ร่วมด้วยช่วยกัน ? : นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา ออกโรงแระ..!

ร่วมด้วยช่วยกัน ? : นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา ออกโรงแระ..!

43 ความคิดเห็น

ร่วมด้วยช่วยกัน ? นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา ออกโรงแระ..!

 40955063114_59d67389e9_b.jpg]

โพสต์ถามเปรียบเทียบ...มหา'ลัยราชภัฏเชียงใหม่ สร้างวิทยาเขตสะลวง-ขี้เหล็ก เนื้อที่ 6,235 ไร่เศษ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ไม่มีเคยได้ยินข่าวว่าผู้ใดคัดค้านหรืออ้างว่ารุกล้ำ"ป่า"….

แต่ไม่ยักกะเปรียบเทียบกับหมู่บ้านสวัสดิการทหารบกที่อยู่ใกล้ๆกันนั่นน่ะ...

ข้ามไปนู่น...ไปที่ “สำนักงานบริหารศูนย์แม่ริม มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ “ นู่น...

คงแค้นที่มหาวิทยาลัยนี้ออกแถลงการณ์คัดค้าน “ขอคืนพื้นที่ป่าแหว่ง “ เลยตอกเอาคืนมั่ง..

อุตส่าห์ไปหาข้อมูลมาเปรียบเทียบ...แต่หาคิดไม่ว่า...” ทำไมประชาชนเขาถึงคัดค้านที่ตรงนั้น..

ไม่รู้เลยหรือว่าสถานที่ตรงนั้นคนเชียงใหม่และในล้านนาถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์...ที่พวกเขาเคารพนับถือมาช้านาน...

จะไปสร้างหมู่บ้านไปขี้ไปเยี่ยวรดหัวชาวบ้านตรงนั้นไม่ได้...แล้วก็ไม่ต้องมาอ้างกฎหมงกฎหมายอะไร...

เข้าใจไหม..? หน้ามืดหรือเปล่า..? ..อย่าแก่กะโหลกกะลาเลย.....
 
เชิญอ่านข่าวครับ :

อดีตหัวหน้าคณะศาลฎีกา ย้อนถาม มหา'ลัยในป่าสงวน พันไร่ ไม่เห็นใครว่ารุกล้ำป่า

ชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา โพสต์ถาม มหา'ลัยราชภัฏเชียงใหม่ สร้างวิทยาเขตสะลวง-ขี้เหล็ก เนื้อที่ 6,235 ไร่เศษ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ไม่มีเคยได้ยินข่าวว่าผู้ใดคัดค้านหรืออ้างว่ารุกล้ำ"ป่า"
[/url] 
24 เม.ย.2561 กรณีกระแสคัดค้านโครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการบริเวณเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ นั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค 'Chuchart Srisaeng' แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องโครงการบ้านพักตุลาการดังกล่าว โดยมีเนื้อหาระบุว่า ตามที่สภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ออกแถลงการณ์ เรื่องโครงการบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ อ้างว่าพื้นที่ที่ใช้ก่อสร้างบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพรุกล้ำป่าที่สมบูรณ์มาก สภาคณาจารย์ฯ ไม่เห็นด้วยและขอให้คืนป่าโดยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปโดยเร็วนั้น
ท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เปิดเผยข้อเท็จจริงฟังเป็นข้อยุติได้ว่า พื้นที่ที่ใช้ก่อสร้างอาคารศาลอุทธรณ์ ภาค 5 และก่อสร้างบ้านพักตุลาการมีเนื้อที่ 147 ไร่เศษ อยู่นอกแนวเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เป็นที่ดินที่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง(น.ส.ล.) ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 8 ตรี จึงไม่ได้เป็นป่า ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 4(1)
มีเอกสารของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ยืนยันชัดเจนว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาเขตสะลวง-ขี้เหล็ก ซึ่งมีเนื้อที่ 6,235 ไร่เศษ ก่อสร้างอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม ตามหลักฐานที่แนบมาด้วยแล้ว หน่วยงานราชการเหมือนกัน ต้องการพื้นที่ก่อสร้างอาคารเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการเหมือนกัน ต่างกันเพียงหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติไม่เหมือนกันเท่านั้น
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ก่อสร้างวิทยาเขตสะลวง-ขี้เหล็ก ใช้เนื้อที่มากถึง 6,235 ไร่เศษ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติซึ่งเป็นป่าตามกฎหมายได้ ไม่มีเคยได้ยินข่าวว่าผู้ใดคัดค้านหรืออ้างว่ารุกล้ำ"ป่า" มีเพียงข่าวว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ใช้สโลแกนว่า "มหาวิทยาลัยในป่า" เท่านั้น

