ระวังให้ดี “สปิริต-มารยาท” จะไม่สำคัญแล้วกับวงการเมือง.

ระวังให้ดี “สปิริต-มารยาท” จะไม่สำคัญแล้วกับวงการเมือง.

มุมกลับใน "เกมงูเห่า"
มุมกลับใน "เกมงูเห่า"

https://www.thairath.co.th/content/1472418

  • Share:
  •  
  •  

มองข้ามช็อตไปถึงคิวประกาศผลเลือกตั้งไม่เกิน 9 พ.ค.นี้กันแล้ว

นอกจาก “อำนาจคู่ คสช.” ทั้ง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. และ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ร้องนำและลูกคู่ประสานเสียง

กระบวนการเลือกตั้งแล้วเสร็จ ไม่เกิน 150 วัน นั่นก็คือเส้นตาย 9 พ.ค.นี้

ส่วนเรื่องวันเลือกตั้ง ถ้าดูเหตุผลคาดการณ์จากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ มือกฎหมายรัฐบาลระบุ หากจะเป็นวันที่ 3 หรือวันที่ 10 เดือน มี.ค.ก็จะกระชั้นวันมีพระราชกฤษฎีกาเกินไป ส่วนวันที่ 17 มี.ค.ก็จะไปกระทบวันสอบ TCAS ที่มีเด็กนักเรียนเป็นแสนคน และเป็นวัยที่มีสิทธิเลือกตั้งทั้งนั้น

ดังนั้น จึงเหลือวันที่ 24 มี.ค.น่าจะเหมาะที่สุด

เมื่อทิศทางคิวเลือกตั้งเริ่มชัด คิวการเมืองป้อมค่ายจึงเริ่มปรับระดับความแรง

แต่ที่ยังเครื่องสะดุดเป็นระยะไม่พ้นขั้วพรรคประชาธิปัตย์ แม้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรค จะเก็บอาการ ออกลูกฮึดโชว์คึก ประกาศเปิดตัวผู้สมัคร กทม.ครบ 30 เขตก่อนใคร ปล่อยนโยบายเป็นระลอกๆ

มั่นใจชนิดกล้าวางเดิมพันล่วงหน้า หลังเลือกตั้ง ปชป.ต่ำ 100 ก็พร้อมอัปเปหิตัวเอง

แต่ของจริง อาการบิ๊ก ปชป.รายนี้ก็ไม่สู้ดี รับมือเกมเพาะไข่สร้าง “ฟาร์มงูเห่า”

นั่นก็คือกรณีที่สมาชิกสาย กปปส.ที่ยังปักหลักกับค่าย ปชป. แม้ตัวแทนอย่าง “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” จะพ่ายศึกชิงเก้าอี้หัวหน้า ได้เล่นเกมหักหน้ากันบ้าง แต่วันนี้เริ่มเล่นหมาก “หอกข้างแคร่”

ต่อจากคิวนายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา และอีกหลายจังหวัด ในยาม “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ กองเชียร์วีไอพีค่ายรวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ไปเยือนที่ไหน จัดคิวไปต้อนรับกันเมื่อนั้น

พากันโชว์ยี่ห้อ “เด็กลุงกำนัน” เย้ย “หัวหน้า” แค่ “ในนาม”

ล่าสุดเป็นคิวของ “หมอวรงค์” ไม่ถึงขั้นโค้งคำนับ แต่รอต้อนรับ “สุเทพ” ที่มีโปรแกรมแวะไปคารวะแผ่นดินที่ จ.พิษณุโลก พากันฉีกยิ้มแฉ่งผ่านภาพข่าว แถมชวนไปร่วมวงกินข้าวกินปลาประสาคนกันเอง

ไข่งูเห่าฟักเป็นตัวให้เห็น “เด็กดื้อ” ไม่สบอารมณ์แน่

ตามรูปการณ์ก็อย่างที่เซียนน้อยเซียนใหญ่วิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ข้ามช็อตหลังเลือกตั้ง ถึงแม้ “อภิสิทธิ์” จะพ้นคิวต้องลงจากเก้าอี้ หากได้เสียงมาเกินร้อย

นั่นก็ไม่ใช่จะไม่มีโอกาส เพราะที่ว่าประชาธิปัตย์ตกต่ำ น้ำเลี้ยงเหือดแห้ง แต่อีกด้านในฐานะค่าย “ตัวแปร” มีโอกาสร่วมวงอำนาจทุกมุม สายตาของทุน “หุ้น ปชป.” ก็คงต้องเจียดแบ่งประกันเสี่ยง

โดยที่รอเป็นปัญหาของ “อภิสิทธิ์” คงไม่พ้น “พิษงูเห่า” หลังเลือกตั้ง คุมเกมคุมเสียงได้ยาก

