ลั่น ผบ.ทบ. ไม่ใช่พ่อของผม

ลั่น ผบ.ทบ. ไม่ใช่พ่อของผม

“หมู่อาร์ม” ขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรก ที่ จ.ลพบุรี เสนอ 5 ข้อเรียกร้อง และทิ้งท้ายว่า ผบ.ทบ. ไม่ใช่พ่อของผม

“ผมจะเล่าเรื่องตลกให้ฟัง สมัยอยู่บ้านผมเป็นคนค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี ซึ่งรบกับพม่าได้ 7 ครั้งพม่าไม่เคยตีบางระจันแตกเลยแม้แต่ครั้งเดียวแต่ครั้งที่ 8 แตก เพราะบางระจันไม่มีเรือดำน้ำ เห็นไหมครับเรือดำน้ำสำคัญมาก สมัยบ้านผมขี่ควายไม่ได้ขี่รถถัง รถถังมีไว้ทำอะไรครับ เอาไว้ปราบม็อบนะครับ”

คำกล่าวของหมู่อาร์ม ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี สังกัดศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ที่ได้ออกมาร้องเรียนปัญหาทุจริตเบี้ยเลี้ยงภายในกรมสรรพาวุธทหารบก จนกลายเป็นประเด็นข่าวในช่วงที่ผ่านมา ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรม #กูลูกหลานจอมพล ป. แต่กูไม่เอาเผด็จการ วันที่ 13 ก.ย. 2563 จัดโดยกลุ่ม “พลเมืองลพบุรีเพื่อประชาธิปไตย” ซึ่งหมู่อาร์มเป็นหนึ่งในผู้กล่าวปราศรัย และการขึ้นปราศรัยที่ จ.ลพบุรี ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของการขึ้นเวทีปราศรัยของ “หมู่อาร์ม”

หลังจากขึ้นเวทีปราศรัย หมู่อาร์ม เริ่มต้นด้วยการพูดถึงประเด็นการทุจริตเบี้ยเลี้ยงของผู้บังคับบัญชาระดับสูง โดย หมู่อาร์ม กล่าวว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงใช้เงินภาษีประชาชนเก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง และทุจริตเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปราชการ ทุจริตงบยาเสพติด ซึ่ง ผบ.ทบ. ยังโกหกอยู่จนถึงทุกวันนี้ ว่าไม่ได้เอาเงินไปทำอะไร การตัดสินใจมาในวันนี้ ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว เพราะความกลัวถูกทิ้งไปทั้งหมด โดย หมู่อาร์ม ย้ำว่า “ผมไม่ใช่ทหารอีกต่อไป ครั้งหนึ่งผมเคยรักในอาชีพทหาร แต่ปัจจุบันไม่แล้ว ปัจจุบันผมเลือกยืนข้างประชาชน เป็นทหารของประชาชน”

ประเด็นถัดมา “หมู่อาร์ม” ส่งข้อความถึงข้าราชการชั้นผู้น้อย ระบุว่า อยากให้พี่น้องประชาชนเอาความกล้าปลุกแรงบันดาลใจให้ตัวเองลุกขึ้นมา อย่าให้ทหารมาทุจริตภาษีประชาชนอีก และรู้สึกสงสารข้าราชการชั้นผู้น้อยอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ทหาร ตำรวจ ครู
รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ทุกคนล้วนมีจิตวิญญาณ ทุกคนมีหัวใจ ซึ่งไม่มีใครถูกกดขี่ข่มเหงได้ตลอดเวลา หลายคนที่อยู่ตรงนี้มีลูกหลาน หรือพ่อแม่เป็นข้าราชการ ขอเรียกร้องผ่านเวทีตรงนี้

“หากทหารที่ลพบุรีได้ยิน นี่ไม่ใช่การปลุกระดุม นี่เป็นการขอร้อง ทหารลพบุรีมีทั้งหมด 19 กองพันเป็นทหารบก และอีก 1 กองพันเป็นทหารอากาศ โดยหมู่อาร์มคือหนึ่งในนั้น ที่เคยเป็นทหารเกณฑ์กองบิน 2 ลพบุรี ขอเรียกร้องให้ทหารชั้นผู้น้อย ยืนเด่นท้าทายเคียงข้างประชาชน อย่าทำร้ายประชาชนอีก และวันนี้จะมาเล่าว่าการทุจริตเป็นอย่างไร”