·        [url=http://prachatai.com/journal/2018/04/76496]ศาลขออย่าเพิ่งไปรื้อบ้านพัก 10 ปี มาดูกันว่าจะกลับเป็นป่าได้ไหม ฝ่ายประท้วงจ่อฟ้องศาลปกครอง
·        ประยุทธ์ แจงโครงการบ้านพักศาล เกิดก่อนรัฐบาลเข้ามา แต่รื้อทั้งหมดคงลำบาก
·        ศาลไม่ร่วมเวทีหาทางออกบ้านพักศาล-ภาคปชช.ย้ำต้องรื้อ-แม่ทัพภาค จะนำไปเสนอนายกฯ
 
อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา โพสต์ต่อว่า สำนักงานศาลยุติธรรม ก่อสร้างอาคารศาลอุทธรณ์ ภาค 5 และบ้านพักตุลาการ ใช้เนี้อที่เพียง 147 ไร่เศษ หรือประมาณร้อยละ 2.36 ของเนื้อที่ที่ใช้ก่อสร้างมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาเขตสะลวง-ขี้เหล็ก เท่านั้น ทั้งอยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติและไม่ได้เป็นป่าตามกฎหมาย แต่มีผู้คัดค้านซึ่งรวมทั้งสภาคณาจารย์ฯ โดยอ้างว่ารุกล้ำ"ป่า"

ถ้าสังคมไทยยังมีคนบางกลุ่มไม่ยึดถือกฎเกณฑ์ที่มีอยู่มาใช้ตัดสินเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองว่าอะไรถูกอะไรผิด แต่ใช้ความเพียงรู้สึกนึกคิด ความพอใจ ความรักใคร่ ความไม่พอใจ ความเกลียดชัง ความอิจฉาริษยา หรือถ้าตนเองได้ประโยชน์ก็เป็นสิ่งที่ถูก แต่ถ้าตนเองไม่มีส่วนได้ประโยชน์ก็เป็นสิ่งที่ผิด สังคมไทยก็ต้องมีเรื่องวุ่นวายเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ตลอดกัลปาวสาน

 safe_image.php?d=AQARlRKSQcvN-51K&w=476&...Nn2NzKGSh7]
 
https://prachatai.com/journal/2018/04/76543

+1
16
 
43 ความคิดเห็น
เดือนเพ็ญริมโขง
เดือนเพ็ญริมโขง
25 เม.ย. 2018 - 08:21

เหมือนเด็กจริงๆ ทั้งๆที่แก่จะตายห่าแระ..

หัวเราะ

+
11
619
619
25 เม.ย. 2018 - 08:36

ยุคนี้อร่อยจริงๆ  สมกับเป็นยุคถิ่นกาขาวจริงๆ

คนเอี้ยอยู่ในสังคมอย่างหน้าชื่นตาบาน  แต่คนดีต้องหลบไม่กล้ายุ่งเกี่ยว 

+
10
PM007
PM007
25 เม.ย. 2018 - 08:48

มันเป็นถึงผู้หลักบักใหญ่ ของ ระบอบนี้ แต่ดันไปสร้างความชิกหายให้กะประเทศ โดยเป็น พวกเล่นการเมืองกลางถนน 

 