แต่ก็อย่างว่า “พิษงูเห่า” ก็อาจมีผลข้างเคียง “มุมกลับ” เป็นคุณกับ “เด็กดื้อ”

โดยเฉพาะเมื่อวันนี้มีภาพ “อภิสิทธิ์” โดนเกมยั่วเย้ยกันถี่ๆ

“พิษงู” อาจกลายเป็น “วัคซีน” ช่วยเติม “แต้มสงสาร” ก็เป็นได้

นั่นก็เลยมีคนมองลึกลงไป คิวนี้ไม่มั่นใจว่าไพร่พล กปปส.ในประชาธิปัตย์กำลังเล่นตามเกม “สมคบคิด” เล่นตามบทไปหรือไม่ เพราะอย่างไร “แม่นมสุเทพ” ที่เคยอุ้มชู “อภิสิทธิ์” ก็คงตัดกันไม่ขาด

ถ้าสูตรนี้ก็ถือว่าเล่นเนียนนุ่ม

ขณะที่ถ้าเป็นบทยั่วเย้ยของจริง ก็รอชมได้กับเกม “ฉก” หักหน้า “อภิสิทธิ์” แรงๆในอนาคต

วันนี้ก็เลยมีคนโฟกัสบรรดาแนวร่วม “ลุงกำนัน” ในค่ายประชาธิปัตย์ ในวันที่ปราชัยพ่ายแพ้เกม “ยึดประชาธิปัตย์” มาหลายรอบ ล่าสุดศึกชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค

ในราย “เสี่ยจ้อน” อลงกรณ์ พลบุตร คัมแบ็กเนียนๆ เริ่มจูนเครื่องเป็นเรี่ยวแรงสำคัญต้นสังกัด

แต่อีกทางพลพรรคสาย กปปส.ยังสนุกกับเกมเย้ยหยัน

ครั้นจะให้ย้ายทัพหนี “เด็กดื้อ” ก็ “ไม่กล้า” เสี่ยงเปลี่ยนยี่ห้อ

สถานการณ์ในค่าย ปชป. ยามที่ฝ่ายหนึ่ง “พ่ายแพ้” และเมื่อเลือกที่จะ “อยู่ร่วมกัน” นั่นก็เลยมีคำถาม

หรือคำว่า “สปิริต-มารยาท” จะไม่สำคัญแล้วกับวงการเมือง.

ทีมข่าวการเมือง

ระวังให้ดี
  • Share:
  •  
  •  

ฟันธงตรงกันพันเปอร์เซ็นต์ วันเลือกตั้งใหญ่ไม่ใช่วันที่ 24 กุมภาพันธ์

จะเลื่อนเป็นวันไหน? ลากยาวไปอีกเท่าไหร่? ยังไม่มีคำตอบชัดเจน

แต่ล่าสุด มีความคืบหน้าจาก พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ว่า ในที่ประชุม กกต.เห็นพ้องต้องกันว่าจะจัดเลือกตั้ง ส.ส. และประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการให้เสร็จภายใน 150 วัน

หรือไม่เกินเส้นตายวันที่ 9 พฤษภาคม!!

เพราะหากประกาศผลเลือกตั้งเกินกรอบ 150 วัน อาจเกิดปัญหาวุ่นวายขายปลาช่อนตามมา

ถ้าสรุปจากคำชี้แจงของเลขาธิการ กกต.มีแนวโน้มสูงเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ว่าวันเลือกตั้งใหญ่จะเป็น “วันที่ 24 มีนาคม” ตรงล็อกที่รัฐบาลต้องการ

เพราะเลขาธิการ กกต.แบะท่าออกมาแล้วว่าถ้าเลือกตั้งใหญ่วันที่ 24 มีนาคม กกต.จะมีเวลาประกาศผลเลือกตั้งอีก 45 วัน

ถึงจะสั้นไปหน่อย แต่ กกต.มั่นใจว่าจะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ได้ทันภายใน 45 วันอย่างแน่นอน

“แม่ลูกจันทร์” ขอชื่นชม 7 เสือ กกต.ชุดใหม่ที่กล้าหาญชาญชัยลดเวลาประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส. จาก 60 วัน เหลือเพียง 45 วัน

เพื่อไม่ให้เกินเส้นตาย 150 วันตามที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ดี แม้วันเลือกตั้งใหม่ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ กกต.ได้ประกาศระเบียบการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้าไว้แล้วทุกขั้นตอน

“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่าระเบียบการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้มีความแตกต่างจากการหาเสียงเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา

