาร 2557 จนเกิดรัฐธรรมนูญที่นำสังคมไทยถอยหลังเข้าถ้ำ

การลุกขึ้นมาของคนหนุ่มสาวในวันนี้ ราวกับสังคมต้องถอยไปเริ่มต้นเหมือนปี 2535

ต้องเรียกร้องให้เลิกมีกลไกเลือกนายกฯ ที่สวนทาง กับอำนาจประชาชน

ต้องกลับมาผลักดันให้รัฐธรรมนูญต้องกำหนดว่า นายกฯ ต้องมาจากส.ส.ผ่านการเลือกตั้งโดยประชาชนอีกครั้ง!

โดย...วงค์ ตาวัน

*****

******************

***************************

แนวรบ"พท." จริงใจหรือไก่กา

เมื่อสถานการณ์ของ พรรคก้าวไกลมาถึงคราวจะเพลี่ยงพล้ำ จึงเป็นเหตุให้แกนนำพรรคเพื่อไทย รีบชิงจังหวะออกมาประกาศ ถือธงนำแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อหวังกู้ศรัทธา รวมถึงหวังดึงคะแนนเสียงคนรุ่นใหม่กลับมาอีกด้วย

ศุกร์ที่ 11 กันยายน 2563 เวลา 10.00 น.

ภายหลังการยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญของพรรคก้าวไกล และแนวรวมทั้งจากฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล รวม 13 พรรคการเมือง จำนวน 99 คน เพื่อหวังแก้ไขมาตรา 272 ว่าด้วยการยกเลิกการให้ส.ว.ร่วมลงมติในที่ประชุมรัฐสภา ในการเลือกนายกรัฐมนตรี กับทางพรรคก้าวไกล 

ซึ่งผ่านมาไม่กี่วัน ก็ได้เห็นปรากฏการณ์ที่บรรดา ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลที่แตกแถว เริ่มทยอยถอนชื่อออก เบื้องต้นจึงสันนิษฐานได้ว่า อาจจะถูกกดดันจาก “บิ๊กรัฐบาล” ที่ส่งสัญญาณไปยังหัวหน้าพรรคที่ต้องการให้คำนึงต้องศักยภาพของรัฐบาลในฐานะพรรคร่วม

เปรียบได้ว่าแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เข้าสนามรบ จึงฟันธงได้ไม่ยาก ว่า ญัตติดังกล่าวของ พรรคก้าวไกล ที่ต้องการปิดสวิตช์ส.ว. คงจะต้องเป็นหมันไม่ถูกบรรจุเข้าวาระการประชุม เพราะมีเสียงไม่ถึง 1 ใน 5 ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ก่อนจะถึงการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกฉบับในวาระที่ 1 ชั้นรับหลักการ ไว้ในวันที่ 23-24 ก.ย.  นี้

หากมองผิวเผินคนที่ได้ประโยชน์อาจจะเป็นฝ่ายรัฐบาลแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอย่าลืมว่ามีอีกหนึ่งพรรคการเมืองที่จะได้ประโยชน์ หากญัตตินี้คว่ำ คือ พรรคเพื่อไทย เพราะก่อนหน้านี้สองเบอร์ใหญ่ของพรรคฝ่ายค้าน ต่างชิงกระแสเพื่อแย่งมวลชน และที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย ก็ดูเหมือนจะเสียฐานมวลชนไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ที่มองว่า ไม่ว่าจะเป็นการทำหน้าที่ในสภา ที่เหมือนชกไม่สมศักดิ์ศรี หรือการไม่กล้าออกมาสนับสนุน การชุมนุมของกลุ่มคนรุ่นใหม่ตามความฝันที่เขาต้องการ

แม้กระทั่งการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ไปไม่สุดซอย และเมื่อสถานการณ์ของ พรรคก้าวไกล มาถึงคราวจะเพลี่ยงพล้ำ จึงเป็นเหตุให้ แกนนำพรรคเพื่อไทย รีบชิงจังหวะออกมาประกาศ ถือธงนำแก้รัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าจังหวะและโอกาสเป็นไปได้ เพื่อหวังกู้ศรัทธา รวมถึงหวังดึงคะแนนเสียงคนรุ่นใหม่กลับมาอีกด้วย

โดย พรรคพื่อไทยได้ยื่นเพิ่มอีก 4 ญัตติ ซึ่งมีหัวใจสำคัญ คือ การยกเลิกอำนาจวุฒิสภา ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขมาตรา 270 เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ มาตรา 271 เกี่ยวกับการไม่เห็นชอบหรือแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมาย เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมโทษหรือองค์ประกอบความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ มาตรา 272 ปิดสวิตช์ส.ว. ในการเลือกนายกรัฐมนตรี มาตรา 279 ที่เป็นบทเฉพาะกาล ที่ทำให้ประกาศคสช.และการกระทำของคสช.อยู่เหนือบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ

และล่าสุด “หญิงหน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ออกมาเชิญชวนพรรคก้าวไกล ว่า “ยินดีเป็นอย่างยิ่งหากพรรคก้าวไกล จะพิจารณามาร่วมเป็นเจ้าของญัตติทั้ง 4 ร่วมกัน”

ทั้งนี้มองว่าอาจจะเป็นความหวังดี ช่วยเหลือแนวร่วม แต่อีกมุมทางการเมืองมองได้ว่า พรรคเพื่อไทย ฉวยโอกาสพลิกเกมทางการเมือง มาถือธงนำ และให้พรรคก้าวไกลมาเป็นแนวร่วมเท่านั้น

จึงต้องจับตาดูที่เพื่อไทยมาตีตื้นในตอนท้าย สุดท้ายแล้วจะกลายเป็นมวยล้มต้มคนดู เหมือนศึกซักฟอกรัฐบาลในสมัยประชุมสภา ที่ผ่านมาหรือไม่.
 
... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/794635

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

1 ความเห็น

 
3 ส

เหม็นเบื่อพรรคแมลงสาป

อ้วก

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0