นี่ไงหลักฐานชัด ๆ ที่ ท่านหมาสนธิ ลิ้ม... บอกไว้ว่า จะเอาระบอบตุลาการภิวัตน์ จัดการคนเสื้อแดง

+
9
ปั้นจิ้ม
ปั้นจิ้ม
25 เม.ย. 2018 - 09:14

ค้นหา

ถึงว่า...กะลากะโหลก

ตรรกะขี้โกงโยงหาเรื่องแบบไร้วุฒิภาวะ

ทำคุยเขื่องนำมาเปรียบเทียบ

แยกไม่ออกกับที่พักส่วนตัว

กับที่ราชภัฏที่สร้างคนสร้างชาติ

เป็นถึงอดีต(เกษียณแล้ว) ครับ

แล้วจะเชื่อได้ยังไงว่า

ในขณะที่คุณรับราชการคุณเป็นคนที่ทำหน้าที่ให้ความยุติธรรม เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ กะโหลกกะลาหน้าด้านจริงๆ

สองคน สามคน ก็แล้ว

เจื้อยแจ้ว วาจา หาผล

ยิ่งดิ้น ยิ่งรัด มัดตน

ทั้งแก๊ง ฉ้อฉล (คน)ยุติธรรม...

+
9
Bugbunny
Bugbunny
25 เม.ย. 2018 - 09:52

ตอนนี้เรายิ่งเห็นกันชัด ๆ ว่า

ใครก็ตามที่ไปสมคบคิดกับ กปปส นั้น จะเป็นพวกเอาแต่ได้เห็นแก่ตัวทั้งสิ้น

 

ความแตกต่างระหว่างราชภัฎแม่ริมกับป่าแหว่งนั้นชัดเจนมาก

พื้นที่ราชภัฎนั้นมันเป็นที่ราบอยู่ริมถนนสายที่เป็นสถานที่ราชการมากมาย

แต่ป่าแหว่งมันเป็นพื้นที่สโลฟขั้นไปบนเขาเสียบเข้าไปในป่าเขียว ๆ

แถมสถาบันการศึกษานั้น เขาให้สิทธิชาวบ้านทั่วไปเช้าไปเรียนเพื่ออนาคต

แต่ป่าแหว่งเป็นเรื่องความสุขส่วนตัวและครอบครัวตุลาการไม่่กี่คนเท่านั้น

เรื่องพวกที่จะมาฟ้องร้องเอาผิดกับคนในโซเชียลก็เช่นกัน

ถ้าเป็นข้าราชการตุลาการก็เข้าไปอ่านประมวลจริยธรรมของผู้พิพากษาด้วย

เขามีข้อห้ามชัดเจนไม่ให้ฟ้องร้องผู้อื่นเพราะมันอำนวยความยุติธรรมไม่ได้

และใครร้องทุกข์กล่าวโทษก็ต้องเปิดเผยชื่อตัวเองด้วยตามกฎหมาย

ไม่ใช่ให้ข่าวว่าจะทำแต่ไม่ยอมบอกว่าเป็นใครบ้าง

 

 

+
13
markpakma
markpakma
25 เม.ย. 2018 - 10:10

โอ๊ย ...งั้นไอ้ที่มีคนมีอำนาจรุกป่าตามกฎหมายขอใช้ที่ราชพัสดุ

หวงก้างไว้ทั่วประเทศส่งคนไปเฝ้า ในนาม...ทาร์ซานเจ้าแห่งป่าเขาดินฟ้ามหาสมุทร

เข้ามาใส่ชื่อผุดขึ้นมาทั่วประเทศเต็มไปหมด  อย่าให้พูดมากกว่านี้เลย

ใครเขาก็รู้กันทั้งนั้นแหล่ะ เขาจะพูดไม่พูดเท่านั้นแหล่ะ....