มีการเพิ่มเงื่อนไขปลีกย่อยหยุมหยิมอีกมากมายหลายประการ

ตัวอย่างเช่น กำหนดให้ผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส.เขตมีผู้ช่วยหาเสียง หรือเดินแจกใบปลิวได้ไม่เกินเขตเลือกตั้งละ 20 คน

ใบปลิวหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.เขต ห้ามโปรย ห้ามวาง ไม่เป็นที่เป็นทาง

ต้องแจกให้กับมือผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยตรง

ป้ายหาเสียงเลือกตั้งต้องทำตามขนาดที่ กกต.กำหนดไว้เท่านั้น

ห้ามทำป้ายขนาดเล็กกว่า หรือป้ายขนาดใหญ่กว่าทุกกรณี!!

กกต.อนุญาตให้ทำป้ายโปสเตอร์ขนาดเอ 3 ได้ไม่เกิน 10 เท่าของหน่วยเลือกตั้งที่มีในเขตเลือกตั้ง

อนุญาตให้ผู้สมัครทำป้ายคัตเอาต์ ขนาด 130 ซม. คูณ 245 ซม. ได้ไม่เกิน 2 เท่าของหน่วยเลือกตั้ง

และยอมให้ติดป้ายหาเสียงขนาด 400 ซม. คูณ 750 ซม. เฉพาะหน้าที่ทำการพรรคหรือสาขาพรรค ได้เพียง 1 ป้าย ต่อ 1 เขตเลือกตั้ง

ห้ามติดป้ายหาเสียงเลือกตั้งตาม ใจชอบ ต้องติดป้ายหาเสียงเฉพาะสถานที่ที่ กกต.กำหนดให้

ผู้สมัครรายใดพิมพ์ป้ายหาเสียงเกินจำนวนที่ กกต.กำหนดไว้ต้องมีความผิดติดคุก 6 เดือน

“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยที่ กกต.ควบคุมจำนวนป้ายหาเสียงเพื่อไม่ให้พรรคใหญ่ทุนหนา หรือพรรคเล็กทุนน้อยเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกัน

แต่ระเบียบอันเข้มงวดของ กกต.กลับเปิดช่องโหว่รูเบ้อเริ่มเลย

เช่น...ถ้าผู้สมัครพรรคหนึ่งใช้วิชามารแอบทำป้ายหาเสียงของผู้สมัครพรรคอื่นแล้วเอาไปร้อง กกต.เพื่อให้คู่แข่งโดนแจกใบแดงแถมติดคุกอีก 6 เดือน

กกต.จะพิสูจน์อย่างไรว่าอันไหนป้ายจริง? อันไหนป้ายปลอม?

อันไหนผู้สมัครทำเอง อันไหนคู่แข่งแอบทำแทน

ถ้าปิดช่องโหว่ตรงนี้ไม่ได้ ยุ่งตายชักเลยนะโยม.

"แม่ลูกจันทร์"

มะขามสนามหลวง
มะขามสนามหลวง

https://www.thairath.co.th/content/1471804

  • Share:
  •  
  •  

เมื่อ “คนอยากเลือกตั้ง” ประกาศจะนัดชุมนุม เมื่อพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ประกาศว่า “อย่าล้ำเส้น” นักข่าวรุ่นผม เคยมีความหลังอยู่กับสนามหลวง ก็คิดถึงต้นมะขามสนามหลวง

ใน “หมายเหตุประเทศสยาม” เล่ม 8 (บริษัท 959 พับลิชชิง จำกัด พ.ศ.2549) เรื่องที่ 378 เอนก นาวิกมูล เขียนเรื่องรื้อกำแพงวังหน้า เพิ่มพื้นที่สนามหลวง พ.ศ.2440

สนามหลวง สมัย ร.1-ร.4 มีเพียงครึ่งเดียวของปัจจุบัน คือด้านพระบรมมหาราชวัง เพิ่งมาขยายเต็มที่ เมื่อรื้อกำแพงวังหน้า สมัย ร.5

หนังสือประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 13 มีเรื่องวังหน้า พระนิพนธ์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อกล่าวถึงแผนที่วังหน้า...ว่า เมื่อเลิกตำแหน่งกรมพระราชวังบวร หรือวังหน้าแล้ว

ต่อมา ป้อมปราการต่างๆ ก็ชำรุดทรุดโทรมลงโดยลำดับ ร.5 ทรงพระราชดำริว่า จะลงทุนบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้น ก็ไม่เป็นประโยชน์อันใด ควรรักษาไว้แต่ที่เป็นสิ่งสำคัญ

“จึงโปรดให้รื้อป้อมปราการสถานที่ต่างๆ ส่วนชั้นนอกข้างด้านตะวันออกลง เปิดที่เป็นสนามหลวง”

