ยิ่งตอกย้ำถึงการสร้างสังคมให้เป็นกะลา

ยิ่งตอกย้ำถึงการสร้างสังคมให้เป็นกะลา

5 ความคิดเห็น
คอลัมน์ ข่าวข้นคนเข้ม : มหาคำถาม 6+4 ของ “นายกตู่” เป็นคำถามบาดใจนักเลือกตั้ง เหมือนจะมีมาตรการคัดกรองไม่ให้ลงสนาม

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/in-the-news/news_633480

พญาไม้

pradej@hotmail.com

หนังสือพิมพ์ ข่าวสด ฉบับประจำวันพุธที่ 15 เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช 2560 แรม 12 ค่ำ เดือน 12 ปีระกา….

อากาศจะอุ่นขึ้นไปเรื่อย แต่เมฆลด หย่อมความกดอากาศสูง ภาคเหนือ-อีสาน อ่อนกำลัง ฝน จึงมากขึ้นอีกครั้ง แต่ร้อนฉ่าคือ มหาคำถาม 6+4 ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้มีวาจาเป็นกฎหมาย เป็นคำถามบาดใจ นักเลือกตั้ง เหมือนจะมีมาตรการ คัดกรอง ไม่ให้ลงสนาม ….

ประเด็นนี้ ลูกธนูห่าใหญ่ จึงปลิวใส่ นายกฯตู่ แบบห่าฝน จาก นักการเมือง ระดับ นายพล ทั้งหลายจากทุกค่าย ไม่เว้นแม้แต่ ค่ายภูมิใจไทย ที่เคยเปลือยใจสนับสนุน….

“พญาไม้” เขียนไว้ตรงนี้ หาก เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย มัดแขนติดกัน 250 คน จาก พรรควุฒิสมาชิก ก็จะเป็นฝ่ายค้านทันที และ พรรคดาวกระจาย ของค่ายเขียว จะเป็น พรรคต่ำ 5 ของสภา 750 เที่ยวนี้….

อัตราร่วงหล่นของ ความนิยม ห่างจาก 32 ฟุตปอนด์ต่อวินาทีไม่เท่าไหร่ ทายไม่ถูกกว่าจะถึงเลือกตั้ง ความขาดแคลน เป็นล้นพ้นของ คนรากหญ้า และ ข้าราชการ รากฐานจะรุนแรงขนาดไหน ให้ พรรคการเมือง ไปเก็บเกี่ยวเอา คะแนน ใส่กล่องบัตร….

“พญาไม้” แก้แทนพี่น้องร่วม อาชีพสื่อ ก่อนหน้ากว่าครึ่งชิงชัง นักการเมือง ครึ่งของกว่าครึ่งติเตียน ไม่นิยม ทักษิณ ชินวัตร แต่เรื่องจริงของความจริง การเลือกตั้ง สร้างน้ำใส่รากหญ้ามากกว่า การแต่งตั้ง ขอรับกระผม….

อ้าง ประเทศไทยป่วยหนัก จน คอสอชอ ต้องเข้ามาเยียวยารักษา แต่ท่านผ่าตัดใส่ยาพร้อมกัน จนคนไข้ไปไม่ไหว การผ่อนคลายให้พักฟื้น จึงจำเป็น ถ้า ฝ่ายเศรษฐกิจ ของ คอสอชอ เก่ง เรื่อง รถกระบะ กะ แรงงาน ต้องตายในห้องประชุม คณะรัฐมนตรี ไม่ใช่กลางท้องถนน….

 

เพื่อนบ้าน สปป.ลาว ใช้มือถือต่อทะเบียนรถ ใส่เงินลงตู้ใบทะเบียนไหลออกมา รถใหม่ป้ายแดง ทำไมต้องตรวจสภาพ ใช่หรือไม่….

มาดู คำถาม ข้อที่ 1/3 ว่า “ท่านคิดว่าเลือกตั้งครั้งต่อไปจะได้รัฐบาลที่มี ธรรมาภิบาลหรือไม่” แล้วแต่งตั้งวันนี้ มี ธรรมาภิบาล หรือไม่ สำหรับ นายกฯ นะไม่เป็นไร แล้ว คนอื่นๆ ล่ะ….