พวกมันเองก็รับใช้ใครอยู่ จนคิดว่าตัวเองเป็นพวกเทวดา ชี้เป็นชี้ตายคนได้จนลืมตัว

ย้อนกลับไปดูผลงานไอ้อีพวกนี้จะรู้ว่าใครดีใครเลว กล้าไหมล่ะ ทั้งหลายทั้งปวง

ที่ตัดสินกันในวันนี้ ให้คนกลางเขาเข้ามาดู.. ไอ้ที่บอกว่าทำถูกต้องตามกฎหมาย

ตัดสินยุติธรรมไม่เอนเอียง ไม่แบ่งฝ่าย ไม่เป็นเสื้อเหลือง ไม่เป็นศาลสลิ่ม เป็นคนกลางจริงๆ 

ทำตามกฎหมายแบบบริสุทธิใจ  ความยุติธรรมที่ใช้กันอยู่นี่เป็นมาตรฐานแบบสากล

พร้อมจะเปิดโอกาสให้ ICC เขามาตรวจสอบรับเรื่องร้องเรียนได้... เอาไหมล่ะ กล้าเปิดไหมล่ะ

กล้าเซ็นต์รับอำนาจศาล ICC ไหมล่ะ..โถ่ ไหนบอกจะมาปราบโกงจะมาล้างโกง

เอาเลยซิเซ็นต์รับรอง ICC แกร๊กเดียว 

ทักษิณโกงก็ใช้อำนาจ ICC เรียกร้องส่งตัวเข้ามาได้ทั้งโลก ใครก็ต้องจับตัวส่งให้

เอาเลยซิ ยุติธรรมจริง บริสุทธิใจจริง เป็นกลางไม่โกงจริง ต้องการล้างชั่วล้างโกง

ล้างเอียง ล้างระบอบทักษิณ... เอาเลยสิ...เซ็นต์ไปเลย.... ให้มันรู้กันไปเลย

ว่าระบบยุติธรรมประเทศนี้ มาตรฐานสูง กล้าให้ใครก็ได้มาตรวจสอบคำตัดสิน

ใสจนสามารถให้ ICC การันตีความยุติธรรมได้..

เหมือนมาตรฐานการบิน... ที่เป็นมาตรฐานโลก... วันนี้เมิงมีอำนาจสูงสุดสภาก็สั่งได้

ออกกฎหมายอะไรก็ได้ ยุติธรรมก็สูงสุดแล้ว.. เป็นกลางแล้ว.. ก็เซ็นต์รับรองไปได้เลย

จะกลัวอะไร ดีเสียอีกจะได้เอาตัวทักษิณยิ่งลักษณ์กลับมารับโทษได้ด้วย....

สะอาดบริสุทธิใจจริง...เมิงเซ็นต์รับรอง ICC ซะนะ

+
9
fantomous
fantomous
25 เม.ย. 2018 - 10:42

ยุคนี้สมัยนี้ ประชาชนได้เห็น ได้รู้ถึงพฤติกรรมของคนกลุ่มนึง คนกลุ่มที่คิดว่า พวกเขาคือชนชั้นสูง  ชนชั้นผู้นำ  พวกเขาคือเจ้าของประเทศ  ประชาชนส่วนใหญ่เป็นพวกไพร่ เป็นแค่ผู้มาขออยู่อสศัยในประเทศนี้  ครับ ยิ่งกระทำตัวกระทำตนเช่นนี้มากขึ้นเท่าไหร่  มันยิ่งเป็นการเติมเชื้อแห่งความคับแค้น เติมน้ำมันแห่งความคับแค้นลงบนกองไฟ  กองไปที่รอวัน เวลาที่จะเผาไหม้ประเทศนี้และชนชั้นผู้นำของประเทศนี้  ผมจะพยายามหายใจเพื่อรอวันนั้นครับ   หุ หุ หุ    Victory

+
11
linchi
linchi
25 เม.ย. 2018 - 10:44

ผู้ต่อต้านที่จะไปฟ้องศาลปกครอง...

ขอให้คิดดีๆเน้อ...เดี๋ยวก็เข้าล็อกเขาหรอก

เดี๋ยวเขาตัดสินให้สร้างได้..แล้วจะวะจะไดหือปี้น้อง...