หมู่อาร์ม กล่าวต่อถึงประเด็นการทุจริตเบี้ยเลี้ยงทหารว่า “การเบิกเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปราชการ 1 ครั้ง เฉพาะหน่วยผมหน่วยเดียว เบิกเงินอย่างน้อยครั้งละ 12,000 บาท นั่นคือ 1 หน่วย ต่อ 1 เดือน ซึ่ง 1 ปีมีงบประมาณ 100,000 บาท และมีการเบิกเงินจ่ายหมดโดยไม่มีการเดินทาง และพวกท่านคิดอย่างไร คิดว่ารัฐบาลควรออกไปหรือไม่ สาเหตุที่รัฐบาลควรออกไป เพราะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีตำแหน่งเป็นถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่ไม่สามารถทำอะไรกองทัพได้ จึงสมควรออกไป โดยรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่แย่มากตั้งแต่เคยเจอมา เพราะกฎหมายบังคับใช้เฉพาะคนที่อ่อนแอกว่า เช่น ใช้กับนักศึกษา ซึ่งมันไม่ถูกต้อง เพราะนักศึกษาเรียกร้องความยุติธรรม เรียกร้องให้ยุบสภา และเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมันง่ายมาก หากเป็นผม 3 ข้อดังกล่าวต้องมีการยกเลิก”

ทั้งนี้ หมู่อาร์ม ได้เสนอ 5 ข้อเรียกร้องบนเวทีปราศรัย ประกอบด้วย

1.ควรยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2560

2.นำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาใช้ไปก่อน

3.จัดตั้ง ส.ส.ร. ขึ้นมาเพื่อร่างรัฐธรรมนูญ

4.กำหนดวันเลือกตั้ง 5.รัฐบาลต้องประกาศยุบสภา พร้อมระบุว่า หากเป็นได้ตามนี้ประชาชนคนไทยจะได้ประชาธิปไตยกลับมา

พร้อมบอกให้ผู้ร่วมกิจกรรมพูดพร้อมกันว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ”

หลังจากนั้น “หมู่อาร์ม” ได้มีการกล่าวถึง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ว่า เมื่อก่อนผมเป็นทหาร แต่วันนี้ไม่ใช่แล้ว เขาไม่ยอมให้ผมเข้ารับราชการ ท่าน ผบ.ทบ. เขาบอกว่าไม่ยอมรับผมเด็ดขาด เพราะผมทำให้กองทัพเสียชื่อเสียง ทำให้เสียระบบที่โกงกินกันมารุ่นต่อรุ่น ผบ.ทบ.คนนั้นชื่อ อภิรัชต์ คงสมพงษ์

หมู่อาร์ม กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อก่อนเคยกลัวว่าจะหมดหน้าที่การงาน แต่แล้ววันนี้ก็หมดไปจริงๆ แต่โชคดีที่วันนี้ได้มายืนต่อหน้าประชาชนที่รักประชาธิปไตยหลายร้อยคน พร้อมประกาศว่าวันที่ 19 ก.ย. จะไปร่วมกิจกรรมกับนักศึกษาที่สนามหลวง และขอบคุณพี่น้องประชาชนคนไทยที่ช่วยเหลือมาตลอด ขอบคุณทุกแรงสนับสนุน ขอบคุณที่ผลักดัน ขอบคุณที่จำผมได้แม้ไม่เคยเจอตัวจริงผมเลย โดยหมู่อาร์มกล่าวประโยคปิดท้ายก่อนลงจากเวทีว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ ผมจะต่อสู้จนกว่าทุกคนจะเท่าเทียมกัน และขอย้ำอีกครั้ง ผบ.ทบ.ไม่ใช่พ่อของผมครับ”

ทั้งนี้ เมื่อวันนี้ 8 ก.ย. 2563 ที่ผ่านมา หมู่อาร์มเดินทางไปที่ศาลทหารกรุงเทพฯ พร้อม นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ เพื่อให้ศาลสอบคำให้การจำเลย และให้พิจารณาคดีอย่างเปิดเผย ซึ่งนัดต่อไปจะเป็นการตรวจสอบพยานหลักฐาน รวมทั้งแนวทางการนำสืบของอัยการศาลทหารกรุงเทพฯ ในวันที่ 5 พ.ย. 2563 เวลา 08.30 น.

Cr.The Reporters

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

2 ความเห็น

 
ICT

สสร.ร่างใหม่ทั้งฉบับกับแก้รายมาตราทำพร้อมกันได้ 'ปิยบุตร' ชี้ประเด็นสำคัญต้องแก้ไขใน รธน.60 หนุนเรื่องสภาเดี่ยว - แก้ที่มาองค์กรอิสระ - ตั้งผู้ตรวจการกองทัพและศาล ยันข้อเสนอ 'นักศึกษา' เรื่องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ สามารถพูดในสภาได้ - ลั่นหากรัฐประหารเกิดขึ้นอีกพร้อมต้านถึงที่สุด

https://prachatai.com/journal/2020/09/89455

สสร.ร่างใหม่ทั้งฉบับกับแก้รายมาตราทำพร้อมกันได้ 'ปิยบุตร' ชี้ประเด็นสำคัญต้องแก้ไขใน รธน.60 หนุนเรื่องสภาเ.....
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ไอ้ทะเห้แดง

อ้วก

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0