เมื่อเสด็จกลับจากประพาศนานาประเทศในยุโรปครั้งแรก รัตนโกสินทร์ศก 116 พ.ศ.2440 ทรงจัดการตกแต่งพระนครให้ไพบูลย์ขึ้น โปรดให้ข้างตะวันออกทำถนนราชดำเนินใน

และท้องสนามหลวงขยายต่อขึ้นไปข้างเหนือ จึงรื้อป้อมปราการสถานที่ต่างๆต่อไปอีก

คงไว้แต่พระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส

แต่เหตุใด รอบสนามหลวงต้องปลูกต้นมะขาม ทำไมไม่เป็นต้นอื่น...ส.พลายน้อย ตั้งคำถามนี้เป็นชื่อเรื่อง ไว้ในหนังสือ ร้อยแปดเรื่องเมืองไทย (สำนักพิมพ์สารคดี พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ.2545)

ตามที่สังเกตจากพระราชหัตถเลขาในรัชกาลที่ 5 จะพบว่าถ้าเป็นต้นไม้มีดอก มีผล ต้องมีคนดูแลแล้ว โปรดให้ปลูกในเขตพระราชฐาน ส่วนต้นไม้ใหญ่ ทนแดดทนฝนจะอยู่ตามถนน

ต้นไม้ต่างๆ มีผู้น้อมถวาย เช่น ต้นมะขามเคยมีผู้ถวายคราวเดียว 200 ต้น

จึงพอเข้าใจได้ว่า มะขามมีมาก หาง่าย เหมาะสำหรับปลูกรอบสนามหลวง และตามถนนพระราชดำเนิน เพราะจะหาต้นไม้อย่างอื่นมากๆได้ยาก

ในพระราชหัตถเลขา ถึงเจ้าหมื่นเสมอใจราช (เจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์) ตอนหนึ่งว่า ไปแลเห็นต้นมะขามตามถนนดวงตวัน (ปัจจุบัน ถนนศรีอยุธยา) ปลูกตลอดแล้ว ดูน่ารัก

ส.พลายน้อย สรุปว่า เพราะต้นมะขามหาได้ง่าย มีขนาดไม่สูงปิดบังอาคาร มีความทนทาน เมื่อมีความสมบูรณ์ใบเขียวสดเป็นพุ่มงามตา บังแดดได้ดี

จึงเป็นต้นไม้ชนิดเดียวที่ถูกเลือกมาปลูกไว้รายรอบสนามหลวง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2443

จนถึงปี 2543 ครบ 100 ปี รอบสนามหลวง ยังมีต้นมะขามทั้งสิ้น 734 ต้น

มะขามต้นหนึ่ง ในจำนวนนั้น ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เคยถูกใช้เป็นที่แขวนคอนิสิตนักศึกษาคนหนึ่ง โดยน้ำมือพวกคลั่งชาติ

ภาพถ่ายภาพนี้ สำนักข่าวเอพีได้รางวัลพูลิตเซอร์

ส่วนภาพหน้าหนึ่ง นสพ.ไทยรัฐ นอกจากมีภาพนักศึกษาถูกแขวนคอภาพเดียวกัน ยังมีไอ้บ้า...อีกคน โหนกิ่งมะขามถีบหน้า สะท้อนความชิงชังคั่งแค้น...มากขึ้นไปอีก

ผมนึกเรื่องนี้ แล้วก็ใจคอไม่ดี ทุกครั้งของโศกนาฏกรรมใหญ่ มักเริ่มจากใครฝ่ายหนึ่ง “ล้ำเส้น” ก่อน แล้วอีกฝ่ายก็ใช้เป็นเงื่อนไขใช้ความรุนแรงล้อมปราบ

ก็ได้แต่ภาวนา โลกพัฒนาก้าวหน้ามาถึงวันนี้ หวังว่า เหตุแรงร้ายคล้าย 6 ตุลาฯ 19 จะไม่เกิดขึ้นอีก.

กิเลน ประลองเชิง

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
คุณรู้สึก ว้าว!

3 ความคิดเห็น

 
619

สุเทพมึงเดินให้ตายก็สู้เพื่อไทยเขาไม่ได้หรอกนะ  

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
PM007

สุเทพ ใกล้ตายแล้ว ตอนนี้ เดินเฮือกสุดท้าย ลมหายใจอันแผ่วเบาแล้ว เสียงหมอเรียกพยาบาลเข้ามากันให้วุ่น เสียงรถหวอ ดังให้ลั่นไปหมด เตาเผากำลังเปิดรออยู่

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ไอ่เมือกไอ่ฟัก

ขำขำ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0