+
7
akausa
akausa
25 เม.ย. 2018 - 10:52

Buddhachad Hernlom : หน้า....สงสารนะ ที่ไม่ยอม

รู้เรื่อุง แล้วไปพาลว่า ม.ราชภัฎ รู้? หรือแกล้งโง่ ม.ราชภัฎ ที่สร้างวิทยาเขตสะรวง-ขี้เหล็ก นั้นเนื้อที่

มากมายใหญ่โต เพื่อ อะไร? และเป็นพื้นที่อะไร? หรือเปล่านั้น ไม่ทราบ แค่เขาสร้างเป็น

มหาวิทยาลัย เพื่อการศึกษาที่ประชาชนเป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้านๆแล้วได้ใช้กันมาตลอด และที่

สำคัญใช้เป็นสถานที่ ให้พระเจ้าอยู่หัว ร .10 พระราชทานปริญาบัตรแก่มหาวิทยาลัยราชภัฎในภาคเหนือ

ทั้งหมด คือเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พเยาว์ น่าน โดยไม่ต้องลงมารับที่สวนอัมพรกรุงเทพ ให้

ลำบาก พื้นที่จึงกว้างใหญ่และไม่หน้าเกลียด ไม่ไปทำให้ป่าแหว่ง และไม่ใช่สถานที่ศักดิสิทธิ ที่ใคร

จะขึ้นไปสร้าง บ้านพัก ให้เสียทัศนีย์ภาพอันงดงามกลางมหานครพิงค์ศรีเชียงใหม่

นี่คือเหตุผลและความสำคัญทางจิตใจของชาวเชียงใหม่ ให้รู้ไว้

+
11
akausa
akausa
25 เม.ย. 2018 - 11:31

วิกรม ศาสตรานนท์ :

ผมก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดบรรดาท่านๆทั้งหลายถึงเอาสถานศึกษามาเปรียบเทียบได้กับที่พักอาศัยแสดงว่า

คนเราในยุคในสมัยนี้ทำอะไรพูดอะไรคืดกันน้อยมากสถานศึกษานั้นเขาสร้างมากี่ปีและประโยชน์ที่ได้รับ

นั้นใครได้มันก็ลูกก็หลานของพี่น้องชาวเชี่ยงใหม่และประชาชนที่ส่งลูกส่งหลานเพื่อให้ได้รับการศึกษาที่ดี

ขึ้นเพื่อที่จะมาเป็นคนที่มีคุณภาพของประเทศส่วนบ้านพักอาศัยนั้นใครได้ประโยชน์บ้างพี่น้องชาว

เชียงใหม่ได้รับประโยชน์ไหมคนไทยได้รับประโยชน์ไหมมันก็เปล่าที่ได้รับประโยชน์ก็คือคนที่ได้เข้าไปอยู่

อาศัยเพียงไม่กี่คนสองเรื่องนี้ถ้าเอามากองรวมกันแล้วถ้าท่านทำใจเป็นกลางของทั้งสองเรื่องไม่มีอคติใน

เรื่องดังกล่าวท่านคิดว่าข้อไหนมันสมควรกวา่กันคิดกันโดยใช้หลักของจริยธรรมไม่มีข้อกฏหมายใดๆ

มาอ้างถ้าท่านที่พูดว่าทีสถานศึกษายังบุกลุกได้แล้วทำไมท่านๆทั้งหลายถึงทำไม่ได้ถ้าท่านๆทำได้แล้ว

ประชาชนเขาถามว่าแล้วทำไมประชาชนถึงทำไม่ได้มันไม่ยุ่งกันตายห่าหรือข้อกฏหมายที่ท่านวา่มานั้นคน

เขาไม่เข้าใจกันหรอกว่าทำไมบนภูเขาถึงอนุญาติให้ข้าราชการเข้าไปทำลายได้ถูกต้องตามกฏหมายแต่

เขาถามว่าท่านๆทั้งหลายนั้นมีจริยธรรมทางความนึกคิดกันสักนิดไหมว่าไอ้นี่มันป่าที่มันยิ่งเหลือน้อยลง