 

พฤศจิกายน 2560

 

 

คอลัมน์ บทบรรณาธิการ : แดนกะลา

https://www.khaosod.co.th/hot-topics/news_633321

ปฏิกิริยาของผู้คนในโซเชี่ยลมีเดียที่แสดงความคิดเห็นต่อภาพของนักเรียนมัธยม ศึกษาตอนปลายถือป้าย “ไทยแลนด์แดนกะลา” ในกิจกรรมส่วนหนึ่งของการแข่งขันฟุตบอลประเพณีนั้น สะท้อนให้เห็นว่าการใช้อารมณ์ในการตัดสินประเด็นและเหตุการณ์ของคนในสังคมออนไลน์นั้นยังมีสูงมาก

คล้ายกับกรณีของนิสิตและนักศึกษาของสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่เพียงต้องการแสดงความคิดเห็นต่อบ้านเมือง กลับถูกตำหนิติเตียนราวกับการกระทำความผิดใหญ่หลวง

การใช้ถ้อยคำหยาบคายและแสดงความเกลียดชังต่อเด็ก ดูเหมือนมองข้ามความเป็นเยาวชนของนักเรียนที่ควรได้รับความปรารถนาดีหรือคำติชมด้วยเหตุผล

อีกทั้งยังปิดกั้นโอกาสของเยาวชนที่จะแสดงออกทางความคิดเห็นที่หลากหลายต่อสังคมของตนเอง 

คําว่า “กะลา” ที่ปรากฏในประเด็นนี้ มาจากสุภาษิตไทย “กบในกะลา” มีความหมายถึงผู้ที่สำคัญตนว่ามีความรู้มาก แต่จริงแล้วมีความรู้ในกรอบแคบๆ มีประสบการณ์น้อย เพราะไม่ได้ออกไปเจอกับโลกทรรศน์ภายนอก

เป็นคำที่คนส่วนหนึ่งนิยมใช้เพื่อสะท้อนความเห็นต่อสถานการณ์บ้านเมืองในด้านใดด้านหนึ่งหรือโดยรวม

 

กระทั่งเมื่อปรากฏบนป้ายผ้าในงานกิจกรรมของนักเรียน ได้รับคำอธิบายว่าต้องการสื่อถึงระบบการศึกษาของไทยที่ยังไม่ยอมออกรับ สิ่งใหม่เข้ามา

เด็กเพียงแต่หวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิธีการสอนการปลูกฝังนักเรียนให้ดีขึ้น และอยากให้เน้นเรื่องจรรยาบรรณการสอนของครู 

เมื่อเป้าหมายการแสดงออกของนักเรียนกลุ่มนี้ถูกตีความหมายผิดหรือเข้าใจผิดจนก่อให้เกิดปฏิกิริยาเกรี้ยวกราดหรือตีโพยตีพาย จึงกลายเป็นการวิวาทที่หาสารประโยชน์ไม่ได้

ทั้งที่การแสดงออกหรือการแสดงความคิดเห็นของเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้ใช้ถ้อยคำหรือกิริยาหยาบคายนั้น สมควรได้รับความเคารพหรือการโต้แย้งอย่างสุภาพ

เพราะเยาวชนเป็นกลุ่มที่ต้องอยู่ในสังคมที่ถูกกำหนดกฎเกณฑ์โดยผู้ใหญ่ของบ้านเมืองใน ขณะนี้ในอนาคตที่ยาวนานกว่า

การปิดกั้นหรือกีดกันเด็กไม่ให้แสดงความเห็นที่แตกต่างออกไปจากกรอบหรือค่านิยมแคบๆ ยิ่งตอกย้ำถึงการสร้างสังคมให้เป็นกะลา

+1
7
 
5 ความคิดเห็น
ICT
ICT
15 พ.ย. 2017 - 10:56
คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม : กะลาแลนด์

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/relevant/news_633370

“รุก กลางกระดาน”

น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับปฏิกิริยาเป็นเดือดเป็นแค้น รับไม่ได้กับถ้อยคำในขบวนแห่ฟุตบอลประเพณีจตุมิตรสามัคคี

ที่มีข้อความระบุว่า “ไทยแลนด์ แดนกะลา” และ “ชาตะ 1.0 มรณะ 4.0” 