มากๆในประเทศนี้ถ้ามีคนอย่างท่านๆทั้งหลายกันมากๆๆแล้วมันจะเหลือป่าไว้ให้ลูกให้หลานในอนาคตได้

เห็นกันไหมแล้วอีกข้อหนึ่งคือผลกระทบกับภูมิศาสตร์กายภาพของประเทศอีกต่างหากถ้าป่ามันหมดไป

อะไรมันจะเข้ามาแทนที่ป่าได้มันก็คือทะเลทรายฝนฟ้ามันจะมาตกไหมในทะเลทรายที่มันไม่มีความชื้น

สัมผัสความแห้งแล้งมันก็จะเข้ามาแทนที่ความอุดมสมบูรณ์นี่เขาเรียกว่าผลกระทบทางภูมิศาสตร์

กายภาพน่ะครับ:

+
9
akausa
akausa
25 เม.ย. 2018 - 11:41

ท๊อป นิติรัฐ สุเมตติกุล
 

ผมดูจาก Google Map ปัจจุบันนะครับ ซ้าย: บ้านป่าแหว่ง ขวา: ม.ราชภัฏ วิทยาเขต สลวง ม.ราชภัฏเค้าก็ไม่เท่าไรนะครับ ภูเขายังเห็นเป็นเขา แถมมีถนนด้านหลังราชภัฏ และเหนือขึ้นไปก็มีชุนชมเดิมอยู่แล้ว

 

 

 outdoor

+
6
akausa
akausa
25 เม.ย. 2018 - 21:52

เหรอครับ.....ยกโป้ง

 

ถ้าผมไปเยี่ยมให้กำลังเองได้ก็จะไป หากไปไม่ได้จะฝากคนไปช่วยดูแล...

+
8
Zamson
Zamson
25 เม.ย. 2018 - 22:05

ป่าแหว่งพ่นพิษ   มท.เด้ง ปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ เข้ากรุเป็นรองปลัดอกระทรวง และตั้ง ศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวง มาเป็น ผวจ.เชียงใหม่ คงหวังว่าศุภชัยจะกล่อมคนเชียงใหม่ได้

ตามข่าวนี้

https://www.matichon.co.th/news/928419

+
4
payai97
payai97
25 เม.ย. 2018 - 22:47

แก่กะโหลกกะลา..พูดออกมาโดยไม่คิดให้รอบคอบ

1..จุดมุ่งหมายของการสร้างสถานศึกษา..ของราชภัฏ

ก็เพื่อประโยชน์ของสาธารณชน..คนทั้งประเทศ

มีสิทธิเข้าไปในพื้นที่ได้..อย่างภาคภูมิองอาจ

 

2..แต่หมู่บ้านป่าแหว่ง..มีจุดมุ่งหมายอะไร

สร้างเพื่อให้คนเข้าไปพักอาศัย..แบบบ้านพักส่วนตัวใช่ไหม

 

คิดตื้นๆแค่นี้..ก็มองออกแล้วว่า

ตรงไหนสร้างเป็นพื้นที่..เพื่อความสุขส่วยตั๊ว ส่วนตัว

และตรงไหนสร้างเป็นพื้นที่..อำนวยประโยชน์เพื่อส่วนรวม

+
7
akausa
akausa
26 เม.ย. 2018 - 12:08

ใช่ครับป้า...มันโดนยำเละไปแล้ว......

 

คำพพูดของมันไร้ราคา....

 

ตอนนี้มันอยู่ที่ว่าใครมีอำนาจตัดสินใจ....

 

ถ้าไม่รื้อ....ตามที่ชาวเชียงใหม่ต้องการ....

 

ก็จะยกระดับการต่อสู้ไปถึงตรงนั้นให้ได้....ไม่มีหยุด....

+
10
somanyl
somanyl
26 เม.ย. 2018 - 11:22

เห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว เห็นแก่พวกพ้อง

ไม่เห็นหัวประชาชน 

จึงเกิดเรืองเช่นนี้

+
8
prakobna
prakobna
27 เม.ย. 2018 - 08:10

เขา​คงจะ​คิดว่า​

เขา​คือ​ชนชั้น​ ตุลาการ​ ต้อง​เหนือ​กว่า​ใคร​

+
5
Zamson
Zamson
27 เม.ย. 2018 - 13:07

ไม่ได้ว่าคุณศาลผิดกฎหมาย

แต่ผิดจารีต คติ ความเชื่อถือศรัทธา

ที่คนเจียงใหม่เรียกว่า "ขึด"

ซึ่งจะส่งผลวิบัติหายนะในระยะยาว

ทั้งต่อผู้อยู่ ผู้อนุญาต และผู้ที่รู้แล้วเฉยๆ

อ่าน....

https://www.citizenthaipbs.net/node/22963

 

 

+
8
Zamson
Zamson
27 เม.ย. 2018 - 17:44

"ขึด" ในระบบความเชื่อของชาวล้านนามีความหมายว่า “ต้องห้าม”คือห้ามประพฤติปฏิบัติ หากผู้ใดทำในสิ่งที่ต้องห้ามแล้วผู้กระทำนั้นจะ “ตกขึด” หรือเกิดความอัปมงคล มีแต่ความเสื่อม เป็นเสนียดจัญไร ความพินาศฉิบหาย เกิดความทุกข์ความกังวล ทำให้ร้อนทั้งกายและใจ คอยเผาผลาญจิตใจให้ผุกร่อน และพบกับวิบัติหายนะในที่สุด

ขึด มี 3 ระดับ

(1) การผิดป่า เช่นเมื่อเดินทางไปในป่า เมื่อจะนึ่งข้าว ต้มแกง ไปหาไม้มาทำฟืนต้องตัดเอามาเป็นท่อนสั้นๆ ถ้าไปลากมาทั้งกิ่งทั้งต้นเป็นการผิดป่า หรือทานอาหารแล้วเอาถ้วยชามไปล้างในลำห้วยถือเป็นการผิดป่าทำให้เกิดอาเพท

(2) การผิดบ้าน คือการล่วงละเมิดกฎของหมู่บ้านเช่น ตัดต้นไม้ประจำบ้านหรือไม้ศรีบ้าน ไม้นามบ้านเป็นการผิดบ้าน

(3) การผิดเมือง คือการประพฤติผิดรีตบ้านคลองเมือง

กรณีป่าแหว่ง ถือว่า ผิดทั้งสามขึด หรือเรียกว่า "ขึดยกกำลังสาม"

+
5
Zamson
Zamson
27 เม.ย. 2018 - 19:33

 

ผู้พิพากษาอ่านแต่กฎหมาย  ควรหาอ่านหนังสือสังคมวิทยา  (Sociology) จะได้รู้ว่า สังคมมนุษย์ดำรงอยู่อย่างสงบร่มเย็นไม่ใช่เพราะกฎหมายอย่างเดียว  แต่ด้วยบรรทัดฐานทางสังคม หรือปทัสถาน (Norms) ซึ่งประกอบด้วย

1. วิถีประชา หรือ วิถีชาวบ้าน (Folkways)  

2. กฎศีลธรรม หรือ จารีต (Morals)  เช่นเรื่อง "ขึด" ก็เป็นจารีตอย่างหนึ่งของล้านนา

3. กฎหมาย (Laws) 

หวังว่าท่านคงเข้าใจคนล้านนามากขึ้น

 