ด้วยการระบุว่าเป็นการแสดงออกถึงความไม่รักชาติ ดูถูกดูหมิ่นประเทศตัวเอง

สุดท้ายก็ใช้ท่าจบเดิมๆ ไล่ออกจากบ้าน เพราะถ้าเห็นว่าประเทศนี้ไม่ดีไม่งามก็ออกจากประเทศนี้ไปเสีย

แต่ไม่ยักเสนอค่าตั๋วเครื่องบิน หรือช่องทางใดๆ ให้เป็นทางเลือก หากต้องการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ส่งผลให้เกิดการตั้งคำถามว่า ทำไม คำว่า “แดนกะลา” มันถึงไปเสียดแทงหัวใจของคนเหล่านี้มากจนดิ้นพราด และออกแนวเสียอาการ

เริ่มต้นคงต้องอธิบายความว่าคำว่า “แดนกะลา” ที่หมายถึงน่าจะหยิบยกเนื้อหาของสุภาษิตไทยมาเปรียบเทียบ

เนื้อหาก็ไม่มีอะไรมาก กบตัวหนึ่งอยู่ในกะลา แต่คิดว่าทั้งหมดคือโลก ตัวเองก็ใหญ่โตเสียเต็มประดา

เมื่อเปิดกะลาออกก็รับรู้ความจริง ว่าที่คิดว่าแน่ที่สุดนั้นไม่ใช่

ก็แค่นี้เอง หรือเห็นว่ารุนแรงเกินจริง!??

 

หากเป็นเช่นนั้นก็ลองไล่เรียงดูทีละเรื่อง อาทิ เศรษฐกิจ ที่ปัจจุบันก็ฝืดเคืองอัตคัด ข้าวจากเกวียนละหมื่นห้า เหลือเพียง 4-6 พัน

ยางพาราตกต่ำที่สุดในรอบหลายปี จนม็อบชาวสวนยางนั่งไม่ติด

จากที่เคยอยากเป็นเสือตัวที่ 5 กลับมาตั้งเป้าเป็นเห็บสยาม!??

ด้านเทคโนโลยี มองไปที่การเกษตร ที่เรามักเชื่อว่าตัวเองเป็นครัวโลก ยอดผลผลิตต่อไร่ตกต่ำเท่าไหร่ ก็ยังเท่าเดิม ไม่มีวิทยาการใดๆ เข้ามาช่วยเหลือ

ด้านการสาธารณสุข ต้องพึ่งนักร้อง เพลงร็อกวิ่งหาเงินบริจาค เพราะงบประมาณรัฐถูกนำไปซื้ออาวุธมากกว่าซื้อยา

ด้านสังคม การเมือง เรายังมีคนถูกจับเพราะยืนเฉยๆ คนเห็นต่างก็ถูกกวาดล้าง คุกคาม มีคนต้องไปนอนคุกเพราะแชร์ข้อความในเฟซบุ๊ก 

รัฐบาลทหารอยู่มา 3 ปีกว่า และ ตั้งคำถามเตรียมปูทางอยู่ต่อ

นี่คือประเทศในฝันของหลายคนใช่ไหม

หากเป็นเช่นนั้น ก็พอเข้าใจได้ในระดับหนึ่งในสภาพของกลุ่มบุคคลที่กำลังจะล่วงไปตามกาลเวลา

แต่อย่าไปบังคับกะเกณฑ์กับเด็กรุ่นใหม่เขาเลย

จะโดนดูถูกเอา

+
4
payai97
payai97
15 พ.ย. 2017 - 19:21

คนแก่ทั้งหลาย..ที่กำลังเขียนกำหนดอนาคตของคนในชาติ

ให้เดินตามอีก 20 ปี..แต่ตัวเองอาจลาโลกไปก่อนถึง 20 ปีแล้ว

 

ถามว่า..บ้านเมืองมันเกิดอะไรขึ้น

ทำไมคนแก่ใกล้แย้มฝาโลง..ต้องทำแบบนี้

ใช้วิธีบังคับ ข่มขู่ กดหัวคนไทย..ให้เดินก้มหน้าจ๋องๆอย่างไร้ศักดิ์ศรี

 

 

+
2
Loading...