+
3
Bugbunny
Bugbunny
28 เม.ย. 2018 - 12:00

ก่อนจะเรียนกฎหมายเขาต้องเรียนวิชาพวกนี้ทั้งนั้นแหละครับ

แต่พอมาทำงานมีขศถาบรรดาศักดิ์กันพักหนึ่ง

ก็จะลืมวิชามานุษยวิทยา สังคมวิทยา และวิชาศีลธรรมที่เคยเรียนมากันหมด

เพราะลาภยศถาบรรดาศักดิ์มันปิดตาพวกนี้กันหมด

ก็เลยกลายเป็น "ตุลาการวิบัติ" กันเป็นแถว ๆ

เห็นมาหลายคนแล้ว

+
5
payai97
payai97
28 เม.ย. 2018 - 19:24

ประมาณว่า..พอเขาประเคนลาภ ยศ สรรเสริญให้

ความเห็นแก่ตัว ความเห็นแก่ได้..ก็ตามมาติดๆ

+
3
somanyl
somanyl
29 เม.ย. 2018 - 10:58

สำนึก ความรับผิดชอบ

ต่อบ้านเมืองต่อสิ่งแวดล้อมไม่มี

คิดแต่ว่าเป็นพวกอภิสิทธ์ชน

ทำอะไรก็ย่อมได้

สมควรนั่งบันลังก์

พิพากษาคดี  หรือ

+
5
tongtata
tongtata
29 เม.ย. 2018 - 11:31

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีประชาชนทยอยออกมาตั้งแต่ช่วงเช้ากันอย่างคึกคักเพื่อเข้าร่วมการต่อต้านประกาศเจตนารมณ์ทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพกันอย่างมากมาย

โดยประชาชนที่มาในครั้งนี้มีการสวมเสื้อแสดงสัญลักษณ์ในการขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ อีกทั้งยังมีริบบิ้นสีเขียวเพื่อรณรงค์เรียกร้องให้แสดงพลังบริสุทธิ์เพื่อแสดงสัญลักษณ์ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ยังมีขบวนจักรยานแสดงพลังประชาชนคนหัวใจสีเขียว เรียกร้องนายกรัฐมนตรี ให้รื้อบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ

 

ทั้งนี้ นายบัณรส บัวคลี่ ตัวแทนเครือข่าย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Bunnaroth Buakleeพร้อมระบุว่า ความท้าทาย 5 ประการของเรา

1. ผู้คนจะต้องออกมาเต็มข่วงประตูท่าแพ แน่นขนัดถึงขั้นล้นออก สร้างตำนานอีกบทหนึ่งของพื้นที่ประวัติศาสตร์คู่เมืองเชียงใหม่แห่งนี้

2. เราออกแบบนวัตกรรมการชุมนุมออนไลน์คู่ขนาน ผู้อยากร่วมแต่มาไม่ได้ ให้คลิกแชร์โพสต์ “ข้าพเจ้ากำลังร่วมชุมนุมออนไลน์คู่ขนาน” ในเพจเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าฯ ความท้าทายของเราก็คือ ยอดผู้เข้าร่วมชุมนุมออนไลน์ต้องหลักหมื่น

3. ทันทีที่ผู้ชุมนุมคนสุดท้ายเคลื่อนออกจากข่วงประตูท่าแพ จะต้องไม่มีขยะตกค้างแม้แต่ชิ้นเดียว นี่คือความท้าทายข้อที่สามของเรา เราจะสร้างบรรทัดฐานใหม่ของการชุมนุมแบบอารยะ ประกอบขึ้นจากผู้ชุมนุมที่มีคุณภาพและจิตสำนึกพลเมือง

4. เราจะมีรูปขบวนการเคลื่อนที่เป็นระเบียบ เรียบร้อย สวยงาม และมีความหมาย เป็นขบวนเคลื่อนไหวของประชาชนที่ไม่จำเป็นต้องเอ็ดตะโร ก้าวร้าว แต่ทว่า เปี่ยมไปด้วยน้ำหนักต่อรอง ไม่มีใครสามารถมองข้าม หรือปฏิเสธพลังการเคลื่อนไหวนี้ได้

5. ในวันนั้นเวียงเชียงใหม่เขตเมืองเก่า จะต้องเขียวสะพรั่งสว่างไสว มีริ้วผ้าริบบิ้นสีประดับ บ้านเรือนผู้คนพร้อมใจกันแสดงสัญลักษณ์เต็มพื้นที่

เราจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการเคลื่อนไหวภาคประชาชนไปด้วยกัน

+
3
Loading...